เครื่องยนต์ V4 กับ 4 สูบเรียง บนรถแข่ง MotoGP แบบไหนมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร มาชมกันครับ

0

หลายครั้งที่เราและเพื่อนๆมักสงสัยกันว่าเจ้าเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง กับ V4 ที่มีให้เห็นในการแข่งขัน MotoGP ทุกวันนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่งถ้าจะให้เราพูดในเชิงวิทยาศาสตร์หรือหลักการภายในล่ะก็เรื่องนี้อาจจะยาวเป็นทุ่ง

v4-i4-engine-physical-compare-02
แต่ถ้าให้เอาแบบสรุปง่ายๆ เอาแค่พอมองออกจากหน้าตาภายนอกล่ะก็ วันนี้เราจะขอพาเพื่อนๆไปชมคลิปกราฟฟิกสั้นๆที่ทาง MotoGP ได้ทำขึ้นมาเพื่ออธิบายให้กับสาวกการแข่งขันยานพาหนะสองล้อ(รถมอเตอร์ไซค์นั่นแหล่ะครับ)ชิงแชมป์โลกทั้งหลายได้ทำความเข้าใจกันง่ายๆ มาเริ่มกันเลยครับ

v4-i4-engine-physical-compare-04
โดยรูปแบบแรกที่เราจะพูดถึงก็คือเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่ในตอนนี้มีเพียงแค่ Yamaha และ Suzuki เท่านั้นที่ใช้เครื่องยนต์แบบนี้อยู่ ซึ่งเครื่องยนต์รูปแบบนี้มีข้อดีคือ ตัวเครื่องสั้น, ชิ้นส่วนน้อยทำให้น้ำหนักโดยรวมถือว่าเบากว่าแบบ V4, สามารถออกแบบหม้อกรองอากาศได้อิสระมากกว่า รวมถึงการออกแบบชุดท่อไอเสียก็เช่นกัน แต่ถ้าพูดถึงข้อเสียในเรื่องกายภาพ เนื่องจากว่าตัวลักษณะเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงจะกว้างออกทางด้านข้าง ทำให้การถอยตำแหน่งเครื่องยนต์เข้าหาจุดศูนย์กลางทำได้ค่อนข้างยากเพราะจะทำให้ผู้ขับต้องกางขามากกว่าปกติ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพลิกโค้งหรือโหนโค้งไปมาเนื่องจากเสียความกระชับไปนั่นเอง

v4-i4-engine-physical-compare-05
ในขณะที่เครื่องยนต์แบบ V4 ที่มีใช้อยู่ในทั้ง Honda, Aprillia, KTM, และ Ducati ซึ่งรายหลังสุดนี้เพื่อนๆอาจจะเข้าใจว่าเป็น L4 แต่โดยลักษณะทางกายภาพแล้ว มันก็คือเครื่องยนต์ V4 ที่ทำมุม 90 องศาเท่านั้น ดังนั้นเราจึงเรียกเหมารวมไปเลยว่ามันคือเครื่องยนต์ V กลับมาที่ข้อดี จากคลิปจะเห็นคำอธิบายไว้ว่า ตัวเครื่องยนต์รูปแบบนี้นั้นมีข้อดีคือ ไม่กว้างออกทางด้านข้างเพราะลูกสูบถูกแยกออกเป็นสองฝั่งและลดความยาวเพลาข้อเหวี่ยงลงไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ แต่แน่นอนว่าเมื่อมันถูกแยกชุดเสื้อสูบออกเป็นสองส่วน นอกจากจะใช้ชิ้นส่วนเยอะขึ้น ซึ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามแล้ว ความยาวของเครื่องยนต์ก็เพิ่มตาม ทำให้การถอยตัวเครื่องเข้าหาจุดศูนย์กลางจะทำได้ลำบากเช่นกันถ้าหากเฟรมไม่รองรับ (แต่ยังไงก็ถือว่าพอรับได้ถ้าแลกกับความพลิ้วที่ใด้จากการบีบช่วงกลางตัวรถให้แคบไว้ก่อน) ส่วนการออกแบบชุดหม้อกรองอากาศไปจนถึงชุดลิ้นเร่งก็ทำได้ลำบากเช่นกัน เพราะต้องวางไว้จุดกึ่งกลางของเครื่องยนต์ซึ่งเป็นพื้นที่ๆค่อนข้างจำกัด ส่วนระบบท่อไอเสียก็ต้องแยกออกเป็น 2 ชุด เนื่องจากพอร์ทไอเสียอยู่คนละฝั่ง

v4-i4-engine-physical-compare-06
และถ้าจะให้อธิบายในเรื่องของความกว้างของเครื่องยนต์เพิ่มเติมแล้วล่ะก็ นอกจากข้อเสียในเรื่องการบีบช่วงกลางตัวรถให้แคบพอที่จะขับขี่ได้อย่างคล่องตัวแล้วล่ะก็ ยังมีผลในเรื่องของพื้นที่หน้าตัดด้านหน้าตัวรถที่จะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าในตัวแข่งที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงนั้นมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่า และผลที่ตามมาก็คือตัวรถจะต้านลมมากกว่า ส่วนในตัวรถที่ใช้เครื่องยนต์ V4 จะให้ผลตรงกันข้ามในเรื่องนี้

v4-i4-engine-physical-compare-07
มาต่อกันด้วยเรื่องสุดท้ายกันอีกนิด นั่นก็คือเรื่องของจุดศูนย์กลางมวล ซึ่งเราได้เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าตัวเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ทางวิศวกรสามารถออกแบบให้มันวางตำแหน่งได้ไกล้จุดศูนย์กลางมวลมากกว่า เนื่องจากความสั้นของตัวเครื่อง (แต่ต้องไม่ถอยเข้ามามากไปจนติดขานักแข่งนะครับ) ส่วนเครื่องยนต์ V4 ถ้าทางวิศวกรไม่ออกแบบให้ชุดเกียร์หดเข้ามาติดกับเรือนตัวเครื่องล่ะก็ การถอยตำแหน่งเครื่องยนต์เข้าหาจุดศูนย์กลางจะทำได้ยากมากๆเพราะติดกับแกนเพลาสวิงอาร์มด้านหลัง โดยผลที่เกิดขึ้นถ้าหากจุดศูนย์ถ่วงไม่อยู่ในจุดสมดุลจริงๆล่ะก็ ทั้งความรู้สึกและความพลิ้วในการเข้าโค้งก็จะไม่กระฉับกระเฉงเช่นเคยเนื่องจากน้ำหนักมากดที่ล้อหน้ามากไปจนเกิดอาการหน้าหนัก และแน่นอนว่าหน้ายางก็จะเสื่อมไวกว่าปกติอีกด้วย

ชมคลิป VDO อื่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010

error: Content is protected !!