fbpx

รีวิว CF Moto 250 NK / ABS สัมผัสแรก ณ สนามพีระฯ Naked น้องใหม่ประกอบไทย สูบเดี่ยวขี่ดีเกินราคา เริ่มไม่ถึง 9 หมื่น

0

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ทีมงาน MotoRival เราจะขอมา รีวิว CF Moto 250 NK /ABS รถแบรนด์น้องใหม่ ในประเทศไทย ที่ถูกเผยโฉมครั้งแรกแบบ Pre Launch ไปในไทย เมื่อช่วงงาน Motor Show 2018 ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่่ผ่านมา บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ ได้จัดกิจกรรมทดสอบ CF Moto 250 NK /ABS ใหม่ ขึ้นมาครั้งแรกในประเทศไทย ณ สนามพีระฯ เซอร์กิต

Review-CF-Moto-250-NK_22
ก่อนอื่นเลย CF Moto 250 NK มาด้วยกัน 2 รุ่น คือ ABS มี 2 สี ดำ-ทอง และเงิน ราคา 95,500 บาท
ขณะที่ STD มี 2 สี แดง และ น้ำเงิน ราคา 87,500 บาท

CF-Moto-250-NK-Front-Rear_1
เริ่มจากดีไซน์ภายนอก
ถ้ามองเจ้า 250 NK แบบเผินๆ แล้วอาจจะดูคล้ายๆ กับ Naked Bike แบรนด์ค่ายส้ม ซึ่งความจริงแล้วนั้น ทาง CF Moto ได้ให้ทาง KISKA สำนักออกแบบชื่อดังของยุโรป ที่ดีไซน์ให้กับทางค่ายออสเตรีย เป็นผู้ออกแบบให้

Review-CF-Moto-250-NK_07
สำหรับในส่วนของไฟหน้านั้นเป็นแบบ Full LED ประกอบไปด้วยไฟ DRL, ไฟต่ำ, ไฟสูง มีแผ่นบังเรือนไมล์ขนาดเล็ก

Review-CF-Moto-250-NK_04
ไฟท้ายเป็นไฟแบบ LED เช่นเดียวกับไฟเลี้ยว พร้อมบั้นท้ายโล่งในแบบที่ผู้รักความสปอร์ตชื่นชอบ

Review-CF-Moto-250-NK_21
ขณะที่ขายึดทะเบียน และตัวบังโคลนถูกยกลงมาติดบนสวิงอาร์ม ซึ่งใช้เป็นพลาสติกที่แข็งแรง

Review-CF-Moto-250-NK_14
ตัวเบาะนั่งวัสดุโฟม ค่อนข้างนิ่ม นั่งสบาย ตัวเบาะท้าย แยกตอนในแบบรถสปอร์ต

Review-CF-Moto-250-NK_10
ชุดแฟริ่งครอบถังน้ำมันดูกว้างมีมิติ

Review-CF-Moto-250-NK_12
และมีชิ้นปีกแฟริ่งอีกชั้น ซึ่งครอบปิดบริเวณหม้อน้ำ ทำให้ดูสวยงาม

Review-CF-Moto-250-NK_16
ชุดพลาสติกแฟริ่ง มีสติกเกอร์ และลวดลายเคฟล่า
ตัวเฟรมเป็นแบบเฟรมถัก วัสดุเป็นแท่งเหล็กหล่อ

CF-Moto-250NK_Swingarm
เช่นเดียวกันตัวสวิงอาร์ม ที่มีดีไซน์รับกันกับตัวเฟรม

CF-Moto-250-NK-TFT
ชุดมาตรวัดเป็นจอสี TFT (รุ่น ABS)
เป็นจอแบบ Auto Contrast ปรับสีตามกลางวัน กลางคืน พร้อมปรับความสว่างจอได้
มี Interface แสดงผล 2 แบบ
Sport Mode และ Rain Mode
โดยมีรายละเอียดบอกความเร็วเป็นตัวเลข วัดรอบเครื่องเป็นสเกลสีส้มในช่วง 8,500-10,000 rpm (เตือนให้เปลี่ยนเกียร์)
และ Redline 10,000rpm+ เป็นสีแดง
ข้อมูลแสดงผลอื่นๆ ได้แก่ Odo, Trip, อุณหภูมิเครื่อง, วัด Volt Battery, นาฬิกา, ระดับน้ำมันคงเหลือ เลขบอกตำแหน่งเกียร์

Review-CF-Moto-250-NK_03
ชุดมาตรวัดจอดิจิตอล LCD (รุ่น STD)
แสดงรายละเอียดเหมือนกับรุ่น ABS แต่ เมื่อกดปุ่มปรับโหมด จะเป็น S (Sport) และ E (Eco)

CF-Moto-250-NK-Switch
ชุดสวิทช์ไฟ
ด้านซ้าย มีปุ่มไฟต่ำ/สูง, ไฟ Pass, ปุ่ม Mode ปุ่มแตร, ไฟเลี้ยว (ปุ่ม Mode กับแตรใกล้กัน จนอาจทำให้กดปุ่มผิดได้)
ด้านขวา มีปุ่มสตาร์ทซึ่งใช้ดันนิ้วเลื่อนลง สไตล์แบบรถยุโรป, ปุ่มไฟ Hazard, ปุ่มเปิดปิดชุดไฟรถ

Review-CF-Moto-250-NK_06
ท่อไอเสียออกใต้ท้องดีไซน์แบบพิมพ์นิยม

Review-CF-Moto-250-NK_19
ตัวล้อเป็นล้ออัลลอยขอบ 17″ รูปดาวห้าแฉก สวมยางไซส์ 110/70/R17 ด้านหน้า และ 140/60/R17 ด้านหลัง

Review-CF-Moto-250-NK_17
มิติรถ
กว้าง xยาว xสูง = 1,990x780x1,070 มม.
ฐานล้อ 1,360 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 795 มม.
ระยะห่างจากพื้นถึงเครื่อง 150 มม.
น้าหนักตัวรถไม่รวมน้ามันเชื้อเพลิง 152 ก.ก. (ABS) 151 (Non ABS)
ขนาดถังน้ำมัน 12.5 ลิตร

Review-CF-Moto-250-NK_08
ท่านั่ง
เริ่มจากเบาะนั่งที่ทาง CF Moto ออกแบบมาไว้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะความสูงเบาะที่ให้มาระดับ 795 มิลลิเมตร ถือว่ามีความเป็นมิตรกับตัวผู้ขี่ที่มีส่วนสูงระดับกลางขึ้นไป (สูงเกิน 165 เซนติเมตรขึ้นไป) สามารถวางอุ้งเท้าทั้งสองเข้าซ้าย/ขวาได้พอดี ขนาดเบาะช่วงหลังมีความกว้างและนุ่มสามารถรองรับบั้นท้ายผู้ขี่อย่างพอเหมาะ ส่วนช่วงเบาะด้านหน้าที่ติดกับถังน้ำมันมีการออกแบบให้แคบลงส่งผลให้ผู้ขี่สามารถใช้ขาหนีบถึงได้กระชับ ขณะที่ตัวพักเท้าเองก็วางตำแหน่งไว้ไม่ถอยไปด้านหลังหรือด้านหน้ามากเกินไป ความสูงก็อยู่ในระดับที่เหมาะสม คืออาจจะดูต่ำไปนิดหน่อยจนต้องพะวงว่าเซนเซอร์จะขูดพื้นง่ายไปมั้ยอยู่บ้าง แต่ถ้ามองในมุมของท่านั่งตอนตั้งตรงก็จัดว่ากำลังดี

Review-CF-Moto-250-NK_25
และในส่วนของท่านั่งท่อนบน สำหรับตัวแฮนด์บาร์ติดรถที่ให้มาถือว่ากว้างไม่มากไม่น้อยจนเกินไป โดยที่ความสูงก็อยู่ในระดับต่ำกว่าศอกนิดหน่อย และระยะห่างจากตัวผู้ขี่ก็ไม่ได้ไกลจากตัวมากมายนักจนสามารถนั่งหลังตรงได้สบายๆ อันเป็นมาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์แนว Street/Sport Naked อยู่แล้ว จะมีจุดให้ติงเล็กน้อยก็ตรงที่องศาการงุ้มของแฮนด์ที่นอกจากจะหักเข้ามาอย่างเดียวไม่พอ มันยังหักสูงขึ้นราวกับเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวซุปเปอร์โมโต ซึ่งพอมาเจอกับบททดสอบในสนามที่ต้องเบรกหนักๆแบบนี้ ก็จะทำให้เกิดความปวดเมื่อยบริเวณข้อมือมากกว่าปกติแทน แต่ถ้ามองกลับกันการออกแบบแฮนด์แนวนี้จะช่วยให้การพลิกรถไปมาเพื่อมุดช่องจราจรต่างๆทำได้ง่ายมากๆ ดังนั้นก็คงอยู่ที่เพื่อนๆแหล่ะครับว่าจะมองในมุมไหน

Review-CF-Moto-250-NK_01
เครื่องยนต์
เครื่องยนต์สูบเดียว ขนาดความจุ 249.2cc DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ควบคุมการสั่งการทั้งหมดด้วยกล่อง ECU จาก BOSCH ทำกำลังได้สูงสุด 26.14 แรงม้า (HP) ที่ 9,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดอีก 22 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบ/นาที ระบบคลัทช์เปียกซ้อนกันหลายแผ่น พร้อมชุดเกียร์ 6 สปีด

Review-CF-Moto-250-NK_20
ในที่สุดก็มาถึงเรื่องของเครื่องยนต์ซึ่งเพื่อนๆหลายคนคงสงสัยไม่น้อยว่ามันจะทำงานได้ดีสมกับปริมาตรซีซีที่ให้มาหรือไม่ ซึ่งเราต้องเรียนกันตามตรง ณ จุดนี้เลยว่า “ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ” เพราะในภาพรวมถือว่าเครื่องยนต์สามารถทำงานได้ดีในทุกย่านกำลังโดยเฉพาะช่วงรอบต่ำ-กลางที่สามารถสัมผัสถึงแรงบิดสูงสุดจำนวน 22 นิวตันเมตรของมันได้ชัดเจน และเมื่อบวกกับอัตราทดเกียร์ช่วงต้นที่ค่อนข้างจัด จึงทำให้หลายครั้งในช่วงจังหวะออกตัว ผู้ทดสอบพบว่าตัวรถมีอาการหน้าเบาเพราะล้อเหินขึ้นได้ง่ายมาก แถมยังเหินยาวอยู่อย่างนั้นจนเข้าสู่ช่วงปลายเกียร์ 2 เลยทีเดียว

PON_CF-Moto-250-NK
ด้านอัตราเร่งในจังหวะช่วงความเร็วกลาง-ปลาย ซึ่งจะสัมผัสได้ตอนที่ต้องเทคตัวออกจากโค้ง เราพบว่าอาจจะต้องเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมซักหน่อย โดยเฉพาะจากเกียร์ 4 ไป เกียร์ 5 ที่ค่อนข้างห่าง จึงทำให้ตัวรถมีอาการหน่วงเล็กน้อยถ้าไม่เปิดคันเร่งตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนช่วงความเร็วสูงๆอาจจะมีอาการตื้อบ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นปกติของรถสูบเดียว และถือว่าไม่น่าแปลกใจกับแรงม้าที่ให้มา 26 ตัว ที่มาตั้งแต่ 9,000 รอบ/นาที

John-Pon-CF-Moto-250NK
ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นไม่สามารถวัดได้เนื่องจากทางตรงของสนามที่ใช้ทดสอบยาวไม่พอ แต่อย่างน้อยๆเราก็สามารถยืนยันได้ว่าเพื่อนๆจะต้องเห็นเลขความเร็วหลัก 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนหน้าจอมาตรวัดของมันแน่นอน

Review-CF-Moto-250-NK_13
ช่วงล่าง
ด้านหน้า โช้กหัวกลับ Up Side Down ทำงานร่วมกับล้ออัลลอยด์ขอบ 17 นิ้ว หน้ากว้าง 3.5 นิ้ว รัดด้วยยางไซส์ 110/70-17

Review-CF-Moto-250-NK_15
ด้านหลัง โมโนช็อก ปรับแข็ง/อ่อนสปริงได้ ด้วยการขันสตรัท ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มเหล็กถัก ทำงานร่วมกับล้ออัลลอยด์ขอบ 17 นิ้ว หน้ากว้าง 4 นิ้ว รัดด้วยยางไซส์ 140/60-17

Review-CF-Moto-250-NK_18
สำหรับการทำงานในส่วนของระบบกันสะเทือน เราคงต้องแยกเป็นสองโจทย์ด้วยกัน คือ ถ้ามองเป็นโจทย์สนามที่ต้องใช้ความเร็วสูงๆ (ตามที่ทาง CF Moto ให้เราเอามาทดสอบ) ต้องบอกว่าช่วงล่างของเจ้า 250NK ตัวนี้ ในตอนที่ต้องเบรกหนักๆไม่มีอะไรต้องติง เพราะโช้กหัวกลับด้านหน้าทำงานได้ค่อนข้างดี คืออาจจะยุบตัวเร็วไปนิด แต่ก็ถือว่ามั่นคง

John_CF-Moto_250-NK_2
แต่ตัวโช้กหลัง มีความแข็งและหนืดที่น้อยไปนิดจนทำให้บางครั้งตัวรถจะมีอาการท้ายโยกขึ้นลง หรือ ย้วย เมื่อต้องออกโค้งแรงๆ ซึ่งเอาจริงๆเราก็สามารถปรับเซ็ทแก้เรื่องตรงนี้ได้ด้วยการขันปรับสตรัทโช้กด้านหลัง และถ้าหากเอียงรถเยอะๆ ในหลายๆครั้งอาจจะมีการพบว่าตัวรถไถลออกไปหน่อยๆบ้าง แต่ในจุดนี้เรามองว่าเป็นเพราะหน้ายางติดรถที่ให้มาไม่สมส่วน(เล็กไป) กับขอบล้อมากกว่าเลยหมดไวไปนิด จึงไม่ใช่จุดที่ต้องติงอะไร

John_CF-Moto_250-NK_1
ดังนั้นด้วยการเซ็ทอัพแบบนี้ ถ้าหากมองในมุมการใช้งานชีวิตประจำวัน ตัวรถน่าจะให้ความกระฉับกระเฉงตอนพลิกเลี้ยวไปมาได้ดีเลยทีเดียว เพราะนอกจากการหวดรถรวดเดียวทั้งสนามในช่วงบ่ายแล้ว ตอนช่วงเช้า ทาง CF Moto ก็ได้จัดด่านทดสอบแบบสลาลอม (ขับหลบกรวยไปมา) เอาไว้ ซึ่งเราพบว่าตัวโช้กอัพมีอาการยืดยุบตัวได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ขืน และไม่ฝืนแต่อย่างใด แถมบาลานซ์ซ้ายขวายังถือว่าสมดุลดีต่างหาก

Review-CF-Moto-250-NK_11
เบรก
ด้านหน้า เรเดียลเมาท์ คาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับจานเบรกเดียวขนาด 300 มิลลิเมตร (และมีระบบ ABS มาให้เฉพาะรุ่น 250NK-ABS)

Review-CF-Moto-250-NK_05
ด้านหลัง โฟลทติ้งคาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 245 มิลลิเมตร (และมีระบบ ABS มาให้เฉพาะรุ่น 250NK-ABS)

CF-Moto-250NK_Front-Brake
ในส่วนของระบบเบรกเอง ก็ต้องแยกเป็นสองส่วนอีกเช่นกัน เพราะค่อนข้างน่าแปลกใจไม่น้อยที่ความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ระหว่างตัว 250NK ธรรมดา กับ 250NK-ABS นั้นต่างกัน กล่าวคือ ตัว 250NK รุ่นธรรมดาที่ไม่มีระบบ ABS ตอนที่กำก้านเบรก จะรู้สึกว่าค่อนข้างตึงมือหน่อยๆ ขณะที่ตัวปั๊มหน้าก็จะทำงานแบบกระชับจับค่อนข้างไว ให้อารมณ์สปอร์ตกว่าเมื่อเทียบกับตัว 250NK-ABS ให้สัมผัสตอนกำก้านเบรกมานุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัด (ต้องลงน้ำหนัก และกำกันจนลึกพอสมควร) ส่วนการจับจานเบรกของตัวปั๊มก็มาแบบนิ่มๆ

ถ้าหากพูดถึงการทำงานของ ABS ผู้ทดสอบพบว่าตัวระบบทำงานค่อนข้างยากและเนียนน้อยไปนิด ซึ่งถ้าเป็นโจทย์การใช้งานในสนามก็อาจจะถือว่าเหมาะสมแล้ว เพราะคงไม่มีนักแข่งท่านไหนอยากให้ ABS มากวนตอนเบรกเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อนๆอาจจะรู้สึกหวิวนิดๆ และลุ้นว่าเมื่อไหร่ ABS จะทำงาน (คือมันทำงานจริงๆนั่นแหล่ะครับ แต่แค่อาจจะจวนเจียนหน่อยเท่านั้น)

Review-CF-Moto-250-NK-Cover-1
สรุป รีวิว CF Moto 250 NK / ABS สัมผัสแรกกับการขี่ในสนามครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแบรนด์ใหม่ที่ดี
สมรรถนะและคุณภาพงานโดยรวมที่ได้ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว กับราคาค่าตัวเริ่มไม่ถึง 9 หมื่นบาท ขณะที่แบรนด์เจ้าตลาดหลายแบรนด์ คลาส 150 เริ่มทะลุ 9.5 หมื่น กันแล้ว
สำหรับ CF Moto 250 NK พร้อมเปิดรับจองและส่งมอบกันได้เลยภายในเดือนหน้า

Review-CF-Moto-250-NK_02
สำหรับ เรื่องข้อมูลศูนย์บริการ อะไหล่ต่างๆ รวมไปถึงความพร้อมและแผนการทำตลาด ทางเรา MotoRival เราจะรีบเรียงข้อมูลมาอัพเดทกันในเร็วๆ นี้ (อีกไม่กี่วันข้างหน้า)
ฝากเพื่อนๆ แฟนๆเพจ เรากด Like ติดตามแบบ See First รอรับชมและติดตามกัน

Review-CF-Moto-250-NK_23
ภณ เพียรทนงกิจ Editor + Photo
รณกฤต ลิมปิชาติ Tester
ขอขอบคุณ บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

CF-Moto-250NK_Tank
อ่านรีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว CF Moto เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author