ในช่วงที่ EV Bike กำลังมาแรง เปิดตัวกันต่อเนื่องใน ช่วงเดือนที่ผ่านมา ล่าสุด MotoRival เราได้มีโอกาสมารีวิว รถ EV งบ 6 หมื่น ที่อัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัย เกินกว่ารถในคลาสเดียวกัน กับ รีวิว NIU FX Pro คันนี้ มันจะมีอะไรเด่นกันบ้าง มารับชมกันเลย

NIU FX Pro มากับดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย และบอดี้ มีขนาดกระทัดรัด

ไฟหน้า X Shape โฉบเฉี่ยว

ไฟเลี้ยวดีไซน์แบบ Crystal ที่ด้านข้างชุด Cowling หน้า

ตัวบอดี้รถ ออกแบบให้มี ไฟ DRL ที่ด้านข้างตัวรถ แบบ Crystal เหมือนไฟเลี้ยวหน้า

ไฟท้าย X Shape เช่นกัน โดยชุดไฟเลี้ยวอยู่ที่ ขาทะเบียนล่าง

และมีไฟ ส่องพื้นให้ ตอนกลางคืน ด้วย

เรดาร์ อยู่ระหว่างไฟท้าย 2 ฝั่ง

ซึ่งถ้า มัน Detect วัตถุ ทางด้านหลังได้ จะ มีไฟมีส้มติดขึ้นที่ กระจกมองข้าง

จอสี TFT 5″ เชื่อมต่อ App ได้

การสตาร์ทรถ ได้ Card NFC, Smartphone เป็น Keyless, เปิดผ่าน App, ใส่ Password, เตะขาตั้ง, หรือแม้กระทั้งเขย่ารถ แต่ อันนี้ไม่แนะนำ เพราะ โจร ก็ขโมยขี่รถไปได้เลย

สวิทช์แฮนด์ซ้าย นอกจากปุ่มสวิทช์ไฟ แตร แล้ว ก็จะมี ปุ่ม Cruise Control หรือ ใช้เป็นปุ่ม Walk Assist และ R ได้ ในกรณี ที่ความเร็วเป็น 0 วิธีใช้ คือ กด 1 ที จะเป็น โหมด Walk ถ้าเราเติมคันเร่งสุด รถจะค่อยๆ เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ถ้าจะใช้ R ก็ให้กดปุ่มอีกทีค้างเอาไว้ รถจะถอยหลังให้เองแบบช้าๆ
สวิทช์ด้านขวา มีปุ่ม NIU Link Cloud วงกลมเป็นตัว Controller, มีปุ่ม +- สำหรับปรับโหมดขับขี่ ได้ 5 แบบ, ปุ่ม เปิด/ปิดรถ รวมถึงเปิดเบาะ (กดสองครั้ง), ปุ่ม นิ้วชี้ขวา เป็น UltraBoost เอาไว้เพิ่มกำลังเร่งความเร็วเพิ่ม เพื่อต้องการแซง ในยามคับขัน
ก้านเบรกเหรียญปรับได้ 5 ระดับ
เอาง่าย คือ ชิ้นงานตัวรถผมว่าดูดีสวยงาม และของที่ให้มา ที่ผมบอกไป จนถึง Grip Hand และ ตุ้มปลายแฮนด์ ก็เป็นงาน อลูมีเนียม ไม่ใช่แค่ พลาสติก หรือ ปลอกยางทั่วๆไป

เก๊ะซ้าย แบบช่องเปิด มาพร้อม USB A และ C ตัวรถมีตะขอแขวนของให้มาด้วย
ส่วนเบ้ากุญแจ เอาไว้ เปิดเบาะ และ กรณี ปลดล็อกคอรถ
ในส่วนตัว App NIU ต้องบอกว่า มันปรับรายละเอียดได้เยอะแยะอลังการ
ทั้งเปิด-ปิดรถ, Alarm, เรียกหารถ, เปิดเบาะ

เปิด Map ซึ่งจะสามารถผลไปที่หน้าจอ
เทคโนโลยีความปลอดภัย ระดับรถยนต์ จากการที่เขามี เรดาร์ ทางด้านท้าย ก็จะมีระบบ
Blind Spot + Rear Cross Traffic Alert + Auto Cancel Signal
ABS, TC ปิดได้
ปรับกำลังมอเตอร์จากกราฟได้ ใน Master Mode
เบาะนั่ง 2 Steps ขนาดเล็ก เปิดเบาะขึ้นจะพบกับ Ubox ใหญ่ 31 ลิตร เพราะ แบต จะอยู่ใน Floorboard
สำหรับ App ใช้ได้ 3 ปี ถ้าหลัง 3 ปี จะเสียปีละ ประมาณ 50USD

ท่านั่ง
เบาะสูง 765mm
นน. 95kg (116kg รวมแบต)
เบาะนั่งเจลนุ่ม ชันเข่าเล็กน้อย ระยะวางเท้า ยังพอมีให้เราได้เขยิบได้ประมาณนึง
ตัวแฮนด์ในชุดแผงคอ องศางุ้มเข้าหาผู้ขี่ ทำให้ หักเลี้ยวคอนโทรลได้ง่าย รวมถึงเลี้ยวลัดเลาะได้คล่องแคล่ว

ตำแหน่งคนซ้อน จะไม่มีพักเท้าคนซ้อน โดยตัว Floorboard จะออกแบบช่วงท้ายให้คนซ้อนได้วางเท้า แต่อาจจะไม่เต็ม

ขุมกำลัง Hub Motor 2000W (Rated), 4000W (Peak) Ultra Boost
แบตเตอรี่ 76V 32Ah อยู่ที่ Floorboard วิ่งได้ 80km ตามเคลม เมื่อวิ่งที่ความเร็ว 60kmph
ระยะการชาร์จเร็วใน 3.5 ชม. กับ TopSpeed 80kmph

จาการใช้งาน มี 5 Mode Wet->E Save->Comfort->Sport->Master ผมอยากให้ Mode ซ้ายสุด คือ E-Save เพราะ โหมดนี้ จำกัดความเร็ว ประมาณ 25-27kmph แต่ โหมดซ้ายสุด เป็น Wet ซึ่ง โหมดนี้ การตอบสนองคันเร่งจะหน่วงสุด ใครไม่ชิน แผมแนะนำให้ใช้โหมดนี้ก่อน และ TC จะทำงานมากที่สุดด้วย โดย Wet จะมี TopSpeed ประมาณ 50kmph พอๆกับ Comfort Mode สิ่งที่ผมเจอคือ เวลาเราจะกด Wet ไปที่ Mode อื่น มันต้องข้าม E-Save ซึ่ง Mode นี้มัน Lock TopSpeed เพียง 27kmph ทำให้ มันเร่งต่อไปม่ขึ้น อันตรายในจังหวะ ขี่บนถนน ซึ่งถ้าใครชินคันเร่งแล้วผม แนะนำ ไปที่ Mode Comfort และ Sport เลย 2 Mode นี้

สำหรับจังหวะออกตัว คันนี้ มี Launch Mode มาให้ ใครเป็นสายบ้าพลังก็แนะนำเปิด Launch ค้างไว้เลยแบบผม คันเร่งจังหวะออกตัว จะกระชากแรงสะใจ ตีนต้นจัดจ้านมากๆ ในช่วง 0-20kmph และ เมื่อถึงความเร็วประมาณ 40kmph ตรงนี้ ความเร็วจะค่อยๆดรอปลง แต่ยังไต่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่บอก Sport Mode จะได้ หน้าไมล์ 78kmph และพอปิดคันเร่งแล้วกด Ultraboost และ เติมคันเร่งเข้าปใหม่ จะได้ หน้าไมล์ 83kmph แต่ Ultraboost จะใช้ได้ แค่ประมาณ 10 วินาที แล้วก็ต้องรอ Cooldown ถึงใช้ต่อได้
จุดที่ผมประทับใจคันนี้ มากกว่ารถคันอื่นๆ คือ Brake Regen ปรับได้ 5 ระดับ รวมปิด คือ มันดีมาก เพราะปัญหาที่ผมเจอรถ EV Bike หลายคันไม่สัมผัสได้ถึง เบรกรีเจนเลย ซึ่งตัวนี้ ปรับได้ตามใจเรา ทั้งจากหน้าจอ หรือ ใน แอป มันช่วยให้เรา ปิดคันเร่งแล้วรถไม่ไหลออก จนบานโค้ง

ระบบกันสะเทือน โช้กหน้าหัวตั้ง โช้กหลังคู่ YSS ปรับพรีโหลด ได้ 5 ระดับ
นี่ คือ สิ่งที่ดีงามมากๆ เพราะรถ EV ในงบไม่ข้าม 6 หมื่นที่ผมได้ขี่มา หลายรุ่น เจอปัญหาโช้กหน้า กระแทกแข็ง ยันช่วงยุบต่ำ หน้าโบกส่าย แต่คันนี้ แม้ช่วงล่างจะดูแข็งหน่อย แต่ โดยรวมยังซับแรงได้ดี การคอนโทรลรถที่ความเร็วสูงไม่รู้สึกเป็นปัญหา

ขณะที่โช้กหลัง YSS ตัวนี้ ให้มาปรับพรีโหลดได้ ซึ่งถือว่า ดีงามอีกเช่นกัน เพราะ ซับแรงสะเทือน และยึดเกาะถนนได้ดี จังหวะผ่านลูกระนาด ผมรู้สึกเลยว่า ไม่มีดีดกระแทก การพลิกบาลานซ์รถ เข้าโค้ง ทำได้ดี ทั้งความเร็วต่ำ และความเร็วสูง คือ พลิกรถได้ไว และมั่นคง คือ ขี่สนุกมากๆ แม้บอดี้ จะเล็กก็ตาม

ระบบเบรก ดิสก์หน้า/หลัง พร้อม ABS Dual Channel ปั๊มเบรกหน้า Radial Mount อีกต่างหาก ด้านหลังเป็น ปั๊ม 1 pot
ที่หลายคนบ่น ว่า EV ไม่มี ระบบ ABS ให้ ต้องบอกว่า ไม่ใช่กับ Niu คันนี้ ในงบ ไม่ข้าม 6 หมื่น แต่ ให้ ABS Dual Channel มาเลย แถมปิดได้อีก ดีงามสุด เบรกหน้าปั๊มล่างก็ให้เป็น Radial Mount อีก ถือว่าให้มาเพียงพอกับ สเป็กมอเตอร์แล้ว ไม่เพียงเท่านั้นที่ผมบอกว่า ปรับเบรกรีเจน ได้อีก ทำให้ หลายครั้งเราแค่ ปิดคันเร่ง ก็เพียงพอไม่ต้องแตะเบรกด้วยซ้ำ

ก้านเบรกแบบเหรียญปรับได้ 5 ระดับ แต่ ผมรู้สึกว่า ระยะมันห่างนิ้วมือเกินไป จนต้องปรับมาที่ ระดับ 1 ใกล้สุด

และยังมาพร้อม TCS ซึ่งช่วยได้ สำหรับ หน้าฝนถนนลื่น เพราะ คันเร่งช่วงแรกกระชาก

สรุป รีวิว NIU FXPro บอกเลยว่า อย่าดูแค่ สเป็กมอเตอร์ กับแบต เพราะ มันให้มากกว่านั้น เรื่องของเทคโนโลยีระดับรถยนต์ ที่เรียกได้ว่าให้มาเกินค่า ดีไซน์เท่ล้ำ ไม่ซ้ำใคร ดูดีมี Lifestyle รวมถึงงามประกอบที่ดูผมว่าสวมงามสมราคา ดังนั้น ถ้าใครอยากได้ รถ EV ที่ขี่เดินทางไม่ไกล เน้นใช้งานในเมือง เป็นหลัก ไม่ได้ ต้องทำความเร็วสูง แบบออกถนน Highway ผมว่า NIU FX Pro คันนี้ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

Niu FX Pro ราคา 59,000.- มี 5 สี เทา, ส้ม, ม่วง, ขาว, ดำ
อ่านข่าว EV เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านรีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่

