Toprak Razgatlioglu นักบิดตุรกีจากทีม Prima Pramac Yamaha MotoGP เปิดเผยว่า สถานการณ์ในฤดูกาล MotoGP 2026 ทำให้เขานึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพนักแข่ง เมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นปีแรกของเขาในศึก WorldSBK
Toprak เปิดเผยว่า ในปี 2018 เขาต้องเจอกับฤดูกาลที่ยากลำบากอย่างมาก หลังย้ายมาแข่ง WorldSBK แบบเต็มฤดูกาลกับ Kawasaki โดยผลงานส่วนใหญ่อยู่ในอันดับ 9, 10 และ 12
ช่วงเวลานั้นทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับศักยภาพของตัวเอง และถึงขั้นคิดว่า
“ผมไม่มีศักยภาพแล้ว หรือว่านี่คือขีดจำกัดของผม”
สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ Toprak ยอมรับว่า เขาเคยคิดที่จะเลิกแข่งรถ
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากเขาสามารถคว้าโพเดียมครั้งแรกที่สนาม Donington Park ได้สำเร็จ ผลงานดังกล่าวทำให้เขากลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง
จากนั้นเส้นทางอาชีพของ Toprak ก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะคว้าแชมป์โลก WorldSBK ได้ถึง 3 สมัย และคว้าชัยชนะใน WorldSBK ไปแล้ว 78 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม การก้าวขึ้นสู่ MotoGP ในปี 2026 กลับกลายเป็นบททดสอบครั้งใหม่
Toprak ยอมรับว่า การต้องจบการแข่งขันในอันดับ 15, 18 หรือ 12 และผลงานดีที่สุดในตอนนี้อยู่ที่อันดับ 11 เป็นเรื่องที่รับมือได้ยากกว่าในปี 2018
“ตอนนี้มันยากกว่า เพราะผมเคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว 3 ครั้ง และเมื่อปีที่แล้วก็มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมาก”
“เมื่อย้ายมาที่นี่ ผมกลับต้องจบอันดับ 15, 18, 12 และดีที่สุดคืออันดับ 11”
Toprak กล่าวว่า ความรู้สึกแตกต่างจากปี 2018 เพราะในเวลานั้นเขายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุด แต่ปัจจุบันเขาเข้าสู่ MotoGP ในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว
ปัญหาหลักของ Toprak ยังอยู่ที่ยาง Soft
หนึ่งในปัญหาสำคัญของ Toprak กับ Yamaha M1 คือการดึงศักยภาพสูงสุดจาก ยางหลัง Michelin Soft
เขากล่าวว่า เมื่อใช้ยาง Medium เขาสามารถรักษา Pace ในการแข่งขันได้ดี เพราะรู้สึกว่าขี่ได้ง่ายกว่า แต่เมื่อใช้ยาง Soft เขายังไม่สามารถใช้ศักยภาพของยางได้เต็มที่
“ผมต้องเรียนรู้เรื่องนี้ เพราะผมยังไม่เข้าใจขีดจำกัดของยางเส้นนี้จริง ๆ นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด”
Toprak จึงยังมีเวลาอีก 7 สนาม หรือ 14 เรซ ในฤดูกาล 2026 เพื่อไล่ล่าผลงานติด Top 10 ใน MotoGP ให้ได้ ก่อนที่การแข่งขันจะเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 2027 ซึ่งจะเปลี่ยนมาใช้รถ 850cc และยาง Pirelli
เรื่องราวของ Toprak จึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่า “นี่คือขีดจำกัดของตัวเอง” ก่อนจะพลิกสถานการณ์จนกลายเป็นแชมป์โลก WorldSBK ถึง 3 สมัย
และตอนนี้ เขากำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ใน MotoGP อีกครั้ง
Toprak จะสามารถพลิกสถานการณ์เหมือนปี 2018 ได้หรือไม่?
อ้างอิง: Crash.net
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่

