น้ำท่วมผ่านไปแล้ว รถขึ้นมาถึงที่แห้งได้แล้ว แต่งานยังไม่จบ เพราะสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้จะเป็นตัวกำหนดว่ารถจะรอดหรือพังแบบที่ซ่อมแพงมาก
ขั้นที่ 1 — สิ่งที่ต้องทำทันทีก่อนสตาร์ทเครื่อง
ห้ามสตาร์ทเด็ดขาด ถ้าน้ำท่วมสูงถึงระดับเครื่องยนต์, กรองอากาศ, เลยปากท่อ ในขณะที่จอดไว้ หรือรถดับกลางน้ำขณะขี่ เพราะถ้ามีน้ำค้างอยู่ในห้องเผาไหม้แล้วสตาร์ท ก้านสูบจะคดทันที ค่าซ่อมเริ่มต้นที่หลักหมื่นขึ้นไป
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ถอดขั้วลบแบตเตอรี่ เพื่อตัดกระแสไฟทั้งหมดก่อน ป้องกันช็อตและลัดวงจรขณะตรวจสอบ
จากนั้นค่อย ฉีดน้ำล้างโคลนและทรายออก จากซุ้มล้อ โซ่ สเตอร์ ดุมเบรก และใต้เครื่อง เพื่อลดการกัดกร่อนและสนิมในระยะยาว เพราะเราไม่รู้ว่าในน้ำมันมีอะไรบ้าง สกปรกแค่ไหน
ขั้นที่ 2 — ตรวจของเหลวและกรองก่อนสตาร์ท
น้ำมันเครื่อง ดึงก้านวัดออกมาดู ถ้าเป็นชานม แสดงว่ามีน้ำปนเข้าไปแล้ว ต้องถ่ายทิ้งและเปลี่ยนใหม่ทันที ห้ามสตาร์ทในสภาพนี้
กรองอากาศ ถอดหม้อกรองออกมาเช็ก ถ้าเปียกหรือมีดินโคลนให้เปลี่ยนใหม่ เพราะกรองที่เปียกจะถูกดูดเข้าเครื่องยนต์และทำลายลูกสูบได้
หัวเทียน ถอดออกแล้วเช็ดให้แห้ง เป่าลมไล่น้ำในห้องเผาไหม้ผ่านรูหัวเทียนก่อนประกอบกลับ
ท่อไอเสีย เอียงรถหรือถอดปลายท่อเพื่อให้น้ำที่ค้างในท่อไหลออกให้หมด ป้องกันน้ำย้อนเข้าเครื่องตอนสตาร์ท
ระบบไฟฟ้า เป่าลมและสเปรย์ล้างคอนแทกต์ที่ปลั๊กไฟ คอยล์ และจุดเชื่อมต่อสำคัญทุกจุด แล้วทำให้แห้งสนิทก่อนต่อแบตเตอรี่กลับ
ขั้นที่ 3 — ไล่ความชื้นระบบเบรกหลังสตาร์ทได้
ดิสก์เบรก ให้ขี่ความเร็วต่ำๆ แล้วบีบเบรกหน้า-หลังเบาๆ สลับกันหลายรอบ ความร้อนและแรงเสียดทานจะรีดน้ำออกจากผ้าเบรกและจานดิสก์ได้เอง อย่าเบรกแรง ไม่งั้นเบรกจะล็อค
ดรัมเบรก ต้องถอดออกมาทำความสะอาดผิวดรัมและผ้าเบรกก่อน แล้วเป่าให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ เพราะอาจจะมี ดินโคลน, ทราย ที่ติดค้างในดรัมจะทำให้เบรกกร่อนและเสียงดังมาก
น้ำมันเบรก เช็กสีและความใส ถ้าขุ่นหรือมีฟองให้เปลี่ยนและไล่ลมใหม่
ขั้นที่ 4 — ดูแลชุดส่งกำลัง แยกตามประเภทรถ
รถระบบโซ่ (Naked, Sport, Enduro, Classic ฯลฯ)
น้ำจะล้างสารหล่อลื่นออกจากโซ่และเร่งสนิมทั้งโซ่และสเตอร์ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะกัดกร่อนเร็วมาก
ล้างโซ่ด้วยน้ำยาทำความสะอาดโซ่หรือน้ำมันก๊าด ขัดด้วยแปรงโซ่ให้คราบโคลนและทรายออกหมด เป่าลมไล่น้ำตามข้อโซ่และสเตอร์ให้แห้งสนิท แล้วค่อยฉีดน้ำมันหล่อลื่นโซ่ใหม่ทั่วๆ เน้นที่ด้านในของข้อโซ่ที่สัมผัสสเตอร์ จากนั้นเช็คและปรับตั้งความตึงโซ่ให้ถูกต้องตามคู่มือ และตรวจดูฟันสเตอร์ว่าแหลมหรือบิ่นไหม ถ้าเริ่มแล้วควรเปลี่ยนชุดพร้อมกันเลย
รถระบบสายพาน CVT (สกู๊ตเตอร์ออโต้)
น้ำและโคลนสามารถเข้าชุด CVT ผ่านช่องระบายอากาศได้ ถ้าสายพานลื่นหรือมีเสียงผิดปกติหลังลุยน้ำ นั่นคือสัญญาณให้เปิดเช็กทันที
ถอดฝาครอบชุดข้าง ออกมาตรวจสอบภายใน เช็กสายพานว่ามีโคลนหรือทรายติดหรือเปียกไหม ทำความสะอาดชุดข้างทั้งหมด ให้ปราศจากตะกอน เป่าลมตามซอกพูลเลย์และคลัตช์จนแห้งสนิท แล้วเช็กยางโอริงและซีลฝาครอบด้วยว่ายังสมบูรณ์ไหม ถ้าเสื่อมให้เปลี่ยนก่อนใช้งานเพื่อป้องกันน้ำเข้าซ้ำ
ถ้ารถเคยจมน้ำทั้งคันหรือน้ำสูงถึงชุด CVT แนะนำให้เข้าศูนย์หรืออู่ที่ไว้ใจได้เพื่อเปิดทำความสะอาดใหญ่และเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายด้วย
เช็กลิสต์สรุป
ก่อนสตาร์ท
- ห้ามสตาร์ทถ้าน้ำเคยท่วมถึงเครื่อง
- ถอดขั้วลบแบตเตอรี่
- ล้างโคลนออกจากตัวรถ
- เช็กน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ หัวเทียน ท่อไอเสีย และปลั๊กไฟ
หลังสตาร์ทได้
- ไล่เบรกดิสก์ด้วยการบีบเบรกเบาๆ หลายรอบ
- ล้างและหล่อลื่นโซ่ใหม่ (รถโซ่)
- เปิดฝา CVT ทำความสะอาดสายพานและพูลเลย์ (สกู๊ตเตอร์)
ตรวจเพิ่มเติม
- เช็กน้ำขังในโคมไฟหน้า-ท้าย
- ฟังเสียงเครื่องขณะวิ่ง ถ้าผิดปกติรีบเข้าศูนย์
- ฉีดสเปรย์ไล่ความชื้นที่ลูกปืนล้อและก้านโช้ค
ทั้งนี้แนะนำว่า เข้าศูนย์บริการของยี่ห้อที่ใช้อยู่ หรือไปร้านซ่อมรถ จะง่ายและสะดวกกว่าเพราะมีทั้งอะไหล่ครบ อุปกรณ์ครบ จะทำได้เร็วและมีคุณภาพกว่าแน่นอน
อ่าน Tips Trick เพิ่มเติมที่นี่

