fbpx

สัมภาษณ์ 2 บอสใหญ่ Ducati Thailand ปีนี้เปิด 5 โมเดล พร้อมปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ด้วย Smart Service Package

0

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา Ducati Thailand ได้จัดงานแถลงข่าวนโยบายประจำปี 2017 พร้อมเปิดโมเดลใหม่ Monster 797 (M797) ใหม่ เป็นที่เรียบร้อย และภายในงานนี้เอง ทางเราได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับ 2 ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ และ มล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ซึ่งได้ให้เกียรติเรามาพูดคุย และร่วมตอบคำถามในครั้งนี้ โดย MotoRival เราขอรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาฝากแฟนๆ กันดังนี้ครับ

ในปี 2016 ที่ผ่านมานั้นถือเป็นอีกก้าวความสำเร็จของ Ducati Thailand กับการฉลองยอดขายครบ 12,000 คัน
รวมไปถึงในระดับโลกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในวงการ Motorsport ทั้งใน MotoGP ที่คว้าแชมป์ได้ 2 รายการ AustrianGP โดย Andrea Iannone และ MalaysianGP โดย Andrea Dovizioso รวมไปถึงรายการ WSBK ที่ Chaz Davies เหมาแชมป์ในฤดูกาลที่ผ่านมาได้สูงถึง 11 สนามด้วยกัน

มาเข้าเรื่องกันที่ยอดขายปีที่แล้ว Ducati มีสัดส่วนยอดขายในกลุ่มรถ Bigbike พรีเมียมอยู่ที่ 9% (ตลาดรวม 18,000 คัน) แม้ว่าอาจจะตกลงจากช่วงแรกๆ เนื่องจากมีแบรนด์ Bigbike พรีเมียม เข้ามาแข่งขันในตลาดสูงขึ้น แต่หากเทียบกับตลาดโลก Ducati มีสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น ซึ่ง Ducati Thailand ยังถือว่าโตกว่าตลาดรวมในระดับโลก
แม้สัดส่วนจะตกลง แต่ยังสังเกตุได้ว่ากำลังซื้อรถในระดับ Hyperbike ของคนไทยยังมีกำลังซื้อสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับรถของแบรนด์ Ducati ซึ่งรุ่น Limited ต่างๆ มักจะโดนจับจองมีเจ้าของหมดในเวลาอันรวดเร็ว โดยล่าสุด 1299 Superleggera ที่มีเพียง 500 คันทั่วโลก ประเทศไทยได้โควต้า 3 คัน เปิดราคา 5.7 ล้านบาท ในงาน Motor Expo 2016 ปลายปีทีผ่านมา ได้ถูกจับจองมีเจ้าของหมดแล้ว รอส่งมอบ

สำหรับเป้าหมายการขายในปีนี้จะยังคงตั้งเป้า รักษาสัดส่วนให้สูงกว่าสัดส่วนยอดขาย Ducati ในตลาดโลก และคาดการณ์สัดส่วนยอดขายในประเทศไทยมีตัวเลข 2 หลัก (มากกว่า 10%) ซึ่งปีนี้ได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ รุกตลาด Bigbike พรีเมียม ด้วย Ducati Smart Service Package ที่ช่วยประหยัดค่าเซอร์วิสลง 42.5% ในทุกโมเดล (>>>คลิ๊กอ่านได้ที่นี่<<<)

สำหรับเรื่อง Ducati Smart Service Package ที่จริงแล้ว มีความตั้งใจจะทำมาตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีมาแล้ว แต่ในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทางบริษัทแม่ เข้ามา Support ในส่วนของค่าบริการ ผลที่ได้นั้นจะทำให้ รถ Ducati ที่เคยอยู่ในกลุ่ม Premium Segment และอยู่ฝั่ง High Maintainance Cost (ค่าบำรุงรักษาสูง) จะเป็นแบรนด์แรกที่ ยังอยู่ในกลุ่ม Premium Segment แต่ข้ามมาทางฝั่ง Low Maintainance Cost (ค่าบำรุงรักษาต่ำ) ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งกับผู้ที่อยากจะเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ของ Ducati ซึ่งตัดสินใจง่ายขึ้น รวมถึงเป็นผลประโยชน์แก่ลูกค้าเดิม ที่จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาลดลงได้อีกเกือบครึ่ง

ในด้านของ ดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายปัจจุบันมีทั้งหมด 12 แห่ง ทั่วประเทศ ถ้ารวมของ Ducati Thailand (วิภาวดี) ก็จะเป็น 13 แห่ง ณ ขณะนี้ ยังไม่มีแผนขยายเพิ่มดีลเลอร์ เนื่องจากปัจจุบัน ที่มีอยู่ทั้ง 12แห่ง ถือว่า ครอบคลุมหัวเมืองหลักๆ ครบอยู่แล้ว ซึ่งทางแบรนด์ Ducati จะเน้น Quality (คุณภาพ) มากกว่า Quantity (ปริมาณ) แม้จะมีผู้สนใจได้เข้ามาติดต่ออยากเป็นดีลเลอร์ จำนวนมาก แต่ทางเรายังคงศึกษาความเป็นไปได้ที่เหมาะสมที่สุดหากต้องขยายเพิ่มดีลเลอร์ ซึ่งยังคงไม่ใช่ในเร็วๆนี้

แต่ในปีนี้ได้มีการ Renovate พื้นที่ของบูธ Ducati บนห้าง Siam Paragon เพื่อทำเป็น Ducati Concept Stores ใหม่ เน้นขายสินค้า Lifestyles ต่างๆ ที่ผู้สนใจสามารถซื้อได้เลย

สำหรับประเด็นสำคัญ ในปีนี้จะมีการเปิดตัวรถใหม่ 5 รุ่น (รวม M797) จะไปเน้นเปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show 2017 ช่วงเดือนหน้า และ Thailand International Motor Expo 2017 ช่วงสิ้นปีนี้

เพื่อนๆ สามารถรอลุ้นติดตามกันได้ในช่วงเดือนหน้า ซึ่ง MotoRival เราจะมานำเสนอให้รับชมกันครับ

อ่านบทสัมภาษณ์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010