Royal Enfield เดินหน้าอัปเดตไลน์อัพซีรีส์ 350 ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถึงคิวของเจ้าตำนานที่อยู่คู่กับแบรนด์มาอย่างยาวนานอย่าง Classic 350 โมเดลปี 2026 ที่คราวนี้ไม่ได้มาแค่สีใหม่ แต่จัดออปชันเด็ดที่แฟนๆ เรียกร้องมาให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งระบบสลิปเปอร์คลัตช์ที่ขี่ง่ายขึ้น และพอร์ตชาร์จไฟที่ทันสมัยกว่าเดิม

เจาะลึกอัปเดตใหม่ใน Royal Enfield Classic 350 รุ่นปี 2026
ไฮไลท์สำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือการใส่ระบบ Assist & Slipper Clutch เข้ามาครับ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับรถคลาสสิกไบค์ เพราะนอกจากจะช่วยให้ก้านคลัตช์บีบได้นิ่มมือขึ้นมาก ช่วยให้ขี่ในเมืองรถติดๆ ได้สบายหายห่วง เวลาที่เราเชนเกียร์ลงหนักๆ ระบบ Slipper Clutch ยังช่วยลดอาการล้อหลังล็อกหรือกระโดดได้ด้วย ทำให้การขับขี่สมูทและมั่นใจขึ้นเยอะ
ไม่แค่นั้น Royal Enfield ยังเอาใจสาย Gadget ด้วยการเปลี่ยนช่องชาร์จไฟ USB-C ธรรมดาเดิมๆ ให้กลายเป็นพอร์ต USB Type-C Fast Charge ที่รองรับการชาร์จที่รวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานยุคนี้สุดๆ
แต่ต้องโน้ตไว้นิดนึงนะครับว่า ออปชันอัปเกรดใหม่ที่ว่ามานี้ ในอินเดีย จะให้มาเฉพาะรุ่นที่เป็น Dual-channel ABS เท่านั้น ส่วนรุ่นเริ่มต้นอย่างที่เป็น Single-channel ABS ยังคงสเป็กเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดายเล็กน้อยสำหรับคนที่มองรุ่นเริ่มต้นไว้นั่นเอง
ขุมพลังและสมรรถนะที่คุ้นเคย
ในส่วนของขุมพลังยังคงไว้ใจได้กับเครื่องยนต์บล็อก J-Series ขนาด 349cc สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ซึ่งเป็นบล็อกเดียวกันกับที่ใช้ใน Meteor 350, Hunter 350 และ Goan Classic 350 ให้พละกำลังสูงสุดที่ 20.2 แรงม้า กับแรงบิด 27 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอเหลือเฟือสำหรับการขับขี่ชิลล์ๆ สไตล์คลาสสิก หรือจะออกทริปทางไกลก็ยังไหว ส่วนเรื่องช่วงล่างและโครงสร้างตัวรถต่างๆ ก็ยังคงยกของเดิมมาครบถ้วน ไม่มีการปรับจูนให้เสียเอกลักษณ์ไปครับ
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือตอนนี้ในตระกูล 350 ของ Royal Enfield แทบจะครบถ้วนเรื่องออปชันคลัตช์แล้ว เหลือแค่ Bullet 350 เท่านั้นที่ยังไม่มีระบบ Assist & Slipper Clutch ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานก็น่าจะได้รับการอัปเดตตามกันมาแน่นอน

สรุปราคาและรุ่นย่อย Classic 350 ในอินเดีย
ปิดท้ายด้วยเรื่องสีสันทางเลือกครับ รอบนี้ Royal Enfield ได้ตัดสินใจถอดสี Halcyon Black และ Jodhpur Blue ในอินเดีย ออกไป ทำให้ตอนนี้ Classic 350 จะเหลือตัวเลือกทั้งหมด 7 เฉดสี โดยราคาค่าตัวของรุ่นที่มี ABS จะเริ่มต้นที่ประมาณ 6.8 หมื่นบาท และไต่ระดับไปจนถึง 7.8 หมื่นบาท ในรุ่นท็อปอย่าง Emerald Green
ส่วนในไทยจะมีอัปเดตแบบนี้ไหม ก็ต้องรอดูช่วงปลายปีในงาน Motor Expo 2026
สเปกขายไทยล่าสุด กดที่นี่
อ่านข่าว Royal Enfield เพิ่มเติมที่นี่

