เจ้าเบซ Marco Bezzecchi นักบิดสายเลือดอิตาลี ของทีม Aprilia Racing สร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้กับทีมหลังจากที่คว้าชัยที่ประเทศไทย
กลยุทธ์ม้วนเดียวจบและการบริหารยางสุดโหด
Bezzecchi เปิดเผยว่าแผนหลักของเขาในเรซนี้คือการออกสตาร์ทให้มีความดุดันที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อขยับขึ้นไปเป็นผู้นำและดึงระยะห่างให้ได้ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน จากนั้นจึงเข้าสู่โหมดการบริหารจัดการยาง เนื่องจากสภาพสนามบุรีรัมย์มีอัตราการทำลายยางหลังที่สูงมากเป็นพิเศษ เขาเน้นย้ำว่าหากปล่อยให้ยางอุณหภูมิร้อนจนเกินขีดจำกัดแล้ว การจะคูลดาวน์ให้ยางกลับมาเย็นลงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การพยายามรักษาความเร็วโดยไม่เปิดคันเร่งกระชากยางหลังหนักเกินไปจึงเป็นความท้าทายขั้นสุด แต่โชคดีที่กลยุทธ์การตัดสินใจของเขาทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับทีม Aprilia
ชัยชนะในศึกครั้งนี้ส่งผลให้เขากลายเป็นนักแข่งคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของค่าย Aprilia ที่สามารถคว้าแชมป์ระดับกรังด์ปรีซ์ได้ถึง 3 สนามติดต่อกัน ซึ่งนับฟอร์มต่อเนื่องมาจากปอร์ติเมาและบาเลนเซียในฤดูกาลที่ผ่านมา เขายกย่องความทุ่มเทของทีมงานในพิตที่ทำงานกันอย่างหนักหน่วงตลอดช่วงพักฤดูหนาว เพื่อพัฒนาและอัปเกรดชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ มาให้เขาทดสอบ อย่างไรก็ตาม เขายังคงรักษาสถานะความถ่อมตัวโดยเตือนสติว่านี่เพิ่งเป็นเพียงการแข่งขันเรซแรกเท่านั้น หนทางการลุ้นแชมป์โลกยังคงอีกยาวไกล เขาจึงเลือกที่จะโฟกัสกับการรักษาความเยือกเย็น และรักษาสปิริตความกระหายชัยชนะในทุกๆ สุดสัปดาห์ต่อไป
ความท้าทายด้านจิตใจเมื่อต้องเป็นผู้นำเดี่ยว
แม้จะสามารถทิ้งห่างคู่แข่งในอันดับที่สองได้ถึง 3-5 วินาที แต่เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าช่วงเวลาที่ต้องขี่นำอยู่เพียงลำพังนั้น คือสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดพลาดมากที่สุด การรักษาสมาธิเมื่อไม่มีรถคู่แข่งอยู่รอบข้างคอยกดดันเป็นเรื่องยาก เขาต้องพยายามรักษาสมดุลระหว่างการผ่อนคันเร่งเพื่อถนอมยางไม่ให้พัง และการทำเวลาต่อรอบให้ดีที่สุดโดยไม่หลุดโฟกัส เขายังแอบหยอกล้อกับสื่อด้วยว่า โค้งที่ 8 ซึ่งเป็นจุดที่เขาพลาดล้มในรอบสปรินต์ เป็นจุดที่รักษาสมาธิได้ยากเป็นพิเศษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การควบคุมความกดดันและประคองรถให้จบเรซคือบททดสอบที่แท้จริง

