จากรายงานของ Motorsport.com (Oriol Puigdemont) มีข้อมูลระบุว่าการแข่งขัน MotoGP กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งใหญ่ เพื่อจำกัดให้เหลือนักแข่ง 1 คนต่อรถแข่งเพียง 1 คัน จากเดิมที่มีให้ใช้งานได้ 2 คัน โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป
Embed from Getty Imagesข้อเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาระหว่างผู้จัดทำและผู้บริหารการแข่งขัน ร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตและทีมแข่งต่างๆ เพื่อกำหนดกรอบโครงสร้างและทิศทางร่วมกันสำหรับช่วงปี 2027 ถึง 2031 โดยแนวคิดดังกล่าวมาจากฝั่งผู้ผลิตที่ต้องการลดต้นทุนเป็นหลัก ซึ่งหากกฎนี้ผ่านการอนุมัติ คาดว่าจะช่วยให้แต่ละทีมลดจำนวนเจ้าหน้าที่เทคนิคภายในอู่ลงได้ แม้ว่าจะยังไม่สามารถคำนวณมูลค่าความประหยัดที่ชัดเจนออกมาเป็นตัวเลขได้ในตอนนี้ก็ตาม และเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ จึงต้องผ่านขั้นตอนการลงคะแนนเสียงและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกรังด์ปรีซ์เสียก่อน
หากมาตรการนี้ถูกนำมาใช้จริง รูปแบบจะคล้ายกับการแข่งขันรุ่น Moto2 และ Moto3 ที่กำหนดให้นักแข่งมีรถใช้งานเพียงคันเดียวมาตั้งแต่ปี 2010 หรืออาจจะคล้ายกับแนวทางของเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ ที่นักแข่งจะมีรถอย่างเป็นทางการเพียงคันเดียว ส่วนรถคันที่สองจะถูกเก็บไว้ท้ายพิตหรือในรถขนส่งโดยยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ลงสนาม หากเกิดอุบัติเหตุจนชิ้นส่วนสำคัญอย่างแชสซีส์เสียหายจนซ่อมไม่ได้ ทีมแข่งต้องส่งเรื่องให้ผู้ตรวจสภาพทางเทคนิคของรายการประเมินความเสียหายก่อน จึงจะได้รับอนุญาตให้นำรถสำรองออกมาใช้งานได้ เช่นเดียวกับในศึกฟอร์มูลาวัน ที่ทาง FIA เคยสั่งแบนรถสำรองไปตั้งแต่ปี 2008 เพื่อลดค่าใช้จ่าย
การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อแผนการทำงานและกลยุทธ์ของทีมใน MotoGP เนื่องจากทีมจะไม่สามารถนำรถสองคันมาตั้งค่าเซ็ตอัปที่แตกต่างกันเพื่อทดสอบเปรียบเทียบพร้อมๆ กันในอู่ได้อีกต่อไป
Embed from Getty Imagesนอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานการณ์การแข่งแบบ ‘Flag-to-Flag’ (การแข่งที่สภาพอากาศแปรปรวนจนต้องเปลี่ยนรถ) ซึ่งใช้ใน MotoGP มานานเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2006 โดยปกติแล้วเมื่อฝนตก นักแข่งจะขี่รถเข้ามาในพิตเลนแล้วกระโดดเปลี่ยนไปขี่รถอีกคันที่เตรียมยางและเซ็ตอัปสำหรับทางเปียกไว้พร้อมแล้ว ซึ่งใช้เวลาเปลี่ยนไม่เกิน 3 วินาที แต่หากมีการจำกัดรถเหลือเพียงคันเดียว ระบบนี้จะไม่สามารถทำได้ในรูปแบบเดิม โดยอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้แนวทางเดียวกับ WorldSBK ที่กำหนดให้นักแข่งต้องนำรถเข้ามาเปลี่ยนยางในพิต และมีการกำหนดเวลาขั้นต่ำในการหยุดพิตเพื่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายตอนที่นักแข่งจะกลับลงสู่สนาม
อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมที่นี่

