รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังผลักดันให้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดรถสองล้อในประเทศ ภายใต้โครงการ MOLINAS (Motor Listrik Nasional) ซึ่งเน้นสร้างระบบนิเวศการผลิตในประเทศแบบครบวงจร แทนการพึ่งพาการนำเข้ารถสำเร็จรูป
1) เป้าหมายเชิงนโยบาย
- เป้าหมายระยะยาว: 13 ล้านคัน ภายในปี 2030 (บางแหล่งระบุ 11–15 ล้านคัน ขึ้นอยู่กับสมมติฐาน)
- เป้าหมายปี 2026: สนับสนุนการซื้อ 1 ล้านคัน ผ่านงบประมาณ 3 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 5.62 พันล้านบาท
- ความเป็นจริงที่รัฐบาลยอมรับ: กำลังผลิตในประเทศปี 2026 คาดอยู่ที่ ~100,000 คัน (เพียง 10% ของเป้า 1 ล้านคัน) เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตและซัพพลายเชน
2) โครงสร้างเงินอุดหนุน (Subsidy)
- วงเงินอุดหนุน: 5.6 พันบาท/คัน ลดลงจากที่เคยคุยกันที่ 9.3 พันบาท/คัน และจาก 1.3 หมื่นบาท ในปี 2025
- กลุ่มเป้าหมาย: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ ผลิตในประเทศ และผ่านเกณฑ์ TKDN (สัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ) ที่กำหนด
- สถานะกฎหมาย: ยังรอ Peraturan Menteri Keuangan (PMK) หรือระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นฐานกฎหมายก่อนเริ่มจ่ายจริง
3) เกณฑ์ “MOLINAS” 4 ข้อสำหรับรถที่ร่วมโครงการ
เพื่อรับสิทธิประโยชน์ รถต้องผ่าน 4 เงื่อนไขหลัก
- TKDN > 60% ในชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เพาเวอร์เทรน, โครงสร้าง/เฟรม, พลาสติกและบอดี้
- การออกแบบและวิศวกรรมพัฒนาในประเทศ
- ใช้แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล เพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ downstream นิกเกิลของอินโดนีเซีย
- ราคาต้องเข้าถึงได้ สำหรับตลาดในประเทศ
4) ทำไมต้อง “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก่อน”?
- มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะหลักของอินโดนีเซีย (ฐานผู้ใช้สูงมาก) ทำให้การเปลี่ยนเป็น EV สร้างผลกระทบเชิงระบบได้เร็ว ทั้งด้าน การลดนำเข้าน้ำมัน และ การลดภาระเงินอุดหนุนพลังงาน ของรัฐ
- มีการประเมินว่า หากมีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 11 ล้านคัน ภายในปี 2037 จะช่วย ประหยัดเงินอุดหนุนน้ำมัน ได้ประมาณ 82.2 ล้านล้านรูเปียห์ (5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ระหว่างปี 2027–2037
- โครงการยังคาดว่าจะสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรง 150 ล้านล้านรูเปียห์ (9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ระหว่างปี 2026–2031 และสร้างงาน ~215,000 ตำแหน่ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5) ความท้าทายที่อุตสาหกรรมเตือน
สมาคมผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอินโดนีเซีย (AISIMOLI) ชี้ 5 อุปสรรคโครงสร้างที่ฉุดการเติบโต
- ราคาเริ่มต้น ยังสูงเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน
- ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต่ออายุแบตเตอรี่
- เครือข่ายหลังการขาย/ช่าง ยังไม่ทั่วถึงในหลายภูมิภาค
- มูลค่าขายต่อ ในตลาดมือสองยังต่ำ
- ความไม่แน่นอนของนโยบาย/ช่วงเวลาอุดหนุน
นอกจากนี้ มีเสียงเตือนว่าเงินอุดหนุนที่ ลดลงเหลือ 3 ล้านรูเปียห์ อาจไม่เพียงพอกระตุ้นความต้องการ หากการเบิกจ่ายล่าช้าไปจนถึงปลายปี
6) ไทม์ไลน์ล่าสุด (สิงหาคม–กันยายน 2026)
- 17–19 ส.ค. 2026: รัฐมนตรีคลัง Purbaya Yudhi Sadewa ระบุเงินอุดหนุนควรเริ่มได้ภายใน กันยายน 2026 แต่ยังรอ PMK
- 20 ส.ค. 2026: รัฐบาลประกาศเกณฑ์ MOLINAS 4 ข้อชัดเจน
- 26–31 ส.ค. 2026: หลายแหล่งยืนยัน “น่าจะเริ่มกันยายน” แต่ยังไม่ระบุวันแน่ชัดจนกว่า PMK จะประกาศ
7) ผลกระทบต่อตลาดและผู้ผลิต
- ผู้ผลิตในประเทศ ที่มี TKDN สูงและใช้แบตเตอรี่นิกเกิลจะได้เปรียบ (เช่น Alva, Gesits และแบรนด์ที่ผ่านเกณฑ์ TKDN)
- ความเสี่ยง: หากการบังคับใช้ล่าช้าหรือเกณฑ์เข้มเกินไป อาจทำให้เงินอุดหนุนไปกระตุ้นการนำเข้าแทนการผลิตในประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนให้รัฐบาลออกแบบมาตรการให้เสริม ซัพพลายเชนในประเทศ
สรุป
รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมเปิดเงินอุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้านรูเปียห์/คัน หรือประมาณ 5.6 พันบาท/คัน ในกันยายน 2026 ภายใต้โครงการ MOLINAS ที่เน้นผลิตในประเทศและใช้แบตเตอรี่นิกเกิล เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ EV และลดภาระเงินอุดหนุนพลังงาน
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเตือนว่าเงินอุดหนุนที่ลดลงและความล่าช้าของระเบียบอาจฉุดการเติบโต หากไม่แก้ปัญหาราคาสูง-เครือข่ายหลังการขาย-ความเชื่อมั่นผู้บริโภค
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ เพิ่มเติมที่นี่
อ่านเรื่องราวมอเตอร์ไซค์ เพิ่มเติมที่นี่

