Triumph เผยโฉม Tiger 1200 เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด โดยอัปเกรดแทบทุกมิติ ทั้งพละกำลัง การควบคุมรถ ความนุ่มนวล และเทคโนโลยี จุดเด่นคือเครื่องยนต์สามสูบจูนใหม่ ช่วงล่างกึ่งแอ็กทีฟ SHOWA EERA HEIGHTFLEX® ที่ลดความสูงเบาะอัตโนมัติ และชุดเรดาร์หน้า-หลัง ที่ให้ระบบช่วยเหลือมาครบ
Triumph วางตำแหน่งให้ Tiger 1200 เป็นแอดเวนเจอร์พิกัดเครื่องยนต์ใหญ่ที่ขับขี่ง่าย ล้ำสมัย และอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Triumph Tiger 1200 ราคา และกำหนดเปิดตัวในไทย
กำหนดเปิดตัว: Triumph จะเปิดตัวและประกาศราคาเป็นครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2026 (งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43) ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2026 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี


4 รุ่นทั่วโลก ไทยได้ 2 รุ่น Rally
Tiger 1200 ใหม่มี 4 รุ่น คือ GT Pro, Rally Pro, GT Explorer และ Rally Explorer ทุกรุ่นมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานระดับสูง ต่างกันที่ล้อ ความจุถังน้ำมัน และอุปกรณ์ออฟโรด ในไทยจะมีแค่ Rally Pro และ Rally Explorer เท่านั้น
รุ่นที่ขายในไทย
| รุ่น | ล้อ | ถังน้ำมัน | อุปกรณ์เด่น |
|---|---|---|---|
| Tiger 1200 Rally Pro | ซี่ลวด (ยึดซี่ด้านข้าง) | 20 ลิตร | โหมด Off-road Pro, การ์ดเครื่อง, แป้นเบรกปรับ/พับได้ |
| Tiger 1200 Rally Explorer | ซี่ลวด (ยึดซี่ด้านข้าง) | 30 ลิตร | ทุกอย่างของ Rally Pro + TPMS, การ์ดเครื่องล่าง, แฮนด์สูง/กว้างขึ้นอย่างละ 10 มม., การ์ดเครื่องส่วนบน |
จุดแตกต่าง
| หัวข้อ | Rally Pro | Rally Explorer |
|---|---|---|
| ถังน้ำมัน | 20 ลิตร | 30 ลิตร |
| TPMS (เตือนแรงดันลมยาง) | ไม่มีระบุ | มี |
| การ์ดเครื่อง | มีการ์ดเครื่อง | มีการ์ดเครื่องส่วนล่างและส่วนบน |
| แฮนด์ | มาตรฐาน | สูงขึ้นและกว้างขึ้นอย่างละ 10 มม. |
| สี | Matt Khaki Green และ Ash Grey | Ash Grey/Sapphire Black และ Matt Khaki Green |
สิ่งที่เหมือนกัน
- ล้อซี่ลวดแบบยึดซี่ด้านข้าง
- โหมด Off-road Pro
- แป้นเบรกปรับและพับได้
- เครื่องสามสูบ 158 แรงม้า ช่วงล่าง HEIGHTFLEX ระบบเรดาร์ ARAS และจอ TFT 7 นิ้ว
สีตัวถัง
รุ่นที่ขายในไทย
- Rally Pro: Matt Khaki Green และ Ash Grey
- Rally Explorer: Ash Grey/Sapphire Black และ Matt Khaki Green

ดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า LED ปรับตามโค้ง
Tiger 1200 ยังรักษาสัดส่วนความเป็นแอดเวนเจอร์ไว้ แต่ปรับชิ้นส่วนตัวถังใหม่ให้โฉบเฉี่ยวและทันสมัยขึ้น ทั้ง ถังน้ำมัน ฝาครอบหม้อน้ำ บังโคลนหน้า และกระจกบังลม ทำให้ทรงด้านบนดูแข็งแกร่งขึ้น และด้านหน้าสะอาดตา เพรียวลมขึ้น
- ไฟหน้า LED โปรเจกเตอร์ ดีไซน์ใหม่ ขนาดกะทัดรัด มีระบบปรับทิศทางแสงตามการเข้าโค้ง โดยเปิดชุด LED เพิ่มตามลำดับเมื่อรถเอียง 15 และ 30 องศา เพื่อเพิ่มแสงด้านในโค้งตอนกลางคืน
- มอเตอร์ไฟฟ้าปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ แม้ความสูงรถจะเปลี่ยน
- ไฟ DRL ดีไซน์ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ Tiger พร้อมไฟ LED แสดงตำแหน่งแยกส่วน ช่วยให้เห็นตัวรถชัดตอนกลางวัน
- ไฟท้าย LED อเนกประสงค์ รวมไฟเลี้ยวและไฟท้ายในชุดเดียว ไม่ต้องมีไฟท้ายตรงกลางแบบเดิม ท้ายรถจึงเรียบสะอาดตาขึ้น
- เปิดให้เห็นโครงเฟรมบางส่วน เน้นความพร้อมลุยของ Tiger 1200

เครื่องยนต์ 3 สูบใหม่ แรงขึ้น 158 แรงม้า แรงบิดมาไวขึ้น
หัวใจของ Tiger 1200 ใหม่คือเครื่องยนต์สามสูบ T-Plane 1,200 ซีซี ที่ปรับปรุงใหม่ ให้กำลังสูงสุด 158 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที เพิ่มขึ้น 8 แรงม้าจากรุ่นก่อน พร้อมแรงบิดสูงสุดที่มาในรอบต่ำลง
สิ่งที่ไทรอัมพ์ปรับในเครื่องยนต์
- ฝาสูบออกแบบใหม่
- ลูกสูบ รุ่นใหม่
- วาล์วไอดีและไอเสียน้ำหนักเบาลง
- ระบบฉีดเชื้อเพลิงแม่นยำขึ้น
- ระบบไอเสียที่ไหลเวียนได้มีประสิทธิภาพขึ้น
- ปรับอัตราทดเกียร์ 1, 2 และ 3 ให้ส่งกำลังได้เต็มประสิทธิภาพ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เผาไหม้ได้ดีขึ้น และคุมรถที่ความเร็วต่ำได้ละเอียดแม่นยำขึ้น แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำมาก เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์ที่ปรับอัตราทดใหม่ ทำให้รถเคลื่อนตัวช้าๆ ได้นุ่มนวล เหมาะกับการขี่ในทางแคบและรถติดที่เคลื่อนตัวช้า
ความนุ่มนวลและความประณีต
- ปรับปรุงเพลาข้อเหวี่ยงและเพลาสมดุล เพื่อจัดการมวลหมุนภายในเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น
- ปรับรูปทรงเพลาลูกเบี้ยว ให้การเปิดวาล์วต่อเนื่องและนุ่มนวลขึ้น
- ปรับปรุงเกียร์ 6 สปีดและระบบเพลาขับ ให้ทำงานเงียบและนุ่มนวลกว่าเดิม
- เปลี่ยนเกียร์แม่นยำขึ้น และช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการเร่งกับการชะลอความเร็วลื่นไหลขึ้น
เพลาขับ ลดภาระเรื่องโซ่
ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาขับดูแลรักษาง่าย ลดความถี่ในการทำความสะอาดและปรับตั้งโซ่ ซึ่งเข้ากับการเดินทางไกลที่เป็นจุดขายของรถรุ่นนี้

ช่วงล่าง SHOWA EERA HEIGHTFLEX® ลดเบาะอัตโนมัติ 30 มม.
นี่คือไฮไลต์ที่ไทรอัมพ์ภูมิใจมากที่สุด เพราะไทรอัมพ์เป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำ SHOWA EERA HEIGHTFLEX® มาใช้งานแบบเต็มรูปแบบ และถือเป็นระบบกันสะเทือนกึ่งแอ็กทีฟที่ล้ำที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งในรถไทรอัมพ์
โหมดโช้ค 3 ระดับ
ปรับความหนืดโช้คได้ 3 ระดับ คือ แข็ง ปานกลาง และนุ่ม ผ่านปุ่มควบคุมช่วงล่างโดยเฉพาะ โดยไม่กระทบการตั้งค่าโหมดขับขี่อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีระบบซับแรงกระแทกใหม่ ช่วยเรื่องความมั่นใจและการคุมรถบนเส้นทางขรุขระหรือท้าทาย
โช้คหน้า-หลัง และการปรับพรีโหลดอัตโนมัติ
โช้คหน้าขนาด 49 มม. ทำงานคู่กับโช้คหลัง Monoshock ที่ปรับพรีโหลดอัตโนมัติ รักษาระดับความสูงและสมดุลของรถ ไม่ว่าจะขี่คนเดียว มีผู้โดยสาร หรือบรรทุกเต็มพิกัด ระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์จากเซ็นเซอร์หลายตัว รวมถึง IMU แล้วปรับการทำงานของโช้คทั้งจังหวะยุบและคืนตัวต่อเนื่อง ช่วยให้รถทรงตัวมั่นคงบนพื้นผิวขรุขระและตอนเบรก
ลดความสูงเบาะ 30 มม. เมื่อรถหยุด
ระบบ HEIGHTFLEX ใช้ช่วงล่างกึ่งแอ็กทีฟควบคุมด้วยไฮดรอลิก ลดความสูงเบาะลง 30 มม. โดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง ระบบจะตรวจจับความเร็วและการเบรก แล้วลดแรงดันในช่วงล่างหลัง ทำให้เบาะลดลงในระดับเดียวกันไม่ว่าจะมีผู้โดยสารหรือสัมภาระ พอออกตัวก็ปรับความสูงกลับสู่ระดับที่เหมาะสมภายในไม่กี่วินาที
ข้อดีคือเท้าถึงพื้นมั่นใจขึ้น โดยไม่ต้องเสียทัศนวิสัยและท่านั่งที่สูงเหนือถนนตอนขับขี่
ความสูงเบาะ
- เบาะปรับได้ 2 ระดับ ห่างกัน 20 มม.
- มีเบาะเตี้ยรุ่นใหม่เป็นอุปกรณ์เสริม ลดได้อีก 20 มม.
- เมื่อใช้เบาะเตี้ยร่วมกับระบบอัตโนมัติ ความสูงเบาะต่ำสุดเหลือ 790 มม. ขณะรถหยุดนิ่ง
Centre Stand Assist ช่วยยกขึ้นขาตั้งคู่
ระบบเดียวกันยังมีฟังก์ชันช่วยยกรถขึ้นขาตั้งคู่ โดยเพิ่มแรงกดที่ช่วงล่างชั่วคราวตอนกางขาตั้ง ท้ายรถจะยกสูงขึ้น ทำให้ออกแรงยกน้อยลง แม้บรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด

โครงรถ ล้อ เบรก
- ล้อหน้า 19 นิ้ว ล้อหลัง 17 นิ้ว ทั้ง 4 รุ่น ระยะยุบตัวช่วงล่างหน้า-หลัง 200 มม. ปรับเซ็ตให้เหมาะกับถนนมากขึ้น แต่ยังคงความสามารถในการลุยออฟโรดไว้
- โครงรถน้ำหนักเบา และสวิงอาร์ม Tri-Link ผสานระบบเพลาขับเข้ากับโครงสร้างอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่ง เพิ่มเสถียรภาพและความแม่นยำในการคุมรถ
- เบรก Brembo Stylema® ทำงานร่วมกับปั๊มเบรกแบบเรเดียล Magura HC1
- Triumph Shift Assist รุ่นล่าสุด ขึ้น-ลงเกียร์ 6 สปีดได้รวดเร็วและราบรื่นโดยไม่ต้องใช้คลัตช์

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ARAS เรดาร์ Bosch หน้า-หลัง
Tiger 1200 ใหม่ติดตั้งเรดาร์ Bosch ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมชุด ARAS (Advanced Rider Assistance Systems) ที่ไทรอัมพ์พัฒนาร่วมกับ Bosch โดยเฉพาะ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการรับรู้สถานการณ์ การคาดการณ์สิ่งที่อาจเกิดขึ้น และการควบคุมรถ และเปิดให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการทำงานของแต่ละระบบได้ตามต้องการ
เรดาร์ด้านหน้า
- Adaptive Cruise Control (ACC) รักษาความเร็วที่ตั้งไว้ หรือเว้นระยะจากรถคันหน้าโดยคุมคันเร่งและเบรกเอง เลือกได้ 2 โหมด คือ Comfort และ Dynamic
- Overtake Assist เตรียมพร้อมสำหรับการแซงทันทีที่เปิดไฟเลี้ยว และตรวจแล้วว่าไม่มีรถในจุดอับสายตา
- Curve Speed Control (ทำงานในโหมด Comfort) ลดความเร็วเมื่อเข้าโค้งต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว
- Group Ride Assist ใช้เรดาร์รักษาระยะห่างจากมอเตอร์ไซค์คันหน้า โดยดูจากความเร็วและตำแหน่งของรถคันอื่นในกลุ่ม
- Dynamic Cruise Control รักษาความเร็วที่ผู้ขับขี่กำหนด ผ่านคันเร่ง การหน่วงของเครื่องยนต์ และเบรก
- Riding Distance Assist กันไม่ให้เข้าใกล้รถคันหน้าเกินไป โดยจำกัดการเร่งและสั่งเบรกเมื่อจำเป็น
- Emergency Brake Assist เพิ่มแรงดันเบรกเมื่อตรวจพบความเสี่ยงชนขณะเบรกหนัก
- Forward Collision Warning แจ้งเตือนที่หน้าจอ และสั่นที่แป้นเบรกหลัง หากระยะห่างจากรถคันหน้าลดลงต่อเนื่อง
เรดาร์ด้านหลัง
- Blind Spot Assist ตรวจจับรถในจุดอับสายตา หรือรถที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง แจ้งเตือนด้วยไฟสัญญาณบนกระจกมองข้าง
- Rear Distance Warning เตือนเมื่อรถคันหลังตามมาใกล้เกินไป
ทำงานร่วมกับ ABS และ Traction Control
ระบบเรดาร์ใหม่ทำงานประสานกับ Optimised Cornering ABS และ Traction Control ของ Tiger 1200 โดยใช้ข้อมูลความเร็วล้อร่วมกับข้อมูลจาก IMU เพื่อปรับแรงดันเบรกและแรงบิดเครื่องยนต์ให้เหมาะกับองศาการเอียงและความเร็ว

จอ TFT 7 นิ้ว Bosch รองรับ CarPlay / Android Auto ไร้สาย
จอ TFT สัมผัสความละเอียดสูง 7 นิ้ว จาก Bosch รองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto แบบไร้สาย ใช้นำทาง ฟังเพลง และรับส่งข้อความได้ ไทรอัมพ์บอกว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกที่ผ่านการตรวจสอบและรับรอง CarPlay และ Android Auto สำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ
วิธีควบคุม
- แตะหน้าจอได้เมื่อรถวิ่งต่ำกว่า 2 กม./ชม.
- ใช้ชุดสวิตช์บนแฮนด์ขณะขับขี่
- สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri (iPhone) และ Google Gemini (Android Auto)
หมายเหตุ: การใช้งาน CarPlay และ Android Auto ให้เต็มประสิทธิภาพต้องใช้ร่วมกับชุดหูฟังบลูทูธที่รองรับ และ Android Auto ต้องใช้โทรศัพท์ Android ที่รองรับพร้อมอินเทอร์เน็ตผ่านแพ็กเกจที่รองรับ
รายละเอียดอื่นๆ ของจอและห้องนักบิน
- จอได้มาตรฐานกันฝุ่นและน้ำ IP6K9K กระจกเคลือบลดแสงสะท้อน และปรับความสว่างอัตโนมัติ
- ชุดสวิตช์ควบคุมบนแฮนด์ออกแบบใหม่ มีไฟส่องสว่างให้เห็นปุ่มชัด
- ช่องเก็บโทรศัพท์กันน้ำบนส่วนบนของถังน้ำมัน มีพัดลมระบายความร้อนและช่องทางเดินอากาศที่ควบคุมอัตโนมัติ
- ช่อง USB-C ชาร์จสูงสุด 3A/15W
โหมดขับขี่สูงสุด 8 โหมด
ได้แก่ Road, Rain, Eco, Sport, Off-road, Rider (ปรับตั้งเองได้ 2 รูปแบบ) และ Off-road Pro ที่มีเฉพาะรุ่น Rally แต่ละโหมดปรับการตอบสนองของคันเร่ง, ABS, Traction Control และการหน่วงเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ นอกจากนี้ยังเลือกโหมด Off-road ได้ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ ทำให้ปรับตามสภาพเส้นทางได้สะดวก
พร้อมเดินทางไกล เบาะใหม่ ค่าบำรุงรักษา และอุปกรณ์เสริม
- ท่านั่งตามหลักสรีรศาสตร์ พื้นที่ขับขี่กว้างขวาง เบาะผู้ขี่และผู้โดยสารออกแบบใหม่ เพิ่มความหนาโฟมอีก 10 มม. เพื่อความสบายตลอดทริป
- ถังน้ำมัน Pro 20 ลิตร และ Explorer 30 ลิตร ลดความจำเป็นในการแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง
- ระยะเข้ารับบริการ 16,000 กม. ช่วยให้เจ้าของเดินทางต่อได้ยาวขึ้น
- อุปกรณ์แต่งแท้จากไทรอัมพ์ มีทั้งกระเป๋าสัมภาระ อุปกรณ์ปกป้องตัวรถ อุปกรณ์เพิ่มความสบาย และเทคโนโลยีเสริม
ระบบสัมภาระ Evo ร่วมกับ GIVI
ระบบ Evo ที่พัฒนาร่วมกับ GIVI เพิ่มความจุสัมภาระ โดยยังคุมรถได้มั่นใจแม้บรรทุกเต็มพิกัด
- กล่องท้ายอะลูมิเนียมรุ่นใหม่ ความจุ 58 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกได้ 2 ใบ (ของเดิมความจุ 42 ลิตร) มีสีเงินและสีดำอะโนไดซ์
- กล่องทั้ง 2 ขนาดติดตั้งแผ่นรองพนักพิงเสริมเพื่อความสบายของผู้โดยสารได้
- กระเป๋าข้างดีไซน์เข้าชุด เปิดหยิบของสะดวก มีถุงด้านในกันน้ำเป็นอุปกรณ์เสริม
- กระเป๋ารุ่น Trekker สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว

สรุป
Tiger 1200 ใหม่เป็นการอัปเกรดที่ครบทุกด้านจริงๆ แรงขึ้น 8 แรงม้า นุ่มนวลขึ้น คุมรถง่ายขึ้นด้วยเบาะที่ลดเองอัตโนมัติ และได้ชุดเรดาร์ ARAS ที่ทำให้เป็นหนึ่งในแอดเวนเจอร์ไบค์ที่ล้ำที่สุดในคลาสนี้ สำหรับตลาดไทยจะมีให้เลือก Rally Pro (ถัง 20 ลิตร) และ Rally Explorer (ถัง 30 ลิตร) ที่เน้นลุยมากกว่าตระกูล GT
ส่วน Triumph Tiger 1200 ราคา ในไทย ต้องรอประกาศในงาน Thailand International Motor Expo 2026 วันที่ 2-13 ธันวาคม 2026 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี
สเป็ก Triumph Tiger 1200 ใหม่
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | 3 สูบ T-Plane 1,200 ซีซี |
| กำลังสูงสุด | 158 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที (เพิ่มขึ้น 8 แรงม้าจากรุ่นก่อน) |
| เกียร์ | 6 สปีด พร้อม Triumph Shift Assist (ขึ้น-ลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์) |
| ระบบขับเคลื่อน | เพลาขับ |
| โครงรถ / สวิงอาร์ม | โครงน้ำหนักเบา / Tri-Link อะลูมิเนียม |
| ช่วงล่างหน้า | โช้คหน้า 49 มม. กึ่งแอ็กทีฟ SHOWA EERA HEIGHTFLEX® |
| ช่วงล่างหลัง | Monoshock กึ่งแอ็กทีฟ ปรับพรีโหลดอัตโนมัติ |
| ระยะยุบตัวช่วงล่าง | 200 มม. (หน้า-หลัง) |
| โหมดโช้ค | 3 ระดับ (แข็ง / ปานกลาง / นุ่ม) |
| ล้อ | หน้า 19 นิ้ว / หลัง 17 นิ้ว (Rally: ซี่ลวดยึดซี่ด้านข้าง) |
| เบรก | Brembo Stylema® + แม่ปั๊มเรเดียล Magura HC1 |
| ความสูงเบาะ | ลดอัตโนมัติ 30 มม. เมื่อรถหยุด / เบาะปรับ 2 ระดับ (ห่างกัน 20 มม.) / เบาะเตี้ยเสริมลดได้อีก 20 มม. / ต่ำสุด 790 มม. |
| ถังน้ำมัน | Rally Pro 20 ลิตร / Rally Explorer 30 ลิตร |
| โหมดขับขี่ | สูงสุด 8 โหมด (Road, Rain, Eco, Sport, Off-road, Rider x2, Off-road Pro เฉพาะ Rally) |
| ไฟหน้า | LED โปรเจกเตอร์ ปรับตามโค้ง (เปิดชุดเสริมที่เอียง 15 และ 30 องศา) |
| หน้าจอ | TFT สัมผัส 7 นิ้ว Bosch กันน้ำ-ฝุ่น IP6K9K |
| การเชื่อมต่อ | Apple CarPlay® / Android Auto ไร้สาย, Siri, Google Gemini |
| พอร์ตชาร์จ | USB-C 3A/15W ในช่องเก็บโทรศัพท์กันน้ำ พร้อมพัดลมระบายความร้อน |
| ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ | ARAS เรดาร์ Bosch หน้า-หลัง |
| ระยะเข้ารับบริการ | 16,000 กม. |
| กล่องท้าย Evo (GIVI) | 58 ลิตร (ใหม่) / 42 ลิตร (เดิม) |
| รุ่นที่ขายในไทย | Rally Pro, Rally Explorer |
| ราคา | รอประกาศในงาน Motor Expo 2026 (2-13 ธ.ค. 2026) |
อ่านข่าว Triumph เพิ่มเติมที่นี่
