ย้อนไปช่วงต้นทศวรรษ 2010 รถมอเตอร์ไซค์สัญชาติยุโรปสำหรับคนไทยหลายคนยังเป็นเรื่องไกลตัว Ducati Monster 795 คือรถที่เปลี่ยนภาพนั้น ด้วยค่าตัวระดับ 4 แสนบาทต้น ๆ ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเอื้อมถึงได้มากสำหรับรถค่ายแดง และมีที่มาที่ไปน่าสนใจกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้เป็นแค่รถรุ่นลดสเปก แต่เป็นรถที่ Ducati ตั้งใจทำมาเพื่อตลาดเอเชียโดยเฉพาะ ผลิตที่โรงงานแห่งแรกของค่ายนอกประเทศอิตาลี และโรงงานนั้นตั้งอยู่ในประเทศไทย

ก่อนจะมาเป็น Monster
การเล่าประวัติ 795 ต้องเริ่มจากตัว Monster ก่อน เพราะรถรุ่นนี้เป็นทายาทสายตรงของตำนานที่สร้างชื่อให้ Ducati มากที่สุดรุ่นหนึ่ง
แนวคิดตั้งต้นมาจาก Massimo Bordi หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของค่าย ที่อยากได้รถซึ่งบ่งบอกความเป็น Ducati ขับง่าย ใช้เฟรมเหล็กถัก และไม่ใช่สปอร์ตฟูลแฟริ่ง ส่วนผู้ออกแบบหน้าตาคือ Miguel Angel Galluzzi ซึ่งเริ่มลงมือทำต้นแบบในปี 1991 โดยหยิบชิ้นส่วนที่มีอยู่แล้วมาประกอบ ทั้งเครื่องยนต์ L-Twin 90 องศา 900cc จาก 900 Supersport และเฟรมเหล็กถักจากสายซูเปอร์ไบค์ ทำให้ใช้งบและเวลาน้อยมาก
ต้นแบบนี้เผยโฉมครั้งแรกที่งาน Cologne Show ปี 1992 และวางจำหน่ายจริงในปี 1993 ในชื่อ Monster 900 ส่วนที่มาของชื่อก็น่ารัก Galluzzi เล่าว่าตั้งตามของเล่นยางรูปมอนสเตอร์ที่ลูกชายสองคนของเขาสะสมอยู่ในตอนนั้น
ความสำเร็จของ Monster ใหญ่มาก ช่วงปี 1993–2000 มันคิดเป็นราว 42% ของยอดขาย Ducati ทั้งหมด และถึงปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 350,000 คัน

เส้นทางสู่ 795 จาก 696 และ 796
รถที่ถือเป็นบรรพบุรุษสายตรงของ 795 คือ Monster 696 ที่เปิดตัวในปี 2008 ใช้เครื่อง L-Twin 90 องศา 2 วาล์วต่อสูบ ระบบวาล์ว Desmodromic ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ความจุ 696 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 78.8 Hp แรงบิดสูงสุด 69 Nm ในเฟรมเหล็กถักและสวิงอาร์มแขนคู่ แต่รถรุ่นนี้เข้ามาก่อนที่ Ducati จะมีโรงงานในไทย คนไทยแทบไม่ได้เห็นบนถนน
ในปี 2010 ตัวรถถูกปรับโฉมเป็น Monster 796 ขยายความจุเป็น 803 ซีซี กำลังสูงสุด 87 Hp แรงบิด 78.5 Nm และเปลี่ยนเป็นสวิงอาร์มแขนเดี่ยวสุดเซ็กซี่แทนแบบแขนคู่เดิม แต่ 796 ที่คนไทยได้เห็นในตอนนั้นยังเป็นรถนำเข้าจากอิตาลี ค่าตัวสูงเกินเอื้อมของคนส่วนใหญ่
จุดเปลี่ยนปี 2011 โรงงาน Ducati ในไทย
ปี 2011 Ducati เปิดโรงงานประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นโรงงานแห่งแรกของค่ายนอกอิตาลี และเพื่อให้การเข้ามาครั้งนี้มีน้ำหนัก พวกเขาพัฒนารถรุ่นใหม่สำหรับตลาดเอเชียโดยเฉพาะ นั่นคือ Monster 795
รถเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2011 เป็นรุ่นปี 2012 และถือเป็น Ducati รุ่นแรกที่เปิดตัวนอกทวีปยุโรป
เรื่องที่หลายคนสงสัยคือ รถประกอบในไทยจะยังเป็น Ducati แท้ไหม คำตอบจากเอกสารเปิดตัวคือ รถทุกคันออกแบบและพัฒนาจากอิตาลี เครื่องยนต์ส่งตรงจากโรงงาน Borgo Panigale เมืองโบโลญญ่า และประกอบโดยช่างที่ผ่านการฝึกจาก Ducati ภายใต้มาตรฐานคุณภาพสูงสุด โดยใช้ชิ้นส่วนยุโรปเป็นส่วนใหญ่ Ducati ส่งเครื่องยนต์และชิ้นส่วนสำคัญเข้ามา ส่วนชิ้นส่วนรองผลิตในท้องถิ่น
Mirko Bordiga ซีอีโอ Ducati Asia Pacific อธิบายเหตุผลของการเลือกไทยว่า ทำเลของโรงงานช่วยให้ Ducati เป็นไปตามข้อกำหนดภาษีนำเข้าในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่รถที่ถูกลงเพราะคุณภาพต่ำกว่า แต่เป็น Ducati เต็มสายเลือดที่เสียภาษีน้อยลง พูดง่าย ๆ คือราคาที่ถูกลงมาจากโครงสร้างภาษีและต้นทุน ไม่ได้มาจากการลดคุณภาพ

สูตรของ 795 เครื่อง 796 ในเฟรม 696
Monster 795 เกิดจากการเอาส่วนที่ดีที่สุดของสองรุ่นมารวมกัน
- หัวใจ เป็นเครื่อง 803 ซีซี เดียวกับ 796 กำลังเต็ม ๆ ไม่ได้ลดทอน
- โครงสร้าง ใช้เฟรมเหล็กถักและสวิงอาร์มแขนคู่แบบ 696 แทนสวิงอาร์มแขนเดี่ยวของ 796
- ท่านั่ง ปรับเบาะเหลือ 770 มม. ต่ำกว่า 796 อยู่ 30 มม. Ducati บอกว่ารถคันนี้คิดมาเพื่อให้ผู้ขี่เท้าถึงพื้นอย่างมั่นใจในสภาพถนนแออัดของเอเชีย
- รายละเอียดอื่น ล้ออัลลอยและยางถูกปรับสเปกเพื่อคุมต้นทุน แต่ยังใช้ยาง Pirelli Angel ST
ส่วนที่คนจดจำได้ทันทีคือสวิงอาร์มแขนคู่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แยกออกจาก 796 ได้ในพริบตา และเป็นสิ่งที่ Ducati ยอมแลกเพื่อให้ราคาลงมาในระดับที่คนเอเชียซื้อได้
เจาะรายละเอียดตัวรถ
เครื่องยนต์และเกียร์
เครื่อง L-Twin 90 องศา 2 วาล์วต่อสูบ ระบบวาล์ว Desmodromic ระบายความร้อนด้วยอากาศ SOHC ความจุ 803 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 88 x 66 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 11:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Siemens ลิ้นเร่ง 45 มม. ควบคุมด้วย stepper motor ไอเสียเป็นแบบ 2-1-2 ใต้เบาะ พร้อมแคทาไลติกคอนเวอร์เตอร์และเซนเซอร์ออกซิเจน (lambda probe) 2 ตัว ผ่านมาตรฐาน Euro 3
กำลังสูงสุด 64 kW หรือ 87 PS (ตารางสเปกไทยระบุ 86 แรงม้า) ที่ 8,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 78 Nm ที่ 6,250 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 220 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองราว 19.7 กม./ลิตร
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ 6 สปีด รูปแบบเกียร์ลง 1 ขึ้น 5 ผ่านชุดคลัตช์แบบเปียกซ้อนหลายแผ่นควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิก (เอกสารเปิดตัวระบุว่าเป็นคลัตช์เปียก 21 แผ่น) เฟืองขับปฐมภูมิเป็นเกียร์ฟันตรง อัตราทด 1.85:1 ส่งกำลังไปล้อหลังด้วยโซ่ เฟืองหน้า 15 ฟัน เฟืองหลัง 39 ฟัน
เฟรม ช่วงล่าง และเบรก
เฟรมเป็นเหล็กถักโครโมลีสีแดงตามเอกลักษณ์ ซับเฟรมอลูมิเนียมหล่อ สวิงอาร์มอลูมิเนียมแขนคู่ ฐานล้อ 1,450 มม. มุมคอ (rake) 24 องศา
- โช้คหน้า ตะเกียบหัวกลับ Marzocchi 43 มม. ระยะยุบ 120 มม.
- โช้คหลัง โมโนช็อก Sachs ปรับพรีโหลดและรีบาวน์ได้ ระยะยุบ 148 มม. ผ่านระบบลิงก์แบบโปรเกรสซีฟ
- เบรกหน้า จานคู่ 320 มม. ปั๊มเรเดียลคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ
- เบรกหลัง จานเดี่ยว 245 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ
- ABS เป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งทำให้ถังน้ำมันของรุ่นติด ABS ลดเหลือ 13.5 ลิตร จากรุ่นปกติ 15 ลิตร
- ล้อ/ยาง ล้ออัลลอย 3 ก้าน ขนาด 3.50 x 17 และ 4.50 x 17 นิ้ว สวมยาง 120/60-17 และ 160/60-17
หน้าปัดและรายละเอียดอื่น
หน้าปัดดิจิทัลมีเข็มวัดรอบแบบไหลต่อเนื่อง อ่านได้ถึง 12,000 รอบ/นาที และมีฟังก์ชันจับเวลาต่อรอบ ซึ่งกดเริ่มและหยุดได้ผ่านปุ่มแฟลชไฟหน้าเมื่อเปิดใช้งาน แสดงข้อมูลครบทั้งความเร็ว รอบเครื่อง เวลา เตือนรอบบำรุงรักษา อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง ระยะทางต่อทริป ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่องต่ำ ระดับน้ำมัน ไฟเตือนน้ำมันสำรอง ไฟเกียร์ว่าง ไฟเลี้ยว ไฟเตือนรอบเกิน และระบบอิมโมบิไลเซอร์ รองรับระบบ Ducati Data Analyser (DDA) เป็นอุปกรณ์เสริม ไฟหน้าเป็นแบบ triple-parabola ส่วนท้ายเป็นชุดไฟ LED ทรงเรียว
รถมีให้เลือก 3 สี คือ แดง ขาว Arctic White Silk และดำ Diamond Black Silk ทั้งหมดใช้เฟรมสีแดงและล้อสีดำ รับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ราคาและตลาดที่เปิดขาย
ในไทย Monster 795 ตั้งราคาเปิดตัวที่ 399,990 บาท ถือเป็นราคาที่ทำให้รถอิตาลีเข้าถึงคนวงกว้างได้เป็นครั้งแรก ส่วนตลาดอื่นที่เปิดขายตั้งแต่ต้นคือ จีน อินเดีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และสิงคโปร์
- อินเดีย เปิดตัวที่งาน Auto Expo ปี 2012 ที่นิวเดลี ราคา 6.99 แสนรูปี Mirko Bordiga กล่าวในงานว่า Monster เป็นรุ่นที่ Ducati ขายได้จำนวนมากที่สุดในโลก และ 795 ถูกคิดและพัฒนามาเพื่อตลาดเอเชียโดยเฉพาะ
- ฟิลิปปินส์ เปิดตัวที่ราคา 570,000 เปโซ
ผลกระทบต่อตลาดบิ๊กไบค์ไทย
ก่อนมี 795 รถ Ducati ในไทยเป็นรถนำเข้าราคาสูงที่เข้าถึงยาก การมีโรงงานในประเทศ บวกกับรถรุ่นที่ออกแบบมาให้ราคาลงตัว ทำให้ Monster 795 กลายเป็นรถที่พาคนไทยจำนวนมากเข้าสู่โลกของ Desmo และเฟรมเหล็กถักสีแดง รถรุ่นนี้ยังเป็นต้นทางของกระแสบิ๊กไบค์พรีเมียมในไทยที่ตามมา

หลัง 795 จาก 796 สู่ 821 ยุคระบายความร้อนด้วยน้ำ
795 ไม่ได้อยู่ตลาดนานนัก ตามข้อมูลที่ค้นเพิ่ม รายการรุ่นของ 795 ระบุช่วงปี 2012–2014 และ มีข้อมูลว่ารุ่นนี้หมดอายุในเดือนมกราคม 2015 สอดคล้องกับช่วงที่ Ducati เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ ซึ่งสรุปได้ว่า 795 ยุติการผลิตราวปี 2014
ระหว่างทางนั้น Ducati นำ Monster 796 มาประกอบและขายในไทยด้วย เช่น ใน Motor Expo 2013 Ducati Thailand เปิดตัว 796 ABS Corse Stripe ราคา 449,500 บาท ใช้เครื่อง 803 ซีซี ตัวเดียวกับ 795 ทำให้คนไทยได้ใช้สวิงอาร์มแขนเดี่ยวแบบเดียวกับตลาดโลกในราคาที่เอื้อมถึงได้สักที
จากนั้นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ก็มาถึง 796 ถูกแทนที่ด้วย Monster 821 ในช่วงกลางปี 2014 ซึ่งใช้เครื่อง Testastretta 821 ซีซี นี่คือ Monster ที่ย้ายมาใช้เครื่องระบายความร้อนด้วยน้ำเป็นมาตรฐาน ให้อารมณ์ต่างจากรถค่ายแดงแบบดั้งเดิมพอสมควร ในตลาดอินเดีย Ducati ตัด 795, 796 Corse Stripe ABS และ 796 S2R ออกจากไลน์อัพ แล้วให้ 821 Dark เป็น Monster ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดแทน
สเปก Ducati Monster 795
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปีเปิดตัว | ตุลาคม 2011 (รุ่นปี 2012) |
| ปีที่ยุติการผลิต | ราวปี 2014 |
| เครื่องยนต์ | L-Twin 90 องศา SOHC Desmodromic 2 วาล์วต่อสูบ |
| ความจุ | 803 cc |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก | 88 x 66 มม. |
| ระบายความร้อน | อากาศ |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 11.0 : 1 |
| ระบบจ่ายเชื้อเพลิง | หัวฉีด Siemens ลิ้นเร่ง 45 มม. |
| ระบบสตาร์ท | ไฟฟ้า |
| กำลังสูงสุด | 64 kW / 87 PS ที่ 8,250 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 78 Nm ที่ 6,250 รอบ/นาที |
| คลัตช์ | เปียกซ้อนหลายแผ่น ควบคุมด้วยไฮดรอลิก |
| เกียร์ | 6 สปีด ขับด้วยโซ่ |
| ความเร็วสูงสุด | 220+ กม./ชม. |
| ความจุถังน้ำมัน | 15 ลิตร (13.5 ลิตร รุ่น ABS) |
| อัตราสิ้นเปลือง | 19.7 กม./ลิตร |
| เฟรม | เหล็กถักโครโมลี + ซับเฟรมอลูมิเนียมหล่อ |
| สวิงอาร์ม | อลูมิเนียมแขนคู่ |
| โช้คหน้า | Marzocchi USD 43 มม. ระยะยุบ 120 มม. |
| โช้คหลัง | Sachs โมโนช็อก ปรับพรีโหลด/รีบาวน์ได้ ระยะยุบ 148 มม. |
| เบรกหน้า | จานคู่ 320 มม. คาลิปเปอร์เรเดียล 4 ลูกสูบ |
| เบรกหลัง | จานเดี่ยว 245 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ |
| ABS | อุปกรณ์เสริม |
| ล้อ | อัลลอย 3 ก้าน 3.50×17 / 4.50×17 |
| ยาง | 120/60-17 และ 160/60-17 (Pirelli Angel ST) |
| ฐานล้อ | 1,450 มม. |
| มิติตัวรถ (ย x ก x ส) | 2,100 x 784 x 1,010 มม. |
| ความสูงเบาะ | 770 มม. |
| ความสูงใต้ท้องรถ | 159 มม. |
| น้ำหนักแห้ง | 167 กก. (169 กก. รุ่น ABS) |
| น้ำหนักรวมของเหลว | 188 กก. |
| สีตัวถัง | แดง, ขาว Arctic White Silk, ดำ Diamond Black Silk |
| รับประกัน | 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง |
| ราคาเปิดตัวในไทย | 399,990 บาท |
สรุป
Monster 795 อาจไม่ใช่ Monster ที่แรงที่สุด หรูที่สุด หรือมีสวิงอาร์มแขนเดี่ยวสุดเซ็กซี่ แต่มันคือรถที่ทำให้ Ducati กลายเป็นความเป็นไปได้จริงสำหรับคนไทย ด้วยสูตรเครื่องแรงจาก 796 ในเฟรมสุดคุ้มของ 696 และราคาที่ลงตัวจากโรงงานในประเทศ แม้จะอยู่ในตลาดเพียงไม่กี่ปี ผลที่มันทิ้งไว้ยังคงอยู่ในวงการบิ๊กไบค์ไทยจนทุกวันนี้
อ่าน Bike History เพิ่มเติมที่นี่
