ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ภายใต้การดูแลของเอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดทำคลิปวีดีโอความยาว 2 นาทีเพื่อแนะนำเทคนิคขับขี่ปลอดภัยสำหรับเดลิเวอรี่แมน หรือพนักงานขนส่งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นอาชีพ ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนักในช่วงวิกฤติการณ์โควิด-19 เนื้อหาภายในคลิปวีดีโอประกอบไปด้วยวิธีการแต่งกายที่เหมาะสม การเตรียมรถให้พร้อม การออกตัวอย่างปลอดภัย การขับขี่ที่มีกล่องบรรทุกด้านหลัง และการระมัดระวังเมื่อต้องก้มดูแผนที่ โดยมีครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าเป็นผู้ให้คำแนะนำ ซึ่งผู้ที่เรียนรู้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในทันที อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
Author: admin
ระบบ Apple CarPlay ถือเป็นระบบที่ช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อหน้าจอของยานพาหนะคันนั้นๆกับโทรศัทพ์มือถือ iPhone ได้อย่างสะดวกสบายและดึงข้อมูลต่างๆจาก iOS ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นมากขึ้นกว่าระบบอินโฟเทนเมนท์เดิมๆที่ผู้ผลิตรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์นั้นๆออกแบบไว้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ทางฝั่ง Google ไม่อยากน้อยหน้า และเปิดตัวระบบซอฟท์แวร์ที่คล้ายกันออกมา ในชื่อ “Android Auto” อย่างไรก็ดี อันที่จริงระบบ Google Android Auto นั้น ไม่ใช่ระบบซอฟท์แวร์ที่ใหม่เท่าไหร่นัก เพราะพวกเขาได้เริ่มปล่อยให้บุคคลทั่วไปได้ใช้งานมาแล้วเกือบปี แต่จุดที่เราต้องนำมันมาอัพเดทข้อมูลให้เพื่อนๆทราบกันในครั้งนี้ก็คือการที่ในที่สุด มันได้ถูกนำมาใช้กับรถมอเตอร์ไซค์อย่างจริงจังเสียทีในตอนนี้ ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ได้ใช้ระบบดังกล่าวก็คือ Honda Goldwing บิ๊กทัวร์ริ่งตัวท็อปสุดจากค่ายปีนกที่มีหน้าจอ TFT เอาไว้แสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ของรถอยู่แล้ว และแม้ตัวหน้าจอของมันจะมีระบบ Apple CarPlay อยู่แล้วก็ตาม (แม้ว่าเอาจริงๆแล้วจะเป็น Harley-Davidson ที่เปิดเผยว่ารถของพวกเขาจะรองรับเรื่องนี้ก่อนก็ตาม แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้รองรับกับซอฟท์แวร์นี้แต่อย่างใด) แน่นอนว่าสำหรับฟีเจอร์หลักๆของระบบ Android Auto นั้น ก็จะคล้ายๆกันกับระบบ Apple CarPlay ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลต่างๆจากโทรศัทพ์มือถือมาแสดงผลและใช้งานบนหน้าจอติดรถได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับสายโทรเข้า/ออก, การดูลิสต์รายชื่อผู้ที่อยากจะติดต่อ,…
ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว Aprilia ได้เคยนำเสนอไอเดียการพัฒนาระบบวิงเล็ทที่สามารถปรับองศาตนเองได้ตามความเร็วและการลอยของล้อหน้าออกมา ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงแค่การเปิดเผยรายละเอียดคร่าวๆกับตัวรถต้นแบบ Aprilia RS660 – Prototype และตอนนี้เราก็มีข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับระบบสุดอัจฉริยะนี้มาให้เพื่อนๆได้อัพเดทกันเพิ่มเติมอีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะจดสิทธิบัครมันไว้กับสกูตเตอร์ของแบรนด์ในเครื่อเดียวกันอย่าง Piaggio MP3 ก็ตาม โดยสำหรับจุดเปลี่ยนที่เห็นได้ใน Piaggio MP3 ที่ถูกใช้เป็นรถอ้างอิงนั้นก็คือ การที่ทาง Piaggio (หรือ Aprilia) ได้ทำการออกแบบชิ้นวิงเล็ทเข้าไปขนาบบริเวณแฟริ่งข้างไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่งของตัวรถ ซึ่งอย่างที่ชื่อบอกเอาไว้วา “Aprilia Active Aerodynamics” ตัววิงเล็ททั้ง 2 ฝั่งนั้น จะสามารถปรับองศาได้ โดยมีกล่อง ECU เป็นตัวควบคุมว่าปีกควรจะบิดหรือเอียงมากเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมกับความเร็วและความสูงของล้อหน้าที่ลอยอยู่ ณ เวลานั้น ซึ่งแน่นอนว่าเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับการลอยของล้อห้าก็คือเซนเซอร์ IMU ที่เราคุ้นชื่อกันดี นอกจากนี้ตัวระบบ A3 (ชื่อย่อ) ยังสามารถปรับองศาการบิดของตนเองได้อิสระ (ไม่ต้องขึ้นหรือลงเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่งก็ได้)…
ขณะที่กำหนดการเปิดตัว Kawasaki ZX-25R ยังไม่มีที่ท่าว่าจะถูกเปิดตัวสักที ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองทาง Kawasaki ก็พยายามที่จะเรียกกระแสของมันอยู่เรื่อยๆด้วยการทยอยปล่อยข้อมูลต่างๆของมันออกมาทีละเล็กทีละน้อย โดยคลิปล่าสุดนั้นก็จะเป็นการปล่อยคลิปการปรับแต่งตัวรถทีละสเต็ปๆตามสำนักแต่งใหญ่ๆที่ได้รับตัวรถไป โดยสำหรับคลิปแรกก็จะเป็นการเอา ZX-25R มาใส่ชุดแต่งจุกจิกของสำนัก Sniper ที่จะรับหน้าที่ในการออกแบบและติดตั้งชิ้นส่วนจำพวก พักเท้า/เกียร์โยง, ชุดแฮนด์จับโช้ก, ก้านเบรก, และก้านคลัทช์ ส่วนคลิปที่ 2 ก็จะเป็นการเอาตัวรถ ZX-25R คันเดียวกับในคลิปแรก ไปติดตั้งชุดท่อไอเสียของ Yoshimura ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อเจ้าสปอร์ตเรพลิก้าคันนี้โดยเฉพาะ สังเกตได้จากการเลเซอร์ต่างๆบนตัวท่อไอเสียทรง 7 เหลี่ยม ตามชื่อรุ่น “HeptaForce” ซึ่งคาดว่าถ้าหากมีการปรับจูนเครื่องยนต์ใหม่อีกเล็กน้อยก็คาดว่ากำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 249cc จะขยับขึ้นไปแตะหลัก 50 ตัวเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายตรงที่พวกเขาไม่ได้ทำการถ่ายอัดสุ้มเสียงของมันเอาไว้เสียอย่างนั้น อย่างไรก็ดีครับ ในคลิปล่าสุดที่ทาง Kawasaki Indonesia พึ่งปล่อยออกมานั้น เป็นคลิปที่เผยให้เราได้ยินสุ้มเสียงขอตัวรถ ZX-25R ที่ได้รับการติดตั้งท่อไอเสียของ Yoshimura เต็มๆหูเสียที แถมถ้าสังเกตให้ดีเพื่อนๆก็จะพบว่าเจ้ารถต้นแบบคันนี้ อาจจะมีการจูนกล่อง…
หากพูดถึงเกมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ระดับท็อปติดตลาดในปัจจุบัน ชื่อของเฟรนไชส์เกมตระกูล “Ride” ก็จะต้องติดอันดับขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆแน่นอน ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆมาตั้งแต่ภาค 1, 2, และ 3 ล่าสุดพวกเขาก็ได้เคาะวันเปิดตัวภาคล่าสุดของเกมนี้นั่นก็คือภาคที่ 4 เป็นที่เรียบร้อย ว่าจะพร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 8 ตุลาคม ปีนี้ โดยสำหรับเกม Ride 4 นั้น อันที่จริงมันก็ถูกออกแบบและสร้างขึ้นโดยผู้ผลิตเดียวกันกับเกม MotoGP 20 ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นั่นก็คือทาง Milestone ซึ่งพวกเขาได้ระบุว่าตัวรถมอเตอร์ไซค์ต่างๆในเกมภาคนี้จะถูกปรับรายละเอียดให้ดูสมจริงขึ้นไปอีกขั้น เนื่องจากมันถูกสร้างโมเดล 3D ด้วยไฟล์ CAD ที่ค่ายรถใช้ตอนออกแบบ และแสกนตัวรถจริงๆอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียด ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการเก็บรายละเอียดหน้าจอกับฟังก์ชันระบบอิเล็กทรอนิกส์คต่างๆของรถให้สมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ตัวสนามแข่งต่างๆที่อยู่ในเกมเองก็ยังถูกสร้างขึ้นจากไฟล์เลเซอร์แสกนจากผิวแทร็คจริงๆเพื่อให้มันแสดงสภาพผิวถนนส่งมาที่ตัวรถตามจริงมากที่สุด แต่พวกเขาจะมีการเพิ่มสนามแข่งระดับโลกที่ใช้ในศึก MotoGP ด้วยหรือไม่นั้นเรายังต้องรอดูกันต่อไป เนื่องจากในภาค 1-3 ที่ผ่านมา ไม่ได้ใส่สนามเหล่านี้มาให้ (ทางผู้เล่นต้องหาไฟล์แปลงมาใส่เอง ซึ่งจากที่ผู้เขียนเคยสัมผัสมา มันก็ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นัก) ส่วนตัวรถมอเตอร์ไซค์ที่มีให้ผู้เล่นได้เลือกขี่ในเกมนั้น ก็จะมีไม่ต่ำกว่า 250 คัน โดยจะครอบคลุมถึง…
มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้ครบวาระการปฏิบัติงานในประเทศไทย กล่าวถึงความประทับใจและขอบคุณผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รวมถึงลูกค้าและสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่บริหารงานในประเทศไทย นับตั้งแต่ มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในปี 2559 ได้บริหารงานด้วยนโยบายที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนทิศทางการดำเนินธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จและเติบโตขึ้นเป็นลำดับ ทั้งยังเป็นประธานกรรมการบริหารคนแรกของโลกที่กล้ารับประกันชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศและมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ธงไตรรงค์ของประเทศไทย พร้อมสโลแกน “ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด” ไปเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่บนรถแข่งของนักแข่งรถระดับโลกอย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ และ มาเวริค บีญาเลส ทั้งยังเป็นผู้ขยายธุรกิจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ โดยได้เริ่มขยายโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Yamaha Riders’ club ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ และยกระดับศูนย์บริการยามาฮ่าในรูปแบบ Yamaha Premium Service รวมทั้งการจัดตั้ง…
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมลุยได้ทุกสภาพถนน ขอแนะนำเจ้าสองล้อ “ไทเกอร์ 900 จีที” (Tiger 900 GT) และ “ไทเกอร์ 900 จีที โปร” (Tiger 900 GT Pro) จากไทรอัมพ์ไว้เป็นตัวเลือก โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นรถจักรยานยนต์สไตล์แอดเวนเจอร์แอนด์ทัวรริ่งที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่มีความชื่นชอบแนวผจญภัยแต่ยังสามารถขับขี่ในเมืองได้เป็นอย่างดี ดังนั้นใน วันนี้ Triumph Motorcycle จึงจะพาทุกคนไปชม 5 จุดเด่นของ “ไทเกอร์ 900 จีที” (Tiger 900 GT) และ “ไทเกอร์ 900 จีที โปร” (Tiger 900 GT Pro) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรถจักรยานยนต์สไตล์แอดเวนเจอร์ขนาดกลางที่มีความปราดเปรียวและมีความคล่องตัวในทุกการขับขี่ โครงรถใหม่แบบ modular – ไทเกอร์ 900…
หลังประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน (เคอร์ฟิว) ที่ต้องให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานของตนก่อน 22.00 น. – 04.00 น. มาเป็นระยะเวลาเกือบเดือน ล่าสุด เมื่อเวลา 9.00 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า (ศบค.) ทางรัฐบาลได้มีการจัดประชุมเพื่อผ่อนปรนระยะที่ 2 และได้มีมติเห็นชอบร่วมกันหลายข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปรับเปลี่ยนเวลาเคอร์ฟิวจาก 23.00 น. – 04.00 น. สวนเวลาช่วงเช้าที่ประชาชนสามารถเดินทางออกจากเคหสถานได้ ยังคงเท่าเดิมคือเวลา 04.00 น. นอกนั้นยังมีการผ่อนปรนให้ธุรกิจศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ด้วยช่วงเวลา 10.00 – 20.00 น. ขณะที่สถานออกกำลังกาย ในตอนนี้ยังสามารถเปิดให้บริการได้แค่บางประเภทเท่านั้น สำหรับฟิตเนสที่ผู้ใช้อาจใช้เครื่องเล่นใกล้กันยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและหวังว่าจะดีขึ้นกว่านี้ในเร็วๆนี้ครับ (แต่ยังไงก็อย่าฝ่าเคอร์ฟิวกันล่ะ) อ่านข่าวสาร มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…
หากพูดถึงระบบคลัทช์ในรถมอเตอร์ไซค์ยุคปัจจุบัน เรามักจะเรียกแยกกันว่าระบบคลัทช์แมนวล ที่ต้องสั่งการด้วยมือของผู้ขี่เท่านั้น และรถคลัทช์ออโต้ ที่เราไม่ต้องคลอคลัทช์ใดๆขณะเปลี่ยนเกียร์ หรือเปิด/ปิดคันคันเร่ง เพียงสองอย่างเท่านั้น แต่อันที่จริงในกลุ่มรถคลัทช์ออโตเมติกนั้น ยังสามารถแยกออกได้อีกถึง 3 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละแบบจะเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยครับ 1. “CENTRIFUGAL-CLUTCH DESIGNS” หรือ “ระบบคลัทช์แรงเหวี่ยง” ซึ่งอันที่จริงระบบคลัทช์นี้มีใช้งานมานานแล้วในรถมอเตอร์ไซค์แม่บ้านที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องมาพะวงกับการคลอคลัทช์หรือกำคลัทช์ใดๆ ขณะสับเกียร์ขึ้น/ลง หรือออกตัว รวมถึงชะลอรถ เนื่องจากระบบคลัทช์แรงเวี่ยงที่ว่านี้ จะทำงานตามรอบเครื่องยนต์ที่หมุนไป หากเครื่องยนต์หมุนเพียงแค่ในระดับรอบเดินเบา ตัวคลัชท์ก็จะไม่จับชามเพื่อไม่ให้มีแรงจากเครื่องยนต์ส่งไปที่ล้อ แต่ถ้าเปิดคันเร่งเมื่อไหร่ ตัวคลัทช์แรงเหวี่ยงก็จะกางออกไปจับชามที่หุ้มตัวมันเอาไว้ ส่งผลให้กำลังจากเครื่องยนต์ส่งไปยังชุดเกียร์ แล้วต่อลงชุดล้อในที่สุด 2. “Full-Automatics” ระบบคลัทช์และระบบส่งกำลังแบบนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ CVT หรือ Continuously Variable Transmissions ซึ่งเราจะเห็นและคุ้นเคยกันอยู่แล้วในรถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ทั้งหลาย โดยประโยชน์ของมันก็แน่นอนนอกจากที่เราจะไม่ต้องมาคอยกำหรือคลอคลัทช์เพราะในตัวมันเองมีชุดคลัทช์แรงเหวี่ยงแล้ว ลักษณะการส่งกำลังที่เป็นแบบชุดพูลเลย๋หน้า/หลัง กับสายพานของมันยังถูกออกแบบให้เราไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ทีละขั้นเพื่อไต่ความเร็วอีกด้วย เพียงแค่เปิดคันเร่งระบบคลัทช์และระบบส่งกำลังแบบนี้ก็จะจัดการตัดต่อกำลังรวมถึงปรับอัตราทดของเกียร์อย่างต่อเนื่องให้โดยอัตโนมัติทั้งหมด เรียกง่ายๆว่าบิดอย่างเดียว ไม่ต้องมากำคลัทช์หรือสับเกียร์ใดๆทั้งสิ้น 3. “DUAL-CLUTCH MANUMATICS” ระบบเกียร์ DCT…
ชื่อของ AKO Trike อาจจะเป็นชื่อที่ใหม่ไปสักนิดเพราะพึ่งเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แต่ถ้าหากเพื่อนๆได้รับทราบข้อมูลต่อจากนี้แล้ว เพื่อนๆอาจจะสนใจและเก็บมันไว้เป็นหนึ่งตัวเลือกในฝันก็ได้ เพราะเจ้ายานพาหนะ 3 ล้อไฟฟ้าคันนี้ ไม่ได้มีเพียงหน้าตาที่ดูล้ำสมัยกว่าใครเพื่อนเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมชุดมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำแรงม้าได้สูงไม้แพ้สปอร์ตคาร์แท้ๆบางคันเสียอีก โดยสำหรับข้อมูลในเบื้องต้น ทาง AKO ได้ระบุไว้วา คอนเซทป์ยานพานะคนใหม่ล่าสุดที่พวกเขาพึ่งเปิดตัวนี้ จะมาพร้อมกับระบบกลไกบังคับเลี้ยมที่ไม่เหมือนกับรถ 3 ล้อทั่วๆไป เพราะตัวล้อคู่หน้าของมัน จะไม่ใช่แค่สามารถหักเลี้ยวจากซ้ายไปขวาได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถเอียงรับกับองศาการเข้าโค้งเพื่อต้านแรงเหวี่ยงซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับที่ Yamaha ใช้ใน Tricity หรือ Niken ไม่เพียงเท่านั้นหากมองจากตัวรถ Prototype ที่อยู่ในคลิปนี้ เพื่อนๆจะเห็นว่าพวงมาลัยของมันนั้นค่อนข้างแปลกไปจากรถยนต์ทั่วๆไปพอสมควร เพราะถ้าดูจากรูปทรงแล้ว มันกลับเหมือนกับที่รถมอเตอร์ไซค์แนวแดรกไบค์แท้ๆในสนมใช้กันมากกว่า เนื่องจากมีลักษณะเป็นแฮนด์บาร์งุ้มลงมาข้างล่าง ซึ่งใช่ครับ ทั้งคันเร่ง และตัวก้านเบรกเองก็ถูกนำมาไว้ที่แฮนดบาร์ตรงนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้ที่เป็นผผู้พิการไม่สามารถใช้ขาได้ ก็สามารถขับขี่เจ้า AKO Trike ได้เช่นกัน เนื่องจากระบบสั่งการตัวรถถูกย้ายมาไว้ที่พวงมาลัยทั้งหมดแล้ว ส่วนจุดเด่นอื่นๆที่น่าสนใจของเจ้านี่ ก็ยังมีในเรื่องของชุดมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถปั่นแรงม้าสูงสุดได้ถึง 200 กิโลวัตต์ หรือราวๆ 268…
