“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในศึกระดับโลก รุ่นโมโตทู จาก เอ.พี. ฮอนด้า โชว์ความแข็งแกร่งจากโลกแห่งการแข่งขันจริงสู่เกมดวลความเร็วออนไลน์ ด้วยการพลิกสถานการณ์กลับขึ้นมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ในศึกซูเปอร์ไฟต์ตัดสินแชมป์ A.P. Honda Virtual Race สนามที่ 4 โกยแต้มสะสมรวม 90 คะแนน พร้อมควงดาวบิดรุ่นน้อง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ผงาดบัลลังก์แชมป์ประจำรายการร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่ ผ่านการถ่ายทอดสด Facebook LIVE ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยได้ร่วมรับชมความสนุกตื่นเต้นทาง 3 แฟนเพจของฮอนด้า รวมยอดผู้ชมทะลุ 1 แสนวิว เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบแบบเสมือนจริง รายการ A.P. Honda Virtual Race จัดโดย เอ.พี. ฮอนด้า เดินหน้าสู่การแข่งขันสนามที่ 4 จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา…
Author: admin
ขณะที่ข่าวคราวของทั้ง Kawasaki ZX-25R และ a href=”http://www.motorival.com/tag/cbr250rr/”>Honda CBR250RR เองกำลังร้อนแรง ล่าสุดตอนนี้ในฝั่ง a href=”http://www.motorival.com/tag/r3/”>Yamaha YZF-R3 เองก็มีข้อมูลใหม่ๆออกมาให้เราอัพเดทด้วยเช่นกัน นั่นก็คือเรื่องที่ว่ามันอาจจะได้รับการปรับโฉมหน้าใหม่เร็วๆนี้ เพื่อรับมือกับ 2 คู่แข่งที่เราระบุไปก่อนหน้า โดยสำหรับภาพของ YZF-R3 ที่เพื่อนๆกำลังเห็นกันอยู่ในขณะนี้ แท้จริงแล้วมันคือภาพเรนเดอร์ที่ทางสื่ออินเดียได้ทำขึ้นมา โดยระบุว่านี่คือรูปโฉมใหม่ที่ทาง Yamaha อาจปรับให้มันเพื่อวางจำหน่ายในปี 2021 อย่างที่สื่อในอินโดนีเซียได้คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งเพื่อนจะเห็นได้ว่าแนวทางการออกแบบในเบื้องต้นนั้น พวกเขาก็จะอิงเส้นสายของเจ้า R3 รุ่นปัจจุบันเป็นหลัก รวมถึงชุดเฟรม, ชุดล้อ, ระบบกันสะเทือน, แม้แต่เครื่องยนต์กับท่อไอเสียเองก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากของเดิมเลยสักนิด แต่จุดที่จะมีการปรับหนักๆจริงๆก็คือชุดแฟริ่งหน้าที่เปลี่ยนดีไซน์โคมไฟให้เหมือนกับพี่รอง a href=”http://www.motorival.com/tag/r6/”>YZF-R6 รวมถึงชุดแฟริ่งด้านท้ายเองก็เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นถ้ากลับไปมองตรงกระจกมองข้าง จะเห็นได้ว่าพวกเขาออกแบบให้มันมีชุดไฟเลี้ยวแบบ Built-in ด้วย ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นแนวทางเดียวกันกับที่สื่ออินโดนีเซียจอมเรนเดอร์เจ้าหนึ่งเคยทำเอาไว้ และอย่างที่เราได้ระบุไว้ข้างต้นว่านี่คือภาพของ Yamaha YZF-R3 รุ่นปี 2021 ที่สื่อต้นทางได้คาดการณ์เอาไว้ ดังนั้นถ้าหาก…
ด้วยความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า การแข่งขัน MotoGP ปี 2020 นี้ อาจจะมีสนามให้ไปจัดแข่งแค่เพียง 12-16 สนามเท่านั้น จึงทำให้ทางคณะกรรมการต้องปรับกติกาใหม่หลายๆอย่างด้วยกัน และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของโควต้าเครื่องยนต์ที่นักบิดแต่คนสามารถใช้ได้ในฤดูกาลนี้ด้วย โดยหากอิงตามกติกาดั้งเดิมที่มีการแข่ง 19-20 สนาม ต่อ 1 ฤดูถกาล ถ้าเป็นทีมแข่งที่ใช้ตัวแข่งของ Honda, Yamaha, Ducati, และ Suzuki จะมีโควต้าเครื่องยนต์ให้นักบิดได้ใช้กันคนละ 7 ลูก ส่วนทีมแข่งที่ใช้ตัวแข่งของผู้ผลิตหน้าใหม่ (ที่มีผลงานไม่ดีเท่าไหร่นัก จนกรรมการอนุโลมให้สามารถพัฒนารถได้ตลอดทั้งปี) อย่าง KTM และ Aprilia จะมีโควต้าเครื่องยนต์ให้นักบิดได้ใช้กันคนละ 9 ลูก ส่วนจำนวนจำกัดของเครื่องยนต์ตามกติกาใหม่นั้น ถ้าเป็นฝั่ง 4 ผู้ผลิตแรก ก็จะมีจำนวนเครื่องยนต์ให้นักบิดแต่ละคนใช้เพียง 4 ลูกเท่านั้น ส่วนอีก 2 ทีมที่เหลือ ก็จะถูกจำกัดลงเหลือเพียงคนละ 6 ลูก ซึ่งหากเทียบกับกติกาในช่วงฤดุกาลปกติแล้ว…
ในปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่จะแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเหล่าผู้ผลิตหน้าใหม่ที่หวังแยากโตในตลาดรถมอเตอร์ไซค์พลังงานทางเลือกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และสำหรับ RMK E2 คันนี้ที่ถูกเผยคอนเซปท์มาตั้งแต่ปี 2019 แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Verge TS เองก็เช่นกัน โดยจุดเด่นของเจา TS คันนี้ที่นอกเหนือจากช่วงหน้าสุดแปลกตาก็คือ ชุดล้อหลังที่ไม่มีดุมเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไป เพราะทาง Verge Moptorcycle ได้ออกแบบให้ขดลวดมอเตอร์กลายเป็นวงล้อด้านในแทน (จะเรียกดุมก็ไม่ค่อยตรงเท่าไหร่นัก เพราะมันเป็นช่องโหว่ตรงกลาง) ซึ่งเจ้ามอเตอร์ที่ว่านี้ แต่เดิมทางค่ายได้ระบุว่ามันจะสามารถขับล้อหลังด้วยแรงบิดที่สูงถึง 319 นิวตันเมตร ส่วนแรงม้าถูกจำกัดไว้ที่ 67 HP เพื่อความประหยัดพลังงาน ทว่าจากข้อมุลล่าสุด มันกลับได้รับการอัพเกรดใหม่จนสามารถทำแรงบิดได้สุงถึง 1,000 นิวตันเมตร พร้อมทำแรงม้าได้สูงถึง 107.3 HP พร้อมทำอัตราเร่ง 0-96 กม/ชม ได้ภายใน 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอีกราวๆ 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง และแม้ตัวมอเตอร์จะแรงขึ้นอีกถึงเกือบ 3 เท่า…
2021 KTM X-Bow GTX ถือเป็นรถยนต์แนวสปอร์ตเรซคาร์รุ่นล่าสุด จากตระกูล X-Bow (Cross Bow) ที่ทาง KTM สร้างขึ้นมา เพื่อตีตลาดแยกกับรถมอเตอร์ไซค์อันเป็นผลิตภัณฑ์หลักของตน นั่นคือเน้นการตีตลาดทีมแข่งในระดับ GT เป็นหลักซึ่งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้เปิดเผยภาพและรายละเอียดคร่าวๆของรุ่นย่อยใหม่ที่ดูจัดเต็มมากกว่าเดิมของมันออกมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับข้อมูลในเบื้องต้น ทาง KTM ได้ระบุว่า 2021 X-Bow GTX จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 5 สูบเรียง 2.5 ลิตร (2,500cc) จากค่าย Audi ที่ถูกปรับจูนไส้ในใหม่ และควบคุมด้วยกล่อง ECU จาก Motec จนสามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ราวๆ 530 PS กับแรงบิดสูงสุดอีก 650 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์จากแบรนด์ดังสายเซอร์กิต Holinger แบบซีเควนเชียล 6 สปีด ระบบไฟฟ้า ควบคุมการขึ้น/ลงด้วยแพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัย…
จากความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ที่เราได้เคยนำเสนอไปว่า BMW G310RR อาจจะได้ฤกษ์เปิดตัวในสิ้นปีนี้ เพื่อให้ครบทีม 3 ทหารเสือ กับ G310R และ G310GS ดังนั้นจึงทำให้ล่าสุดทางสื่ออินเดียได้เริ่มออกไอเดียวิเคราะห์ว่าหน้าตาของเจ้าสปอร์ตไบค์ที่ว่านี้ จะถูกสร้างมาในรูปแบบใดเป็นที่เรียบร้อยดังที่เพื่อนๆจะได้เห็นต่อจากนี้ โดยสำหรับหน้าตาของ BMW G310RR ที่ทาง Rushlane ได้คาดการณ์เอาไว้นั้น แน่นอนว่าในขั้นต้น มันก็จะต้องใช้โครงสร้างตัวรถพื้นฐานจาก G310R ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าชุดเฟรมเหล็กถัก, ชุดระบบกันสะเทือน, ชุดล้อ, ชุดระบบเบรก, ถังน้ำมัน, และแฟริ่งช่วงท้าย ต่างก็มีดีไซน์หรือหน้าตาที่ยกมาจากเนคเก็ทไบค์สูบเดียวกันดังกล่าวทั้งหมด ส่วนชุดฟูลแฟริ่งครึ่งหน้านั้น ก็จะเปรียบเสมือนการเอาหน้าตาของซุปเปอร์ไบค์รุ่นใหญ่อย่าง S1000RR โฉมล่าสุดมาครอบไว้ทั้งชิ้น โดยจะมีแค่เพียงการปรับดีไซน์แฟริ่งข้างใหม่เล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้เข้ากับขนาดตัวรถ และมีการเปลี่ยนแฮนด์จากแบบแฮนด์บาร์ เป็นแฮนด์จับโช้กเพื่อให้เหมาะกับภาพลักษณ์ตัวรถ G310RR ที่จะต้องเป็นแบบสปอร์ตไบค์ ด้านขุมกำลังของ 2021 BMW G310RR ที่เป็นแบบสุบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พิกัด 313cc นั้น ก็คาดว่าจะมีการปรับจูนใหม่เล็กน้อยเพื่อให้มันผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro5…
หลังเคยถูกนำเสนอข้อมุลแบบมาๆหายๆอยู่พักใหญ่ ในที่สุดตอนนี้ เจ้า CFmoto CF1250J บิ๊กทัวร์ริ่งระดับเรือธงจากค่ายมังกรฟ้าก็ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยในประเทศจีน แถมยังเป็นการเปิดตัวพร้อมระบุว่านี่คือม้าศึกคันใหม่ของกรมตำรวจในประเทศจีนอย่างที่เคยเป็นข่าวกันก่อนหน้านี้อีกด้วย โดยสำหรับข้อมุลทางเทคนิคโดยคร่าวๆ (เพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดออกมาเนื่องจากเป็นความลับทางราชการ) ของ CF1250J นั้น แน่นอนว่าก็จะต้องเริ่มที่หน้าตาภายนอก ซึ่งถูกออกแบบมาให้ดูมีความโฉบเฉี่ยวไม่น้อยโดยเฉพาะกับไฟหน้า ขณะที่ทรวดทรงองเอวของมัน ก็มีความคล้ายคลึงกับบิ๊กทัวร์ริ่งจากค่ายใบพัดสีฟ้าอยู่ไม่น้อยซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะนี่คือรูปทรงพื้นฐานที่รถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ควรจะเป็นอยู่แล้ว ด้านขุมกำลังหลักของมันเองก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมันคือบล็อค V2 ที่มีชื่อประจำตัวว่า LC8 ซึ่งใช่แล้วล่ะครับ เครื่องยนต์ลูกนี้ อันทีจริงเป็นเครื่องยนต์ที่ KTM ทำขึ้นมาเพื่อใช้ในแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งอย่างเจ้า 950 Adventure นั่นเอง และด้วยการขยายความจุขึ้นเป็น 1,279cc จึงทำให้พละกำลังสูงสุดของมันขยับขึ้นเป็น 140 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดอีก 120 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาทีเลยทีเดียว ซึ่งเท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการพาตัวรถที่หนักถึง 297 กิโลกรัมให้ทะยานขึ้นไปแตะความเร็วสูงสุดที่ 240 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนฟีเจอร์อื่นๆที่น่าสนใจก็มีทั้ง…
Honda Garage Dream Custom หรือ HGDC ถือเป็นหนึ่งในเวทีการประกวดรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมของ Honda ในทวีปยุโรปที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้คนทั่วโลกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากรถคัสตอมแต่ละคันต่างก็มีดีไซน์ที่สวยงามอย่างลงตัวด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งหากเป็นปีก่อนๆ พวกเขามักใช้ตัวรถ CB1000R เป็นโจทย์หลัก แต่ในปี 2020 นี้ทางกรรมการกลับเลือกเปลี่ยนโจทย์ใหม่เป็นน้องรองอย่าง CB650R ที่ดูจับต้องได้ง่ายมากกว่าแทน ส่วนโจทย์ในการตกแต่งนั้น เอาจริงๆก็ไม่ซับซ้อนมากเท่าไหร่นักเพราะจะมีข้อจำกัดแค่ในเรื่องของ การห้ามโมดิฟายภายในเครื่องยนต์, ห้ามตัดแต่งชุดเมนเฟรมและซับเฟรม, และห้ามเปลี่ยนชุดระบบกันสะเทือนกับระบบเบรก, ห้ามเปลี่ยนถังน้ำมัน, ห้ามเปลี่ยนมาตรวัด, และอื่นๆอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการคัสตอมในจุดอื่นๆก็ค่อนข้างอิสระแต่ของแต่งที่เพิ่มขึ้นมาจะต้องใช้งบไม่เกิน 2,000 ยูโร หรือ 70,000 บาท ซึ่งถือว่ากำลังพอเหมาะพอดีไม่ได้ต่ำเกินไปจนจำกัดความสร้างสรค์ของชิ้นงาน หรือสูงเกินไปจนผู้ที่สนใจอยากทำตามบ้าง (อย่างเช่นเพื่อนๆ) จะมองว่าทำตามไม่ได้ และสำหรับตัวแทนจำหน่าย Honda เจ้าใหญ่ต่างๆในทวีปยุโรปที่ส่งภาพตัวรถ CB650R – Custom ของตนเองมาให้ทางกรรมการ Honda Garage Dream Custom พิจารณา และเปิดให้บุคคลทั่วไปโหวตให้คะแนนเพิ่มเติมได้นั้น…
เรียกได้ว่านับตั้งแต่ Royal Enfield 650 Twin-Series ได้ถูกเปิดตัวออกมา ก็ถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จมากๆในการบุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ระดับ Middle-Weight เพราะมีหน้าตาที่ถูกใจใครหลายคน โดยเฉพาะกับเครื่องยนต์ที่เป็นจุดขายหลักในราคาที่จับต้องได้ จึงทำให้มีหลายคนอยากให้พวกเขานำเครื่องยนต์บล็อคนี้ไปใช้กับรถมอเตอร์ไซค์รูปแบบอื่นบ้าง ซึ่งดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นอาจจะสมปราถนาในเร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้โดยสื่อหลายๆเจ้าทั่วโลก ต่างก็ระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ณ ขณะนี้ทาง Royal Enfield ได้เริ่มพัฒนาไลน์อัพใหม่ของ 650 Twin Series แล้วเรียบร้อย หลังทางผู้บริหารได้ระบุว่าในช่วงขวบปีที่ผ่านมา ทางดีไซน์เนอร์หรือผู้ออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ของบริษัท ได้มีการเสนอไอเดียการทำ Royal Enfield 650 Twin ไว้ถึง 14 รูปแบบด้วยกัน โดย 2 ในรูปแบบที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้ว่าอาจจะเป็นโมเดลขายจริงคันต่อไปก็คือ Himalayan 650 อันเป็นตัวแทนในฝั่งรถมอเตอร์ไซค์แนวเรโทร หรือคลาสสิค-แอดเวนเจอร์ ที่น่าจะมีลูกค้าผู้ชื่นชอบในตัว Himalayan 400 หลายคนรอคอย ขณะที่อีกตัวก็อาจจะเป็นการทำออกมาในรูปแบบสแครมเบลอร์ไบค์ที่ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ชอบทำกันเหลือเกินในช่วงหลายปีมานี้ เพื่อตีตลาดลูกค้าที่ชื่นชอบในความย้อนยุคเช่นกัน แน่นอนว่าสำหรับกำหนดการเปิดตัว หรือเผยโฉมของ Royal Enfield…
ขณะที่ช่วงนี้มีข้อมูลของ Kawasaki ZX-25R ถูกทยอยปล่อยออกมา ในฝั่งคู่แข่งสายตรงอย่าง Honda CBR250RR เอง ก็มีข้อมูลข่าวใหม่ๆมาให้อัพเดทอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเรื่องราวล่าสุดที่เราได้รับมานั้น ก็ว่าด้วยเรื่องของการที่มันอาจจะมี 2 สเปค เป็นอย่างน้อย ให้เลือกซื้อตามความต้องการของลูกค้าในตัวรถเวอร์ชันปี 2020 เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เป็นทางสื่ออินโดนีเซีย Iwanbanaran อีกครั้ง ที่ได้ระบุว่า ออพชันต่างๆของ CBR250RR โฉมปี 2020 ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ทั้งการขยับแรงม้าเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 249cc ที่ประจำการอยู่ให้ขยับขึ้นเป็น 41 แรงม้า จาก 39 แรงม้า และการเพิ่มระบบควิกชิฟท์เตอร์ หรืออาจรวมถึงระบบกุญแจ Keyless เข้ามา จะไม่ได้มีให้หรือติดตั้งให้ใน CBR250RR ทุกคัน แต่จะมีให้เฉพาะรุ่นพิเศษ หรืออาจจะเป็นรุ่นท็อปเท่านั้น ส่วนรุ่นที่ 2 ก็คือรุ่นที่ถูกตัดออพชันหรูๆทิ้งไป แล้วมีแค่เพียงเครื่องยนต์เท่านั้น ที่ถูกปรับจูนใหม่ให้พละกำลังสูงขึ้น…
