ขณะที่บ้านเรายังมีแค่เพียง Honda Forza 300 และ Yamaha Xmax 300 ไว้ตีตลาดรถมอเตอร์ไซค์แนวบิ๊กสกูตเตอร์ระดับเริ่มต้นเพียง 2 คันเป็นหลัก (จะรวม BMW C400GT/C400X ก็ได้นะครับ แต่ราคาก็แพงจัดเกิน cc ไปเยอะเหมือนกัน) แต่ในประเทศกลุ่มทวีปยุโรปนั้นกลับมีรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ให้เหลือกซื้อหลายรุ่นด้วยกัน และหนึ่งในนั้นคือเจ้า KYMCO Xciting S 400 หน้าตาสุดดุดันคันนี้ ที่พึ่งได้รับการเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพื่อให้ทันคู่แข่งคันอื่นๆในตลาดด้วย โดยสำหรับการออกแบบคร่าวๆของเจ้า Xciting S 400 คันนี้นั้น แม้ทาง KYMCO จะบอกว่าพวกเขาอยากให้มันมีความหรูหราแบบรถทัวร์ริ่งสกูตเตอร์อยู่บ้างในรายละเอียด แต่หากดูในภาพรวมแล้ว เรากลับเห็นได้ชัดเจนว่ามันมีความโฉบเฉี่ยว สปอร์ตในเส้นสายรอบคันอยู่เยอะมากตั้งแต่หัวจรดท้าย นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมายทั้ง ชุดไฟหน้า LED โคมคู่พร้อมแถบไฟ DRL, ขณะที่โคมไฟท้าย LED นั้นก็มีดีไซน์ที่แหลมเฟี้ยวไม่แพ้ด้านหน้า, และไฟเลี้ยวก็เป็นหลอด LED เช่นกัน, ส่วนระบบเบรกก็เป็นแบบเรเดียลเมาท์ 4…
Author: admin
แม้ว่าก่อนหน้านี้ เราจะพึ่งมีการนำเสนอไปว่าทาง กรมขนส่ง ได้กลับมาเปิดให้บริการเกี่ยวกับใบขับขี่อีกครั้ง แต่ด้วยการประกาศต่ออายุการบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน ออกไปถึงปลายเดือนพฤษภาคม ทำให้ทาง กรมจนส่งเองก็ต้องปรับแผนใหม่ด้วยเช่นกัน ดังคำประกาศด้านล่างนี้ “การดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) ทุกประเภท ทั้งที่จองคิวไว้แล้วและยังไม่ได้จอง ขอเลื่อนไปจนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศเป็นอย่างอื่น หลังจากนี้ หลังจากมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศเป็นอย่างอื่น ท่านที่จองคิวไว้จะได้รับสิทธิในการดำเนินการตามลำดับ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลให้ผู้จองคิวทราบในภายหลัง ขออภัยมา ณ ที่นี้ ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563” เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ท่ามกลางแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 (Covid–19) ทำให้เหล่าบรรดาไบค์เกอร์หลายคนต้องนั่งทำงานอยู่กับบ้าน (Work from Home) เป็นเหตุให้ต้องจอดรถจักรยานยนต์คู่ใจไว้ที่บ้าน อีกทั้งนโยบาย Social Distancing ทำให้หลาย ๆ คนไม่ได้ขับขี่เจ้าสองล้อออกไปเช่นเคย แน่นอนว่ารถจักรยานยนต์หากจอดเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์และชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของรถจักรยานยนต์ วันนี้ “ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” จะมาแนะนำ 5 ขั้นตอนดูแลรถจักรยานยนต์คู่ใจ พร้อมแนะ 3 จุดที่ควรทำความสะอาด เพื่อให้รถจักรยานยนต์มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ในยามที่ต้องจอดรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 (Covid-19) 1. จอดในที่ร่ม – เมื่อไม่ได้ใช้งานรถจักรยานยนต์เป็นระยะเวลานานควรนำไปจอดในที่ร่มหรือคลุมผ้าให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นและฝนซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับตัวรถได้ อีกทั้งควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดอยู่เป็นระยะเพื่อปกป้องตัวรถจากฝุ่น แสงแดดและฝนที่อาจส่งผลให้อุปกรณ์ภายนอกและภายในมีอายุที่สั้นลง 2. หมั่นสตาร์ทเครื่องยนต์และเช็คแบตเตอรี่ – เนื่องจากเครื่องยนต์ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถทุกชนิดที่ต้องได้รับการสูบฉีดด้วยของเหลวอยู่เป็นประจำ เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานอาจทำให้การสูบฉีดของเครื่องยนต์ติดขัดได้ ดังนั้นควรหาเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ทุก ๆ 1 – 2 วัน เพื่อให้เครื่องยนต์ได้สูบฉีดและชาร์จไฟแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ 3.…
เทรนด์การใส่วิงหลัง หรือ สปอยเลอร์หลัง ให้กับหมวกกันน็อค อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่เอาจริงๆก็ไม่ได้ใหม่จ๋าขนาดนั้นเพราะหมวกใบที่ใช้เทคโนโลยีนี้เป็นรุ่นแรกๆนั้นถือกำเนิดขึ้นมาได้เกือบ 10 ปีแล้ว ทว่าด้วยความเป็นแบรนด์ที่ค่อนยข้างอนุรักษ์นิยมพอตัว จึงทำให้ทาง Arai พึ่งเปิดตัวชิ้นวิงหลังสำหรับหมวกกันน็อคตัวท็อปสายเรซซิ่งอย่าง RX-7X ของตนเองออกมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ โดยหลังจากที่ปล่อยให้เหล่าสาวกได้ตาลุกวาวกันมานับปี เพราะเห็นแค่เหล่านักบิดผู้ใช้หมวก Arai RX-7X ในเวที MotoGP, WSBK และเวทีระดับประเทศอื่นๆใช้กันขณะแข่งขันในฤดูกาลปี 2019 ในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็มีการวางจำหน่ายชุดวิงหลังที่ใครหลายๆคนรอคอยเสียที ซึ่งในเบื้องต้นนั้นทาง Arai ระบุว่ามันจะมีทั้งหมด 6 แบบให้เลือกด้วยกันได้แก่สี ขาว, ดำ, ขาวมุก, ดำมุก, ดำด้าน ซึ่งจะสนนราคาอยู่ที่ 5,500 เยน หรือราวๆ 1,700 บาท และรุ่นที่เป็นพลาสติกไสสีรมดำ ก็จะสนนราคาเบากว่าหน่อย คือ 4,400 เยน หรือราวๆ 1,350 บาท ส่วนประโยชน์ในการใส่ชุดวิงหลัง หรือสปอยเลอร์หลังเข้าไปที่ปลายหมวก…
เงียบหายไปพักใหญ่สำหรับข่าวคราวของ BMW – M Performance Series ที่หนึ่งในนั้นมีการระบุชื่อของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งระดับเรือธงอย่าง R1250GS ที่จะกลายเป็น M1300GS ด้วย ซึ่งในวันนี้เราก็มีข้อมูลใหม่ๆของมันมานำเสนอให้เพื่อนๆได้อัพเดทความเคลื่อนไหวกันแล้วครับ สำหรับข้อมูลใหม่ที่ว่านั้น ก็จะว่าด้วยเรื่องของแนวทางการปรับปรุงหรือแต่งเติมคร่าวๆของเจ้า M1300GS ตามแนวคิดของสื่อเยอรมัน Motorrad ซึ่งดูมีความเป็นไปได้จริงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งการที่ทาง BMW จะทำการปรับโฉม R1250GS ใหม่ให้ดูมีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับดีไซน์ชุดไฟหน้าใหม่ให้มีความแหลมคมมากกว่าเดิม แม้แต่ในฝั่งของกาบแฟริ่งข้างก็เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นทางแหล่งข้อมูลต้นทางยังระบุอีกว่าอาจมีชิ้นส่วนพลาสติกบางจุดได้รับการเปลี่ยนวัสดุขึ้นรูปเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยเพื่อความพรีเมียมและดุดันกว่าเดิม ด้านระบบกันสะเทือนที่เอาจริงๆของเดิมๆติดตัว R1250GS นั้นก็ค่อนข้างครบครันและฉลาดเอาเรื่องอยู่แล้ว แต่ในตัว M1300GS นี้นั้น จะเน้นปรับเซ็ทค่าต่างๆใหม่ให้เหมาะสมกับการวิ่งบนทางดำด้วยความเร็วสูงๆมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่มันจะมาพร้อมกับชุดล้ออัลลอยด์หน้า/หลัง และรัดด้วยยางแบบสปอร์ต แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้มันเข้ากันกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการขยายความจุขึ้นเป็น 1,300cc โดยประมาณ แถมยังผสานกับชุดท่อไอเสีย Akrapovic แท้ๆทั้งเส้นจนคาดว่าจะทำแรงม้าสูงสุดได้ราวๆ 145 แรงม้านั่นเอง (ของเดิมใน R1250GS นั้นจะสามารถทำกำลังสูงสุดได้ที่ 136 แรงม้า PS) ส่วนประเด็นในเรื่องการที่ว่าเจ้า…
แม้โดยปกติแล้ว จุดขายของ Royal Enfield คือการขายรถมอเตอร์ไซค์ที่มีหน้าตาย้อนยุค คลาสสิค แต่ในเร็วๆนี้ พวกเขาเตรียมจะเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างระบบการเชื่อมต่อหน้าจอกับโทรศัพท์มือถือที่เหล่ามอเตอร์ไซค์หรูๆใช้กันให้กับโมเดลใหม่ของพวกเขาด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นทางสื่ออินเดียได้ระบุว่า ขณะนี้ทาง Royal Enfield ได้มีแผนและเริ่มทดสอบระบบเชื่อมต่อบูลทูธกับโทรศัพท์มือถือจริง ซึ่งฟังก์ชันหลักของระบบเทคโนโลยีนี้ก็คือการเข้าถึงระบบนำทางด้วย GPS ที่สามารถบอกเส้นทางได้แบบกึ่งเรียลทาม เช่นการกระพริบไฟเมื่อไหล้ถึงจุดที่ควรเลี้ยวเป็นต้น ส่วนการเข้าถึงฟังก์ชันเล่นเพลง และรับสายโทรเข้า/ออกนั้น ยังต้องรอการอัพเดทต่อไปเมื่อตัวรถถูกวางขายจริง ส่วนตัวรถที่คาดว่าจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ก่อนเป็นคันแรกของค่ายเลยก็คือ All-New Royal Enfield Meteor ที่ตามกำหนดเดิมแล้วมันควรจะต้องเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 จึงทำให้กำหนดการเปิดตัวอาจมีการคลาดเคลื่อนออกไป แม้ว่าอันที่จริง ดูเหมือนว่าตอนนี้ตัวรถพัฒนาจนถึงขั้นเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ตามที อ่านข่าว Royal Endfield เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
หนึ่งในคำถามเกี่ยวกับ Marc Marquez ที่เรามักได้ยินใครหลายคนอยากถามเขามาตลอดโดยเฉพาะในช่วงปีหลังๆมานี้ ก็คือเขาไม่คิดจะย้ายไปอยู่ทีมอื่นบ้างหรือนอกจาก Honda และ Ducati ที่อยากได้เขามานาน เคยติดต่อเจ้าตัวจริงๆหรือไม่ ซึ่งล่าสุด MM93 ก็ได้ให้คำตอบเรื่องนี้มาแล้ว “ผมอายุ 27 แล้ว, และผมพึ่งเซ็นสัญญาใหม่ไปอีก 4 ปี, ใครจะรู้ล่ะ (ว่ามันจะเกิดขึ้น)” Marquez ให้สัมภาษณ์กับ SkySport.it ตอนที่สื่อรายนี้ถามว่ามีโอกาสมั้ยที่เราจะได้เห็นนักบิดรายนี้ไปขี่รถของทีมอื่น “ผมรู้ว่ามีคนอยากให้ผมไปชนะกับตัวแข่งคันอื่นบ้าง, แต่ผมขอเลือกตามใจตนเอง, เพราะพวกเขา (Honda) มอบโอกาสให้ผมที่จะได้ขึ้นมาสู่ MotoGP จาก Moto2 เพื่อชัยชนะ” “(อันที่จริง)ผมก็ได้ยินจาก Ducati ว่าเค้าเองก็ถาม(ข้อมูลการต่อสัญญา), แต่โปรเจ็กท์ของ Honda นั้นดีที่สุดแล้วจากมุมมองเกี่ยวกับการกีฬา”, “และในตอนนี้ผมคงต้องบอกว่าไม่ (เกี่ยวกับความคิดจะไปอยู่กับทีมอื่น), แต่ในอนาคตคุณไม่รุั้หรอก (ว่าอะไรจะเกิดขึ้น)” อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…
ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่บีบให้เวลาในการแข่งขันของ MotoGP 2020 จำกัดน้อยลงไปทุกที แภมตอนนี้ยังมีสนามแข่งที่ต้องถูกยกเลิกจัดไปอีก 3 แห่ง ทำให้ทาง Dorna ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อหาทางออกนี้ ซึ่งทางเลือกหนึ่งที่ดูจะลงตัวที่สุดในความคิดของเหล่ากรรมการ ณ ขณะนี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นการแข่งขันแบบปิด และการแข่งขันแบบ 1 สนาม 2 เรซรวด เกี่ยวกับเรื่องนี้ Mamen Sanchez นายกเทศมนตรีเมือง Jerez de la Frontera ประเทศสเปน ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่น Diario de Jerez ว่า “มันเป็นข้อเสนอดีๆที่เราปฏิเสธไม่ได้” แม้ว่าการแข่งขันอาจจะต้องเข้มงวดจนถึงขั้น เกือบเป็นการแข่งขันแบบปิดก็ตาม (อาจจะเปิดให้เฉพาะผู้มีสิทธิพิเศษเท่านั้นที่ได้เข้าชม เช่นเหล่าตัวแทนสปอนเซอร์ต่างๆ) “มันคือเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อบอกว่ามันหมายถึงการที่จะมีคนจำนวนมากเข้ามาอยู่ในเมืองเราถึง 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะกับในแง่ประโยชน์ต่อภาคการให้บริการ” นอกจากนี้หากการแข่งขัน MotoGP 2020 ต้องแข่งแค่เฉพาะในยุโรปจริงๆล่ะก็ สนามแข่งขันของแคว้นกาตาลุญญาเอง ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องจัดการแข่งขันแบบ 2…
หลังมีข้อมูลเปิดเผยออกมาตั้งแต่งาน EICMA Show 2019 เป็นการคอนเฟิร์มว่ามันอยู่ในโปรเจกท์พัฒนาจริง และมีการปล่อยภาพเรนเดอร์ให้เห็เพียงรูปทรงคร่าวๆอยู่นาน ตอนนี้เจ้า Bimota KB4 ก็ได้ถูกเปิดเผยภาพจริงของมันออกมาเป็นที่เรียบร้อยดังที่เพื่อนๆเห็นอยู่ด้านบนนี้ สำหรับหน้าตาโดยคร่าวๆของ KB4 จะเห็นได้ว่าในเบื้องต้นนั้น รู้ปทรงหรือดีไซน์ภายนอกของมัน ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นแบบรถมอเตอร์ไซค์ทรงคาเฟ่ต์-เรเซอร์ยุคเก่า โดยเฉพาะกับชุดแฟริ่งหน้าแบบหัวกระสุน ที่มีโคมไฟ LED ตรงกลางซึ่งคาดว่าจะยกมาจาก Z900RS ส่วนชุดเฟรมก็เป็นที่ถอกแยกส่วนกันได้ เพราะชิ้นเฟรมตรงกลางเป็นอลูมิเนียมที่มีน็อตนึดกับเฟรมโครงเหล็กท่อเหลี่ยมถักชวงครึ่งหน้า ลักษณะคล้ายสวิงอาร์มหลัง จากที่ปกติชาวบ้านใช้ท่อกลมกัน ซึ่งก็ดูสวยงามไปอีกแบบ ส่วนเครื่องยนต์หากมองจากหน้าตาแครงก์ขวา ก็ถือว่าไม่ต้องเดาให้ยากเท่าไหร่นัก เนื่องจากหน้าตาแครงก์แบบนี้คือฝาแครงก์ของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,043cc ที่ยกมาจาก Kawasaki Ninja 1000 โดยคาดว่าทาง Bimota อาจจะไม่ได้มีการปรับจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่นักเพื่อให้มันยังใช้งานได้ง่ายเช่นเดิม นอกจากนี้พวกเขายังอาจจะยกระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆของนินจาพันมาใส่ทั้งหมดอีกด้วย เนื่องจากมันเป็นแนวทางปกติที่ทางค่ายทำอยู่แล้ว ด้านช่วงเวลาเปิดตัว หากอิงตามกำหนดเดิม เจ้า Bimota KB4 คันนี้ ก็จะได้ฤกษ์เผยโฉมจริงในช่วงงาน EICMA Show 2020…
ขณะที่นักบิดส่วนใหญ่เลือกรีไทร์ชีวิตนักแข่งมืออาชีพไปตั้งแต่ช่วงวัย 30 ต้นๆ (หรืออาจจะ 30 กลางๆ สำหรับยุคนี้) เพื่อออกไปใช้ชีวิตในรูปแบบอื่น อย่างเช่นการสร้างครอบครัว มีลูกมีภรรยาให้ดูแล แต่ในขณะเดียวกัน Valentino Rossi กลับยังคงลากสังขารตนเองมายาวจนถึงวัย 41 ปี โดยที่เรายังไม่เห็นวี่แววสักทีว่าเขาอยากจะสร้างครอบครัวจริงๆจังๆอย่างคนอื่นๆเลยสักนิด อย่างไรก็ดี จากบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Valentino Rossi โดย Yamaha Racing ที่เราแนบคลิปไว้ให้เพื่อนๆได้กดชมกันด้านบนนี้ มีส่วนหนึ่งที่ถาม VR46 ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ? ที่เราจะได้เห็นทายาทสายตรงจากนักบิดระดับตำนานในเร็วๆนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบคำถามออกมาว่า “ผมก็อายุ 41 แล้วนะ ดังนั้นผมเลยคิดว่าผมคงเหลือเวลาอีกไม่มากเท่าไหร่นัก, บางทีอาจจะในเร็วๆนี้ก็ได้, ในความคิดผม มันคือเรื่องดีตลอดที่ได้มีเด็กสักคนและผมก้อยากมีสักคนเหมือนกัน, แต่จากใจเลย ผมยังรู้สึกว่าผมอายุ 20 ไม่ใช่ 40, ผมรอช่วงจังหวะที่ผมพร้อม แต่ผมไม่เคยพร้อมเลย” อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
