อย่างที่เราหลายๆคนทราบกันดีว่า ในการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอย่าง MotoGP และ WSBK นั้นต่างต้องใช้แทร็คที่มีมาตรฐานสูงมากเพื่อรองรับการแข่งขัน ทั้งตัวรั้วของแทร็ค, ยางกนักระแทกรอบๆแทร็ค, ผิวแทร็ค และล่าสุดทางผู้คุมกฏอย่าง FIM เอง ก็เตรียมออกมาตรฐานสำหรับ “สีที่ใช้ทาผิวแทร็ค” เพิ่มอีกอย่างด้วย เพื่อให้นักแข่งมีความปลอดภัยมากที่สุดขณะทำการฝึกซ้อมและแข่งขัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เพียง FIM เท่านั้นที่เป็นตัวตั้งตัวตี แต่ทางฝั่ง FIA ที่เป็นผู้คุมกฏการแข่งขันระดับนานาชาติของฝั่งรถยนต์เองก็มีการหารือด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยกันกำหนดมาตรฐานของสีที่จะใช้ทางผิวแทร็ค, เอเป็กทั้งด้านในและด้านนอกแทร็ค, รวมถึงบริเวณแทร็คลิมิต จะต้องมีความฝืดหรือสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานไม่ด้อยไปกว่าผิวแทร็คเปล่าๆ และจะต้องไม่แปรเปลี่ยนค่าสัมประสิทธิ์ที่ว่าไปตามสภาพแวดล้อมด้วย เพื่อลดอุบัติเหตุของนักแข่ง จากปัญหายางสูญเสียแรงยึดเกาะกระทันหันเมื่อเหยียบผิวแทร็คที่มีการทาสีดังที่ระบุไว้ในข้างต้น อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้ การกำหนดมาตรฐานสีทาผิวแทร็คดังกล่าว ยังอยู่แค่ในขั้นหารือเบื้องต้นเท่านั้น และกว่าทาง FIM และ FIA จะสามารถกำหนดมาตรฐานเป็นตัวเลข หรือเป็นข้อมูลทางเทคนิดที่เจาะจงออกมาได้ จึงอาจจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยทีเดียว แต่ถ้าหากมีความเคลื่อนไหวใดๆเพิ่มเติมออกมาแล้ว เราจะรีบอัพเดทให้เพื่อนๆได้รับทราบกันเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุดครับ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว WSBK เพิ่มเติมได้ที่นี่…
Author: admin
ผ่านไปเกือบ 4 เดือนเห็นจะได้นับตั้งแต่มีคนพบเห็นว่า All-New KTM 1290 Super Duke R รุ่นปี 2020 กำลังถูกขี่ทดสอบอยู่บนถนนสาธารณะ และในที่สุดทางค่ายก็ได้มีการปล่อยทีเซอร์ของมันออกมาแล้วเรียบร้อย เพื่อบอกว่าเรากำลังจะได้โฉมจริงของมันแล้วในเร็วๆนี้ โดยสำหรับเนื้อหาในคลิปทีเซอร์ All-New 1290 Super Duke R นั้น ด้วยความที่มันเป็นเพียงคลิปยั่วกระแสสายตาจากสาวก จึงทำให้เราสามารถทราบได้เพียงว่ามัน จะยังคงใช้ชุดเฟรมแบบโครงเหล็กถักสีส้มเช่นเดิม ซึ่งหากอิงจากภาพ Spyshot ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ตัวโครงที่ว่าจะเป็นโครงที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่เพื่อมันโดยเฉพาะ ไม่ใช่โครงที่ต่อยอดมาจาก Super Duke โฉมปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงหนึ่งของคลิป เราก้จะเห็นอีกว่า พวกเขามีการถ่ายจังหวะช่างฝีมือกำลังทำชิ้นงานคาร์บอนอยู่ด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ เรายังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทาง KTM จะนำมันมาใช้กับส่วนไหนของ 1290 Super Duke R รุ่นใหม่ แต่ที่แน่นอนก็คือพวกเขาตั้งใจจะใช้มันเพื่อรีดน้ำหนักตัวรถให้เบาลงพอที่จะรับมือกับ Ducati Streetfighter…
หลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา New Triumph Street Triple 765 RS เวอร์ชันปี 2020 ได้ถูกเปิดตัวแบบ Official บนโลกออนไลน์กันไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งเราเองก็ไม่รอช้าที่จะนำเสนอภาพของมันให้เพื่อนๆได้รับชมกันว่ามันมีความแตกต่างจากโฉมปี 2019 อย่างไรบ้าง และในวันนี้เราก็จะนำมันมาเปรียบเทียบสเปคทางเทคนิคของมันให้เพื่อนๆได้รับทราบกันอีกครั้ง แต่มันจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง เรามาเข้าเรื่องกันเลยครับ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง / DOHC / 12 วาล์ว / ระบายความร้อนด้วยน้ำ / 765cc บล็อคเดียวกัน เพียงแต่ในฝั่งของ Street Triple 765 RS เวอร์ชัน 2020 จะมีการปรับปรุงในเรื่องของระบบไหลเวียนอากาศทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงปรับอัตราส่วนกำลังอัดให้ลดลงจาก 12.65 : 1 เป็น 12.54 : 1 ซึ่งจะส่งผลในเรื่องของกำลังที่เปลี่ยนไปพอสมควร และแม้กำลังสูงสุด Street…
ย้อนไปเมื่อเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา Royal Enfield ได้มีการเผยโฉมรถคัสตอม Royal Enfield Continental GT 650 : Nought Tea GT ที่ทำขึ้นมาเพื่อเอาไว้ส่งลงอีเวนท์ Wheels and Waves 2019 โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากผ่านการเวลาไปเพียงแค่ 4 เดือนนิดๆ ทางสำนัก Harris Performance เจ้าของผลงาน ก็ได้เผยเวอร์ชัน 2.0 ของมันออกมาให้เราได้ชมกันอยู่ในขณะนี้แล้วเรียบร้อย โดยสำหรับข้อมูลของ Nought Tea GT 2.0 นั้น แน่นอนว่ามันคืองานคัสตอมที่สร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Continental GT 650 แต่ชิ้นส่วนต่างๆของตัวรถ ถูกทำให้เบาขึ้นจนน้ำหนักโดยรวมของรถเบาลงกว่าเดิมถึง 18.5 กิโลกรัม และเปลี่ยนช่วงล่างเป็นโช้คแต่งจาก Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แม้แต่ระบบเบรกเองก็ยังได้รับการอัพเกรดไปใช้ของ Brembo…
ย้อนไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราได้มีการนำเสนอข้อมูลไปว่า Toprak Razgatlioglu นักบิดดาวรุ่ง Kawasaki WSBK เตรียมย้ายซบ Pata Yamaha ปีหน้า โดยจะเข้าไปแทนตำแหน่งของ Alex Lowes ที่แม้จะมีผลงานค่อนข้างดี แต่ด้วยความร้อนแรงกว่าของนักบิดดาวรุ่งคนนี้จึงทำให้เจ้าตัวต้องหลุดเก้าอี้ไปเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ดี สำหรับข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับมา ระบุไว้ว่าขณะนี้ Alex Lowes ได้ประกาศแยกทางจาก Pata Yamaha แล้วเรียบร้อย และอาจเตรียมประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าเขาจะได้เป็นนักบิดคนใหม่ของ Kawasaki Racing Team หรือ Kawasaki ทีมโรงงาน ใน WSBK ปี 2020 ต่อ ซึ่งเก้าอี้ที่ Lowes จะเข้าไปเสียบแทนก็คงไม่ใช่ใครนอกจาก Leon Haslam ที่เมื่อคืนที่ผ่านมาทางต้นสังกัดพึ่งได้ประกาศไปว่า นักบิดดีกรีแชมป์ WSB ปี 2018 คนนี้จะไม่ได้ไปต่อในเวที WSBK หลังจบฤดูกาลปัจจุบัน…
แม้ในการแข่งขัน ThaiGP 2019 ที่ผ่านมา เราจะเห็ฯว่า Marc Marquez นั้นสามารถขี่ตัวแข่ง Honda RC213V บดขยี้กับ Fabio Quartararo ที่ใช้ Yamaha YZR-M1 ได้อย่างเมามัน จนลืมไปว่าหากย้อนไปช่วง FP1 ของเช้าวันศุกรนั้น นักบิดแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์พลาดล้มแบบไฮไซด์จนต้องหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว โดยสำหรับสาเหตุการล้มของ Marquez ครั้งนี้ ทางเจ้าตัวก็ได้ออกมาอธิบายไว้ว่า เพราะจังหวะนั้นตนปิดคันเร่งตัวแข่งเยอะเกินไป (ปิดสนิท) จึงทำให้เกิดแรงเอนจิ้นเบรกที่ล้อหลังอย่างหนักจนล็อค แล้วดีดตนออกมาจากรถทันที ซึ่งหลังจากล้มไปแล้ว MM93 ก็พบว่าตนหายใจไม่ออกอยู่นานถึง 5 วินาที และนอนจุกอยู่อย่างนั้นจนต้องให้เจ้าหน้าที่สนามมาช่วยกันหิ้วปีกเพื่อเดินไปขึ้นรถพยาบาลที่รอรับอยู่ตรงถนนเลียบแทร็ค และจากข้อมูลที่ทาง Alpinstars สามารถเก็บไว้ได้จากชุดเรสซิ่งสูทของ Marc Marquez นั้น ก็ได้ระบุไว้ว่า ในจังหวะที่ MM93 กระแทกพื้น เขาต้องเจอกับแรงโน้มถ่วงโลกที่สูงที่สุดถึง 26.14…
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่ถูกใจแฟนๆอยู่น้อยเลยทีเดียวสำหรับษึก ThaiGP 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักบิดรู้กี้อย่าง Fabio Quartararo ที่สามารถหวดแลกกับ Marc Marquez แชมป์โลก MotoGP ฤดูกาลล่าสุด แบบโค้งต่อโค้ง และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทางผู้ใหญ่ของวงการอย่าง Carlo Pernat ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ Dorna ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยฟอร์มอันสุดร้อนแรงในปีนี้ และแนวโน้มที่จะไปดีดียิ่งขึ้นอีกในปีหน้า จึงทำให้ทาง Yamaha คงไม่พลาดที่จะดึง Fabio Quartararo เข้ามาร่วมในสังกัดทีม Factory ใน MotoGP ปี 2021 ทว่าด้วยความที่ Valentino Rossi พึ่งจะมีการประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าใน MotoGP 2020 นั้น เขาจะทำการเปลี่ยนหัวหน้าทีมช่างคนใหม่เพื่อหวังแก้ปัญหาผลงานที่ติดแหง็กมานานหลายปี ซึ่ง ณ จุดนี้จึงทำให้ Pernat มองว่า Rossi เองอาจจะยังเชื่อว่าตนสามารถขี่ได้อยู่อีกหลายปี ไม่ใช่แค่จนจบปี 2020 เท่านั้น…
Kawasaki Motorcycles ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังสนใจและกำลังพัฒนาโปรเจ็กท์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อทำมันขึ้นมาไว้วางจำหน่ายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งนอกจากสิทธิบัตร Kawasaki Ninja 300 ที่ถูกนำมาดัดแปลงใหม่ให้รองรับกับการติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลูกยักษ์และมอเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ล่าสุดพวกเขายังเผยอีกว่า ตนมีแผนจะทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ 4 ล้อด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ นาย Sergio Vicarelli ผู้จัดการฝ่ายงานขายและการตลาดของ Kawasaki Italia ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาลีรายหนึ่งว่า “อันที่จริงในตอนนี้เกือบทุกๆค่ายต่างก็พยายามพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไว้วางจำหน่ายในอนาคตอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าปัญหาคือในตอนนี้เทคโนโลยียังไม่เอื้อให้มันสามารถใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ที่คิดไว้ในอุดมคติเท่าไหร่นัก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตัวจ่ายพลังงาน) ” Sergio ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “อย่างเร็วที่สุดกว่าที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะพัฒนาไปถึงขึ้นใช้งานในอุดมคติ หรือตามที่คาดหวังไว้ได้ เราอาจจะต้องรอจนถึงปี 2030 และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว Kawasaki ก็พร้อมที่จะเดินหน้าปล่อยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีล้อให้ใช้งานถึง 4 วงออกมาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกัน” ซึ่งหากเอ่ยถึงโปรเจ็คท์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 4 ล้อแล้ว มันก็คงหนีไม่พ้นเจ้า Kawasaki J Concept ที่เคยเผยโฉมมานานแล้วตั้งแต่ 5 ปีก่อน โดยสำหรับจุดเด่นของ Kawasaki J Concept…
อย่างที่เราทราบกันดีว่า Marc Marquez กับฉายา ไอหนูมหัศจรรย์ หลังจากที่เขาได้คว้าแชมป์ MotoGP ปีแรก ที่เป็น Rookie และ ได้แชมป์ 2 ปีซ้อน ซึ่งถือเป็นนักบิดที่อายุน้อยที่สุด ในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ การที่อยู่ใน Premier Class มา 7 ปี และคว้าแชมป์ได้ถึง 6 สมัย (ตั้งแต่ปี 2013-2019) โดย พลาดแชมป์เพียงปี 2015 ปีเดียว ให้กับ Jorge Lorenzo ทีมเมท Repsol Honda ซึ่ง ณ เวลานั้น เจ้าตัวยังแข่งให้กับ Movistar Yamaha นั่นเป็นผลงานการันตีให้เห็นได้แล้วว่า ณ เวลานี้ ไม่มีใคร จะเทพ ได้เทียบเท่า…
ถือได้ว่าเป็นการหลุดข้อมูลออกมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัวเลยก็ว่าได้สำหรับการเปิดตัว 2020 Kawasaki Ninja 650 ที่จู่ๆทาง Kawasaki USA ก็ได้จัดงานเผยโฉมมันขึ้นมา ซึ่งเราก็ไม่รอช้า รีบนำมันมาเสนอให้เพื่อนๆได้รับชมกันครับ โดยสำหรับจุดเปลี่ยนหลักๆของ 2020 Ninja 650 นั้น หลักๆแล้วก้ต้องเริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก ที่สุดท้ายก็ไม่วายว่ามันจะยกเอาเบ้าไฟหน้าของ Ninja 400 มาใช้ ขณะที่แฟริ่งรอบๆแม้จะมีเส้นสายที่คล้ายรุ่นน้อง แต่มันก็ถูกทำให้มีมิติดูดุดันยิ่งขึ้น ส่วนแฟริ่งด้านข้าง อกล่าง ก็มีการรีดีไซน์ใหม่ให้มีความแข็งกร้าวมากกว่าเดิม ขณะที่ชุดแฟริ่งท้ายนั้นยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน (ต้องลองดูตัวรถจริงอีกทีในภายหลัง) แต่เท่าที่เห็นก็ดูเหมือนมันจะยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมแค่เบาะนั่งผู้ซ้อนใหม่ที่หนาและใหญ่มากขึ้น ด้านชุดแฮนด์บาร์ยังคงเป็นแบบจับเหนือแผงคอสไตล์รถมอเตอร์ไซค์ สปอร์ต-ทัวร์ริ่งตามเดิม, เฟรมถักคล้ายเดิม และระบบกันสะเทือนหน้าก็ยังคงเป็นแบบหัวตั้งทำงานร่วมกับปั๊มเบรกโฟลทติ้งเมาท์เช่นเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆนอกจากเซ็ทติ้งใหม่เล็กน้อยเท่านั้น ชุดมาตรวัด TFT – Full Color แบบใหม่ที่ถูกนำมาติดตั้งแทนชุดมาตรวัดเข็มกวาด+ดิจิตอลสุดอเนกประสงค์ของเดิม โดยมันยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านระบบบลูทูธเพื่อเข้าถึงโหมดนำทาง GPS และอื่นๆได้ด้วย ทว่าน่าเสียดายที่มันจะยังไม่มีแทร็คชันคอนโทรลมาให้เสียอย่างนั้น อย่างไรก็ดี แม้จะมีการประโคมข่าวในสื่ออื่นอยู่พักหนึ่งว่า Ninja 650 โฉมใหม่นั้นจะมากับเครื่องยนต์ 4…
