ย้อนไปเมื่อราวๆสองสัปดาห์ก่อนทางเราได้มีการนำเสนอข้อมูลจากสื่อประเทศอินโดนีเซียไปว่าขณะนี้ทาง Honda อินโดนีเซียได้มีการเดินหน้าโปรเจ็กท์รถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ภายใต้โค้มเนมว่า “K0JA” แต่ล่าสุดพวกเขาก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่าทางค่ายยังพัฒนาโปรเจ็กท์รถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่อีกหนึ่งรุ่นไปพร้อมๆกันโดยใช้โค้มเนมที่ตางไปเล็กน้อยว่า “K0WA” อีกด้วย โดยจากข้อมูลครั้งก่อนหน้า เราได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้โค้ดเนมว่า K0JA นั้น มีโอกาสที่จะเป็น All-New Icon แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้วเนื่องจากทางสื่อเวียดนามได้ระบุไว้ว่าแท้จริงแล้ว รหัส K0JA ที่เรากล่าวถึงอยู่นี้ คือว่าที่ All-New Honda Airblade ที่จะได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่แถมยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 150cc เหมือน Click แต่จะถูกดีไซน์หน้าตาภายนอกใหม่ให้พร้อมบวกกับ Yamaha Aerox 155 ที่กำลังไปได้ดีเหลือเกินในตลาดรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ต-สกูตเตอร์ในขณะนี้ ในขณะเดียวกันทางสื่ออินโดนีเซียก็วิเคราะห์ต่อในเชิงของตนเองว่า การมาของ Airblade ใหม่นั้นถือว่าเป็นไปได้จริงสูง และมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาในรูปแบบเดียวกับที่สื่อเวียดนามระบุไว้ในข้างต้น เนื่องจากโมเดลนี้ได้ถูกพูดถึงมาแล้วพักใหญ่ตั้งแต่ช่วงกลางปีก่อน แต่โค้ดเนมของมันควรเป็น “K0WA” ไม่ใช่ “K0JA” เนื่องจากโค้ดเนมหลังนั้นควรเป็นรถมอเตอร์ไซค์รุ่นเล็กอย่าง Icon หรือไม่ก็ Scoopy-i มากกว่า อย่างไรก็ดีจากการดูกระแสข่าวตอนนี้ สรุปได้ว่าอย่างน้อยๆ จาก 2…
Author: admin
ราวกับว่ามันใกล้เวลาเข้ามาทุกทีแล้วเสียจริง สำหรับการเปิดตัว Honda CBR1000RR รุ่นใหม่ ที่ว่ากันว่าจะมันจะถูกยกเครื่องใหม่หมดแบบ All-New แถมยัดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ฉลาดหลักแหลมในระดับเดียวกับ MotoGP จนต้องเปลี่ยนชื่อรุ่นใหม่เล็กน้อยเป็น “CBR1000RRR” ซึ่งในตอนนี้เราก็ได้รับข้อมูลสิทธิบัตรใหม่ของมันเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนั่นก็คือ การใส่กระจกมองข้างที่มีชุด “วิงเล็ท” หรือ “ปีก” ติดตั้งไว้ด้วยกัน โดยจากภาพสิทธิบัตร เราจะเห็นได้ว่าตัว CBR1000RR คันที่ใช้อ้างอิงยังคงเป็นโฉมปี 2017-2019 แบบที่เราคุ้นชิน แต่ทว่าตัวกระจกมองข้างของมันกลับต่างออกไป กล่าวคือถ้าหากเพื่อนๆสังเกตไปที่ชิ้นส่วนเลข 80, 81, 82 ที่มีหน้าตาเหมือนกับ “เขาปีศาจ” นั่นแหล่ะครับ ที่ไม่ได้มีอยู่ในเจ้า CBR1000RR โฉมปัจจุบัน และแน่นอนว่าสำหรับคำอธิบายที่ทาง Honda ใช้ชี้แจงกับเจ้า “เขาปีศาจ” ที่ว่านี้ก็คือ มันถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อสร้างแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Down-force เหมือนกับ Winglet ที่มีใช้ในตัวแข่ง MotoGP ทั้งหลาย รวมถึง Ducati Panigale…
กลับมาพบกันอีกครั้งกับการรีวิวรถมอเตอร์ไซค์จากทีมงาน MotoRival โดยในบทความครั้งนี้ เป็นคิวของการ รีวิว Keeway K-Light 202 รถมอเตอร์ไซค์น้องใหม่จากผู้ผลิตแดนมังกร ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์แนวครุยเซอร์ และตกแต่งในสไตล์ อเมริกัน-เรโทร ซึ่งรายละเอียดตัวรถ และฟีลลิ่งต่างๆของมันจะเป็นอย่างไร เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก ที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นแล้วว่าเจ้า K-Light 202 คันนี้ เป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวครุยเซอร์ไซส์มินิ ที่ตกแต่งในสไตล์ อเมริกัน-เรโทร ดังนั้นชิ้นส่วนพวกแฟริ่งจึงไม่มีติดมาให้มากมายนัก ขณะที่รูปทรงและสัดส่วนตัวรถในภาพรวมจะดูมีความบึกบึนในแบบฉบับของอเมริกันชน โคมไฟหน้า รวมถึงโคมไฟเลี้ยว เป็นแบบโคมกลม ใช้หลอดไส้ แน่นอนว่าโคมไฟเบรก กับไฟเลี้ยวด้านหลังเองก็ไม่ต่าง มีลักษณะเป็นโคมกลม และใช้หลอดไส้เช่นกัน ข้ามมาด้านหลังที่ ชุดเรือนไมล์ ซึ่งเป็นแบบทรงถ้วยกลม แสดงผลแบบ Full-Digital LCD มีทั้ง วัดรอบที่โชว์เลขสูงถึง 12,000 รอบ/นาที (แต่ใช้จริงไม่ถึง 9,000 รอบ/นาที), ความเร็ว, ระยะทางรวม, ระยะทางทริป (เก็บ…
เปิดตัวออกมาแล้วเรียบร้อยสำหรับ Ten Kate Racing Yamaha WorldSBK ทีมน้องใหม่ที่แม้จะเปิดตัวช้าไปพอสมควร เนื่องจากตอนนี้การแข่งขัน WSBK 2019 ได้ล่วงเลยมาจนจะถึงศึกสนามที่ 5 แล้ว แต่ด้วยความที่หัวเรือใหญ่ของทีมคือ Ten Kate สำนักแต่งชื่อดังที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกับ Honda Racing Team มาเกือบ 2 ทษวรรศ แถมยังมีนักบิด MotoGP เก่าอย่าง Loris Baz มาเป็นตัวขี่เจ้า Yamaha YZF-R1 จึงทำให้นี่เป็นอีกทีมที่น่าสนใจอย่างมากว่าพวกเขาจะไปได้ดีแค่ไหนกับการเริ่มใหม่ครั้งนี้ อย่างไรก็ดีจุดที่ยังแคลงใจและเป็นประเด็นไม่หายจนตอนนี้ก็คือความปุบปับในการบอกเลิกสัญญาที่ทำงานร่วมกันมาเกือบทษวรรศระหว่าง Honda Racing Team กับ Ten Kate ซึ่งล่าสุดในงานเปิดตัวทีมใหม่ที่ว่านี่แหล่ะครับ ทาง Ronald Ten Kate เจ้าของสำนักก็ได้ออกมาพูดกับสื่อว่า Honda ให้คำตอบในการขอแยกทางกับตนด้วยเหตุผลว่า “อยากเริ่มต้นใหม่” สั้นๆแค่เท่านั้น “จวบจนการแข่งขันสุดท้ายที่กาตาร์,…
แม้ว่าตอนนี้จะยังเป็นเพียงข่าวลือ แต่เอาจริงๆมันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงสูงมาก สำหรับ Yamaha XSR300 ที่คาดว่าทางค่ายจะเปิดตัวเวอร์ชันขายจริงของมันออกมาภายในเร็วๆนี้ แต่ด้วยความที่มันยังเป็นแค่ข่าวลือนั่นแหละครับ จึงทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแค่เพียงภาพเรนเดอร์จากสำนักต่างๆให้เราได้เห็นแบบผ่านๆตาเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางสำนักแต่งแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซียที่มีชื่อว่า GDZH ได้ปล่อยชุดภาพ Yamaha XSR250 – Custom ผลงานล่าสุดของพวกเขาในช่อง Instragram ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำมันออกมาได้สมบูรณ์จนเหมือนกับเป็นรถที่ทางค่ายจะทำขายจริงๆมาก โดยหากถามถึงคอนเซปท์การอกแบบในเบื้องต้น ก็แน่นอนว่าเจ้า XSR250 ที่สร้างบนพื้นฐานตัวรถ MT-25 คันนี้ จะต้องอิงดีไซน์มาจากพี่ใหญ่สุดของตระกูลสปอร์ต-เฮอร์ริเทจ XSR900 แทบทั้งคัน ตั้งแต่ชุดไฟหน้าโคมกลม, ถังน้ำมันทรงเดียวกับพี่ใหญ่, ถอดกาบข้างออกไปเพื่อโชว์เสื้อสูบกับแผงข้างหม้อน้ำ, เปลี่ยนฝาครอบแบตฯใหม่เป็นแผ่นอลูมิเนียมเจาะรู (ตรงนี้ทำเพิ่มเองไม่ได้อิงจากรถต้นแบบ), และแปลงชุดท้ายใหม่ให้เป็นแบบสแครมเบอร์ไบค์ ใส่ชุดโช้กหน้าหัวกลับ, แปลงระบบเบรกเป็นแบบดิสก์คู่ พร้อมรัดล้อใหม่ด้วยยางกึ่งหนาม, แล้วจบงานด้วยการติดตั้งท่อไอเสียแต่งซิ่งชุดใหม่เข้าไป ซึ่งหากไม่รวม 2 จุดสุดท้าย จากการที่ตัวรถคันนี้แต่งออกมาได้ไม่เว่อร์วังเท่าไหร่ (เว้นแค่ระบบดิสก์คู่) ทำให้มีโอกาสสูงมากที่หน้าตาของรถคันจริงจะไม่หนีไปจากนี้มากนัก ยังไงก็รอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
จากความจริงที่วาในการขี่รถมอเตอร์ไซค์แต่ละครั้ง มันก็เหมือนกับเราเอาชวิตไปเสี่ยงอยู่เนืองๆ เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกที ซึ่งถ้าโชคดีก็อาจจะแค่บาดเจ็บภายนอกนิดหน่อย แต่ถ้าโชคร้ายสุดๆแบบไม่ถึงตาย เราอาจจะเสียอวัยวะของร่างกายที่มีผลถึงการใช้งานมอเตอร์ไซค์คู่ใจอย่างเช่น แขนทั้ง 2 ข้าง ของเราก็ได้ จากจุดนี้เอง Tom Hylton นักศึกษาเอกการออกแบบจึงได้คิดคอนเซปท์ “แขนจักรกล” หรือ “Bionic Arm” ขึ้นมา แถมโปรเจ็กท์ที่ว่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Honda เสียด้วย ซึ่ง Tom ก็ได้อธิบายเกี่ยวกับคอนเซปท์แขนเทียมนี้ไว้ว่า “ตัวรถ และแขนเทียมรวมถึงตัวนักบิด จะเชื่อมต่อรวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันและกัน เพื่อคำนวนองศาการเอียง และท่าทางของผู้ขี่ที่เหมาะสม, (นอกจากนี้) มันยังสามารถดีดตัวออกจากกันได้หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา, มันคือส่วนประกอบกันระหว่าง ‘แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนท่อนบน’ กับ ‘ท่อนล่าง’ (หมายความว่าถ้าไม่ได้แขนขาดทั้งท่อนก็สามารดใช้แขนจักรกลครึ่งล่างได้) และตอนนี้ผมกำลังทำชิ้นส่วนสำหรับช่วงขาไว้ด้วย” อย่างไรก็ดี โปรเจ็กท์ “Honda Bionic Arm” นี้ยังอยู่แค่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่มีการเริ่มขึ้นแปลนสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ ดังนั้นกว่าเราจะได้เห็นของจริงคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ แต่ยังไงก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีและน่าสนใจใช่เล่นเลยล่ะครับสำหรับโปรเจ็กท์นี้ ขอบคุณข้อมูลจาก Rideapart อ่านข่าวสาร…
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแถวบ้านหนุ่มๆนักยูทูบเบอร์กลุ่มนี้ มีจะปูเรือใบเต็มถนนหรือไม่ จึงทำให้พวกเขาเกิดปิ๊งไอเดียแปลกๆออกมา นั่นก็คือการทำชุดล้อแบบใหม่ที่ไม่ได้ใช้ยางรัดขอบแบบทั่วไป แต่กลับใช้ล้อที่มีสปริงติดตั้งเป็นแฉกรอบๆขอบล้อเสียนี่ โดยสำหรับตัวรถมอเตอร์ไซค์แม่บ้านที่ทาง NTN หรือชื่อเต็ม Nguyen Thanh Nam เจ้าของช่องเลือกใช้มาเป็นนายแบบก็คือ Honda Wave Alpha (แต่รูปโฉมภายนอกของเจ้านี่ดันเหมือน Wave 100S บ้านเรายังกับแกะ) ซึ่งเจ้าตัวก็ได้นำรถที่ว่ามาถอดล้อติดรถออกไป แล้วแทนที่ด้วยล้อซี่ขนาดวง 16 นิ้ว ที่เขาได้จ้างช่าง เอาแผ่นเหล็กมาล้อมรอบเสริมความแข็งแรง และเสริมพื้นที่ผิวสำหรับเชื่อมเหล็กท่อแป้บกลมเป็นแกน ของสปริงโช้กเก่ายาว 3 นิ้ว ที่เป็นพระเอกหลักของโปรเจ็กท์นี้เข้าไป ทีนี้หากถามว่ามันใช้งานได้จริงหรือไม่ เพื่อนๆก็ลองกดคลิปไปช่วงนาทีที่ 5.20 เป็นต้นไปได้เลยครับ แล้วจะพบว่ามันก็ใช้งานแบบขี่ด้วยความเร็วต่ำไม่ติดขัดอะไร แต่แน่นอนว่าในเมื่อหน้าสัมผัสระหว่างล้อกับผิวถนนเป็นแบบนี้แล้ว การเลี้ยวของรถมอเตอร์ไซค์แบบปกติที่ต้องเอียงช่วยนั้นก็ติดทิ้งไปได้เลย หรือเพื่อนๆจะลองดูก็ได้นะครับ ถ้าหากว่าแถวบ้านมีคนชอบโยนตะปูเรือใบจนยางแตกบ่อยเกินไปจริงๆ ฮ่าๆ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ในปัจจุบันนอกจากรถมอเตอร์ไซค์ประเภทนีโอ-คลาสสิค จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ทางฝั่งรถมอเตอร์ไซค์ยกสูงทั้งหลายจำพวก Adventure ทั้งหลายเองก็ได้รับความนิยมเช่นกัน และนั่นจึงทำให้ Oberdan Bezzi นักออกแบบชาวอิตาลีเกิดปิ้งไอเดียขึ้นมาว่าหากทาง Aprilia จะทำรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ขึ้นมา มันจะเป็นอย่างไรได้บ้าง และนั่นจึงกลายเป็นเจ้า Aprilia Tuareg 900 แอดเวนเจอร์ไบค์สไตล์ Maxi-Enduro ที่เราเห็นกันอยู่ในขณะนี้ โดยจากภาพจะเห็นได้ว่า Bezzi ได้ออกแบบเจ้า Tuareg 900 ให้มีดีไซน์ที่ค่อนข้างโฉบเฉี่ยวพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุดคาวลิ่งหน้าตัวรถที่ดูแหลมพุ่งไปข้างหน้าชัดเจน ขณะที่แฟริ่งข้างเองก็ทำลายเส้นตัดออกมาโอบข้างลำตัวรถได้อย่างสมดุล ส่วนถังน้ำมันยังคงกลิ่นอายแบบรถมอเตอร์ไซค์เอนดูโร่ไว้ นั่นก็คือเน้นความเล็กเรียว เพรียว และบาง ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเบาะนั่งและชุดท้ายเองก็แหลมเฟี้ยวด้วยเช่นกัน ด้านเครื่องยนต์ก็เป็นแบบ V-Twin 900cc ที่คาดว่าจะทำแรงม้าได้ราวๆ 93 ตัว ติดตั้งกับโครงรถที่เป็นแบบเฟรมถักน้ำหนักเบา และใช้ชุดระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบหัวกลับ ด้านหลังสวิงอาร์มอลูมิเนียมแกะทรงมาอย่างดี, ระบบเบรกด้านหน้าเองก็เป็นแบบดิสก์คู่ ทำงานร่วมกับปั๊มเรเดียลเมาท์จาก Brembo ส่วนชุดล้อนั้นก็มีการเปลี่ยนไปนิดหน่อย คือเป็นแบบซี่ลวดรัดด้วยยางหนามไซส์วงล้อ 21 นิ้ว และ 17…
ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแค่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์รายใหญ่เท่านั้นที่เริ่มให้ความสนใจที่จะผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตนเอง แม้แต่ผู้ผลิตรถยนต์เองก็สนใจอยากที่จะร่วมวงตลาดนี้เช่นกัน เนื่องจากมองเห็นแนวทางในการเติบโตของมัน โดยรายล่าสุดที่เผยตัวอย่างเป็นทางการก็คือ Jaguar Land Rover ที่สร้างรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตนเองออกมาแล้วเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เมื่อปลายที่ที่ผ่านมาในงาน EICMA Show 2018 ซึ่งนั่นก็คือเจ้า Arc Vector ที่เรากำลังเห็นกันอยู่ขณะนี้ และจุดเด่นที่ทาง Arc (เป็นชื่อซับแบรนด์ของทาง Jaguar Land Rover) ได้เลือกชูขึ้นมาสำหรับเจ้า Vector คันนี้ก็มีหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดถึง 127 แรงม้า ซึ่งช่วยให้ตัวรถสามารถไต้ความเร็วได้สูงสุดถึง 241 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนตัวแบตเตอรี่เองก็รองรับการใช้งานได้ไกลประมาณ 470 กิโลเมตร ด้านตัวเฟรมเป็นแบบคาร์บอนโมโนค็อก แม้แต่ตัวสวิงอาร์มกับชุดล้อเองก็ทำจากคาร์บอนเช่นกัน จนทำให้น้ำหนักโดยรวมของตัวรถเบาเพียง 220 กิโลกรัมเท่านั้น (ซึ่งนี่ถือว่่าเบามากแล้วสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า) ขณะที่ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบ Center-Hub ระบบกันสะเทือนหน้า/หลังเป็นของ Ohlins และชุดเบรกเป็นของ Brembo ส่วนชุดมาตรวัดไม่ได้ติดตั้งเอาไว้ที่รถ แต่ถูกออกแบบเป็นจอ HUD ติดตั้งไว้ในหมวกกันน็อคคาร์บอนที่จะแถมให้กับตัวรถอีกทีหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่าจัดเต็มที่สุดเท่าที่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ในยุคปัจจุบันนี้จะสรรสร้างสรรหามาให้ได้…
ขณะที่แบรนด์อื่นๆกำลังเกิดนหน้ารุกตลาดสปอร์ตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางฝั่ง BMW ซึ่งมีเจ้า S1000RR ให้ตีตลาดนี้อย่างสบายใจอยู่แล้ว ดูเหมือนจะมีไอเดียใหม่ที่อยากทำเพิ่มต่างออกไป ด้วยการเดินหน้าลุยพัฒนาโปรเจกต์รถมอเตอร์ไซค์แนวครุยเซอร์ โดยหลังจากที่เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2018 ที่ผ่านมาทาง BMW ได้มีการเปิดตัวคัสตอมไบค์ที่พวกเขาได้ร่วมมือกับสำนักแต่งในประเทศญี่ปุ่น Custom Works Zon ทำรถคัสตอมชื่อว่า “Departed – R18” ออกมา พร้อมเปรยข้อมูลว่าเครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ในคัสตอมไบค์ที่เราเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่เครื่องยนต์ของ R1250GS ที่ถูกนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมแบบที่เราคุ้นชิน แต่เป็นเครื่องยนต์ต้นแบบ หรือเครื่อง ‘โปรโตไทป์’ ที่ทางค่ายได้พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อใช้กับรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้โดยเฉพาะ และถ้าหากเราลองสังเกตกันให้ดี จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์โปรโตไทป์ลูกนี้ มีการดีไซน์ที่ต่างออกไปจากเครื่องยนต์สูบนอนของตระกูล “R” ที่มีอยู่ในปัจจุบันพอสมควร เพราะมันมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่เสริมด้วยระบบหล่อเย็นน้ำมันเครื่อง หรือออยคูลเลอร์ แถมยังใช้ระบบควบคุมการเปิด/ปิดวาล์วแบบก้านกระทุ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวครุยเซอร์รักและถวิลหากันมาแต่ไหนแต่ไร ส่วนขนาดความจุเครื่องยนต์แม้จะไม่มีการระบุใดๆแต่หากมองจากรหัสต่อท้ายที่ระบุว่า ‘R18’ นั้น ก็เป็นการบอกไบ้อย่างดีว่ามันจะต้องมีขนาดความจุที่สูงถึง 1,800cc ส่วนช่วงเวลาการเปิดตัวทาง BMW ก็ไม่ได้มีการระบุไว้อย่างแน่ชัดมากนัก แต่พวกเขาก็ประมาณการไว้ว่า การเปิดตัวโฉมคอนเซปท์ของมันนั้น…
