จากผลการแข่งขัน WSBK 2019 สนามเปิดฤดูกาล สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ติดตามคงพอจะทราบกันดีว่าแสนยานุภาพของเจ้า Ducati V4 R ที่ Alvaro Bautista นั้นมีมากแค่ไหน โดยเฉพาะทางตรง ซึ่งอันที่จริงสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้นก็คงเป็นเพราะรอบเครื่องยนต์อันแสนจะจัดจ้านของมันที่สามารถปั่นได้ถึง 16,350 รอบ/นาที (ตามกฏการแข่งขันที่เราได้เคยลงไว้ก่อนหน้า) และจากตัวเลขรอบเครื่องยนต์ที่สูงเกินหน้าเกินตานี้เองจึงทำให้หลายคนต่างมองว่า Ducati โกงคู่แข่งเกินไปหรือไม่ ดังนั้นในวันนี้เราก็เลยจะขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ของ Scott Smart หัวหน้ากรรมการฝ่ายเทคนิคจาก FIM ของ WSBK ที่ได้พูดถึงประเด็นนี้ พร้อมกับอธิบายถึงความเป็นมาในการคิดรอบเครื่องยนต์ของตัวแข่งแต่ละคันไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า “โดยพื้นฐานแล้ว เราจะนำตัวรถเดิมๆออกโรงงานมาเช็คว่ารอบสูงสุดของมันอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งเอาจริงๆมันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากตอนขึ้นไดโน่ที่โรงงาน, และนั่นจึงทำให้เราได้ค่ารอบสูงสุดของมัน หลังจากนั้นเราก็เพิ่มค่ารอบอีก 3% และได้เป็นค่าๆหนึ่งออกมา” “หลังจากนั้น เราก็ทดสอบบนไดโนและทดสอบอยู่อย่างนั้นเป็นขั้นๆอีกครั้งเพื่อให้เราทราบว่าช่วงรอบ/นาทีใดที่ใกล้เคียงกับแรงม้าสุงสุดของเครื่องยนต์, หลังจากนั้นเราก็เพิ่มรอบให้มันอีก 1,100 รอบ, แล้วทีนี้เราก็จะได้ค่ารอบออกมา 2 ชุด (ค่าที่คิดจากเรดไลน์รถเดิมๆ บวก 3% ในตอนแรก กับ ค่ารอบตอนแรงม้าสูงสุดบวกอีก…
Author: admin
จากผลการแข่งขันใน 2 เรซแรกของปี ที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ของเวที WSBK 2018 ดูเหมือนว่าด้วยการโดนทัิ้งห่างจากจังหวะเข้าเส้นมากกว่า 10 วินาทีทั้งสองครั้ง จะทำให้ Jonathan Rea ค่อนข้างหัวเสียพอสมควร โดยปัญหาที่เป็นประเด็นของเขาในครั้งนี้ ก็แน่นอนว่าเป็น Alvaro Bautista กับตัวแข่ง Ducati V4 R ซึ่งอันที่จริงตัว Rea เองค่อนข้างยอมรับในตัว Bautista ว่าแกร่งจริง แต่กับตัวแข่ง V4 R นั้น เจ้าตัวกับเริ่มตั้งแง่ว่า รอบมันไม่จัดเกินไปหน่อยหรือ ? “เราเปลี่ยนอะไรได้บ้าง ?”, “แชสซีย์ของเราก็แจ่ม, ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเราก็ดี, ตัวแข่งของเราก็แค่รถราคาหกแสนห้าตอนออกจากศูนย์, เราต้องการให้ตัวแข่งของเราดูธรรมดาที่สุด, แต่พอคุณมาเจอกับตัวแข่งอะไรไม่รู้ที่ผ่านกฏมาด้วยรอบเครื่องยนต์ที่ได้ถึง 16,000 ครั้ง/นาที ผมมั่นใจเลยว่าพวกที่บ้าเทคนิคก็ยังจะต้องหงุดหงิดสุดๆ เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาเป็นต่อขนาดไหนใน TV” “ตอนนี้ผมหวังไว้จริงๆว่าไม่อยากให้มันเป็นทิศทางของการแข่งขัน, ตอนผมตาม Bautista ในช่วงโค้งสั้นๆ, เราดูแกร่งกว่าเค้ามาก,…
ย้อนไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีการนำเสนอข่าวไปว่าทางคณะกรรมการ MotoGP ได้มีไอเดียทำเลนพิเศษข้างแทร็คไว้ให้นักแข่งวิ่งเมื่อโดนโทษ ซึ่งดุเหมือนว่าในขณะนั้นรายละเอียดของกติกาที่ว่า ยังดูไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก ดังนั้นในวันนี้ เราจึงจะขออัพเดทรายละเอียดเพิ่มเติมกันหน่อยดีกว่าครับ ว่ามันจะมีเงื่อนไขแบบคร่าวๆอย่างไรบ้าง โดยจากข้อมูล ระบุไว้ว่า เมื่อนักบิดทำผิดกติกา ยกตัวอย่างเช่นการแซงแบบก้าวร้าวจนเกินไป หรือลัดแทร็คโดยไม่ตั้งใจ จากเดิมที่ทางคณะกรรมการ จะตัดสินให้นักบิดคนนั้นลดตำแหน่งตนเองลงตามลำดับที่สมควรกับความแรงของโทษ เปลี่ยนเป็นการที่นักบิดรายนั้นจะต้องขี่รถออกจากแทร็คปกติ ไปวิ่งบนเลนพิเศษที่คณะกรรมการตีไว้ (ดังภาพบนสุด) และเลนที่ว่านี้จะมีการคำนวนมาแล้วเรียบร้อยว่ามันจะเพิ่มระยะเวลาต่อรอบจากเดิมขึ้นอีกราวๆ 2-4 วินาทีต่อการเข้าเลนพิเศษนี้หนึ่งครั้ง (ขึ้นอยู่กับสนามและองศาการหักของโค้ง) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการบังคับนักแข่งมากเกินไป ดังนั้นนักแข่งจะเลือกได้ว่าพวกเขาต้องการจะเข้าเลนพิเศษที่ว่านี้ได้ตอนไหนภายใน 3 รอบสนามหลังจากที่โดนโทษ แน่นอนว่าจากการออกแบบกฏกติกาแบบนี้ทำให้ทางฝั่งนักบิดเองค่อนข้างยินดีกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากพวกเขาทำผิด เนื่องจากมันมีความยุติธรรมทั้งผู้โดนผลกระทบ (เพราะนักบิดที่ทำตนเองก็โดนดึงเวลาเหมือนกัน) และยุติธรรมกับนักบิดที่โดนลงโทษเอง (เพราะการโดนสั่งลดหนึ่งตำแหน่งตอนแข่ง ทำให้ตนเสียจังหวะตอนขี่มากกว่าการวิ่งอ้อมเลนแบบนี้ และถ้าหากนักบิดคนที่ตนแซงขึ้นมาหลุดแถวไปใกล ตนเองก็ต้องเสียเวลามากตาม ซึ่งอาจจะเยอะกว่าเวลาที่ต้องวิ่งเข้าเลนพิเศษเสียอีก) นอกจากนี้ ข้อดีอีกอย่างของกฏ “เพิ่มระยะทางสนาม” ด้วยเลนพิเศษนี้ ยังช่วยให้คณะกรรมการติดตามนักบิดที่ผิดกฏได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าพวกเขาเหล่านั้นได้ชดใช้โทษตามที่ระบุไว้หรือยัง ดังนั้นจึงเรียกได้ว่ากฏกติกาใหม่นี้เอือให้กับทุกคนทั้ง นักบิดที่โดนโทษ, นักบิดที่เสียประโยชน์จากนักบิดที่โดนโทษ, และคณะกรรมการผู้ตรวจสอบนั่นเอง อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่…
2019 Yamaha Tenere 700 ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เวลาในการยั่วสวาทสาวกนานมาก ถึงจะเผยโฉม Production ได้ ซึ่งในที่สุดหลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน EICMA Show 2018 ทางค่ายก็ได้พร้อมที่จะรับสั่งจองออเดอร์จากลูกค้าชาวยุโรปเสียที โดยจากข้อมูลระบุไว้ว่า ขณะนี้ทาง Yamaha EU ได้เลือกวันที่จะเปิดจองเจ้า Tenere 700 สำหรับลูกค้าชาวยุโรปแล้วเรียบร้อย นั่นก็คือตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งหากลูกค้าสั่งจองรถตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฏาคม ก็จะได้ส่วนลดจากราคาเต็มเหลือราวๆ 353,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษี) และถ้าหากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไป ราคาของมันก็จะขยับขึ้นอีกเล็กน้อยไปหยุดที่ราวๆ 365,000 บาท (แน่นอนว่ายังไม่รวมภาษีเช่นกัน) และด้วยเรทราคานี้หากประเมินแบบคร่าวๆเมื่อเข้าไทยแล้วมันจะมีตัวเลขเท่าไหร่กันแน่ เราคงต้องท้าวความไปถึง Yamaha MT-07 ที่เป็นสเมือนร่างต้นของ Tenere 700 ซึ่งสำหรับราคาของเจ้าสปอร์ท-แน็คเก็ทที่ว่านี้ในตลาดยุโรปก็อยู่ที่ราวๆ 266,000 บาท โดยจะเห็นได้ว่ามีส่วนต่างกับร่างแอดเวนเจอร์ของมันอยู่ถึง 99,000 บาท ดังนั้นหากบวกเลขส่วนต่าง 99,000 นี้เข้าไปกับราคาของ…
จากความเคลื่อนไหวก่อนหน้าที่ว่าทาง Dorna ได้ประกาศยืนยันให้ทางอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพการแข่ง MotoGP ในปี 2021 ซึ่งปีที่แดนอิเหนาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกที่ว่านี้นั้น ดันมาต่อจากปีที่ทางสนาม ช้างฯ เซอร์กิต ของเราหมดสัญญา กับทางผู้จัดพอดี (ฉบับที่ถือสิทธิ์อยู่ในปัจจุบันหมดสัญญาปี 2020) และนั่นจึงทำให้เริ่มเกิดความเป็นไปได้ที่ว่า หรือเราอาจจะไม่ได้ไปต่อแล้วการแข่งขันนี้ โดยหากมองในเบื้องต้น ก็คงต้องเรียนตามตรงว่ามีโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะว่า จากข้อมูลที่เราได้รับมา ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ทาง Dorna มีแผนที่จะบรรจุสนามต่อ 1 ฤดูกาลแข่งขันไว้ที่ไม่เกิน 20 สนามในอนาคต จากตอนนี้ที่มีอยู่ 19 สนาม ซึ่งสำหรับสนามลำดับที่ 20 ที่ว่านั้นดูเหมือนจะเป็น คิมิริง ของประเทศฟินแลนด์ ที่มีแนวโน้มค่อนข้างจะ 100% ว่านี่คือสนามที่จะถูกบรรจุเข้ามาในปฏิทินการแข่งขัน MotoGP ปี 2020 ฉะนั้นแล้ว ด้วยการเซ็นสัญญาของสนาม ณ เกาะลอมบ็อก ประเทศอินโดนีเซีย ที่ระบุไว้ว่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MotoGP…
หลังเงียบหายไปอยู่พักหนึ่งสำหรับข่าวคราวของ All-New Yamaha Nmax แต่ล่าสุดทางสื่ออินโดนีเซียได้มีการนำเสนอภาพเรนเดอร์ใหม่ของมันออกมา พร้อมให้ข้อมูลว่าบางที นี่อาจจะเป็นรูปโฉมใหม่ของเจ้าพรีเมียมสกูตเตอร์ที่ว่านี้ก็ได้ โดยหากไล่รายละเอียดจากที่เราเห็นในภาพ จะเห็นได้ว่าตัว 2019 Nmax – Facelift ทืี่ปรากฏอยู่นั้น ถือว่ามีความแตกต่างจาก Nmax รุ่นปัจจุบันแบบแทบจะคนละโลก ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า LED แบบคีนอาย แยกสองฝั่ง ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแทนชุดโคมไฟเดี่ยวหลอดไส้ของเดิม ขณะที่ชุดไฟท้ายก็เป็นแบบแยกชิ้น 4 ส่วน ซึ่งจะแบ่งเป็นไฟเลี้ยว แยกโค้มซ้าย/ขวา ส่วนโคม 2 อันตรงกลางทำทรงแบบ 4 เหลี่ยมข้าวหลามตัด เกือบๆจะเป็นสามเหลี่ยม เหมือน Tmax ซึ่งทำให้ตัวรถดูมีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี ทางสื่ออินโดนีเซียได้ระบุไว้ว่า แท้จริงแล้วภาพนี้คือภาพที่พวกเขาได้รับอีเมลจากผู้ติดตามคนหนึ่ง ซึ่งถูกปล่อยออกมาโดยเซลล์ของ Yamaha อีกที (?) ดังนั้นจึงยังไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่ามันคือหน้าตาจริงๆของ 2019 Yamaha Nmax เนื่องจากดีไซน์ของมันดูหลุดไปไกลเกินกว่าจะเป็นแค่โมเดล…
Honda Japan หรือบริษัทแม่ของ Honda ที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว CB250R รุ่นปรับโฉมใหม่ปี 2019 ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เพียงการเพิ่มสีใหม่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนยิบย่อยอย่างพักเท้าใหม่ด้วย โดยหากสังเกตกันดีๆ จะเห็นได้ว่าพักเท้าของ CB250R เวอร์ชัน 2019 นั้นจะเป็นแบบอลูมิเนียมกัดลายหนาม ซึ่งจะจิกรับกับรองเท้าแข็งๆได้ดีกว่าเดิม แถมยังลดปัญหาการเสื่อมสภาพของยางดำพักเท้าเมื่อใช้ไปนานๆ หากเทียบกับของรุ่นปี 2018 ส่วนชุดสีที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้น ก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ใกล้เคียงกับพี่รองอย่าง CB650R เนื่องจากมันปรากฏโฉมด้วยเฉดสีน้ำเงินด้านที่ถังน้ำมัน และใช้สีตรงชุดล้อเป็นสีทองไหม้ จากที่ก่อนหน้าเป็นแบบล้ออัลลอยด์สีดำด้านธรรมดาๆ ซึ่งทาง Honda Japan ได้ระบุไว้ว่าพวกเขาจะพร้อมส่งมอบ 2019 Honda CB250R ในช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไป ดังนั้นสำหรับ 2019 CB300R ในไทยเองก็อาจจะได้รับการปรับเฉดสีใหม่ในเร็วๆนี้ด้วยเช่นกัน และเราคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในงาน Motor Show 2019 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงสิ้นเดือนนี้นั่นเอง อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…
แฟนมอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาด รับสิทธิพิเศษและส่วนลดบัตรเข้าชมการแข่งขัน MotoGP 2019 ศึก ThaiGP เต็มพิกัดสำหรับลูกค้า พีทีที โออาร์ รับส่วนลดสูงถึง 25% เพียงแสดงบัตร พีทีที บลูการ์ด ที่จุดขาย หรือซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านทาง www.allticket.com แล้วเลืือกใช้ส่วนลดตามเงื่นไขต่างๆดังนี้ บัตร พีทีที บลูการ์ด ลด 25% เครื่องดื่มช้าง ลด 20% กุญแจรถ Honda รุ่นใดก็ได้ ลด 20% กุญแจรถ Yamaha รุ่นใดก็ได้ ลด 20% ลูกค้า SCB ลด 20% (เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต SCB ทุกประเภท เฉพาะช่องทางออนไลน์) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/BuriramUnitedInternationalCircuit และ www.allticket.com อ่านข่าวสาร MotoGP…
ในปัจจุบันชิ้นส่วนที่ใช้ คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นวัสดุในการผลิตขึ้นรูปถือว่าคือสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มซุปเปอร์ไบค์ เนื่องจากข้อดีในเรื่องอัตราส่วนความสัมพัทธ์ระหว่าง ความแข็งแรง กับ น้ำหนักที่ดีกว่าวัสดุอื่นใด ทำให้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่เหล่าผู้ผลิตมักจะขนเอาชิ้นส่วนที่ใช้วัสดุประเภทนี้มาติดตั้งให้กับตัวรถเพื่อรีดน้ำหนักให้มากที่สุด อย่างไรก็ดี ด้วยข้อเสียของวัสดุประเภทคาร์บอนที่แม้จะมีความแกร่ง แต่ก็เปราะในเวลาเดียวกัน แถมยังพร้อมที่จะสลายเป็นผุยผงแทบจะทันทีที่เจอความร้อนสูงจนเกินไป ไม่มีการคดงอช้าๆเหมือนวัสดุโลหะ ทำให้เราไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง ว่าผู้ผลิตจะนำมันไปใช้ทำเป็นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียที ทว่าในตอนนี้ดูเหมือนวิทยาศาสตร์จะช่วยพัฒนาวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ขึ้นไปอีกขั้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทาง AWA Composite ได้มีการเปิดตัวก้านสูบคาร์บอนออกมา ซึ่งแม้ว่าในตอนนี้มันอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ แต่เมื่อดูจากสเปคของมันที่สามารถรับแรงกระทำจากเครื่องยนต์รถแข่งทางตรง TopFuel ระดับ 4,000 แรงม้าได้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย โดยสาเหตุที่เรากล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่า ข้อดีที่เป็นผลพลอยได้ (หรืออาจจะจุดผลพลอยหลัก) เมื่อใช้ก้านสูบคาร์บอนน้ำหนักเบาก็คือ ความสามารถในการรีดรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น เนื่องจากเครื่องยนต์มีแรงเฉื่อยน้อยลงเพราะน้ำหนักหรือแรงเหวี่ยงที่เกิดขึ้นตอนลูกสูบขยับขึ้น/ลงหายไป ดังนั้นผลลัพท์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่เครื่องยนต์จะมีน้ำหนักเบาลงเท่านั้น แต่อัตราการตอบสนองของเครื่องยนต์ก็จะดีขึ้น และพละกำลังยังสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับตัวรถที่ใช้ก้านสูบจำพวกไทเทเนียม หรืออลูมิเนียมฟอร์จ ที่มีน้ำหนักมากกว่า นอกจากนี้ทาง AWA ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในตอนนี้พวกเขากำลังพัฒนาลูกสูบคาร์บอน ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ซึ่่งเราก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าหากเจ้าลูกสูบคาร์บอนนี้ถูกจับติดตั้งร่วมกับ ก้านสูบคาร์บอน ด้วย สลักลูกสูบคาร์บอน (ซึ่งพวกเขามีอยู่แล้ว) มันจะทำให้เครื่องยนต์สามารถเรียกรอบและรีดรอบได้จัดจ้านแค่ไหน แต่ที่แน่ๆก็คือ เราอยากให้พวกเขาพัฒนาชิ้นส่วนทั้งสองอย่างให้กับรถมอเตอร์ไซค์บ้างเช่นกัน…
ท่างกลาาาางความน่าสนใจของตัวเลขเวลาต่อรอบสนามที่แต่ละทีมแข่งและนักบิดแต่ละคนจะสามารถทำได้ในการเทส ณ สนาม ลอเซล ประเทศกาต้าร์ ทาง Pramac Ducati ทีมรองเบอร์หนึ่งของค่ายแดงอิตาลีก็ได้ถือโอกาสเปิดตัว ลวดลายและสีใหม่ของตัวแข่ง Desmosedici GP19 / GP18 ของทีม รวมถึงนักบิดหน้าใหม่ที่พึ่งย้ายเข้ามาของพวกเขาอย่างเป็นทางการเสียอย่างนั้น โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของ 2019 Pramac Ducati Team ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงลวดลายตัวแข่ง Desmosedici ของทีมที่ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับตัวนักบิดในทีมเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะในฝั่งของ “แจ็คแอส” หรือ Jack Miller นั้น เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ขี่รถสเปคเดียวกับโรงงาน หรือก็คือตัวแข่งที่เขาใช้นั้นจะเป็นรุ่น GP19 เหมือนอย่างที่ Danilo Petrucci และ Andrea Dovizioso จาก Ducati Factory Team ใช้แข้งขันใน MotoGP ปี 2019 นี้…
