Author: admin

หลังเกิดข้อพิพาทระหว่างกันตั้งแต่ปี 2016 ในที่สุดทางศาลเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ก็ได้ให้คำตัดสินเกี่ยวกับ กรณีที่ทาง Dainese เป็นโจทก์ฟ้องทาง Alpinestars ว่าจำเลยรายนี้ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ระบบถุงลม “D-Air” ด้วยการนำเทคโนโลยีคล้ายกันนี้ไปจำหน่ายในชื่อ “Air-Tech” โดยจากบทสรุปหลังผ่านการต่อสู้ในเรื่องของข้อมูลลิขสิทธิ์, สิทธิบัตรต่างๆ กว่า 3 ปี ปรากฏว่าทางศาลตัดสินให้ Alpinestars เป็นผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ถุงลมของ Dainese หรือ “D-Air” จริง และพวกเขาจะต้องงดการวางจำหน่ายเสื้อการ์ด และเรซซิ่งสูทที่ใช้เทคโนโลยี “Air-Tech” ในเชตประเทศเยอรมันไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าในอนาคต เหล่าประเทศในกลุ่มยุโรปอย่าง อังกฤษ, ฝรั่งเศส แม้แต่ในบ้านเกิดอย่างประเทศอิตาลีเอง ก็จะโดยประกาศแบนผลิตภัณฑ์ Alpinestars Air-Tech ในเขตประเทศตนเองด้วยเช่นกัน (ส่วนในบ้านเรายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ) ขอบคุณข้อมูลจาก Asphaltandrubber อ่านข่าวสาร Alpinestars เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival…

Read More

จากความจริงที่ว่า อัตราความเสี่ยงของการได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เมื่อเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์นั้นค่อนข้างสูง ทำให้เหล่าผู้ผลิตต่างๆก็ล้วนแต่สรรหาเทคโนโลยีความปลอดภัยมาป้องกันตรงนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วก็มีแต่เทคโนโลยีที่ป้องกันสาเหตุในเบื้องต้นเท่านั้น และไม่มีเทคโนโลยีที่เอาไว้ปกป้องผู้ขี่ ขณะเกิดอุบัตติเหตุเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีนักประดิษฐ์รายหนึ่งเกิดปิ้งไอเดียที่จะทำถุงลมสำหรับปกป้องผู้ขี่แบบใหม่ที่สามารถป้องกันตัวผู้ขี่ได้แทบจะ 100% ออกมา โดยหลักการในเบื้องต้น พวกเขาได้มีการระบุไว้ว่า ตัวถุงลมจะทำงานก็ต่อเมื่อตัวรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง แล้วจู่ๆเซนเซอร์ต่างๆบนตัวรถ ยกตัวอย่างเช่นเซนเซอร์ไจโร หรือ IMU สามารถจับได้ว่าตัวรถเกิดลดความเร็วลง (ชนด้านหน้า), เร่งขึ้นกระทันหัน (โดนชนท้าย) หรือเสียการทรงตัวชนิดที่นอกเหนือจากความตั้งใจของผู้ขี่ เท่านั้น สำหรับตัวถุงลมที่ว่านั้น จะติดตั้งไว้ด้านล่างเบาะนั่ง ซึ่งเมื่อผู้ขี่จะใช้งาน พวกเขาก็จำเป็นจำต้องรัดสายเข็มขัดของเบาะนั่ง (จากที่สังเกตมีอยู่ถึง 4 เส้น) เข้ากับตนเอง และถ้าเกิดเหตุการสุดวิสัยขึ้น ตัวเบาะก็จะหลุด(หรือดีด)ออกจากตัวรถ ต่อมาในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ถุงลมก็จะพองออกมาจากตัวเบาะและหุ้มตัวผู้ใช้ ราวกับขนมปังที่ใช้ห่อไส้กรอก ขณะที่ตัวสายเข็มขัดชั้นนอกจำนวน 2 เส้น ก็จะขยับขึ้นและลงไปตามถุงลมที่ป่องออก เพื่อป้องกันไม่ให้ขา และแขนของผู้ใช้กางออกจากตัวถุุงลม ซึ่งตัวผู้ขี่ไม่ต้องกังวลว่ามันจะแกะยากอะไร เนื่องจากสักพักตัวถุงลมก็จะยุบตัว แล้วสายรัดที่ว่าก็จะคลายตัวตามเช่นกัน อย่างไรก็ดี จากการเช็คข้อมูลเบื้องต้น ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีถุงลมได้เบาะนี้ จะยังอยู่แค่ในขั้นของการจดสิทธิบัตรโดยเจ้าของไอเดีย…

Read More

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ทาง Ducati Factory Team ก็เป็นผู้นำในเรื่องของเทคโนโลยี “วิงเล็ท” สำหรับตัวแข่งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการเทสก่อนเปิดฤดูกาล MotoGP 2019 ครั้งล่าสุดที่พึ่งจบกันไปสดๆร้อนๆ ณ สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย พวกเขาก็ได้มีการใช้ชุดวิงเล็ทใหม่ก่อนใครเพื่อนเช่นเดิม โดยจากภาพจะเห็นได้ว่า ชุดวิงเล็ทใหม่ที่ติดตั้งลงไปบนแฟริ่งของตัวแข่ง Desmosedici GP19 นั้น มีความต่างจากวิงเล็ทแบบก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ แม้ตัววิงเล็ทด้านบนจะมีดีไซน์คงเดิม แต่ตัววิงเล็ทด้านล่างกลับถูกเปลี่ยนจากแบบกรอบสี่เหลี่ยม (ถ้ามองจากด้านหน้า) ชั้นเดียวขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นกรอบสี่เหลี่ยมสองชั้นขนาดเล็ก ซ้อนกันบนตำแหน่งเดิม จากจุดนี้เองทำให้ “จำนวนปีก” ที่ติดรถอยู่จะเพิ่มขึ้นมาจากเดิม 4 ชิ้นต่อข้าง (รวมชิ้นบน) กลายเป็น 6 ชิ้นต่อข้าง ทำให้มันน่าจะสร้างแรงกดด้านหน้าที่มหาศาลมากยิ่งขึ้นอีกพอสมควร ไม่เพียงเท่านั้น ถ้ามองให้ลึกเข้าไปอีกนิด เราก็จะเห็นว่าพวกเขามีการทำ “ปลอกคาร์บอนทรงรี” ครอบกระบอกโช้กไว้ด้วย และแน่นอนว่านี่ก็เป็นอีกหนึงอาวุธที่ช่วยเสริมในเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์เช่นกัน และด้วยของเสริมชิ้นใหม่ต่างๆที่ว่ามา ดูเหมือนว่ามันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งทีช่วยเสริมให้ Andrea…

Read More

อาจจะด้วยความที่สองนักออกแบบอย่าง Artem Smirnov จากประเทศเบลารุส และ Vladimir Panchenko จากประเทศยูเครน หลงไหลในกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอย่างมากก็ว่าได้ จึงทำให้พวกเขาจับมือกัน ออกแบบเจ้า SIV S04 คอนเซปท์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่มีแรงบันดาลใจจากดาบญี่ปุ่น คันนี้ออกมา โดยอย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นว่าแท้จริงงานดีไซน์ของเจ้า S04 คันนี้นั้น ได้รับทั้งแรงบันดาลใจจาก “ดาบคาตานะ” และตามหลักปรัชญาผู้ใช้ดาบชนิดนี้ นั่นก็คือเหล่า “ซามูไร” ดังนั้นภาพลักษณ์โดยรวมของมันจึงดูเหมือนกับสันดาบญุึ่ปุ่นชื่อดัง แถมชุดเฟรมที่เป็นแบบคาร์บอนโมโนค็อกของมันเองก็ให้ความแข็งแรงมากกว่าเฟรมแบบทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็ให้กลิ่นอายที่ดูเรียบง่ายแต่ก็ดุดันกับตัวรถได้เป็นอย่างดี และเพื่อให้ตัวรถสามารถเข้ากันได้ดีกับผู้ขี่มากขึ้น ตัวเบาะนั่ง ของ SIV S04 จึงสามารถปรับขึ้น/ลง ส่วนพักเท้า ก็สามารถขยับไปด้านหน้า/หลังได้ ตามความถนัดและสรีระของผู้ขี่ ส่วนตัวแดชบอร์ดนั้นค่อนข้างล้ำพอสมควรเพราะออกแบบให้ฝังไว้ที่แผงคอเนียนไปกับระนาบแฮนด์บาร์เป็นอย่างดี สวิงอาร์มที่ทำงานกับโช้กคู่ด้านหลังก็ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบโช้กหัวกลับอย่างที่เราคุ้นเคย แต่ทางผู้ออกแบบได้มีการทำตัวกระบอกคาร์บอนทรงวงรีครอบปลอกโช้กเอาไว้ให้อารมณ์คล้ายกับฝักดาบ ขณะที่ตัวปลอกแฮนด์เองก็มีการพิมพ์ลายคล้ายกับด้ามดาบคาตานะ เรียกได้ว่าเก็บรายละเอียดกันสุดๆ ซึ่งน่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วมันคงไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะนี่เป็นแค่ไอเดียที่ทางนักออกแบบได้คิดและร่างขึ้นมาเท่านั้น อ่านข่าวสาร มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ…

Read More

หลังจากที่เมื่อสิ้นเดือนก่อน เราได้มีการรายงานไปว่าขณะนี้ทาง Triumph ได้มีแผนที่จะผลิตโมเดลน้องเล็กรุ่นใหม่ร่วมมือ Bajaj และเตรียมเปิดตัวภายในปี 2021 โดยที่ยังเป็นข้อมูลจากวงในของสื่อในประเทศดังกล่าวเท่านั้น แต่ตอนนี้เราได้รับข้อมูลเป็นบทสัมภาษณ์ขอบ Rakesh Sharma ผู้บริหาร Bajaj Motorcycles ที่เข้ามาช่วยยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้หนักแน่นขึ้นอีกครั้ง ว่าแผนผลิตนั้นจะเกิดขึ้นจริงแน่นอน ส่วนช่วงเวลาก็คงไม่หนีไปจากข้อมูลในตอนแรกมากนัก “ข้อตกลงระหว่างเรากับ Triumph กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายที่จะได้ข้อยุติ, ทีม R&D ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำงานร่วมกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมากมาย, เราจะยุติข้อตกลงนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเราคงพอจะบอกได้แล้วว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่ Triumph รุ่นใหม่ ที่เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างสองบริษัทจะถูกเปิดตัว แต่ผมคาดว่ามันต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปี ถึงจะเกิดอะไรแบบนั้นขึ้นได้” จากการเช็คข้อมูลรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆที่ Bajaj ทำตลาดในประเทศอินเดียตอนนี้ คาดว่า Triumph ขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่ว่านั้นจะต้องมีช่วงขนาดเครื่องยนต์ระหว่าง 250-500cc ขณะที่ดีไซน์ก็มีแนวโน้มที่จะอิงรูปแบบเดียวกับพี่ใหญ่ ที่นี่Bonneville T100 / ที่นี่T120 ซึ่งสุดท้ายแล้ว เราคงต้องมาฟังข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งตอนที่ทั้ง Bajaj และ Triumph…

Read More

เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองอย่างแท้จริงสำหรับนักสะสมรถมอเตอร์ไซค์ในตำนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาวก MV Agusta หลังจากที่พวกเขาได้ออกมาประกาศผ่านสื่อว่าภายในช่วงค่ำวันนี้ (ตามเวลาประเทศเรา) ตัวแข่ง 750 prototypes หรือ 750s รุ่นปี 1975 จำนวนถึง 2 คัน จะถูกเปิดประมูลอย่างเป็นทางการโดยเจ้าของปัจจุบันที่เป็นอดีตนักขับรถแข่งสูตรหนึ่ง Formula1 เพื่อส่งมอบตำนานทั้งสองที่ว่านี้ต่อให้กับผู้ที่ต้องการ โดยสำหรับจุดเด่นของ MV Agusta 750s นั้น แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเฉดสี ฟ้า/แดง ที่โดดเด่นกว่าใคร แม้แต่ถังน้ำมัน กับเบาะนั่งเอง ไม่ว่าใครที่ได้เห็นก็ต้องสะดุดตาในความสวยงามของมัน นอกจากนี้ ตัวเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 743cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยคาบูเรเตอร์แบบดูดอากาศสดๆไร้หม้อกรอง ที่สามารถทำแรงม้าได้ราวๆ 72 HP ของมันเอง ก็ให้สุ้มเสียงที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ส่วนตัวเลขเม็ดเงินหลังจบประมูลที่ประมาณการไว้ คาดว่า 1975 MV Agusta 750s ทั้งสองคันจะถูกปิดประมูลไปด้วยตัวเลขทะลุ 7.8…

Read More

หลังปล่อยให้มีเพียงกระแสเรียกร้องจากสาวกอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วที่ทาง Triumph จะเริ่มเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ซุปเปอร์ไบค์พิกัดกลางอย่าง Daytona เสียที หลังจากมีช่างภาพตาดีแอบเห็นทางค่ายกำลังทดสอบมันอยู่บนถนนแห่งหนึ่งที่ประเทศสเปน โดยจากภาพ New Triumph Daytona (สามารถคลิกดูได้ที่นี่) ดูเหมือนว่าทาง Triumph จะยังอำพรางดีไซน์ตัวรถไว้โดยการใช้เปลือกนอกของ Daytona 675 สวมทับเอาไว้ แม้แต่ชุดเฟรมเองก็ยังดูเหมือนกับโฉมเก่าทั้งหมด ทว่าจุดที่สังเกตุได้ว่ามันต่างไปจากเดิมก็คือเครื่องยนต์ ที่ค่อนข้างแน่นอนว่าเป็นของ Street Triple 765 เพราะถ้าหากมันเป็นแค่ Daytona 675 แบบทั่วไปจริงๆ แครงก์เครื่องซ้ายขวาของมันจะต้องถูกแกะเป็นชื่อแบรนด์ “Triumph” แต่สำหรับแครงก์เครื่องยนต์ของรถโปรโตไทป์ที่ถูกทดสอบอยู่นั้น กลับมีการประทับตราสัญลักษณ์รูป “สามเหลี่ยม ตัว T” ไว้ทั้งสองฝั่งเหมือนกันฝาแฝดร่างแน็คเก็ทของมันชัดเจน นอกจากนี้ ทางช่างภาพยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ตัวรถ Daytona 765 – Prototype ที่ถูกทดสอบอยู่ ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นรุ่น TTX ของ Ohlins ซึ่่งเป็นรุ่นที่สูงกว่าตัวท็อปตอนยังเป็น Daytona…

Read More

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รุกหนักตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติก เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์รถออโตเมติกตัวจริงของเมืองไทย โดยเปิดตัวรถออโตเมติกสไตล์ Modern Family Automatic รุ่นล่าสุดอย่าง Yamaha FreeGo 125cc เต็มที่…ทุกเส้นทางชีวิต LET’S GO…ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ออโตเมติกสไตล์โมเดิร์นแฟมิลี่ขนาด 125 ซีซี ที่สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ขับขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน ใช้งานสะดวก พร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่…ใช่สำหรับทุกคน…สนุกกับชีวิตได้เต็มที่…สะดวกสบายทุกเส้นทาง “ใหม่ Yamaha FreeGo 125cc” มาพร้อมกับสมรรถนะความแรง และความประหยัด ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี แบบสูบเดี่ยว 4 จังหวะ ระบบ SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด พร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Blue Core ซึ่งสามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่าดีเยี่ยม เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้หมดจด ระบายความร้อนได้ดีกว่า ลดการสูญเสียกำลัง ทำให้ประหยัดน้ำมัน…

Read More

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถจักรยานยนต์เมืองไทย เปิดโฉมใหม่รถจักรยานยนต์ขนาด 150 ซีซี ที่สุดของรถจักรยานยนต์ Sport Moped ขนาด 150 ซีซี ในปี 2019 ด้วยการส่ง “New Yamaha Exciter 150” ดีไซน์ใหม่! ดุดัน…ขั้นสุดแห่งความเร้าใจภายใต้คอนเซ็ปต์ Adrenaline of Excitement อะดรีนาลีนแห่งความเร้าใจใหม่ ที่มาพร้อมกับความเร้าใจครั้งใหม่กันอีกครั้ง!!! โดยในครั้งนี้ Yamaha Exciter 150 ยังคงความเป็นที่สุดของรถ Sport Moped ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ระบบ SOHC 4 วาล์ว ดีกรีเจ้าแห่งความเร็ว, ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบเต็มระบบ แรงดีไม่มีตก, กระบอกสูบไดอะซิล แหวนลูกสูบเคลือบสาร DLC…

Read More

ยังคงตามติดอยู่กับ Honda Africa Twin ที่กลับมามีกระแสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2015 ว่ามันจะได้รับการปรับโฉมใหม่ และเปิดตัวภายในสิ้นปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นการทำนายโดยสื่อญี่ปุ่นคร่าวๆว่าเจ้า แอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งค์ไบค์ คันนี้อาจจะได้รับการขยายความจุเครื่องยนต์จนแตะหลัก 1,100cc แต่จากข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับมาจากสื่อทางฝั่งยุโรป ระบุไว้ว่าเครื่องยนต์ของ New Afric Twin – CRF1100L จะได้รับการขยายความจุจาก 998cc เป็น 1,080cc ซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อนจากฝั่งของสื่อญี่ปุ่นไปบ้าง แต่ก็ถือว่าดูมีความเป็นจริงมากกว่า เนื่องจากปกติทาง Honda มักไม่ค่อยให้ขนาดความจุเครื่องยนต์เต็มตามชื่อรุ่นเท่าไหร่นัก ด้านกำลังสูงสุดที่ได้จากการขยายความจุ คาดว่าจะขยับขึ้นอีกเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอคือ 6.7 แรงม้า จากที่มีอยู่ตอนนี้คือ 95 ตัว และอัพเกรดระบบเกียร์ DCT ใหม่ให้เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวล แต่ก็ฉับไวเร้าใจยิ่งขึ้น ส่วนถังน้ำมันเองก็จะขยายความจุขึ้นเป็น 20 ลิตร จากเดิม 18.8 ลิตรในรุ่นพื้นฐาน ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะอัตราสิ้นเปลืองที่มากขึ้น หรืออาจจะเพื่อให้มันรองรับระยะทางการใช้งานที่ใกลกว่าก็ได้ นอกจากนี้ ในส่วนของเทคโนโลยี…

Read More