ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งนับวันรอว่า A.P.Honda จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ โมเดลใดกันแน่ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จู่ๆ Jorge Lorenzo นักบิดหน้าใหม่ในสังกัด Repsol Honda Team ก็ได้มาปรากฏตัวที่กรุงเทพเมื่อ 2 วันที่แล้ว จนกระทั่งคืนก่อนได้มีการโพสต์ภาพที่เพจเฟซบุ้คส่วนตัวของเขาว่าขณะนี้ตนเองกำลังเดินเล่นอยู่ย่านสยามเซ็นเตอร์ จากจุดนี้เอง ด้วยความเหมาะเจาะของทั้งเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วัน (พรุ่งนี้แล้ว) กับสถานที่จัดงานเปิดตัวของ Honda ที่ว่าก็อยู่ย่านสุขุมวิทย่านเดียวกับสยามเซ็นเตอร์ ทำให้เราอดสงสัยไม่น้อยว่าการมาไทยของพี่หลาม Lorenzo คนนี้จะมีนัยยะสำคัญกับรถมอเตอร์ไซค์ที่จะเปิดตัวใหม่หรือไม่ ? เพราะถ้าหากเจ้าตัวมาที่ประเทศไทยเพื่อพักผ่อนจริง เหตุใดจึงไม่รีบบินต่อไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆตั้งแต่เมื่อวาน (เพราะมาค้างอยู่ที่ไทยตั้งแต่เมื่อคืนวันพุธ) แน่นอนว่าถ้าการเยือนไทยครั้งนี้ของ Lorenzo คือการมาเพื่อเทสตัวแข่ง 2019 Honda RC213V แบบไพรเวทที่สนามช้าง ทำไมเข้าตัวจึงไม่รีบบินไปยังจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อซักซ้อมกับทีมทันทีเช่นกัน โดยถ้าหากการมาของ Lorenzo ครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ที่จะเปิดตัววันพรุ่งนี้จริง ยังไงมันก็ต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตไบค์รุ่นใดรุ่นหนึ่งระหว่าง All-New CBR150R หรือ All-New CBR300R แน่นอน เพราะภาพลักษณ์การเป็นนักบิดระดับ MotoGP ของเขาจะให้ใช้โปรโมทรถมอเตอร์ไซค์ชนิดอื่นก็คงไม่เข้าทีเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ดี…
Author: admin
อาจจะดูไม่คุ้นเท่าไหร่นักในโลกของรถมอเตอร์ไซค์ แต่ชื่อของ Ken Block เป็นที่ถูกพูดถึงมากในวงการรถยนต์โดยเฉพาะการแข่งขันประเภท World Rally, Rally Cross, และ Gymkhana รวมถึงความบ้าบิ่นของแกที่มักสรรหาสร้างโปรเจ็กต์แต่งรถใหม่ๆเพื่อเอาไว้ใช้อัดคลิปเป็นไวรัลลง Youtube / Facebook อยู่เสมอๆ แต่สองคันที่มักถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในช่วงนี้ก็คือ “1965 Ford Mustang – Hoonicorn RTR” และ “1977 Ford F-150 Hoonitruck” จากจุดนี้เองทำให้ Alex Saint หนุ่มอเมริกันขาซิ่งเกิดแรงบันดาลใจอยากทำ “Hoonigan car” เป็นของตนเองบ้าง จึงได้จัดการตกแต่งรถกระบะเคคาร์ Honda N600 รุ่นปี 1971 ของเขาใหม่ด้วยชุดพาร์ทที่ให้อารมณ์แบบเดียวกับเหล่า “Hoonicar” ของ Ken Block อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมตั้งชื่อใหม่ว่า “Mini HOONITRUCK” โดยชิ้นส่วนที่ถูกประเคนเข้าใส่ตัวรถคันนี้ก็มีทั้ง…
หลังจากที่เมื่อวันก่อนเราได้มีการนำเสนอข้อมูล ราคามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของค่ายอย่างเจ้า Livewire อย่างเป็นทางการสำหรับจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว มาวันนี้ ทาง Harley-Davidson™ ก็ได้มีการเผยโฉมรถสองล้อระบบไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่ได้แก่ HD Electric Concept 1 และ HD Electric Concept 2 ในงาน Consumer Electronics Show (CES) ที่เมืองลาสเวกัส เพิ่มเติมอีก 2 รุ่นด้วย โดยสำหรับทางฝั่งของ HD Electric Concept 1 นั้น จะมาในลักษณะของจักรยานไฟฟ้าแนวเสือภูเขา เอาใจผู้ใช้ขาลุย แต่จะแตกต่างตรงที่มันถูกถอดขาปั่นออกไป เพราะด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้า ที่รับพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดกระทัดรัดซึ่งติดตั้งอยู่กลางลำตัวของโครงมาเป็นตัวผลักดันให้จักรยานเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแทน, ขณะที่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าก็เป็นแบบหัวกลับมีการ์ดโช้กมาให้ ส่วนด้านหลังเป็นแบบสวิงอาร์มทำงานร่วมกับโมโนช็อคมีซับแทงค์แยก, ส่วนระบบเบรกเป็นแบบดิสก์หน้า/หลัง ทำงานร่วมกับปั๊มแรงดันจาก Shimano ขนาดกำลังดีรับกับขนาดตัวรถ, และปิดท้ายด้วยชุดล้อขนาดวง 29 นิ้วรัดด้วยยางหนามฉบับเทรลไบค์ ด้า่น HD Electric Concept…
MV Agusta เปิดตัว F3 675 และ Brutale 800 เวอร์ชันพิเศษที่มีชื่อต่อท้ายว่า 35kw ซึ่งเจ้านี่ถูกสร้างมาเพืื่อเจาะตลาดเหล่านักบิดมือใหม่ในกลุ่มประเทศยุโรปที่ถือใบขับขี่ระดับ A2 โดยเฉพาะ โดยหากพูดถึงหน้าตาโดยรวมของ F3 675 / Brutale 800 – 35kw Spec ทั้งสองคันนั้น เรียกได้ว่าไม่ต่างจากรุ่นปกติของมันแม้แต่น้อย ทั้งฟังก์ชันระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ติดรถมา ไปจนถึงระบบกันสะเทือน ระบบเบรกต่างก็เหมือนกันทั้งหมด จะมีจุดต่างก็แค่เพียงเครื่องยนต์ที่ถูกตอนแรงม้าจากเดิมที่เคยมีอยู่ 128 ตัว ในรุ่น F3 และ 109 แรงม้า ในรุ่น Brutale ให้เหลือแค่เพียง 47 ตัวเท่านั้น ตามข้อจำกัดของใบขับขี่ระดับ A2 อย่างไรก็ดีหากเจ้าของท่านใดสามารถสอบใบขับขี่ใหม่จนถึงระดับ A1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดได้ สามารถนำตัวรถ MV Agusta F3 675…
Harley-Davidson™ ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกันซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 115 ปี จัดแสดงนวัตกรรมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นแรกของแบรนด์ภายใต้ชื่อ “ไลฟ์ไวร์ (LiveWire™)” ภายในงาน Consumer Electronics Show เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา พร้อมเปิดเผยรายละเอียดฟังก์ชั่นการทำงาน ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีขั้นสูงของตัวรถ และราคา โดยเชื่อมั่นว่า ไลฟ์ไวร์จะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นแรกของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่ผสานประสาทสัมผัสของนักขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับมอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง โดยบริษัทกำหนดวันวางจำหน่ายและส่งมอบรถแก่ลูกค้าภายในปีนี้ มอเตอร์ไซค์รุ่นไลฟ์ไวร์แสดงให้เห็นถึงอนาคตของแบรนด์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในการนำเสนอการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ภายใต้ดีไซน์คลาสสิก และการเชื่อมต่อออนไลน์กับผู้ขับขี่ในปัจจุบัน ไลฟ์ไวร์คือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่มอบประสบการณ์การเดินทางแบบสองล้อรูปแบบใหม่ ด้วยอัตราเร่งที่แรงเร้าใจ การควบคุมที่ฉับไวคล่องตัว โดดเด่นด้วยวัสดุและการเคลือบสีระดับพรีเมียมในทุกชิ้นส่วน มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มอัตราและอินเตอร์เฟซเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่ออันไร้ที่ติ ไลฟ์ไวร์มอบประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสูงเพื่อนำเสนอประสบการณ์การเดินทางอันน่ารื่นรมย์สำหรับนักขี่ตัวจริง และในขณะเดียวกันด้วยการออกแบบเป็นมอเตอร์ไซค์แบบไม่มีคลัทช์ จึงทำให้นักขี่มือใหม่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน การเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นไลฟ์ไวร์นี้ถือเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ปี 2027 ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในการยืนหยัดธุรกิจในสหรัฐอเมริกัน การเร่งอัตราการเติบโตในตลาดต่างประเทศ การดึงดูดและสร้างนักขี่รุ่นใหม่ในประเทศต่าง ๆ และการเสริมสร้างให้บริษัทก้าวขึ้นสู่สถานะผู้นำในอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้าสำหรับยานยนต์สองล้อแห่งอนาคต “เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อบนหน้าประวัติศาสตร์แห่งวิวัฒนาการการเดินทาง และฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ก็อยู่แนวหน้าของเรื่องนี้” มร. แมตต์ ลาวาทิช ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ กล่าว…
โดยปกติแล้วนับตั้งแต่ปี 2017 ที่ทาง KTM ได้เริ่มลงทำการแข่งขันใน MotoGP พวกเขามักจะส่งนักบิดประเภทไวล์การ์ดลงแข่งเป็นครั้งคราวเพื่อช่วยทีมเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวแข่ง RC16 แต่ในปี 2019 นี้มันจะตรงกันข้ามออกไป เพราะแม้พวกเขาจะมี Mika Kallio ผู้ซึ่งมักทำผลงานได้ดีเสมอตอนลงแข่งในฐานะนักบิดไวล์การ์ด รวมถึง Dani Pedrosa ซึ่งเป็นนักบิดมือดีคนหนึ่งของวงการที่พึ่งถอนตัวมาจาก Repsol Honda อยู่ในสังกัด แต่พวกเขาก็ยืนยันที่จะไม่ส่งทั้งสองนักบิดลงไปทำการแข่งขันใน MotoGP 2019 ด้วยสิทธิดังกล่าวแม้แต่สนามเดียว “ในตอนนี้เราไม่มีแผนเกี่ยวกับสิทธิไวล์การ์ดใน MotoGP เพราะ Dani Pedrosa ไม่มีความตั้งใจที่อยากจะแข่งอีกต่อไป” Pit Beirer ผู้จัดการฝ่าย Motorsport ของ KTM กล่าว “แต่ผมก็ไม่ต้องการเพิ่มนักบิดไวล์ดการ์ดคนอื่นจนจบการแข่งขันปี 2019, แม้ในท้ายที่สุดมันดูสมเหตุสมผลและเราต้องการเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างในการแข่งขันกับรถทดสอบ ซึ่งสุดท้ายมันก็จะกลับมาอยู่ในตาราง ยังไงก็ตามตอนนี้เราไม่มีแผนที่จะส่งนักบิดไวล์การ์ด”, “เว้นเสียแต่ที่โฮมเรซ (สนาม Red Bull Ring ในประเทศออสเตรีย)…
ย้อนไปเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา เราได้นำเสนอข่าวคราวของทีมแข่ง WSBK ต่างๆที่ได้ประกาศขายตัวแข่งปลดประจำการของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าแม้ต่อให้คนนอกอย่างเราจะอยากได้แค่ไหน แต่ด้วยจำนวนที่มีจำกัดเพียงไม่เกิน 4 คันต่อทีม จึงทำให้คนไกลอย่างเราต้องชวดโอกาสครอบครองตัวแข่งเหล่านั้นในที่สุด แต่ใช่ว่าโอกาสในการครอบครองตัวรถสเปคเดียวกับตัวแข่ง WSBK จะหมดลงแค่นั้นเลยเสียทีเดียว เพราะล่าสุดทางสำนัก Ten Kate ได้ประกาศรับจอง CBR1000RR SP2 แบบพิเศษที่ถูกปรับแต่งใหม่ด้วยชิ้นส่วนและสเปคเดียวกันกับตัวแข่งของทีม Honda Red Bull จากเวทีการแข่งขัน WSBK ปี 2018 โดยหากให้ไล่รายละเอียดชิ้นส่วนหลักๆที่ถูกปรับแต่งใหม่และลูกค้าจะได้รับไปพร้อมกับตัวรถ Honda CBR1000RR SP2 – TKR RedBull Spec ก็มีทั้ง เครื่องยนต์ 999cc 4 สูบเรียง ที่กำหนดสเปคชิ้นส่วนภายในโดย Ten Kate และปรับแต่งโดย Cosworth จนทำแรงม้าได้สูงสุดราวๆ 220 ตัวที่ 14,300…
แม้ว่า “1290 Super Adventure” จะพึ่งมีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมไปเมื่อปลายปี 2016 และทำตลาดจริงในฐานะโมเดลปี 2017 แต่ล่าสุดมีช่างภาพตาดีแอบเห็นทาง KTM เริ่มทดสอบพี่ใหญ่สายแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งรุ่นใหม่แล้วเป็นที่เรียบร้อย ราวกับว่าพวกเขาจะเตรียมเปิดตัวมันในเร็วๆนี้ และจากข้อมูลหน้าตาตัวรถในเบื้องต้นของ New KTM 1290 Super Adventure ก็มีอยู่ว่า แม้ชิ้นส่วนบางรายการของมันจะยังคงอิงเส้นสายเดียวกับโฉมปัจจุบัน เช่นไฟหน้า และชุดท้าย แต่ตัววินชิลด์กลับมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ตัวกาบแฟริ่งด้านข้างถูกออกแบบใหม่หมดจดให้โอบลงถึงแครงก์เครื่องด้านล่าง คล้ายกับของน้องใหม่ 790 Adventure จากเดิมที่ปิดเพียงครึ่งลำตัวเท่านั้น ด้านช่วงเวลาเปิดตัวค่าดว่าจะเกิดขึ้นที่งาน EICMA Show 2019 ซึ่งระหว่างนี้เราคงได้เห็นเจ้า 2020 KTM 1290 Super Adventure – Prototype ปรากฏตัวออกมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีข้อมูลทางเทคนิคตัวรถเผยออกมาทีละนิดให้เราได้ทราบกัน ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนกำลังติดตามโมเดลนี้อยู่ ก็รอการอัพเดทข่าวสารที่หน้าเพจ MotoRival ของเราได้เลยครับผม สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากชมภาพ Spyshot ของตัวรถ 2020…
จริงอยู่ว่าตลอดระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ ทาง KTM นั้นค่อนข้างเน้นในการทำตลาดรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ต-แน็คเก็ท ค่อนข้างหนัก จนทำให้มีแค่เพียง RC390 เท่านั้นที่ยังเป็นโมเดลสปอร์ท-เรพลิก้าประจำค่าย แต่หลังจากที่เจ้า Duke 790 ได้ถูกเปิดตัวออกมาพร้อมกับสมรรถนะที่ไม่แพ้ใครในคลาสเดียวกัน บวกกับกระแสความร้อนแรงของรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตพิกัดกลางเริ่มกลับมาโหมแรงอีกครั้ง ทำให้เกิดกระแสขึ้นมาว่าทาง KTM อาจกำลังพิจารณาสร้าง RC790 แบบเงียบๆภายในโรงงานอยู่ก็ได้ ? โดยหากเป็นเช่นนั้นจริง เชื่อได้เลยว่าตัว KTM RC790 นั้นจะต้องอิงพื้นฐานตัวรถส่วนใหญ่จาก Duke 790 มาแทบทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงขนาดความจุ 799cc กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดอีก 86 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที ที่อาจจะมีการปรับจูนใหม่เล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม ด้านชุดเฟรมมีความเป็นไปได้ที่ทาง KTM อาจเปลี่ยนซับเฟรมหลังเป็นแบบอลูมิเนียมเพิ่มรีดน้ำหนัก ยึดเข้ากับเมนเฟรมที่เป็นแบบโครงเหล็กถักชุดเดียวกับ…
ขณะที่กฏหมายในบ้านเรายังไม่สามารถกำหนดให้ชัดเจนเสียทีว่าจะเอายังไงดีกับรถมอเตอร์ไซค์พลังงานทางเลือก ล่าสุดทาง Harley-Davidson กลับได้ทำการเปิดราคาค่าตัวของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกของทางค่าย “LiveWire” ออกมาเรียบร้อย เพื่อเป็นการยืนยันว่ามันพร้อมแล้วที่จะถูกเปิดให้ลูกค้าที่สนใจได้จับจองในเร็ววันนี้ สำหรับหน้าตาโดยรวมของ 2019 LiveWire นั้น ยังคงอิงจุดเด่นหลายๆอย่างมาจาก LiveWire Concept แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบชุดเฟรมอลูมิเนียมใหม่ให้ดูแข็งแรงและสวยงามเหมาะกับการทำขายจริงมากยิ่งขึ้น, ถอดชุดฝาครอบแบตทิ้งไปเพื่อเผยให้เห็นครีบระบายความร้อนที่เรียงรายตั้งแต่บนยันล่างทั่วตัวแบตฯ, ชุดไฟหน้ามีการปรับขนาดโคมให้ใหญ่ขึ้นตามฉบับรถมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ของ Harley-Davidson ถังน้ำมันหลอกทรงหยดน้ำทำเอาไว้เพื่อบ่งบอกเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย, ชุดซับเฟรมโครงเหล็กและติดตั้งเบาะนั่งกับพักเท้าสำหรับผู้ซ้อนเสริมเข้ามา, ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบหัวกลับปรับเซ็ทได้ทุกค่าจาก Showa ส่วนโมโนโช้กด้านหลังมีการเพิ่มกระปุกแก๊สหรือซับแทงค์แยกสามารถปรับเซ็ทได้ทุกค่า และเป็นผลิตภัณท์ของ Showa เช่นกัน ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์คู่ขนาดจาน 300 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊มโมโนบล็อคเรเดียลเมาท์จาก Brembo และเสริมความปลอดภัยด้วยระบบ ABS กับ Traction Control ขณะที่ชุดล้อก็เป็นแบบอลูมินัมอัลลอยด์ขอบ 17 รัดด้วยยางหน้ากว้า 120 มิลลิเมตรด้านหน้า และ 180 มิลลิเมตรด้านหลัง และในส่วนของขุมกำลังหลักที่ประจำการอยู่ในเจ้า LiveWire นั้น จะเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีข้อดีในเรื่องของแรงบิดคงที่ในทุกย่านการใช้งานนับตั้งแต่เริ่มเปิดคันเร่งจนสามารถเร่งตัวรถจาก 0-96…
