ด้วยความที่ในปัจจุบันกระแสความนิยมกลุ่มคลาสสิคไบค์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทางฝั่ง Royal Enfield ที่เป็นเหมือนกับหัวเรือใหญ่ในการทำตลาดนี้อยู่แล้ว มีผลประกอบการที่ดีขึ้นเรื่อยๆตามมา และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้อยากหยุดตัวเองไว้แค่นั้น แต่ยังอยากโตไปเรื่อยๆจนถึงขั้นวางแผนสร้างโมเดลใหม่สำหรับจำหน่ายในช่วงเวลาไม่เกิน 5 ปีนับจากนี้เอาไว้แล้วเป็นที่เรียบร้อย จากข้อมูลที่เราได้รับมานั้น ระบุไว้ว่าขณะนี้ทาง Royal Enfiled โปรเจ็กรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ของพวกเขานั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 แพลทฟอร์ม ประกอบด้วยโค้ดเนมขึ้นต้นว่า J, P, Q, K และทั้งหมดที่ว่ามานี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ณ ศูนย์วิจัยในประเทศอังกฤษ โดยอาศัยข้อมูลการทดลองบางส่วนจากสำนักงานในประเทศอินเดีย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละแพลทฟอร์มนั้น มีข้อมูลระบุไว้ว่า สำหรับแพลทฟอร์ม J จะเป็นแพลทฟอร์มที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับ Classic, Thunderbird, Bullet, และ Himalayan (กลุ่ม 350cc-500cc) ที่มีการวางตำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบัน ส่วนแพลทฟอร์ม P จะเป็นแพลทฟอร์มของ Continental GT 650 และ Interceptor 650 ที่อยู่ในลิสต์เตรียมเปิดขายจริงเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะที่แพลทฟอร์ม…
Author: admin
หากพูดถึงความต่างระหว่างตัวแข่ง MotoGP กับ WSBK คร่าวๆ เพื่อนๆหลายคนคงทราบกันดีว่าตัวแข่งของรายการแรกนั้น มันคือรถต้นแบบที่ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานในสนามเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันทางฝั่งรายการหลัง ก็คือการนำรถซุปเปอร์ไบค์ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้งานบนถนนหลวงจริงๆมาปรับแต่งให้สามารถทำเวลาต่อรอบในสนามแข่งได้ดีกว่ารถทั่วไป ซึ่งในวันนี้เราก็มีคลิปสาระดีๆจาก Honda ที่ลงทุนเปิดเผยข้อมูลของตัวแข่ง CBR1000RR SP2 ที่พวกเขาใช้ลงทำการแข่งขันเวที WSBK ในปัจจุบัน ให้พวกเราได้ทราบพอเป็นวิทยาทานกัน ซึ่งจะมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาว่ากันเลยครับ สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของตัวแข่ง Honda CBR1000RR SP2 WSBK คันนี้นั้น ทางทีมช่างได้ระบุไว้ว่าพวกเขาสามารถรีดเค้นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงให้ทำกำลังได้สูงสุดถึง 220 กว่าแรงม้า ที่ 14,300 รอบ/นาที ซึ่งต่างจากตอนแรกที่มีกำลังสูงสุดอยู่ 189 แรงม้าที่ 13,000 รอบ/นาที อย่างเห็นได้ชัด โดยจากข้อมูลทางทีมแข่งได้ระบุไว้ว่าการปรับแต่งฝาสูบคือส่วนที่อิสระที่สุดตามกฏการแข่งขัน WSBK ซึ่งแต่ละทีมสามารถปรับแต่งได้ทั้ง แคมชาฟท์ (เพลาลูกเบี้ยว), วาล์ว, สปริงวาล์ว, และอื่นๆอีกมากมาย ขณะที่ชุดแครงก์ล่างหรือแม้แต่เพลาข้อเหวี่ยงเองก็ต้องเป็นของเดิม ส่วนระบบส่งกำลังนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นของแต่งได้หมดทั้ง…
แม้ในปัจจุบันผู้ผลิตจากจีนรายใหญ่จะเริ่มมั่นใจและพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ด้วยรูปแบบหน้าตาที่เฉพาะตัวมากขึ้น แต่เอาจริงๆแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีผู้ผลิตหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยจากประเทศนี้ที่ยังเลือกทำผลิตภัณท์ของตัวเองให้เหมือนกับของผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกเจ้าอื่นอยู่ เหมือนอย่างเช่นเจ้า FY250 จาก FYmoto คันนี้ สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของเจ้า FY250 คันนี้ก็คือ การที่มันถูกลอกแบบดีไซน์มาจาก Yamaha YZF-R125 (คันสีดำแดงด้านล่าง) มาแทบทุกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่ชุดแฟริ่งหน้า กลาง หลัง หรือแม้แต่พักเท้า, สวิงอาร์ม, บังโคลนหน้า/หลัง ก็ยังลอกแบบมาจากสปอร์ต-เรพลิก้าไบค์ 125cc คันที่เรากล่าวถึงทั้งหมด จะเหลือก็แค่เพียงชุดล้อ และกระจกมองข้างเท่านั้นที่ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนตัวต้นแบบ และด้วยความที่เครื่องยนต์ 125cc ลูกเดิมในคันต้นแบบมีแรงแค่เพียง 15 แรงม้าเท่านั้น พี่จีน FYmoto เลยอยากเพิ่มกำลังวังชาให้มันอีกนิดด้วยการเลือกไปใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 250cc ที่สามารถทำแรงม้าได้สูงสุดถึง 26 ตัวแทน แต่ก็น่าแปลกใจไม่น้อยที่ความเร็วสูงสุดของเจ้า FY250 คันนี้ดันเคลมไว้ที่ราวๆ 127 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมันแทบไม่ต่างอะไรจาก Yamaha YZF-R125 คันต้นแบบที่มีแรงม้าน้อยกว่าเกือบเท่าตัวเลย (จริงๆ YZF-R125 ทำได้เยอะกว่าด้วยซ้ำ…
แม้แต่เดิมตอนออกโรงงานมาทาง Honda จะออกแบบเจ้า 2018 CB1000R ให้มีดีไซน์ร่วมสมัยตามฉบับ Neo Classic มากพออยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าแค่นั้นจะยังดูขลังไม่พอเท่าไหร่นักที่จะเจ้าตำนานอย่าง Mick Doohan นำมันไปร่วมงานแข่งแดร็กสุดคลาสสิค “Glemseck 101” ดังนั้นทาง Honda Racing UK จึงอาสารับหน้าที่นี้เพื่อนำมันไปตกแต่งในร้านเวิร์คช็อปของตัวเอง จนกลายเป็นเจ้า Honda CB1000R SP-Mick Doohan คันนี้ โดยสำหรับการตกแต่งเจ้า CB1000R สุดขลังที่มีชื่อประจำตัวว่า “Special – Mick Doohan” จะเริ่มจากการยกชุดระบบกันสะเทือน/หลังหน้ามาจาก CBR1000RR SP2 เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่าชุดโช้กหน้าของมันเป็นของ Öhlins แกนทอง ที่มาพร้อมกับระบบเบรก Brembo ยกชุด และแน่นอนว่าชุดโช้กหลังเองก็เป็นแบบโมโนช็อคมีซับแทงค์รุ่น TTX ของ Öhlins เช่นกัน จากนั้นก็เสริมลุคให้ดุดันขึ้นด้วยชุดโปรอาร์มงานสร้าง ที่เผยให้เห็นเนื้ออลูมิเนียมสีเงินสวยงาม Honda…
เป็นเรื่องไม่ปกติ ที่เกิดขึ้นปกติ จนเราเริ่มจะชินตาไปทุกทีซะแล้ว กับการโกงค่ามลพิษของเหล่าผู้ผลิตยานพาหนะต่างๆแล้วถูกรัฐบาลจับได้ในภายหลัง โดยในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นคราวนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Yamaha Motorcycle ที่ถูกจับไต๋ได้โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง จากข้อมูลในเบื้องต้นระบุเอาไว้ว่า ปกติแล้วรัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ผู้ผลิตแต่ละค่ายนำรถไปทดสอบกันเอง โดยอิงมาตรฐานการทดสอบตามที่รัฐบาลกำหนดแล้วส่งข้อมูลมาให้ภาครัฐในภายหลัง ทำให้เหล่าผู้ผลิตสามารถปรับแต่งค่าไอเสียด้วยการใช้วิธีทดสอบที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่น การใช้รอบ หรือความดเร็วในการวัดค่าต่ำกว่าที่รัฐกำหนด เพื่อให้เครื่องยนต์ปล่อยไอเสียน้อยลง เป็นต้น แน่นอนว่าภาครัฐก็ไม่ได้จะปล่อยให้ทำกันเองได้ขนาดนั้น เพราะในตอนสุดท้ายพวกเขาก็ต้องทำการตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกที ว่าขั้นตอนการทดสอบรวมถึงค่าต่างๆที่ทางผู้ผลิตส่งมาเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ และผลปรากฏว่ากว่า 5 จาก 8 ราย (ที่ถูกตรวจสอบ) มีวิธีการทดสอบที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Yamaha ที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่ตอนนี้ด้วย ส่วนโมเดลรถมอเตอร์ไซค์ของ Yamaha ที่ถูกต้องสงสัยว่าจะมีการระบุค่าไอเสียผิดไปจากความจริงนั้น มีจำนวนทั้งหมด 7 รุ่นด้วยกัน ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลออกมาว่าคือรุ่นใดบ้าง แต่หลังจากมีข่าวอื้อฉาวนี้ออกมา หุ้นของ Yamaha ก็ตกลงถึง 5.3% แทบจะในทันที จนต้องออกมาขอโทษลูกค้าร่วมกับผู้ผลิตรายอื่นที่ถูกจับได้ในรอบเดียวกันอย่าง Mazda และ Suzuki (รถยนต์) ขอบคุณข้อมูลจาก Reutuers,…
สำหรับการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ระดับ 1,000cc ขึ้นไปในปัจจุบัน การรีดแรงม้าสูงสุดจากเครื่องยนต์ให้ได้เกิน 200 ตัวขึ้นไปถือว่าเป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ได้ไปซะแล้ว เพราะถ้าไม่เช่นนั้นรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวอาจะโดนหาว่าเป็นพวกอ่อนเปลี่ยเพลียแรง ซื้อไปก็หวดใครไม่ทัน แม้ว่าจะอัดฟีเจอร์อย่างช่วงล่างหรือรีดน้ำหนักมาดีแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นในวันนี้เราจึงจัดอันดับ รถมอเตอร์ไซค์ที่ผู้ผลิตใจดีพอที่จะออกแบบผลิตภัณท์ของตนเองมีแรงม้าทะลุ 200 ตัว ทั้งหมด 10 คันมาให้เพื่อนได้รับชมกัน ซึ่งจะมีคันไหนบ้าง มาเข้าเรื่องกันเลยครับ 10. Kawasaki ZX-14R (ZZR1400) – กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (PS) ที่ 10,000 รอบ/นาที – แรงบิดสูงสุด 158.2 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบ/นาที สปอร์ต-ทัวร์ริ่งไบค์จากค่ายแตนเขียว ที่แม้จะได้คำว่า “ทัวร์ริ่ง” ห้อยท้ายมาก็จริง แต่มันก็เคยได้ชื่อว่าเร็วเป็นอันดับต้นๆของโลกมาแล้ว และด้วยความที่เจ้า ZX-14R คันนี้ถือเป็นหนึ่งในสามสปอร์ตไบค์เรือธงของ Kawasaki ทำให้ฟีเจอร์ติดรถของมันนั้นโดดเด่นไม่แพ้ซุปเปอร์ไบค์แท้ๆจากค่ายอื่นเลยทีเดียว 9. Kawasaki Ninja…
เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงพอทราบกันอยู่บ้างแล้วว่าทาง Dorna มีแผนที่จะเพิ่มสนามการแข่งขัน MotoGP ขึ้นมาอีกสนามจากที่ปัจจุบันมีอยู่ 19 สนาม เพื่อให้การแข่งขันต่อ 1 ฤดูกาลมีตัวเลข 20 สนามพอดีในปี 2019 ซึ่งสนามที่ว่าก็คือ Autódromo Hermanos Rodríguez ที่ตั้งอยู่ในประเทศเม็กซิโก อย่างไรก็ดี ด้วยความที่สนามแห่งนี้มีเลเอาท์ไม่เหมาะกับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เลยซักนิด ทั้งสภาพผิวสนามที่ย่ำแย่ และที่สำคัญคือไม่มีค่อยพื้นที่ Run-Off Area เผื่อไว้ในกรณีที่นักบิดพลาด หรือหลุดโค้งเลยซักนิด ประกอบกับจำนวนสนามในปัจจุบันนั้นก็มากจนแทบไม่มีเวลาให้ทีมแข่งได้พักผ่อนระหว่างฤดูกาลกันอยู่แล้ว ทำให้เหล่านักบิดต่างออกมาค้านกันยกใหญ่ว่าไม่อยากให้มีการบรรจุสนามที่ 20 เข้ามาในฤดูกาลหน้า และดูเหมือนว่าความปราถนาของนักบิดจะเป็นจริง หลังมีข้อมูลออกมาว่า Dorna ได้คุยกันภายในว่าพวกเขายอมที่จะเลื่อนการบรรจุสนาม Autódromo Hermanos Rodríguez นี้ไปพิจารณาในฤดูกาลหน้า เพื่อรอดูทีท่าจากผู้จัดสนามว่าจะมีการจัดผังสนาม และปรับสภาพผิวแทร็คให้รองรับการแข่งขัน MotoGP นี้ได้หรือไม่ เพราะถ้าได้ทางคณะกรรมการก็จะได้บรรจุสนามดังกล่าวนี้เข้าไปเป็นสนามที่ 20 ของตารางการแข่งขันปี 2020 ในทันที โดยที่นักบิดเองก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆอีก อ่านข่าว MotoGP…
หลังมีการปล่อยคอนเซปท์ออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรกในฐานะคอนเซปท์ไบค์ไปเมื่อปลายปี 2016 ในงาน EICMA Show และกลับมาโชว์ตัวอีกครั้งด้วยหน้าตาที่ดูสมกับความเป็นโปรดักชั่นไบค์มากขึ้นในงานเดียวกันแต่เป็นช่วงปลายปี 2017 มาคราวนี้ ปี 2018 ในที่สุดทาง Vespa ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการซักทีว่าพวกเขาจะจำหน่ายเจ้า Elettrica สกูตเตอร์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นคันแรกของทางค่ายในช่วงต้นปี 2019 โดยสำหรับข้อมูลเรื่องของดีไซน์ภายนอกของเจ้า 2019 Vespa Elettrica คันนี้นั้นถือว่าอิงลายเส้นส่วนใหญ่มาจาก 2018 Primavera จะมีจุดต่างกันเล็กน้อยตรงล้ออัลลอยด์ใหม่ที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น กับชุดสีที่มีการรองพื้นด้วยสีเทา และตัดโทนด้วยการแต้มสีน้ำเงินไปตามชิ้นส่วนจุกจิกเล็กๆเพื่อบ่งบอกความเป็น EV-Bike ด้านพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าติดรถนั้นทาง Vespa ระบุไว้ว่า 2019 Elettrica มีตัวเลขแรงม้าตอนขับขี่ปกติที่ 2 กิโลวัตต์ หรือ 2.68 แรงม้า และมีตัวเลขพละกำลังสูงสุดอีก 4 กิโลวัตต์หรือ 5.36 แรงม้าไว้ใช้ตอนแซง ส่วนระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จแบตเตอร์รี่เต็มหนึ่งครั้งนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตร และถ้าหากแค่นั้นยังไม่พอ ทางค่ายก็มีเวอร์ชั่นพิเศษที่ใช้ชื่อว่า Elettrica X…
หลังคาดเดากันอยู่นานสองนานว่าทาง Kawasaki จะเปิดตัว Ninja 125 และ Z125 ตามข่าวลือที่มีการกล่าวถึงมาตลอดในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาจริงหรือไม่ ในที่สุดเราก็ได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า มันจะมีการเปิดตัวจริงแน่นอน และคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้อีกด้วย ล่าสุด Kawasaki EU ปล่อยสโลแกน “The Toughest Choice” กับ Teaser ใหม่ ยืนยันการมาของ Ninja125 กับ Z125 ใหม่ (หรือที่จะกลายเป็น Ninja150, Z150 เวอร์ชั่นบ้านเรา) ด้านวันเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการดูเหมือนว่าจะตรงตามการวิเคราะห์ก่อนหน้า นั่นก็คือช่วงงาน INTERMOT 2018 ที่จะจัดขึ้นในช่วงวัน 2-7 ตุลาคม ซึ่งเท่ากับอีกราวๆ 1 เดือนนับจากนี้พอดี ส่วนข้อมูลตัวรถในเบื้องต้นของ ทั้ง Ninja 125 และ Z125 นั้นมีการระบุมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ทั้งสองจะใช้พื้นฐานตัวรถเดียวกันกับ Ninja 250SL และ…
หลังจากที่ได้ข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า “สภาพผิวแทร็ค” ของสนามนั้น “ย่ำแย่เกินไป” จนเป็นเหตุให้การแข่งขัน MotoGP 2018 สนามที่ 12 ต้องยกเลิกไปในที่สุด ทำให้เหล่าผู้ใหญ่เริ่มถกประเด็นว่าจะแก้ไขปัญหานี้กันอย่างไร ซึ่งผลจากการถกประเด็นที่ว่านั้นอาจจะไปจบตรงที่การปรับผิวแทร็คใหม่อีกครั้ง โดยจากข้อมูลบทสัมภาษณ์ ของผู้บริหาร Dorna ล่าสุด ได้มีการเสนอแนะไว้ว่า หากทางสนาม Silverstone อยากจะทำสัญญาการแข่งขันต่อไปในปี 2021 (สัญญาหมดปี 2020) พวกเขาจำเป็นที่จะต้องปรับผิวสนามใหม่ให้สามารถรองรับได้ทุกสภาพอากาศมากกว่านี้ เนื่องจากในปัจจุบัน แม้ตอนแทร็คแห้ง เหล่านักบิดจะสามรถทำการแข่งขันได้ปกติ แต่ถ้าเกิดฝนตกจนมีเหตุการณ์แบบนี้แล้วต้องยกเลิกการแข่งขันโดยไม่จำเป็น มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ซึ่งทางฝั่งของพวกเขาเองก็จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสนามด้วยเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งผู้จัดสนาม ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่า การปรับผิวสนามไปตอนเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่ได้เป็น “สาเหตุหลัก” ให้การแข่งขัน MotoGP สนามล่าสุดต้องยกเลิกไป ทั้งๆที่หากอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของเหล่าคณะกรรมการและนักบิดทั้งหลายที่ปล่อยออกมาช่วงต้นสัปดาห์ จะพบว่าตัวผิวแทร็คไม่สามารถระบายฝนออกจากผิวหน้าของตัวมันเองได้ แถมยังมีความเป็นลอนคลื่นมากเกินกว่าจะยอมรับได้ว่าเป็นผิวแทร็คใหม่ที่พึ่งปรับมาได้เพียงครึ่งปีเท่านั้น อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
