ใกล้กันเข้าไปทุกทีกับช่วงเวลาการเปิดตัว 2019 Yamaha Exciter รุ่นใหม่ ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีข้อมูลสำคัญอย่างภาพโบรชัวร์หลุดออกมาให้เห็นเพื่อบอกสัญญาณว่าใกล้จะถึงเวลาที่ว่านั้นแล้ว จากข้อมูลที่เห็นได้ในโบรชัวร์ เราก็สามารถระบุคร่าวๆถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ทาง Yamaha จะติดตั้งเพิ่มเข้าไปใน Exciter โฉมล่าสุดก็คือ ชุดไฟหน้า LED, ชุดมาตรวัด LCD Blacklight เพื่อบอกข้อมูลที่จำเป็นในแบบดิจิตอลทั้งหมด, มีระบบเรียกหาตัวรถ (Answer Back System), และเพิ่มสวิทช์ดับเครื่องมาให้ในประกับฝั่งขวา นอกนั้นในส่วนของข้อมูลทางเทคนิคของตัวรถก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมายนัก ซึ่งเราได้เคยนำข้อมูลชุดดังกล่าวมานำเสนอไปแล้ว นั่นก็คือ – ขนาดตัวรถ กว้าง x ยาว x สูง ในหน่วยมิลลิเมตร เปลี่ยนไปจากโฉม 2017 ที่มีตัวเลขมิติ 670 x 1970 x 1080 โดยฝั่งโฉม 2018 จะมีตัวเลขมิติ 670 x 1985 x 1100…
Author: admin
ยังคงมีโมเดลใหม่ให้พูดถึงกันอยู่เรื่อยๆนับตั้งแต่ที่ทาง Harley-Davidson ได้ทำการเปิดแผนตีตลาดในอนาคตสำหรับปี 2020-2022 โดยก่อนหน้านี้เราก็ได้นำเสนอในส่วนของ Streetfighter 975 – Prototype ว่าที่สปอร์ต-แน็คเก็ทคันแรกของพวกเขากันแล้ว มาในวันนี้เราก็จะพูดถึงอีกโมเดลที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่างเจ้า Custom 1250 – Prototype ที่จะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบล้ำสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเต็มไปด้วยเส้นสายที่เน้นมัดกล้ามแบบอเมริกันชนคันนี้กันบ้าง แต่เช่นเคยครับ ด้วยความที่่ว่าทาง Harley-Davidson ไม่ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคใดๆของ Custom 1250 ออกมาเลย ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้จึงมีแค่การสังเกตุฟีเจอร์ที่น่าสนใจจากภายนอกเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย ชุดไฟหน้า LED ที่น่าจะยกเอาของ Fat Bob มาใส่เข้าไป ส่วนไฟท้ายย้ายไปไว้เป็นกรอบป้ายทะเบียนที่มีหน้าที่เป็นกันดีดแยกอยู่หลังล้ออีกที, แฮนด์บาร์ทรงกว้าง-เรียบที่คาดว่าจะเอามาจาก Fat Bob ด้วยเช่นกัน แต่มีการย้ายตำแหน่งกระจกมองหลังจากด้านบนแฮนด์ฯให้ลงมาอยู่ข้างล่างแฮนด์ฯแทน, ถังน้ำมันทรงหยดน้ำเอกลักษณ์ของทางค่ายที่แอบดีไซน์ให้มีเส้นตัดดูเป็นเหลี่่ยมเป็นสันมากกว่าพี่ๆเล็กน้อยเพื่อเพิ่มลุคให้ดูแข็งแกร่งบึกบึน ระบบช่วงล่างของ Custom 1250 ทั้งหมดก็จัดมาให้ตรงตามสเต็ปความเป็นสปอร์-ครุยเซอร์ นั่นก็คือโช้กหน้าหัวกลับ ทำงานร่วมกับล้ออัลลอยด์ขอบ 17 นิ้วที่ไม่รู้ว่าจะรัดด้วยยางหน้ากว้างไปไหน แต่ดันให้ชุดเบรกแบบ คาลิปเปอร์เดี่ยว ดิสก์เดียวมาทั้งๆที่พละกำลังเครื่องยนต์ไม่น่าจะน้อยๆ…
ในขณะที่หลายคนที่อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียนอย่างเราๆ กำลังให้ความสนใจในตัว Kawasaki Ninja และ Z รุ่นใหม่ที่คาดว่าเผยตัวด้วยเครื่องยนต์ 150cc ในเร็วๆนี้อยู่นั้น ล่าสุดทางสื่ออินเดียได้มีการให้ข้อมูลที่ต่างออกไปว่าสำหรับในบ้านของพวกเขาเอง ทาง Kawasaki India ก็มีแผนที่จะลุยตลาดสปอร์ตไบค์พิกัดเล็กนี้ด้วยเช่นกัน แต่จะรุกตลาดด้วยเครื่องยนต์ 200cc ที่เรี่ยวแรงดีกว่าคู่แข่งคันอื่นๆซึ่งใช้เครื่องยนต์ขนาดความจุเล็กกว่าแทน โดยจากรายงานในเนื้อข่าวที่ว่านี้เราสามารถสรุปใจความได้ว่า ขณะนี้ทาง Kawasaki ประเทศอินเดียมีความต้องการที่จะตีตลาดมอเตอร์ไซค์เล็กของบ้านตัวเอง ด้วยการทำวางจำหน่าย Ninja 200 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 200cc กำลังสูงสุดราวๆ 24 แรงม้า ภายในปี 2020 ซึ่งเราคาดว่าเครื่องยนต์ลูกดังกล่าวน่าใช้จะเป็นพื้นฐานเครื่องยนต์จาก Ninja 250SL ที่มีการวางจำหน่ายอยู่ในบ้านเรา (เอามาหดช่วงชักให้สั้นลง) ส่วนสาเหตุที่ทาง Kawasaki India อยากรุกตลาดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะว่าพวกเขาอยากเพิ่มยอดขายหวังกำไรเล่นๆเท่านั้น แต่ยังหวังไปถึงขั้นอยากให้มันสามารถชิงตำแหน่งจ่าฝูงของตลาดรายปัจจุบัน นั่นก็คือ KTM RC200 ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาอย่างต่อเนื่องนานหลายปีได้เลยทีเดียว ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะทำได้จริงหรือไม่ แต่ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย…
หลังจากที่เมื่อวันก่อนทาง A.P. Honda ได้ทำการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์แม่บ้านยอดนิยมสูงสุดของบ้านเราอย่าง Wave 125i ในรอบ 6 ปี ซึ่งการปรับโฉมครั้งล่าสุดนี้จะมีความแตกต่างอะไรจากโฉมก่อนบ้าง วันนี้เราจะมาชี้จุดสังเกตุต่างเหล่านั้นให้เพื่อนๆได้ทราบกันครับ เริ่มจากชุดดีไซน์รอบคันที่ทาง Honda ได้ปรับเส้นสายของ Wave 125i ใหม่ให้มีความแหลมคมมากขึ้นตั้งแต่หัวจรดท้าย แต่ตัดด้วยชิ้นส่วนบางอย่างที่ช่วยเสริมให้ตัวรถมีลุคหรูหรามากขึ้น โดยที่สัดส่วนหรือมิติตัวรถก็อาจจะแตกต่างจากเดิมไปบ้างเล็กน้อยคือ เตี้ยลง 2 มิลลิเมตร และ สั้นลง 1 มิลเมตร (นิดเดียวจริงๆ เพราะยังไงก็พื้นฐานโครงสร้างเดิม) ชุดไฟหน้าจากเดิมที่ใน Wave 125i รุ่นเก่าเป็นหลอดไฟฮาโลเจน 2 ดวงแยกโคมซ้ายขวา โดยแต่ละดวงเป็นหลอดไฟสูง/ต่ำในตัว ส่วนในโฉมล่าสุดมีการปรับไปใช้หลอด LED ที่ดูมีความทันสมัยมากขึ้น และแบ่งช่องในโคมไฟเป็น 3 ส่วน โดยโคมซ้ายสุด และขวาสุด จะเป็นที่อยู่ของไฟต่ำ ส่วนตรงกลางจะเป็นที่ตำแหน่งของไฟสูง ชุดโคมไฟเลี้ยวยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม แต่เปลี่ยนดีไซน์จากโคมทรงหยดน้ำของเดิม ให้เป็นทรงบูมเมอแรงด้วยการเพิ่มพื้นที่โคมให้ลาดลงไปข้างล่างมากขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วตัวพื้นที่โคมที่ลาดลงมานั่นแหล่ะครับคือช่วงสถิตของหลอดไฟเลี้ยว ส่วนแถบไฟเลี้ยวด้านบนของเดิมเป็นที่อยู่ของไฟ…
มีข้อมูลหลุดออกมาให้เห็นก็มาก มีภาพเรนเดอร์เผยออกมาให้เห็นก็แยะ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทางค่ายต้องเปิดตัวมันออกมาจริงๆซักทีกับ All-New Suzuki Bandit 150 แน็กเก็ทไบค์ดีไซน์ลูกผสมความหวังใหม่แห่ง “จอมโจรในตำนาน” สำหรับข้อมูลพื้นฐานในเบื้องต้นของ Bandit 150 ก็อย่างที่เราได้เคยกล่าวไปในบทความก่อนหน้าว่า เจ้าจอมโจรคันนี้ที่แท้จริงแล้วก็คือ GSX-150 ที่นำมาแต่งหน้าทาปากใหม่ ดังนั้นชิ้นส่วนหลายๆอย่างที่สำคัญของมันจึงคล้ายกับแฝดรองที่เกิดก่อนมันเมื่อปีก่อนแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โครงหลัก, ช่วงหลังหน้า/หลัง, ชุดล้อ/ยาง, ชุดเบรก, ถังน้ำมัน, และเปลือกแฟริ่งข้าง รวมถึงเครื่องยนต์สูบเดียว 147.3cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังสูงสุด 18.9 แรงม้า ก็ยังเป็นบล็อกเดียวกันไม่ได้ปรับจูนอะไรใหม่ แม้แต่เปลี่ยนท่อไอเสีย (อาจจะมีการเสริมการ์ดกันความร้อนขึ้นมาอีกชั้น แต่ก็เป็นชิ้นส่วนที่เสริมขึ้นมา ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรด้านใน) ส่วนจุดต่างที่เปลี่ยนไปของ Bandit 150 คันนี้เมื่อเทียบกับ GSX-S150 ก็คือ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายที่หันไปใช้ของ Raider 150 แต่กรอบแฟริ่งด้านข้างมีการออกแบบใหม่ ในขณะที่ชุดแฟริ่งช่วงเบาะนั่งมีการปรับใหม่เพื่อให้รองรับกับเบาะตอนเดียวขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะช่วยให้ทั้งผู้ขี่และผู้ซ้อนนั่งสบายมากขึ้น ด้านชุดสีที่ทาง Suzuki ได้ออกแบบมาไว้สำหรับทำการวางจำหน่าย Bandit…
Astra Honda แอบนำตลาดเอนดูโร่ไบค์ของเราไปอีกขั้นด้วยการเปิดขาย CRF150 Supermoto ที่ดีลเลอร์แบบเงียบๆ ทั้งๆที่ในบ้านเรายังไม่มีแม้แต่เงาหรือข่าวคราวของโฉมต้นแบบอย่าง CRF150L ว่าจะมาวางจำหน่ายในบ้านเราเลยซักนิด โดยสำหรับพื้นฐาน CRF150 Supermoto นั้นแน่นอนว่ายังไงก็ต้องใช้ CRF150L มาเป็นรถตั้งต้น นั่นจึงหมายความว่าทั้งโครง, โช้กหัวกลับด้านหน้า, โมโนช็อกและสวิงอาร์มเหล็กกล่องด้านหลัง, ไปจนถึงเครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ 12.9 แรงม้า, และเปลือกนอกของ Supermoto คือชิ้นส่วนเดียวกันกับรหัส L ทั้งหมด แต่สำหรับจุดที่ต่างไปใน CRF150 Supermoto คันนี้ก็คือชุดล้อซี่ที่ถูกเปลี่ยนใหม่ให้มีขนาดหน้ากว้างมากกว่าเดิมเพื่อเตรียมไว้รองรับกับยางกึ่งหนามหน้ากว้าง 110/70-17 และ 130/70-17 รวมถึงชุดการ์ดแฮนด์ด้านหน้า กับการ์ดส้นเท้าด้านล่างที่ติดตั้งเสริมเข้ามา ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ส่งผลให้ราคาสุทธิสำหรับวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียของมันถูกตั้งไว้ที่ราวๆ 86,000 บาท (ส่วนราคาของ CRF150L อยู่ที่ราวๆ 73,000 บาท) ขอบคุณภาพจาก Iwabanaran อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ…
นับตั้งแต่ที่ทาง A.P.Honda ได้ทำการเปิดตัว Wave 125i โฉมปลาวาฬออกมาเมื่อปี 2012 มาในวันนี้ก็เรียกได้ว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายปีที่ 6 ของรุ่นพอดี ดังนั้นมันก็คงถึงเวลาที่ต้องผัดเปลี่ยนรุ่นกันซักทีกับเจ้า 2019 Honda Wave 125i รุ่นใหม่กับนิยาม “The Superior Of All Time – สูงค่าอย่างผู้นำ สง่างามในทุกจุดหมาย” ซึ่งมันจะมีอะไรที่เป็นจุดเด่นหรือจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจไปจากเดิมบ้าง เรามาดูกัน เริ่มจากดีไซน์โดยรวมของตัวรถที่ยังคงรูปแบบลายเส้นคล้ายกับโฉมก่อนหน้า นั่นก็คือมีลายเส้นโค้งมนของตัวรถเป็นลายเส้นหลัก แต่เพิ่มเส้นตัดที่แหลมคมขึ้นมามากขึ้นเมื่อเทียบกับโฉมก่อน เน้นความเพียว ปราดเปรียว หรูหราหน้าจรดท้าย ชุดไฟหน้าเป็นแบบ Full LED วางเส้นกรอบโคมให้เป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นให้กว้างและไกลขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Wave ที่ได้หันมาใช้หลอดไฟแบบ LED ตำแหน่งไฟเลี้ยวยังคงอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับโฉมก่อน คือวางไว้บริเวณด้านข้างของแฟริ่งกลาง แต่ปรับขนาดโคมให้เป็นแถบบูมเมอแรงแพนออกทั้งด้านบนกับด้านล่าง และมีการคั่นกลางระหว่างแถบไฟเลี้ยวทั้งสองด้วยชิ้นส่วนโครเมี่ยมขนาดกำลังดี (จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าชุดพลาสติกที่ปิดตรงกลางระหว่างไฟเลี้ยวทั้งสองฝั่งนั้นมีการเว้นรูน็อตเอาไว้ ซึ่งต่างจากของโฉมเวียดนามที่ไม่ได้เว้นตรงนี้ไว้ แต่ A.P. Honda…
หลังจากที่ทาง A.P. Honda ได้เปิดตัวเจ้า New PCX Hybrid ให้สื่อมวลชนได้ทำการทดสอบไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่แล้ว แต่ในวันเดียวกันนั้นทางผู้บริหารก็ไม่ได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ และมีแค่การเกริ่นเพดานราคาคร่าวๆ ว่าไม่เกินแสนสองเท่านั้น มาวันนี้ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ทางผู้บริหารได้เผยตัวเลขยอดขายในช่วงครึ่งปีแรก และเปิดตัว All-New Honda Wave 125i ใหม่ ในที่สุดพวกเขาก็ได้เคาะตัวเลขราคากลางของ PCX Hybrid กันซักที นั่นก็คือ 99,900 บาท ซึ่งดูๆ แล้วก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลกับเทคโนโลยีและฟีเจอร์เด็ดๆ ของตัวรถที่ให้มา ทั้งระบบไฮบริดที่ช่วยได้ทุกการเปิดคันเร่ง ไปจนถึง Riding Mode ที่สร้างความสนุกให้กับการใช้งานอย่างแท้จริง ส่วนช่วงเวลาที่ทางผู้บริหาร A.P. Honda จะส่งตัวรถ PCX Hybrid ให้กับดีลเลอร์ก็คือนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนั้นเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากสัมผัสตัวจริงก็เตรียมตัวเจอกันได้เลยครับที่ศูนย์ Honda ทั่วประเทศไทย เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ประกาศราคาสุดเซอร์ไพรส์กับนวัตกรรมแห่งความภาคภูมิใจในรถจักรยานยนต์ประเภทพรีเมียม เอ.ที. ขนาด…
ปล่อยให้คาดเดากันไปต่างๆนาๆอยู่นาน ในทึ่สุดก็ถึงเวลาที่ทาง Suzuki จะต้องออกโรงจริงๆกันซักที กับการปล่อยทีเซอร์แรกของ All-New Bandit 150 รุ่นใหม่ผ่านหน้าเพจเฟซบุ้คของตนเองตอนช่วงค่ำของคืนที่ผ่านมา เพื่อเกริ่นให้กับสาวกที่รอคอยว่าพวกเขาจะเปิดตัวมันจริงๆแล้วในค่ำวันนี่ที่งาน GIIAS 2018 ประเทศอินโนีเซีย และด้วยความที่เป็นเพียงคลิปทีเซอร์ดังนั้นจะให้เห็นรถเต็มๆคันก็คงไม่ใช่ สุดท้ายเราจึงเห็นได้แค่ภาพร่างผ่านๆเท่านั้น ซึ่งเริ่มด้วยปลายท่อไอเสียที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าน่าจะใช้ชิ้นส่วนเดียวกันกับของสองพี่น้อง GSX-R150/GSX-S150 ถ้ดมาคือเบาะนั่งที่เผยให้เห็นว่าจะมาแบบตอนเดียวตรงตามภาพเรนเดอร์ที่เราเคยเสนอไปก่อนหน้า ตามด้วยชุดจานเบรกที่ก็เห็นได้ชัดเจนเช่นกันว่าใช้ชุดเดียวกับ GSX-R150/GSX-S150 ซึ่งรวมถึงชุดล้อ และระบบกันสะเทือนหน้า (ส่วนระบบกันสะเทือนหลังแม้ไม่ได้ปรากฏในคลิปแต่ยังไงก็คงไม่หลุดจากสองพี่น้องที่ว่านี้นัก) ปิดท้ายด้วยชุดไฟหน้าที่คาดว่าจะยกเอาของ Raider 150 โฉมล่าสุดมาใส่ เพราะชุดโคมไฟเลี้ยวอยู่ตอนบนของไฟหน้า ซึ่งต่างจากของ GSX-R150/GSX-S150 ที่วางตำแหน่งไว้ตอนล่างของไฟหน้าแทน ส่วนข้อมูลในเรื่องอื่นๆแม้จะไม่ได้มีการระบุอะไรไว้ในคลิป แต่ด้วยความที่กว่า 70% ของทีเซอร์ที่เราเห็นตรงนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนของ Bandit 150 คือชุดเดียวกันกับของ GSX-R150/GSX-S150 ดังนั้นทั้งชุดเฟรม สวิงอาร์ม และเครื่องยนต์สูบเดียว 150cc ที่ได้ชื่อว่าแรงที่สุดในคลาสก็น่าจะติดตั้งมาให้จอมโจร 150 คันนี้เช่นกัน ซึ่งถ้าหากว่าเพื่อนๆคนไหนรออยู่ ก็เตรียมรับชมกันได้เลยครับ ค่ำนี้เวลาทุ่มครึ่ง อ่านข่าว…
อาจจะด้วยความที่สถานการณ์ในปัจจุบันของทาง Harley-Davidson นั้นเป็นไปอย่างงุนงง เพราะหากดูกระแสตอบรับในบ้านเกิดของบ้านตัวเองจะเห็นได้ว่าต่ำลงๆเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันกับตลาดฝั่งเอเซียดันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แผนตีตลาดล่าสุดของบริษัท ค่อนข้างเน้นมาที่การบุกตลาดโซนบ้านเรามากขึ้น โดยหนึ่งในแแผนสำคัญที่น่าสนใจก็คือ แผนการผลิตรถมอเตอร์ไซค์พิกัดเล็ก ช่วงระหว่าง 250-500cc โดยสำหรับคำอธิบายเกี่ยวกับแผนการตลาดนี้ ทาง Harley-Davidson ได้ระบุไว้ว่าพวกเขาอยากสร้างมอเตอร์ไซค์รุ่นความจุเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย (รุ่น 250 – 500 ซีซี) เพื่อตีตลาดเกิดใหม่ในเอเชียโดยเฉพาะ ผ่านการจับมือเป็นพันธมิตรตามแผนกลยุทธ์กับผู้ผลิตในเอเชียซึ่งหลักๆก็คืออินเดีย จีน รวมถึงบ้านเราเองก็มีการมาตั้งโรงงานผลิตขึ้นแล้วเรียบร้อย เหลือแค่เก็บงาน และรอเวลาเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการเท่านั้น ส่วนช่วงเวลาเปิดตัวเพื่อวางจำหน่ายจริง หากอ้างอิงตามแผนต่างๆในภาพรวมที่ Harley-Davidson ได้ให้ข้อมูลกับเราไว้ ก็สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องอยู่ในช่วงระหว่างปี 2020-2022 แต่ก่อนหน้านั้นในปี 2019 อาจจะมีการเผยภาพคอนเซปท์หรือรายละเอียดเพิ่มเติมที่เจาะลึกเกี่ยวกับโมเดลเหล่านี้มากขึ้น ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหนที่เป็นสาวกของค่ายนี้ล่ะก็ อดใจรอกันอีกนิดครับ อีกเพียง 1 ปีนิดๆเราก็คงจะได้เห็นกันแล้ว อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
