สัมภาษณ์ ผู้บริหาร VROOM ตั้งเป้า 3 ปี กินส่วนแบ่งเป็นอันดับ 3 ในตลาด พร้อมดูแลรักษาฐานลูกค้า KTM เดิม

0

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมาทาง VROOM ผู้นำเข้าแบรนด์รถจักรยานยนต์ KTM, Bajaj, Husqvarna ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ และแผนการทำตลาดในไทย ซึ่งในวันนี้ได้มีการเปิดราคาจำหน่าย Bajaj ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 2 แบรนด์ KTM & Husqvarna จะประกาศราคาในอีกไม่ช้า ซึ่งในวันนี้เราขอมาพูดคุยสัมภาษณ์ผู้บริหารกันถึงทิศทางการทำตลาดกันหน่อยดีกว่า จะมีประเด็นสาระอะไรบ้างมารับชมกันเลยครับ

VROOM ก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนของ 2 บริษัท ระหว่าง APPICO (ผู้นำด้านการประกอบชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในไทย) 55% และ SOJITZ (ผู้นำด้าน Trading Company ครอบคลุมทั่วโลก) 45% ทั้งสิ้น 400 ล้านบาท โดยมีคุณฮิเดกิ ยานากิซาว่า ดำรงตำแหน่ง CEO และ คุณวรท กมลโชติรส ดำรงตำแหน่ง COO

KTM-390-Adventure-Photo
ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ใน ปี 2019 มีอัตราการเติบโตลดลงที่ 3.4% โดยมียอดจดทะเบียนรวมประมาณ 1.72 ล้านคัน พอมาถึงปีนี้ 2020 ทั่วโลกเจอสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำลง เศรษฐกิจในประเทศไทยก็เช่นกัน เดือน พ.ค. 2020 ยอดตกลงไปสูงถึง 40% และถ้านับรวมตั้งแต่ต้นปี 2020 มาตกลง 18.4%
ทาง VROOM มองว่าปีนี้ ยอดรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยน่าจะตกลงไป 25% เหลือที่ 1.3 ล้านคัน

ซึ่งกลุ่มรถที่ทาง VROOM เราตั้งเป้าระยะสั้นกินส่วนแบ่ง 10% ในตลาดรถสปอร์ต และ ระยะยาวขึ้นแท่นอันดับ 3 ในส่วนแบ่งการตลาด จำหน่ายจะเป็น Sport Segment ซึ่งเรายังมองว่ากลุ่มนี้โตต่อได้ กลุ่มคนยุคใหม่ มีความชื่นชอบ และสรรหาอะไรใหม่ๆ ดังนั้น Sport Segment นี้ น่าจะกลับมาได้อีกครั้งในปีหน้า และเติบโตต่อในปีถัดๆไป

รีวิว-KTM-390-RC-Duke_43
ด้านประเด็นลูกค้าเก่า KTM จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ทาง VROOM ยันว่า จะมีการดูแล รับประกันลูกค้า KTM ต่อไปซึ่งมีในระบบอยู่ประมาณ 3,000 คัน ไม่ว่าจะซื้อมาจาก Distributor แรก หรือ 2 ก็จะคอยดูแลต่อไป
แต่ถ้าลูกค้าซื้อ Grey อาจจะไม่มี Warranty เพราะไม่มีการคีย์ข้อมูลเข้าไว้ในระบบ

และการบุกตลาดนั้น เราเน้นรุกตลาด Bajaj โดยฟรี 3 ปี การรับประกัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย
และยังมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ สำหรับ 500 คันแรก ที่จองในงาน BIMS2020
ส่วนที่ถามว่าจะมีแผนตั้งโรงงานในประเทศหรือไม่นั้น ต้องรอดูการตอบรับก่อนถึงจะประเมินความเหมาะสมต่อไปในอนาคต

KTM-RC250-Duke250_18
นอกจากนี้เรายังมีการลงทุนทำศูนย์ R&D ในไทย  แถวแดนเนรมิต พหลโยธิน ตรงพื้นที่ของ Index เก่า
ซึ่งจะเสร็จในปี 2023
สำหรับดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายของเรา ปัจจุบันนี้เรามีการขยายเครือข่ายการขายและบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และใน 4 ภาคหลักของประเทศ ในภาคเหนือได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก ภาคอีสานได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี มุกดาหาร อุบลราชธานี มหาสารคาม บุรีรัมย์ ภาคกลางได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี ภาคใต้ได้แก่สงขลา

ในปีนี้ จะเริ่มที่ 7 โชว์รูม ก่อน และขยายเป็น 19 แห่งในปีหน้า 2021 และ ปี 2022 จะขยายเป็น 31 โชว์รูม โดยมีผู้จำหน่ายจากทั่วประเทศรวมทั้งสิ้นจำนวน 19 แห่ง

Bajaj-Photo_2ด้านเป้าการขายนั้น ในปีแรกตั้งเป้ารวมที่ 3,000 คัน แบ่งเป็น Bajaj 2,000 คัน 67%
KTM 800 คัน 27%
Husqvarna 200 คัน 7%

ปีที่ 2 ขยับเป้าเพิ่มเป็น 6,000 คัน
Bajaj 3,800 คัน 63%
KTM 1,800 คัน 30%
Husqvarna 400 คัน 7%

ปีที่ 3 ขยับเป้าเพิ่มเป็นอีกเท่าหนึ่ง 12,000 คัน
Bajaj 8,200 คัน 68%
KTM 3,000 คัน 25%
Husqvarna 800 คัน 7%

Bajaj-Photo_5
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจสามารถไปยลโฉมจริง พร้อม สัมผัส ทดลองขับขี่ และเป็นเจ้าของ Bajaj “Pulsar” และ “Dominar” ที่ได้ที่ Flagship ลาดพร้าว และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมเป็นต้นไป

อ่านสัมภาษณ์ อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว KTM เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Bajaj เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Husqvarna เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Comments are closed.

error: Content is protected !!