fbpx

รีวิว 2020 Harley-Davidson Fat Bob, Street Bob, Low Rider S จากทริป 2020 Triple S @สเปน

0

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทางทีมงาน MotoRival เราได้รับเกียรติจากทาง Harley-Davidson Thailand และ สิงคโปร์ เชิญเราบินไปไกลถึงเมือง Malaga ประเทศสเปน เพื่อร่วมทดสอบรถ ในตระกูล Softail MY2020 ใหม่ ด้วยกัน 5 รุ่น ในทริป 2020 Triple S
โดยแบ่งออกเป็น วันแรก 3 รุ่น คือ Harley-Davidson Fatbob, Streetbob, Low Rider S
ซึ่งเราจะขอมา รีวิว 2020 Harley-Davidson Fat Bob , Street Bob , Low Rider S 3 รุ่นนี้กันก่อน (สำหรับวันที่ 2 เราจะมาอัพเดทกันต่อไปครับ)

สำหรับรถในตระกูล Softail ทั้ง 5 รุ่น ในทริป 2020 Triple S นี้ จะเป็นรถที่ประกอบในไทยทั้งสิ้น ยกเว้น Low Rider S โมเดลเดียวที่ไม่ได้ประกอบในบ้านเรา ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทยด้วย ดังนั้น ทางทีมงาน Harley-Davidson จึงขอให้พวกเราประเทศที่ไม่มี Low Rider S จำหน่าย อาจจะขี่นิดหน่อยพอหอมปากหอมคอกันพอ ไม่จำเป็นต้องรีวิว รุ่นนี้จริงจังนัก

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_09
ผมเริ่มต้นวันด้วย 2020 Street Bob ก่อน เลย
จริงๆ แล้วชื่อรถทั้ง 3 รุ่น ที่ผมจะมาพูดกันในวันนี้ ที่จริงมันอยู่ในเฟรมของ Dyna มาก่อน แต่ทาง HD ได้ยุติการทำตลาดของโครง Dyna ทิ้ง ซึ่งมองว่าเฟรม Softail ใหม่ มันดีเพียงพอ จึงโอนถ่ายทั้ง 3 โมเดลนี้ มาอยู่ในเฟรมของ Softail ใหม่ เลย

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_07
จุดที่ดูง่ายๆ และเห็นความแตกต่างชัด คือ Dyna จะใช้โช้กอัพหลังคู่ ส่วน Softail เป็นโช้กอัพเดี่ยววางใต้เบาะ

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_11
Street Bob มันเป็นรถสไตล์ Raw Bobber ชัดเจนทั้งรูปทรงและตัวเบาะ แต่ใช้แฮนด์ยก Mini Ape

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_04
ตัวชุดไฟหน้าให้มาเป็นไฟ LED

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_05
ไฟท้ายหายไป เพราะถูกยกมาอยู่ในชุดไฟเลี้ยว ดังเช่น S1000RR ใหม่

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_06
ท่อไอเสียปลายกระบอกคู่ทรงยาว ขนานพื้น

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_13
ล้อหน้าเป็นซี่ลวด 19″ 100/90B19 หลัง 150/80B16

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_12
ถังน้ำมันขนาดเล็ก 13.2 ลิตร

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_08
นน. ตัว 297 กก.
มีมุม Rake ที่ 30 องศา

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_10
มาตรวัด Full Digital ไซส์ Minimal วางอยู่ตรงตำแหน่งตุ๊กตาแฮนด์ และแน่นอนว่าเดี๋ยวนี้ HD ใช้ระบบกุญแจเป็น Keyless มาหมดแล้ว

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_03
สำหรับขุมพลังนั้น จะเป็นบล็อก Milwaukee Eight 107 โดยรายละเอียดตัวเครื่องจะพ่นสีดำไปจนถึงท่อไอเสีย มีฝาครอบกรองเป็นทรงกลม เครื่องบล็อกนี้มีแรงบิด 144Nm

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_01
โดยภาพรวมก็ต้องถือว่า ok เพียงพอแล้ว กับการใช้งานแบบ อเมริกันครุยเซอร์ ยังพอมีแรงฉุดกระชากเวลาเร่งแซง หรือ ช่วงไต่เขาได้แบบสบายๆ แม้จะไม่ดิบดุดันมากนัก แต่ก็ถือว่ากับภาพรวมการใช้งานทำได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เอกลักษณ์ของ HD เลยก็คือเรื่องของระบบสายพานขับเคลื่อน ที่สะดวกในการดูแลรักษา และไม่ส่งเสียงดัง รวมถึงส่งกำลังได้ลื่นไหล

PON-2020-Harley-Davidson-Street-Bob_1
ท่านั่งสไตล์ Bobber พักเท้า วาง Mid Control เวลาขี่นั่งขาแบะๆ หน่อยจะดูเท่มาก แบบนักเลงมะกัน

PON-2020-Harley-Davidson-Street-Bob_2
แฮนด์ Mini Ape ยกสูง แต่องศาค่อนข้างงุ้มเข้าหาตัว นั่งหลังตรงได้ไม่ลำบาก หรือ โดยภาพรวมก็ไม่ได้เมื่อยอะไรมากมาย
แต่ปัญหา ที่ผมเจอ คือ ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยคุ้นชินกับแฮนด์ยกสูงเช่นนี้เลย บวกกับ ลมที่แรงมากในเมือง Malaga ทำเอาผมขี่เกาะกลุ่มหน้าหลายคันที่เป็น Fatbob และ Low Rider S กันแทบไม่ทันเลยทีเดียว เพราะการทำความเร็วมากกว่า 100 kmph ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างเหนื่อยจากลมปะทะที่แรงใน Malaga นี้มากพอสมควร

ส่วนการขี่เข้าโค้งแม้ ตำแหน่งพักเท้าวางกลาง จะทำให้การเข้าโค้งทำได้ค่อนข้างดี แต่ แฮนด์ยกสูง จึงอาจทำให้การคอนโทรลแบบเทเลี้ยวโค้ง จะสู้ Fatbar หรือ องศาแฮนด์บาร์ทั่วไป อย่าง Low Rider S ไม่ค่อยได้

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga_02
ขณะที่ตัวเบาะหลังยังพอมี Support ให้อยู่เวลาเพราะอย่างที่บอกรถแนวนี้ไม่ต้องไปนั่งหนีบถังมาก (แต่ผมเองก็ยังติดเข่าหนีบถัง) ทำให้เวลาเปิดคันเร่ง ตัวเราจะถูกฉุดไปด้านหลัง ตัว Back Support ก็ยังพอช่วยได้อยู่บ้าง

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_05
หลังจากนั้นพอถึงจุดถ่ายรูปผมได้มีโอกาสสลับมาขี่ 2020 Low Rider S
สำหรับ Low Rider S นี้ จะเป็นรุ่นที่ไม่มีจำหน่ายในไทย ในไทยจะเป็นเพียง Low Rider ธรรมดา ไม่มี S

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Front-Cowling
จุดที่ S เพิ่มเข้ามา ในส่วนของรูปลักษณ์ คือ สวมไอโม่ง Front Cowling

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_03
ตัวรถเน้นเป็นโทนสีดำ ทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากตัวบ้านเราที่เป็นสีโครเมียม

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_07
เรื่องของความโดดเด่นในส่วนของสมรรถนะ ก็ใช้กหน้าแบบ USD ร่วมกับ ระบบเบรกทวินดิสก์

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_06
ไปจนถึงขุมพลังเครื่องยนต์ก็อัพความจุมาเป็นบล็อก Milwaukee Eight 114 มีแรงบิด 152 Nm แรงบิดมากกว่า 107 ที่อยู่ในตัวบ้านเรา รวมถึง Street Bob ราว 8 Nm

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_11
ทำให้มันขี่ได้ดุดันยิ่งขึ้น เปิดคันเร่งแล้วรู้สึกถึงแรงทอร์คบิดกระชาก หลังดึงติด Back Support เอาง่ายๆ

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_09
แต่เจ้า Low Rider S ตัวเบาะนั้น Back Support จะมีความสูงมากกว่า Street Bob และดูตัวเบาะเป็นมุมโค้งเว้ารับได้ดีกว่าเล็กน้อย ก็ดูจะช่วยได้ดีกว่า Street Bob ขึ้นมาอีกหน่อย

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_12
2020 Low Rider S ได้ติดตั้งไฟท้าย LED อยู่ทางบังโคลนท้าย

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_08
ท่อไอเสียทรงเดียวกับ Street Bob

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_10
ตัวมาตรวัดเป็นทรงถ้วยกลม 2 ถ้วย วางอยู่บนถังน้ำมันขนาดใหญ่ 18.9 ลิตร ถ้วยบนบอกความเร็ว พร้อมจอ Digital MID ขนาดเล็ก ถ้วยล่างบอกรอบเครื่อง

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_02
ล้อหน้า 19″ 110/90B19 หลัง 16″ 180/70B16

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_01
นน. ตัว 308 กก.
มีมุม Rake ที่ 28 องศา

PON-2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_3
ในการคอนโทรลรถเวลาเลี้ยวโค้ง ด้วยความที่ไซส์ล้อขนาดเท่าๆ กัน ตำแหน่งวางเท้า Mid Control เช่นกัน แม้ฟีลลิ่งการควบคุมของลำตัวท่อนล่างดูเผินๆ อาจจะไม่แตกต่างจาก Street Bob มากนัก แต่ไซส์ยางที่ให้มาเป็นหน้ากว้างกว่า ทำให้การเทโค้งทำได้ดีกว่า ขี่เข้าโค้งมั่นใจกว่ากันเยอะ

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_13
นอกจากนี้ช่วงแฮนด์บาร์ ที่มีองศากำลังพอดี งอศอกได้ตั้งฉาก รวมถึงมุม Rake จากช่วงแผงคอที่แคบกว่า ภาพรวมการคอนโทรลท่อนบนจึงดูดีกว่า ทำให้เวลา Turn แบบหักแฮนด์เลี้ยวทำได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด

PON-2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_2
สำหรับระบบกันสะเทือน โช้กอัพหน้า USD ให้ฟีลที่ดูมั่นคงมั่นใจกว่า มีความหนืด และซับแรงสะเทือนขึ้นลำตัวได้ดีมากกว่า ด้วยเช่นกัน

PON-2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_1
ขณะที่ระบบเบรกก็ถือว่าทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้ระบบทวินดิสก์ทางด้านหน้า มีพละกำลังในการหยุดชะลอได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดีภาพรวมฟีลแม่ปั๊มบน ก็อาจจะไม่ได้ดูเบรกจิก แบบพวกตระกูลสปอร์ต ซึ่งก็ถือว่า เหมาะสมแล้วสำหรับรถแนวนี้

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_09
ปิดท้ายกันที่ 2020 Fat Bob 114 ซึ่งเป็นรถที่ผมได้หวดกันยาวๆ ทั้งวันนี้หลังจากที่ Switch มาขี่คันนี้

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_12
โดยภาพรวมดีไซน์ของมันค่อนข้างโดนใจวัยรุ่นยุคใหม่ มาก (รวมถึงผมด้วย) ไฟหน้ารูปทรงทันสมัยแบบ LED ถังน้ำมันขนาดเล็ก

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_13
ชุดไฟท้าย จะถูกยกไปอยู่ในไฟเลี้ยวเช่นเดียวกับ 2020 Street Bob นอกากนี้ตัวรถยังดีไซน์แบบท้ายโล่ง

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_08
โดยยกบังโคลนกันดีด + ขายึดทะเบียนมาไว้ที่ล้อหลัง

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_04
แฮนด์ Fatbar ขนาดใหญ่ และองศากางยาว

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_5
รวมไปถึงตำแหน่งพักเท้า ที่ค่อนไปทาง Forward Control (ที่จริงอยู่ระหว่าง Mid กับ Forward) ซึ่งวางขาจะต้องเหยียดไปข้างหน้าเสียหน่อย แบบนี้ก็จะช่วยลดความเมื่อยล้า เวลาขี่ไกลๆได้

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_02
ปลายท่อเป็นทรง Shotgun ดูเท่และดุดัน กวา่อีก 2 รุ่นข้างต้น

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_10
ตัวเบาะนั่งดูแบนกว่า Low Rider S แต่ Back Support มีความสูงพอๆกัน ซึ่งส่วนตัวผมว่า Low Rider S นั่งได้กระชับกว่า
ส่วน Fat Bob เป็นคันเดียวใน 3 รุ่นนี้ ที่มาพร้อมตำแหน่งเบาะนั่งผู้ซ้อน

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_03
มาตรวัดถ้วยกลมถ้วยเดียววางบนถังน้ำมัน วัดรอบเป็นสเกลโดยรอบ ความเร็วเป็นตัวเลขดิจิตอล

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_07
ขนาดล้อ 16″ หน้า-หลัง เท่ากัน สวมยางหน้ายางกว้าง ด้านหน้า 150/80-16 หลัง 180/70B16
ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร
นน. 306 กก.
มีมุม Rake 28 องศา

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_3แม้ Fat Bob มีมุม Rake ที่ 28 องศาเท่ากัน กับ Low Rider S แต่การใช้ล้อหน้าขนาดเท่ากันทั้ง 16″ หน้าหลัง ร่วมกับไซส์ยางหน้าที่กว้างถึงเบอร์ 150

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_1นั่นจึงทำให้มันมีความหนืดในช่วงการบังคับแฮนด์ มันจึงทำให้การหักเลี้ยวต่างๆ มีความหนืด หรือ หักวงเลี้ยวยากหน่อย ไม่เหมาะที่จะใช้การหักเลี้ยวในโค้ง ควรเทลีน ไปทั้งตัวรถ

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_6
ขณะที่ตำแหน่งวางขา Forward Control ก็อาจจะทำให้การเข้าโค้งไม่ถนัดเท่ากับ ตำแหน่ง Mid Control นัก
แต่เมื่อเริ่มชินแล้ว ผมต้องบอกว่า Fat Bob นับเป็น Cruiser ที่ขี่เทโค้งได้สนุกมากคันหนึ่งเลยนะ

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_15
ส่วนขุมพลัง Milwaukee-Eight 114 พ่นดำทั้งตัวยันการด์กันความร้อนท่อไอเสีย

2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_01
ระบบกันสะเทือน และเบรก เหมือนกันกับ Low Rider S ผมจึงไม่ขอพูดซ้ำในส่วนนี้

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_2สรุป 2020 Harley-Davidson Softail ที่ประกอบไทย ถือเป็นรถที่ยังคงรูปลักษณ์ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HD แต่ปรับปรุงให้มีความทันสมัย และการขับขี่ที่ดูเป็นมิตรยิ่งขึ้น
น่าจะเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักบิดวัยรุ่นยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fatbob ซึ่งผมถือได้ว่า มันเป็นรถดีไซน์โดนใจคนยุคใหม่ อย่างผมมาก
และอเมริกันครุยเซอร์ ในยุคหลังที่ได้ปรับ Performance ขึ้นมาให้ขี่สนุก และพอที่จะทำราคา สู้แข่งกับพวกรถ ครุยเซอร์อิตาลีสาย Hi Performance ได้อยู่ล่ะ

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbob-Malaga_4นอกจากนี้ ต้องบอกว่างานประกอบจากไทยเรา ถือได้ว่า แทบไม่แตกต่างจากตัวประกอบโรงงาน USA เลยครับ ไม่แปลกใจที่ยอดขาย HD ในบ้านเรานั้นโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Pon-2020-Harley-Davidson-Fatbobสำหรับราคาจำหน่าย 2020 Harley-Davidson Fat Bob 114 ราคา 1,069,000 บาท

2020-Harley-Davidson-Street-Bob-Malaga
ส่วน 2020 Harley-Davidson Street Bob ราคา 869,000 บาท

สำหรับ ใน วันที่ 2 ซึ่งจะเป็นการทดสอบ ในโมเดล Sportglide และ Heritage เราจะมา นำเสนอกันต่อไปในสัปดาห์หน้าครับ

อ่านข่าวรีวิว Harley-Davidson Livewire ได้ที่นี่
อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่าน รีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010