รีวิว Honda CRF300L / CRF300 Rally ใหม่ทั้งคัน มันส์กว่าเดิม !

0

หลังเผยโฉมออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ทาง A.P. Honda ก็ได้มีการเปิดให้สื่อฯได้ทำการทดสอบ All-New Honda CRF300L และ All-New Honda CRF300 Rally เป็นครั้งแรกในไทยและครั้งแรกในโลก ซึ่งสัมผัสที่ได้จากการเข้าทดสอบรถในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ? มัน All-New มากแค่ไหน เรามาว่ากันเลยใน รีวิว Honda CRF300L / CRF300 Rally ครั้งนี้ครับ

2021-honda-crf300-rally-review-10
เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก ในฝั่ง CRF300 Rally จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนเส้นสายภายนอกใดๆทั้งสิ้น (แต่ไม่ได้หมายความว่าแฟริ่งจะใส่กับตัว 250 ได้ เหตุผลจะอธิบายในภายหลัง)

2021-honda-crf300l-review-17
ทว่าในฝั่ง CRF300L จะมาพร้อมกับชุดบอดี้พาร์ทรอบคันที่ปรับใหม่ให้เหมือนกันกับตัวแข่งพี่ใหญ่ CRF450R MY2021 ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานนักก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชิ้นบังโคลนหน้า, แฟริ่งข้าง และช่วงท้ายรถที่ดูโฉบเฉี่ยว เพรียวบางกว่าเดิม

2021-honda-crf300l-review-07
นอกจากนี้หากสังเกตุไปที่ด้านในแฟริ่งข้าง จะพบว่าตำแหน่งหม้อน้ำ และหม้อพักน้ำ ของตัวรถ CRF300 จะมีการสลับตำแหน่งซ้าย-ขวาจาก CRF250 ซึ่งนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่สามารถเบิกแฟริ่งข้างตัว 300 ไปใส่ในตัว 250 ได้

2021-honda-crf300l-review-03
ชุดไฟหน้าของ CRF300L ก็มีการปรับใหม่ให้เป็นแบบหลอด LED 3 ดวง ดีไซน์เดียวกับ CRF450L แต่ก็ไม่สามารถเบิกไปใส่ CRF250L โดยตรงได้เช่นกัน เนื่องจากจุดยึดและฐานไม่ตรงกัน แม้แต่ไฟเลี้ยวเองก็ยังเปลี่ยนให้เป็นแบบหลอด LED แล้วด้วย ไม่ได้เป็นโคมหลอดไส้อีกต่อไป

2021-honda-crf300l-review-11
ส่วนชุดไฟท้ายยังคงเป็นหลอดไส้ และใช้กรอบเดิมกับตัวรถ CRF250L / CRF250 Rally โฉม MY2019 ทั้งใน CRF300L และ CRF300 Rally

2021-honda-crf300-rally-review-06
ถังน้ำมันในฝั่ง Rally จะมีการปรับเพิ่มความจุขึ้นจากเดิมอีก 2.7 ลิตร เป็น 12.8 ลิตร ทำให้มิติรถช่วงนี้ดูบึกบึนและแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2021-honda-crf300l-review-06
ขณะที่ตัว L แม้จะยังคงได้ถังน้ำมันความจุเท่าเดิม แต่ความจริงแล้วตัวถังที่ว่ามีการปรับดีไซน์ใหม่ให้เพรียวบางลง และฝาถังก็เปลี่ยนใหม่ ให้เป็นแบบที่สามารถหมุนบิดแล้วยกออกจากถังได้ ดูเหมาะสำหรับลักษณะการใช้งานมากขึ้น

2021-honda-crf300l-review-08
เบาะนั่งมีการปรับใหม่ให้ช่วงหว่างขาเพรียวบางลงเพื่อความกระชับในท่วงท่ายืนขี่ แต่ในช่วงที่รองรับบั้นท้ายผู้ขี่ไปจนถึงผู้ซ้อนจะกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อความสะดวกสบายในการนั่งระยะไกลที่มากขึ้น

2021-honda-crf300-rally-review-02
ท่อไอเสียถูกปรับใหม่ให้เพรียวบางลงกว่าเดิม และคอท่อก็เบาลงกว่าเดิม 600 กรัม

2021-honda-crf300l-review-18
และชุดเฟรมก็เป็นแบบใหม่มีการบีบเฟรมชิ้นบนให้คอดลงกว่าเดิม เพื่อความเพรียวบางของตัวรถ ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกรีดน้ำหนักให้เบาลงกว่าเดิมอีก 2.15 กิโลกรัม

2021-honda-crf300-rally-review-03
นอกจากนี้สวิงอาร์มหลังยังถูกลดน้ำหนักลงไปอีก 550 กรัม ชุดแกนคอก็ถูกลดน้ำหนักลงไปอีก 720 กรัม และชิ้นส่วนยิบย่อยอื่นๆอีกมากมายก็ถูกไล่น้ำหนักลงเช่นกัน

2021-honda-crf300-rally-review-18
จึงทำให้น้ำหนักตัวของทั้ง 2 รุ่นมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าโฉมก่อนหน้าราวๆ 5 กิโลกรัม นั่นคือ CRF300L เหลือ 138 กิโลกรัม และ CRF300 Rally เหลือ 150 กิโลกรัม ซึ่งตัวเลขที่หายไปตรงนี้นี้อาจจะดูไม่เยอะ แต่มันช่วยให้เวลาขี่จริงแล้วรู้สึกได้ชัดเลยว่ารถมันเบากว่าเดิม พลิ้วกว่าเดิมจริง พลิกเลี้ยวง่ายกว่าเดิมจริงเมื่อเทียบกับโฉม 250 ของพวกมัน

2021-honda-crf300-rally-review-19
กลับมาที่ชุดมาตรวัด Full-Digital แบบใหม่ ซึ่งนอกจากจะยังคงแสดงผลค่าพื้นฐานต่างๆได้อย่างครบครันแล้ว ในคราวนี้มันยังเพิ่มการแสดงผลทั้งในเรื่องของตำแหน่งเกียร์, ชิฟท์ไลท์, RPM Peak Hold, รวมถึงสามารถตั้งจับเวลาของทริปได้ด้วย

2021-honda-crf300l-review-10
ระบบเบรกหน้า/หลังที่ให้มายังคงเหมือนเดิมเกือบทุกอย่างกับตัว 250 ทั้งในฝั่ง CRF300L ที่ใช้จานเบรกด้านหน้าขนาดเล็ก และ CRF300 Rally ที่ใช้จานเบรกขนาดใหญ่กว่า ส่วนด้านหลังก็เปลี่ยนแม้ปั๊มใหม่ให้ดูรองรับกับการใช้งานที่สมบุกสมบันกว่าเดิม ซึ่งอันที่จริงเท่านี้ก็ถือว่าเกินพอแล้วสำหรับลักษณะการใช้งานของตัวรถ เหลือแค่เพียงการติดตั้งระบบ ABS เท่านั้นที่ยังไม่มีมาให้ (อย่างน้อยให้แบบด้านหน้าอย่างเดียวเหมือน ADV150 ก็ยังดี)

2021-honda-crf300l-review-16
โดยสำหรับสัมผัสในเรื่องของท่านั่ง อย่างที่เราได้เกริ่นไปว่าทั้งชุดเฟรม, ถังน้ำมัน, ยันชุดเบาะนั่งของ CRF300 ทั้ง 2 รุ่นนี้ มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้เพรียวบางลงกว่าเดิม ทำให้แม้ความสูงของเบาะจะค่อนข้างมาก แต่ผู้ทดสอบที่สูง 168 เซนติเมตร หนัก 90 กิโลกรัม สวมรองเท้าบู๊ท และชุดพร้อมลุยเต็มพิกัด ก็พบว่ายังสามารถใช้ฝ่าเท้าข้างใดข้างหนึ่งแตะพื้นได้ง่ายมากขึ้นเมื่อเทียบกับตัว CRF250 ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะว่าตัวโช้กหลังของมันถูกเซ็ทให้สามารถยุบตัวลงได้ประมาณหนึ่ง ผู้ขี่ไซส์เล็กน้ำหนักตัวเยอะ จึงจะมีปัญหาแค่ตอนขึ้นคร่อมเท่านั้น

2021-honda-crf300-rally-review-13
นอกจากนี้ ด้วยเหตุผลเดียวกัน ทำให้ลำตัวช่วงล่างตอนนั่งขี่ สามารถออกแอคชันในท่าเอนดูโร่ได้อย่างคล่องตัวกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการยืนขี่ที่เป็นท่าสามัญของรถมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ ผู้ขี่ก็ยิ่งพบว่ามันมีความกระชับมากขึ้นในการใช้ช่วงเข่าหนีบอย่างเห็นได้ชัด ไม่เว้นแม้แต่ตัว Rally เพราะยังไงทั้งเบาะนั่งและชุดเฟรมของมันก็เหมือนกันกับตัว L มีแค่เพียงลำตัวช่วงถังน้ำมันเท่านั้นที่กว้างกว่าเล็กน้อย แต่ยังไงก็ถือว่ากระชับกว่า CRF250 Rally อยู่ดี

2021-honda-crf300-rally-review-14
ส่วนตำแหน่งการวางแขนของลำตัวช่วงบนของ CRF300L และ CRF300 Rally ยังไม่พบความแตกต่างจาก CRF250L และ CRF250 Rally มากนัก ซึ่งเอาจริงๆแต่เดิมทั้งระยะห่าง ความกว้าง ความสูง ของมันก็จัดว่าอยู่ในระดับที่สามารถออกแอคชันต่างๆในเวลาบุกตะลุยได้ดีอยู่แล้ว ขณะที่ฝั่งตัว Rally เอง ก็อยู่ในท่วงท่าที่สามารถจัดตำแหน่งแขนได้สบายๆสำหรับการขี่ระยะไกลเช่นกัน

2021-honda-crf300l-review-02
ด้านขุมกำลังใหม่ที่เป็นบล็อคสูบเดียว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ขยายความจุเพิ่มจาก 249cc เป็น 300cc หรือพิกัดจริงคือ 286cc นั้น แท้จริงแล้วก็เป็นบล็อคที่ต่อยอดมาจาก CRF250 ด้วยการยืดช่วงชักเพิ่มขึ้น กับลูกสูบขนาดเท่าเดิม แล้วมีการปรับปรุงบาลานเซอร์ใหม่ ให้เครื่องยนต์สั่นน้อยลง ปรับปรุงลูกปืนข้อเหวี่ยงใม่ให้ทนทานยิ่งขึ้น ปรับอัตราทดเกียร์ใหม่อีกเล็กน้อย และที่ขาดไม่ได้คือการเพิ่มระบบสลิปเปอร์คลัทช์เข้ามา

อย่างไรก็ดี ค่อนข้างน่าเสียดายที่ทาง A.P. Honda ยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขกำลังสูงสุดที่ได้จากเครื่องยนต์ในตัว CRF300 ทั้งสองรุ่นว่ามันมีความแตกต่างจากตอนที่อยู่ในสปอร์ตไบค์กับนีโอสปอร์ตคาเฟ่ต์ไบค์ ไปจนถึงบอบเบอร์ครุยเซอร์ไบค์ (Rebel) อย่างไรบ้าง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ระบุว่าย่านกำลังที่ได้จากเครื่องยนต์ลุกใหม่เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 249cc ลูกเดิม ถือว่าดีขึ้นกว่ากันแบบยกทั้งกราฟ

2021-honda-crf300-rally-th-official-09
ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับการที่น้ำหนักของตัวรถลดลงไป 5 กิโลกรัม จึงทำให้เจ้า CRF300L มีอัตราเร่งในช่วงต้นที่ติดมือมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บิดเป็นมา เปิดให้ท้ายสไลด์ในทางฝุ่นก็ทำได้ง่ายขึ้นมาก จะกระแทกคันเร่งก่อนขึ้นเนินเพื่อกระโดดข้ามผ่านไปก็ไม่ยากเย็น ไม่ต้องรอรอบเหมือน CRF250L นอกจากนี้ ด้วยอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น ทำให้ผู้ขี่สามารถเล่นกับย่านกำลังของเครื่องยนต์ได้กว้างกว่าเดิม ไม่เครียดเพราะต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ หรือบิดแป้บเดียวก็ตัดเท่ากับโฉมก่อน

ทว่าในฝั่ง CRF300 Rally ด้วยน้ำหนักตัวที่ยังคงอยู่ในหลัก 150 กิโลกรัม จึงทำให้ความติดมือในเรื่องอัตราเร่งยังคงไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าดีขึ้นกว่าตัว 250 Rally ในเรื่องย่านกำลังที่มีให้เล่นกว้างกว่า แต่ไม่ได้แตกต่างแบบก้าวกระโดดเหมือน CRF300L เทียบกับ CRF250L ขณะที่ในเรื่องอัตราสิ้นเปลืองหรือความเร็วสูงสุดคงต้องขอโอกาสนำตัวรถมาทดสอบแบบจริงจังเองอีกครั้งกันต่อไป

2021-honda-crf300l-review-01
อีกจุดที่ไม่กล้าวถึงไม่ได้ก็คือเรื่องของสลิปเปอร์คลัทช์ที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งนอกจากมันจะทำให้น้ำหนักก้านคลัทช์เบามือลงอย่างมาก และแม้ในตอนแรกหลายคนอาจจะมองว่าใส่มาให้ในรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ทำไม แต่ในความจริงแล้วมันช่วยให้อาการด้านท้ายของรถเวลาสับเกียร์ลงแบบรวดเดียวก่อนสไลด์เข้าโค้งหักศอกมีความนุ่มนวล ควบคุมอาการง่ายขึ้นมาก หรือหากเพื่อนๆไม่ใช่สายบู๊ อย่างน้อยๆในยามที่เราปิดคันเร่งกระทันหันมันก็ช่วยให้แรงหน่วงของเครื่องยนต์ไม่ออกมากวนท้ายรถมากเกินไปด้วย

2021-honda-crf300l-review-04
ฝั่งระบบกันสะเทือนยังคงใช้โช้กหน้าหัวกลับขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ด้านหลังโช้กเดี่ยวทำงานร่วมกับกระเดื่องทดแรง และสวิงอาร์มอลูิมิเนียมแขนคู่เช่นเดิม ซึ่งหากมองโดยผิวเผินมันอาจจะไม่แตกต่างไปจาก CRF250L/CRF250 Rally แต่ Honda ระบุว่าพวกเขาได้มีการปรับเซ็ทมันใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโช้กหน้าก็ถูกเพิ่มระยะยุบ 30 มิลลิเมตร ในตัว L และ 40 มิลลิเมตร ในตัว Rally สวิงอาร์มที่ว่าเองก็ถูกออกแบบใหม่ให้เบาลง 550 กรัม อย่างที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเปลี่ยนความแข๋็งสปริงหน้า-หลังใหม่ให้นุ่มกว่าเดิม และเพิ่มความหนืดมากขึ้น รับกับน้ำหนักที่หายไป

2021-honda-crf300l-review-13
จากการปรับปรุงที่กล่าวมา จึงทำให้ระบบกันสะเทือนของเอนดูโร่ไบค์ และดาการ์สไตล์ไบค์ ทั้งสองคันสามารถทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโช้กหน้าที่ซับแรงได้ดีขึ้นจริง แม้จะขี่รูดอุปสรรคเร็วแค่ไหน หรือโดดสูงเท่าไหร่ในระดับที่ผู้ขี่ทั่วไปใช้งานกันมันก็ยังเอาอยู่ ทว่าในส่วนโช้กหลังส่วนตัวผู้ทดสอบพบว่าหากเป็นตัว Rally ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างมาก ทำให้เวลาโดดเนินสูงๆดูเหมือนมันจะยุบตัวสุดระยะง่ายไปสักนิด (แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัว Rally ก็ไม่ได้เหมาะจะเอามาโดดเนินเท่าไหร่อยู้แล้ว เหมาะเอาไปรูดทางกรวดเร็วๆมากกว่า)

2021-honda-crf300-rally-review-11
และด้วยน้ำหนักกับจุดศูนย์ถ่วงที่ต่างกัน จึงทำให้เวลาเอาไปลุยอย่างจริงจัง อาการต่างๆของตัวรถทั้ง L และ Rally จะแสดงออกมาต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยในฝั่ง CRF300L นั้น จะเป็นรถที่เกิดอาการค่อนข้างไว แต่ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา จึงทำให้ผู้ขี่สามารถแก้อาการรถได้ไว ง่าย ไม่เปลืองแรงเท่าไหร่นัก ขณะที่ฝั่ง CRF300 Rally จะออกอาการค่อนข้างช้า และต้องใช้เวลาในการแก้อาการสักหน่อย ดังนั้นในช่วงแรกเพื่อนๆอาจจะต้องปรับตัวและทำความเข้าใจกับมันสักนิด มิเช่นนั้นจะหมดแรงกับมันง่ายมากๆเพราะมัวแต่ฝืนเกร็งไปกับรถ

2021-honda-crf300l-crf300-rally-review-01
สรุป รีวิว Honda CRF300L / CRF300 Rally ใหม่ทั้งคัน มันส์กว่าเดิม แบบ 1st Imprtession ในครั้งนี้ ต้องบอกว่ามันเป็นการปรับโฉมแบบ All-New ที่ช่วยให้ตัวรถสมบูรณ์ขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัว L ที่มีทั้งแรงต้น-กลาง-ปลาย จากเครื่องยนต์ลูกใหม่ กับความพลิ้วไหว และกระชับในการควบคุมดีกว่าเดิมเยอะเพราะน้ำหนักที่หายไป รวมถึงระบบกันสะเทือนที่เซ็ทใหม่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2021-honda-crf300-rally-review-09
ขณะที่ฝั่งตัว Rally เอง แม้จะยังไม่หวือหวาในด้านอัตราเร่งเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับตัว L แต่ด้วยการดีไซน์ชุดเฟรมใหม่ ก็ทำให้ผู้ขี่รู้สึกว่ามันอุ้ยอ้ายน้อยลงกว่าตอนที่ยังเป็นรุ่น 250 พอสมควร ไหนจะระบบสลิปเปอร์คลัทช์ที่ทำให้ก้านคลัทช์เบามือลง ใส่เกียร์ขึ้น/ลงได้ง่ายขึ้น แถมยังลดอาการล้อหลังสับตอนรวบเกียร์ลงกระทันหันได้อย่างอยู่หมัดอีก เหลือก็แค่เพียงการนำมาขี่ระยะไกลเท่านั้นแล้วล่ะครับ ที่เราจะสามารถตอบได้ว่าเจ้า Rally ใหม่นี้ มีดีกว่าตัว 250 ของมันได้อีกแค่ไหน

2021-honda-crf300l-review-12
แน่นอน จากทั้งหมดที่เราไล่เรียงมา กับราคา 145,800 บาท ใน 2021 Honda CRF300L และ 172,200 บาท ใน 2021 Honda CRF300 Rally จึงถือว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับการปรับลเปลี่ยนครั้งใหญ่ในคราวนี้ ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนสนใจล่ะก็ สามารถรับชมตัวรถคันจริงได้ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center และ Honda Big Wing ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้เลยครับ

ขอขอบคุณทาง A.P. Honda ที่ให้โอกาสทีมงาน MotoRival เป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบ All-New Honda CRF300L และ All-New Honda CRF300 Rally ในครั้งนี้

– รณกฤต ลิมปิชาติ : Test Rider, Photos, Writer
– ภาพเพิ่มเติม : A.P. Honda

อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่
อ่านรีวิวอื่นๆเพิ่มเติมที่ได้ที่นี่

Share.

About Author

Leave A Reply

error: Content is protected !!