Sam Sunderland ยุติภารกิจขี่ Triumph Tiger 1200 รอบโลก หลังรถเสียหายกลางออสเตรเลีย
Sam Sunderland แชมป์ Dakar Rally 2 สมัยชาวอังกฤษ ต้องยุติภารกิจขี่รถจักรยานยนต์รอบโลกเพื่อทำสถิติเดินทางให้เร็วที่สุด หลังรถจักรยานยนต์ Triumph Tiger 1200 Rally Explorer ได้รับความเสียหายระหว่างการเดินทางในพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลีย ส่งผลให้ไม่สามารถทำเวลาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
Sam Sunderland กับภารกิจขี่มอเตอร์ไซค์รอบโลกใน 19 วัน
Sam Sunderland นักบิดแรลลี่เรดบูลชาวอังกฤษ เจ้าของแชมป์ Dakar Rally 2 สมัยในปี 2017 และ 2022 เริ่มต้นภารกิจสุดท้าทายเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเลือกใช้รถจักรยานยนต์ Triumph Tiger 1200 Rally Explorer เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางรอบโลก
เป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ คือการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เป็นระยะทางอย่างน้อย 18,000 ไมล์ หรือประมาณ 28,968 กิโลเมตร ผ่านหลายทวีปและเขตเวลาที่แตกต่างกัน พร้อมตั้งเป้าทำเวลาให้ต่ำกว่า 19 วัน 8 ชั่วโมง 25 นาที ซึ่งเป็นสถิติที่ Kevin และ Julia Sanders เคยทำไว้ในปี 2002
อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแข่งขันในสนาม แต่เป็นบททดสอบความอดทนของทั้งผู้ขับขี่และตัวรถ บนถนนสาธารณะซึ่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศ การจราจร การเดินทางข้ามพรมแดน และความเหนื่อยล้าสะสมตลอดเส้นทาง
เส้นทางจากลอนดอน ผ่านกรุงเทพฯ สู่ประเทศออสเตรเลีย
การเดินทางช่วงแรกของ Sam Sunderland เริ่มต้นจากกรุงลอนดอน ผ่านหลายประเทศในยุโรป ก่อนเดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 ชั่วโมง
จากนั้นจึงเข้าสู่เส้นทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย มุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดและฝนตกหนักตลอดเส้นทาง โดย Sunderland ใช้เวลาขี่รถในช่วงนี้ประมาณ 19 ชั่วโมง
หลังผ่านเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ ภารกิจเดินทางต่อไปยังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีแผนขี่รถจากเมืองเพิร์ทไปยังเมืองซิดนีย์ เป็นระยะทางประมาณ 2,040 ไมล์ หรือ 3,284 กิโลเมตร
แต่ในช่วงที่สามของการเดินทาง รถจักรยานยนต์ของเขาได้รับความเสียหายในพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลีย และจำเป็นต้องนำรถเข้าซ่อมแซม
รถเสียหาย ทำให้ไม่สามารถทำลายสถิติได้
แม้ทีมงานจะพยายามประเมินแนวทางการซ่อมแซมรถ แต่ด้วยสถานที่เกิดเหตุที่อยู่ห่างไกล รวมถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการซ่อมและตรวจสอบความพร้อมของรถอีกครั้ง ทำให้ Sam Sunderland ตระหนักว่าไม่สามารถทำเวลาได้ตามเป้าหมายเดิม จึงตัดสินใจยุติภารกิจครั้งนี้
Sunderland เปิดเผยว่า เขารู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ไม่สามารถเดินทางจนจบภารกิจได้ โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุเกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตนเอง อย่างไรก็ตาม เขายังคงภูมิใจในสิ่งที่ทีมงานทุกคนได้ทุ่มเทให้กับโครงการนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางรอบโลกด้วยรถจักรยานยนต์เพื่อทำสถิติด้านเวลา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความพร้อมและความน่าเชื่อถือของตัวรถ ตลอดจนการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกล
กติกาการขี่มอเตอร์ไซค์รอบโลกที่ต้องปฏิบัติตาม
สำหรับภารกิจของ Sam Sunderland มีเงื่อนไขสำคัญหลายประการ ได้แก่
- ต้องใช้รถจักรยานยนต์คันเดิมตลอดการเดินทาง
- ต้องเดินทางในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
- ต้องครอบคลุมระยะทางอย่างน้อย 18,000 ไมล์
- ต้องผ่านจุดสองแห่งที่อยู่ตรงข้ามกันบนโลก
- ต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทาง ณ สถานที่เดียวกัน
นอกจากนี้ Sunderland ยังประเมินว่า ในบางวันเขาอาจต้องใช้เวลาขี่รถนานถึง 17 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาการเจ็ตแล็ก และความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจ กลายเป็นความท้าทายสำคัญของภารกิจนี้
แม้การเดินทางจะไม่สามารถดำเนินต่อไปจนถึงเส้นชัยได้ แต่ภารกิจครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของการขี่รถจักรยานยนต์ระยะไกลข้ามทวีป ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะ ประสบการณ์ และการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน
อ่านข่าว Triumph เพิ่มเติมได้ที่นี่

