fbpx

Tips Trick : โซ่ O-Ring ต่างจากโซ่ธรรมดาอย่างไร ?

0

“โซ่รถจักรยานยนต์” ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่เรามักต้องคอยดูและต้องเปลี่ยนกันอยู่เสมอๆ จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่ม “อะไหล่สิ้นเปลือง” เนื่องจากมันมีอายุการใช้งานค่อนข้างจำกัดและสั้นเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนอื่นๆ ทว่าทุกครั้งที่จะเปลี่ยนโซ่ เราก็มักจะได้ยินกันอยู่เสมอๆว่า ดูให้ดีนะ ว่าโซ่รถเดิมๆของเราเป็นแบบไหน เป็นแบบโซ่โอริง หรือโซ๋ธรรมดา ? ทีนี้แล้วไอ่โซ๋ริงๆ ที่ว่ามันเป็นยังไง ? เรามาว่ากันเลยครับ

motorcycle-chain-component-03
ก่อนอื่น เพื่อนต้องเข้าใจก่อนว่า โซ่ที่ใช้กันอยู่ในรถมอเตอร์ไซค์ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโซ่แบบลูกกลิ้ง ซึ่่งจะประกอบไปด้วย แผ่นประกบด้านใน (หมายเลข 1), แผ่นประกบด้านนอก (หมายเลข 2), สลัก (หมายเลข 3) ,ปลอกสลัก (หมายเลข 4), และลูกกลิ้ง (หมายเลข 5) โดยเมื่อทั้งหมดถูกนำมาประกอบกันแล้วต่อไปเรื่อยๆก็จะกลายเป็นโซ่หนึ่งเส้น และนี่คือลักษณะพื้นฐานของโซ่รถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดาๆที่เราใช้งานกันในรถแม่บ้านทั้งหลาย

motorcycle-chain-component-01
ส่วนโซ่โอริง จริงๆก็เหมือนกับโซ่พื้นฐานแทบทุกประการ ทว่ามีจะมีการเพิ่มในเรื่องของ เส้นยางวงเล็กๆ ที่เรียกติดปากในภาษาช่างว่า “ยางโอริง” สวมเข้าไปตรงสลักโซ่ โดยจะให้คั่นกลางระหว่างแผ่นประกบด้านในกับแผ่นประกบด้านนอก ซึ่งโซ่ที่มี “ยางริงๆ” ประเภทอื่น (X-Ring, Z-Ring, XW-Ring) ก็ไม่ต่างกันในเรื่องของตำแหน่งที่ติดตั้ง แต่จะไปต่างกันในเรื่องของลักษณะรูปทรงของตัวยางแทนว่าจะเป็นแบบไหน (แต่แบบไหนดีอย่างไร เราจะยังไม่ขอกล่าวถึงในครั้งนี้นะครับ)

motorcycle-chain-component-02
โดยสำหรับจุดประสงค์ที่ผู้ผลิตออกแบบให้โซ่รถมอเตอร์ไซค์มียางโอริงเพิ่มขึ้นมาจากแบบปกตินั้น ก็เป็นเพราะว่า พวกเขาตั้งใจให้มันเป็นตัวเก็บและกั้นน้ำมันหล่อลื่นโซ่เอาไว้กับตัวเองเพื่อใช้ในการหล่อลื่นโซ่ ซึ่งแน่นอนว่าผลที่ตามมาก็คือโซ่จะยืด สนิมกิน เสื่อมสภาพยากมากขึ้น หรือว่าง่ายๆคือใช้งานได้นานกว่า โดยไม่ต้องดูแลรักษาด้วยการหยอดน้ำมันหล่อลื่นบ่อยครั้งเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับโซ่ที่ไม่มียางโอริงช่วยเก็บกักน้ำมันหล่อลื่นเอาไว้ เพราะขี่ไปสักพักน้ำมันหล่อลื่นหรือจารบีที่ฉีดเคลือบไว้ก็กระเซ็นไปตามแรงเหวี่ยงเสียหมด นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของเสียงที่เงียบกว่าด้วย

Ducati-Desmosedici-GP19_13
อย่างไรก็ดีด้วยความที่ตัวยางโอริง มีทั้งความหนืด และน้ำหนักในตัว จึงทำให้เมื่อเทียบกันกับโซ่แบบโลหะธรรมดาๆที่ไม่มีชิ้นส่วนนี้แล้วล่ะก็ ยางโอริงจะกินแรงเครื่องยนต์มากกว่าแทน ไม่เพียงเท่านั้นมันยังมีราคาสูงกว่าโซ่แบบธรรมดาอย่างเห็นได้ชัดด้วย และถ้าหากเพื่อนๆเป็นคนที่หมั่นหยอดน้ำมันโซ่เป็นประจำอยู่แล้ว อายุการใช้งานของโซ่ธรรมดาๆเองก็นานไม่แพ้ยางที่มีโอริงเช่นกันครับ

ขอบคุณภาพจาก cdn-cyclingtips, Bikelover

อ่าน Tips Trick เทคนิคที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author