fbpx

เปิดตัว Kawasaki H2 รุ่นอัพเดทปี 2019 หน้าเดิม แต่เพิ่มแรงม้าทะลุ 231 ตัว (PS) !!!

0

ผ่านไป 4 ปีนับตั้งแต่การเปิดตัวรั้งแรกของ Kawasaki Ninja H2 ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทางค่ายจะต้องปรับปรุงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวรถเพื่อเพิ่มความสดใหม่นอกจากการเปลี่ยนสีเฟรมเล่นๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้นซักที

2019-kawasaki-h2-update-02
โดยจุดแตกต่างของ Ninja H2 โฉมปี 2019 ที่เพิ่มขึ้นมาจากโฉมปี 2018 ก็คือ มีการเปลี่ยนชุดคาลิปเปอร์เบรกหน้าเป็น Brembo Stylema® รุ่นใหม่กว่าและดีกว่า Brembo M50 ของเดิมโดยเฉพาะย่างยิ่งกับประสิทธิภาพในการระบายความร้อน, ชุดยางหน้า/หลังมีขนาดหน้ากว้างเท่าเดิม แต่เปลี่ยนรุ่นใหม่เป็น Bridgestone RS11, และเปลี่ยนรายละเอียดจุกจิกเล็กๆน้อยๆด้วยการเปลี่ยนเพลทซุปเปอร์ชาร์จใหม่ให้เป็นสีดำ/แดง ช่วยเพิ่มลุคให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

2019-kawasaki-h2-dash-01
ขณะที่ชุดหน้าจอแสดงผลเองก็ปรับเป็นแบบ Full-Color TFT เหมือนของ H2 SX เรียบร้อย ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลต่างๆได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นองศาการเอียงตัวรถ, อัตราการบูสต์ของอากาศที่ได้จากซุปเปอร์ชาร์จเจอร์, และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้มันยังมาพร้อมกับระบบบลูทูธสำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงโหมดการรับสายเข้า หรือโทรออกได้ และยังสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลบนหน้าจอผ่านสมาร์ทโฟนที่ว่านี้ได้อีกด้วย

2019-kawasaki-h2-engine-01
ส่วนการปรับปรุงเครื่องยนต์ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของ 2019 Ninja H2 ก็คือการที่มันได้รับการปรับปรุงหลายจุดด้วยกันทั้ง กรองอากาศ, หัวเทียน, และปรับกราฟการจ่ายน้ำมันใหม่หมด จนมีพละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 231 แรงม้า (ในหน่วย PS ถ้าแปลงเป็นหน่วย HP ตัวเลขจะอยู่ที่ 228 แรงม้า) จากเดิมที่มีอยู่เพียง 200 แรงม้าพอดีเป๊ะ ส่วนแรงบิดเองที่มากกว่ารถซุปเปอร์ไบค์ 4 สูบเรียงทั่วไปอยู่แล้วก็มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 141.7 นิวตันเมตร โดยทั้งหมดที่ว่ามานี้ไม่ได้ส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเลยแม้แต่น้อย และด้วยพละกำลังระดับนี้ก็คงน่าจะไม่เกินขีดจำกัดของโช้ก Ohlins TTX36 ที่ทาง Kawasaki ลงทุนใส่มาให้ตั้งแต่ปี 2017 แน่นอน

2019-kawasaki-h2-update-03
และจุดเด่นสุดท้ายที่มองข้ามไม่ได้ในตัว Kawasaki H2 โฉมปี 2019 คันนี้ก็คือ การที่มันมาพร้อมกับชุดสีแบบ “Self-Healing” หรือที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “รักษาตัวเอง” ซึ่งคุณสมบัติของมันก็คือ สามารถลบรอยขนแมวและรอยขีดข่วนได้ด้วยตัวเองหากถูกจอดในที่ๆมีอุณหภูมิสูงมากพอ ดังนั้นถ้าใช้บ้านเราก็หายห่วงได้เลยครับ เพราะขี่ตากแดดแปบเดียวรถกลับมาเงาวับแล้ว (ฮ่าๆๆ)

อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author