เปิดตัว Kawasaki Z300 รุ่นปี 2027 (MY27) ที่ประเทศอินเดีย น้องเล็กสุดในตระกูล Z Series ดีไซน์ Supernaked ดุดัน ถอดแบบมาจากพี่ใหญ่ในตระกูลมาเต็มๆ พร้อมคุณภาพงานประกอบและการตกแต่ง ที่ถูกชูเป็นจุดขายว่าอยู่คนละระดับกับเนคเก็ดทั่วไปในตลาด
ในตลาดอินเดีย Z300 ตั้งราคาประมาณ 115,000 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Candy Lime Green และ Metallic Carbon Gray

ดีไซน์: หน้าตาแบบ Z ของแท้
Z “Face” ยุคใหม่
หัวใจของการออกแบบอยู่ที่ “ใบหน้า” ของรถ ซึ่ง Z300 ใช้ไฟหน้าแบบ Triple LED หุ้มด้วย Front Cowl ทรงคมกริบ ให้สีหน้าดุดันเหมือนกับ Z900
รายละเอียดของชุดไฟหน้าคือ ไฟ 2 ดวงบนทำหน้าที่เป็นไฟต่ำ (Low Beam) ส่วนไฟดวงเดียวด้านล่างทำหน้าที่เป็นไฟสูง (High Beam) การเน้นไฟต่ำคู่ช่วยดึงสายตาให้ไปรวมที่หน้ารถ และสร้างเอกลักษณ์ที่จำง่าย
เครื่องยนต์: 296 ซีซี Parallel-Twin หัวใจเดิม
Z300 ใช้เครื่องยนต์ 296 ซีซี 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ วางตัวมาเพื่อให้สมดุลระหว่างความแรงและการใช้งานทุกวัน
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| กำลังสูงสุด | 40 PS ที่ 11,000 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 26.3 N·m ที่ 10,000 รอบ/นาที |
ลักษณะการส่งกำลังคือ ช่วงรอบต่ำถึงกลางตอบสนองนุ่มนวลและฉับไว ส่วนรอบสูงมีแรงเร่งที่ต่อเนื่อง
ระบบฉีดเชื้อเพลิงพร้อม Dual Throttle Valves เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch
Dual Throttle Valves ทำงานอย่างไร
เทคโนโลยีนี้มีที่มาจากปัญหาของสปอร์ตไบค์ยุคใหม่ ซึ่งมักใช้ลิ้นเร่งขนาดใหญ่เพื่อดึงกำลัง แต่ข้อเสียคือเมื่อผู้ขับเปิดคันเร่งกะทันหัน แรงบิดจะพุ่งออกมาแบบไม่มีอะไรหน่วง ทำให้ควบคุมยาก
Dual Throttle Valves จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ปราบ” อาการนี้ โดยมีลิ้นเร่ง 2 ชุดต่อสูบ
- ชุดหลัก เชื่อมกับมือคันเร่งโดยตรง ผู้ขับควบคุมเอง
- ชุดที่สอง เปิด-ปิดโดย ECU คอยปรับปริมาณอากาศเข้าให้ตอบสนองเป็นธรรมชาติและเป็นเส้นตรง
เมื่ออากาศไหลผ่านลิ้นเร่งได้ราบรื่นขึ้น ประสิทธิภาพการเผาไหม้ดีขึ้น และกำลังเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การจัดการไอเสียที่ดีขึ้น
เครื่องยนต์ติดตั้ง Oxygen Sensor ในระบบไอเสียเพื่อช่วยควบคุมมลพิษ นอกจากนี้ยังใช้กระบอกสูบอะลูมิเนียมไดคาสต์แบบไม่มีปลอก (Sleeveless) เคลือบผิวด้วยวิธี Plated และลูกสูบน้ำหนักเบาเคลือบสารพิเศษ ส่วนฝาครอบพัดลมหม้อน้ำถูกออกแบบให้เป่าลมร้อนออกห่างจากตัวผู้ขับขี่
Economical Riding Indicator
ระบบประหยัดน้ำมันที่ Kawasaki ใส่มาให้ในหลายรุ่น หลักการคือระบบควบคุมเครื่องยนต์อิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูงช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ แต่อัตราสิ้นเปลืองจริงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ขับ ทั้งการใช้คันเร่งและการเลือกเกียร์
ระบบจะเฝ้าตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองตลอดเวลา โดยไม่สนว่าความเร็ว รอบเครื่อง หรือตำแหน่งคันเร่งจะเป็นอย่างไร เมื่อรถใช้น้ำมันน้อยสำหรับความเร็วขณะนั้น (หรือประสิทธิภาพสูง) จะมีสัญลักษณ์ “ECO” ขึ้นบนหน้าจอ LCD ผู้ขับแค่พยายามขี่ให้สัญลักษณ์นี้ติดอยู่ ก็จะลดการสิ้นเปลืองและขยายระยะทางวิ่งได้ ซึ่งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

โครงสร้างและช่วงล่าง
เฟรม Steel Tube Diamond
เฟรมแบบ Tubular Diamond ใช้ชิ้นส่วนเหล็กความแข็งแรงสูง เสริมแผ่น Gusset และใช้ยางรองเครื่องยนต์ที่ด้านหน้า
ช่วงล่าง
| ตำแหน่ง | รายละเอียด | ช่วงชัก |
|---|---|---|
| หน้า | โช้คอัพเทเลสโคปิก ขนาด 37 มม. | 120 มม. |
| หลัง | Bottom-Link Uni-Trak พร้อมโช้คแก๊ส ปรับพรีโหลดได้ | 132 มม. |
ระบบเบรก
Z300 ใช้ดิสก์เบรกแบบ Petal Disc ทั้งหน้าและหลัง
- หน้า: จานเบรก 290 มม. ปั๊มคาลิเปอร์ 2 พอต
- หลัง: จานเบรก 220 มม. ปั๊มคาลิเปอร์ 2 พอต
- ระบบ ABS ช่วยลดความเสี่ยงล้อล็อกขณะเบรก
หน้าปัดและอุปกรณ์
หน้าปัดเป็น Full-LCD แบบใหม่ แสดงข้อมูลสำคัญอย่างความเร็วและรอบเครื่อง โดยมีมาตรวัดรอบแบบแท่ง รวมอยู่ในเลย์เอาต์
มุมมองเพิ่มเติม
จุดที่น่าสนใจของ Z300 คือการที่ Kawasaki เลือกเอาดีไซน์จาก Z900 มาใส่ให้รถเล็ก(ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) ทำให้คนที่งบจำกัดหรือเพิ่งเริ่มขี่บิ๊กไบค์ ได้หน้าตาที่ดูแพงกว่าราคา ขณะที่พื้นฐานเครื่องยนต์และเฟรมยังเป็นของที่พิสูจน์แล้วจาก Ninja 300 ซึ่งหมายถึงความไว้ใจได้ในแง่การใช้งานจริง
ส่วนระบบ Dual Throttle Valves ที่มักเห็นในรถรุ่นใหญ่กว่า ถือเป็นออพชันที่ช่วยให้การเปิดคันเร่งในรอบต่ำนุ่มนวลขึ้น เหมาะกับมือใหม่ที่ยังคุมคันเร่งได้ไม่เนียน
การวางจำหน่ายในประเทศไทย เท่าที่ทราบตอนนี้คือเลิกไลน์ผลิต ต่ำกว่า 500cc ไปแล้ว หากมีการปรับเปลี่ยนติดตามได้ที่ MotoRival
อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มเติมที่นี่

