6 รถบิ๊กไบค์จากค่ายจีน ที่ช่วงนี้กำลังมาแรงสุดๆ ทั้งเรื่องราคาที่เข้าถึงได้ในสเปกที่ตบเจ้าตลาดเลยทีเดียว หรือการส่งรถและเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ในรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก จนอยู่ในระดับที่สามารถชนะได้เลย วันนี้ MotoRival จะพามาดูว่ามีตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง

1. 2025 ZONTES 703RR สปอร์ตฟูลแฟริ่งที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ ให้อัตราเร่งดุดันและฟีลลิ่งรอบเครื่องจัดจ้าน ตัวเฟรมเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบา
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 699 cc, 3 สูบเรียง, 4 วาล์ว/สูบ, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 95 แรงม้า ที่ 11,200 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 75 Nm ที่ 8,500 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด มาพร้อม Slipper Clutch และ Quick Shifter
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้าหัวกลับ Marzocchi / โช้คหลังเดี่ยว Marzocchi
- ระบบเบรก: ดิสก์เบรกหน้าคู่ พร้อม ABS
- เทคโนโลยี: ระบบ Traction Control (TCS) และหน้าจอสี TFT (รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน)
- น้ำหนักตัวรถ / ความสูงเบาะ: 196 กิโลกรัม / 795 มิลลิเมตร
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอ TFT ขนาด 6.75 นิ้ว รองรับ Screen Mirroring มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless 3.0 ที่ฝัง GPS, 4G และ Bluetooth ในตัว สามารถติดตามสถานะรถผ่านแอปพลิเคชันได้ และมีกล้องบันทึกภาพหน้ารถ (Dashcam) แบบ Built-in ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
- โหมดการขับขี่: มีให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ Sport และ Eco (ระบบสามารถสลับโหมดให้เป็น Sport โดยอัตโนมัติหากมีการดึงรอบเครื่องยนต์สูงทะลุเกณฑ์ที่ตั้งไว้)
- ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): ระบบ Traction Control (TCS), ระบบเบรก ABS แบบ Dual-channel และ Quick Shifter
- จุดขายที่น่าสนใจ (USP): เป็นสปอร์ตไบค์ที่อัดแน่นด้วย Gadget และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากที่สุดในคลาส ผสานกับโครงสร้างเฟรมอลูมิเนียมแบบหล่อขึ้นรูป (Die-cast) ที่รีดน้ำหนักได้ดี และเครื่องยนต์ 3 สูบที่ให้รอบจัดจ้าน

2. CFMOTO 675SR-R ดีไซน์ดุดันพร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับตั้งค่าได้ละเอียดยิบ เหมาะมากสำหรับการลงหวดทำเวลาในสนามแข่งหรือ Track Day
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 675 cc, 3 สูบเรียง, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 94 แรงม้า ที่ 11,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 70 Nm ที่ 8,250 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด มาพร้อม Slipper Clutch และ Quickshifter
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้าหัวกลับ KYB 41 มม. (ปรับค่าได้เต็มระบบ) / โช้คหลัง KYB (ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้)
- ระบบเบรก: คาลิปเปอร์หน้า J.Juan เรเดียลเมาท์ 4 POT คู่กับจานเบรกคู่ขนาด 300 มม.
- เทคโนโลยี: หน้าจอ TFT 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ OTA และ Bluetooth
- น้ำหนักตัวรถ / ความสูงเบาะ: 195 กิโลกรัม / 810 มิลลิเมตร
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับระบบสัมผัสและการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย (OTA) เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปฯ CFMOTO Ride ระบบไฟ LED รอบคันพร้อมระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS – Emergency Stop Signal)
- โหมดการขับขี่: เน้นการเซ็ตอัปแมปปิ้งเครื่องยนต์แบบสปอร์ตเป็นหลัก (ยังไม่มีการแบ่งโหมดขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน)
- ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): Traction Control (สามารถปรับตั้งค่าได้ 2 ระดับ), ระบบเบรก ABS และ Quickshifter (แบบ Up-shift ทางเดียว) ทำงานคู่กับ Slipper Clutch
- จุดขายที่น่าสนใจ (USP): บล็อกเครื่องยนต์ 3 สูบที่น้ำหนักเบามากเพียง 54 กิโลกรัม การออกแบบแฟริ่งและ Winglet มุ่งเน้นไปที่การลดแรงต้านอากาศ (Drag) และเพิ่มความคล่องตัวสูง เหมาะมากสำหรับการนำไปเซ็ตอัปเพื่อขี่ทำเวลาในรูปแบบ Track Day

3. CFMOTO 750SR-S ดีไซน์ดุดันพร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับตั้งค่าได้ละเอียดยิบ เหมาะมากสำหรับการลงหวดทำเวลาในสนามแข่งหรือ Track Day
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 749 cc, 4 สูบเรียง (Inline-four), 16 วาล์ว, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 110 แรงม้า (82 kW) ที่ 10,250 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 80 Nm ที่ 9,000 รอบ/นาที
- สมรรถนะ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่เกิน 3.5 วินาที ท็อปสปีดทะลุ 230 กม./ชม.
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด มาพร้อม Slipper Clutch และ Quickshifter
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้าหัวกลับ KYB ขนาด 43 มม. และโช้คหลัง KYB ปรับตั้งค่าได้เต็มระบบ (Fully Adjustable) พร้อมกันสะบัดปรับความหนืดได้ 20 ระดับ
- ระบบเบรก: ปั๊มเบรกหน้า Brembo จับคู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม.
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: เซ็นเซอร์ IMU 6 แกน, Cornering ABS, Traction Control และหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 6.2 นิ้ว
- การออกแบบเด่น: สวิงอาร์มเดี่ยว (Single-sided swingarm), ท่อไอเสีย 4 ปลายออกใต้ซุ้มล้อหลัง, และ Winglet ด้านหน้าช่วยสร้างแรงกด (Downforce) 30 นิวตันที่ความเร็วสูง
- น้ำหนักตัวรถ: 213 กิโลกรัม
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอ TFT ขนาด 6.2 นิ้ว โดดเด่นด้วยระบบปลดล็อกรถแบบอัจฉริยะ 4 รูปแบบ (NFC, รหัสผ่าน, Bluetooth, แอปพลิเคชัน) และระบบล็อกคออิเล็กทรอนิกส์แบบ 3-in-1
- โหมดการขับขี่: มีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับ (Sport, Street, Rain) ทำงานสอดคล้องกับการคันเร่งไฟฟ้า
- ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): จัดเต็มด้วยแกนเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน ที่เข้ามาคุมระบบ Cornering ABS และ Cornering Traction Control ให้แม่นยำตามองศาการแบนรถ พร้อมกันสะบัดที่ปรับความหนืดได้ 20 ระดับ
- จุดขายที่น่าสนใจ (USP): เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่ทำงานร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ระดับท็อป ดีไซน์สุดจัดจ้านด้วยสวิงอาร์มหลังแบบแขนเดี่ยว (Single-sided swingarm), ท่อไอเสียออกซุ้มล้อหลัง 4 ปลาย และ Winglet หน้าที่สร้าง Downforce ได้ถึง 30 นิวตันที่ความเร็วสูง

4. 2026 QJ MOTOR SRK800RR รถสปอร์ตที่ดึงเอาฟีดแบ็กจากประสบการณ์ในรายการ World Supersport Championship 2026 มาใช้ในการพัฒนา โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงที่ให้สุ้มเสียงแผดหวาน แฟริ่งออกแบบให้มี Winglet แอร์โรไดนามิกช่วยสร้างแรงกด (Downforce) ที่ล้อหน้า และได้อัปเกรดเป็นเฟรมอะลูมิเนียม
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 778 cc, 4 สูบเรียง, 16 วาล์ว, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 95-102 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับการจูนสเปกของแต่ละภูมิภาค) ที่ 10,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 75 Nm ที่ 8,500 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด พร้อม Quickshifter แบบ 2 ทาง (Up/Down)
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้าหัวกลับ Marzocchi แบบปรับตั้งได้ / โช้คหลังเดี่ยว Marzocchi
- ระบบเบรก: ปั๊มเบรกหน้า Brembo เรเดียลเมาท์ 4 POT คู่กับจานเบรกคู่ 320 มม. พร้อม ABS
- ดีไซน์: แฟริ่งหน้าออกแบบให้มี Winglet แอโรไดนามิกเพื่อเสริมแรงกดล้อหน้า
- น้ำหนักตัวรถ / ความสูงเบาะ: 207 กิโลกรัม / 810 มิลลิเมตร
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเต็มรูปแบบ ช่องเสียบชาร์จ USB และระบบไฟส่องสว่าง LED เต็มระบบ
- โหมดการขับขี่: มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ Standard และ Sport
- ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): ระบบเบรก Cornering ABS แบบ Dual-channel, Traction Control และ Quickshifter แบบ 2 ทาง (Bi-directional Up/Down)
- จุดขายที่น่าสนใจ (USP): เป็นโมเดลที่นำฟีดแบ็กจากรายการแข่งขันระดับโลก (WorldSSP / WSBK Paddock) มาต่อยอด ฮาร์ดแวร์ช่วงล่างและเบรกจัดของแบรนด์เนม (Marzocchi + Brembo) และได้สุ้มเสียงที่แผดหวานดุดันตามสไตล์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงแท้ๆ

5. ZX MOTO 820RR โมเดลสเปกโหดที่เน้นรีดสมรรถนะขั้นสุด พัฒนาบนโครงสร้างตัวถังอลูมิเนียม Perimeter น้ำหนักเบา และยังเป็นรถระดับแชมป์สนาม World Supersport Championship 2026 ซึ่ง MotoRival เคยทำคลิปไว้แล้ว
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 819 cc, 3 สูบเรียง, 12 วาล์ว, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 133 Hp ที่ รอบ/นาที ในรุ่นสแตนดาร์ด (และสูงสุด 147-153 แรงม้าในรหัสตัวท็อป 820RR-RS)
- แรงบิดสูงสุด: ประมาณ 80-85 Nm ที่ 10,500 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด พร้อม Slipper Clutch และ Quickshifter แบบ 2 ทาง (Up/Down)
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้า-หลังปรับค่าได้เต็มระบบ (ในรุ่นท็อปใช้ระบบโช้คจาก Öhlins)
- เทคโนโลยี: แกนเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน, Cornering ABS, Lean-sensitive Traction Control, Launch Control และ Wheelie Control
- น้ำหนักตัวรถ: 193 กิโลกรัม (รุ่นมาตรฐาน) และเบาลงเหลือเพียง 186 กิโลกรัม (ในรุ่นตัวท็อป)
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอ TFT แสดงผลแบบสปอร์ตพร้อม Lap Timer สำหรับจับเวลาต่อรอบ รองรับระบบ Telemetry สำหรับเก็บข้อมูลการขับขี่ (องศาการเอียง, การเปิดคันเร่ง, แรงเบรก) เพื่อนำมาวิเคราะห์
- โหมดการขับขี่: มีโหมดการขับขี่หลากหลายรูปแบบที่ปรับระดับการตอบสนองได้ลึก (เช่น Track, Sport, Street)
- ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): แพ็กเกจอิเล็กทรอนิกส์เทียบเท่ารถ Superbike ตัวพัน ทั้งเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน, Cornering ABS, Lean-sensitive Traction Control, ระบบควบคุมการออกตัว (Launch Control), ระบบป้องกันล้อหน้ายก (Wheelie Control) และ Quickshifter (Up/Down)
- จุดขายที่น่าสนใจ (USP): ถูกสร้างมาให้เป็น “Track Weapon” หรืออาวุธสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก (Power-to-weight ratio) ยอดเยี่ยมมาก ด้วยพละกำลังที่พุ่งไปถึง 133-153 แรงม้า แต่น้ำหนักตัวรถกดลงมาเหลือเพียง 186-193 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)

6. Benelli TORNADO 550 รถสปอร์ตคลาสกลางที่ออกแบบให้การจัดท่านั่งใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวก แต่ยังคงความคล่องตัวในการเข้าโค้ง
สเปกคร่าวๆ
- เครื่องยนต์: 554 cc, 2 สูบเรียง (Parallel Twin เพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา), 8 วาล์ว, ระบายความร้อนด้วยน้ำ, DOHC
- พละกำลังสูงสุด: 56 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 54 Nm ที่ 5,500 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: 6 สปีด พร้อม Slipper Clutch
- ระบบช่วงล่าง: โช้คหน้าหัวกลับ Marzocchi ขนาด 41 มม. ปรับค่าได้ / โช้คหลังเดี่ยวปรับค่าพรีโหลดและรีบาวด์ได้
- ระบบเบรก: คาลิปเปอร์หน้า Brembo 4 พอต คู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. / เบรกหลัง 260 มม. คาลิปเปอร์ Brembo 4 พอต พร้อมระบบ ABS
- เทคโนโลยี: หน้าจอ TFT 5 นิ้ว, Traction Control, โหมดการขับขี่ (Normal/Sport) และเซ็นเซอร์วัดลมยาง (TPMS)
- น้ำหนักตัวรถ / ความสูงเบาะ: 198 กิโลกรัม / 785 – 790 มิลลิเมตร (เบาะอยู่ในระดับที่วางเท้าได้ง่าย)
ระบบอิเล็กทรอนิกส์: หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่มีฟังก์ชันสะท้อนหน้าจอ สามารถดึงระบบนำทาง (Navigation) ขึ้นจอได้ผ่าน Wi-Fi/Bluetooth มีเซ็นเซอร์วัดลมยางและอุณหภูมิยาง (TPMS) พร้อมช่องชาร์จ USB
โหมดการขับขี่: มีให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ Normal และ Sport
ระบบการช่วยเหลือ (Rider Aids): ระบบเบรก ABS, Traction Control (TCS) และ Slipper Clutch
จุดขายที่น่าสนใจ (USP): เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงที่ใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศา (Crossplane concept) ทำให้ได้แรงบิดช่วงต้น-กลางที่ติดมือและสุ้มเสียงดุดันกว่า 2 สูบทั่วไป ดีไซน์ไฟหน้า DRL แบบเขี้ยวสิงโตอันเป็นเอกลักษณ์ และจุดเด่นสำคัญคือการจัดท่านั่งที่ไม่ได้หมอบต่ำจนเกินไป ทำให้ใช้งานขี่ลัดเลาะในเมืองได้สบายกว่าสปอร์ตไบค์รุ่นอื่นๆ ในลิสต์นี้
เป็นยังไงกันบ้างกับรถทั้ง 6 รุ่น ที่ฮิตสุดๆที่ต่างประเทศ ไม่ต่างกับค่าญี่ปุ่นเลย ทั้งนี้รถทั้งหมดไม่ได้ขายในไทย เป็นที่น่าเสียดายสุดๆ
อ่านข่าว รถรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมที่นี่

