เปิดตัวแล้ว New Honda Vario EVO 160 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งตัวรถได้รับการอัปเกรดตกแต่งภายนอกและมีการเปลี่ยนช่องชาร์จไฟใหม่ให้มันสมัยมากขึ้น

ไฮไลท์และดีไซน์ตัวรถ
New Honda Vario EVO 160 ได้งานดีไซน์โครงสร้างและรูปลักษณ์ภายนอกแบบใหม่ของรถรุ่นนี้ ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด New Evo Design ซึ่งเน้นการปฏิวัติเส้นสายให้มีความสปอร์ตและตอบโจทย์สมรรถนะการขับขี่มากยิ่งขึ้น ตัวรถได้รับการปรับเปลี่ยนภาษาการออกแบบใหม่ให้มีความรวดเร็วโฉบเฉี่ยวและดุดันก้าวร้าวอย่างชัดเจน มีการเลือกใช้คู่สีและลวดลายกราฟิกใหม่ที่มีความสะดุดตาและเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของตัวรถให้ดูเท่เฉียบคมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกครั้งที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน โดยมีการเผยโฉมคู่สีใหม่ เช่น ตัวรถสีม่วงเข้มตัดกับล้อแม็กสีทองรมดำ
นอกเหนือจากมิติความสวยงามภายนอกแล้ว จะเห็นว่างานดีไซน์ใหม่นี้ถูกคิดคำนวณร่วมกับหลักอากาศพลศาสตร์และการจัดระเบียบทิศทางลม โดยชิ้นส่วนแฟริ่งและช่องดักลมได้รับการออกแบบให้กระแสลมไหลเวียนผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อมอบสัมผัสในการขับขี่ที่คล่องตัว ฉับไว ทันใจ ควบคู่ไปกับการสร้างแรงกดและความนิ่งเสถียรที่ยอดเยี่ยมในจังหวะที่ตัวรถกำลังเดินทางด้วยความเร็วสูงบนท้องถนน

ระบบส่องสว่างที่เป็นแบบ All LED Lighting System ในทุกจุดรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า ไฟท้าย รวมถึงไฟเลี้ยว ช่วยเพิ่มความคมชัดล้ำสมัยและทัศนวิสัยที่เคลียร์ชัดเจน
ในส่วนของระบบแสดงผล ตัวรถใช้งานหน้าจอ Full Digital Panel Meter เต็มรูปแบบ ดีไซน์เน้นความล้ำยุคและแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย มาตรวัดความเร็ว (Speedometer), มาตรวัดระยะทาง (Tripmeter), นาฬิกาแบบดิจิทัล, ข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง, ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง (Oil Change), สถานะกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key), มาตรวัดระดับแบตเตอรี่รวมถึงแรงดันกระแสไฟของหม้อแบตเตอรี่ และจะมีการเพิ่มไฟสถานะระบบ ABS เข้ามาเสริมเฉพาะในรุ่น ABS
ด้านความสะดวกสบายและการบรรทุก สกู๊ตเตอร์คันนี้ออกแบบให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งขนาดใหญ่ (Bagasi Luas) มีความจุสูงถึง 18 ลิตร สามารถจัดเก็บหมวกกันน็อกรวมถึงสิ่งของอเนกประสงค์อื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้บริเวณคอนโซลยังได้รับการติดตั้งช่องชาร์จไฟสำรองเจเนอเรชันใหม่อย่าง New USB Type-C Charger ที่จ่ายกระแสไฟสูงสุดถึง 5V 3A รองรับการชาร์จอุปกรณ์สมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ

เครื่องยนต์และแชสซีส์
ขุมพลังขับเคลื่อน ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 วาล์ว รหัส eSP+ ปริมาตรกระบอกสูบจริงอยู่ที่ 156.9 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI โครงสร้างภายในออกแบบในมิติกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 60 x 55.5 มิลลิเมตร พร้อมอัตราส่วนกำลังอัดที่สูงถึง 12.0 : 1 เครื่องยนต์บล็อกนี้สามารถทำกำลังสูงสุดได้ 15.4 แรงม้า(PS) ที่ 8,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 14.0 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ V-Matic สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า คลัตช์แห้งเซนทริฟูกัลอัตโนมัติ และใช้ระบบหล่อลื่นแบบเปียก มีความจุเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะที่ 0.8 ลิตร
ระบบโครงสร้างและแชสซีส์ของตัวรถ เลือกใช้เฟรมเทคโนโลยี Underbone – eSAF ที่มีจุดเด่นเรื่องความบาลานซ์ ยางติดรถเป็นแบบ Tubeless ด้านหน้าขนาด 100/80 – 14M/C และล้อหลังขนาด 120/70 – 14M/C ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มทำงานร่วมกับโช้กอัพเดี่ยว สำหรับระบบห้ามล้อและการควบคุมความปลอดภัยจะแยกตามรุ่นย่อยอย่างชัดเจน โดยเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกไฮดรอลิกสูบเดี่ยวเหมือนกันทั้งสองรุ่น แต่ระบบเบรกหลังในรุ่น CBS จะใช้เบรกแบบดรัมเบรก ทำงานร่วมกับระบบกระจายแรงเบรก Combi Brake System ส่วนในรุ่นท็อป ABS จะเป็นระบบดิสก์เบรกหลัง เพื่อความเสถียรและนุ่มนวลในการหยุดรถ ควบคุมด้วยระบบป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคโดยละเอียด (Technical Specifications)
| หมวดหมู่ | หัวข้อทางเทคนิค | รายละเอียดสเปกอ้างอิงจากโรงงาน |
| เครื่องยนต์และสมรรถนะ | เครื่องยนต์ | 4 จังหวะ, 4-Valve, เทคโนโลยี eSP+ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 156.9 ซีซี | |
| ระบบระบายความร้อน | ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooled) | |
| ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง | หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ PGM-FI | |
| ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก | 60 x 55.5 มิลลิเมตร | |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 12.0 : 1 | |
| กำลังสูงสุด | 11.3 กิโลวัตต์ (15.4 PS) ที่ 8,500 รอบต่อนาที | |
| แรงบิดสูงสุด | 14.0 นิวตันเมตร (1.4 kgf.m) ที่ 6,500 รอบต่อนาที | |
| ระบบส่งกำลัง / ระบบสตาร์ท | เกียร์อัตโนมัติ V-Matic / ระบบสตาร์ทไฟฟ้า | |
| ระบบคลัตช์ / หล่อลื่น | คลัตช์แห้งเซนทริฟูกัลอัตโนมัติ / ระบบหล่อลื่นแบบเปียก | |
| ความจุน้ำมันเครื่อง | 0.8 ลิตร (สำหรับการเปลี่ยนถ่ายตามระยะ) | |
| โครงสร้างและระบบช่วงล่าง | ประเภทเฟรม | Underbone – eSAF |
| ยางหน้า (Tubeless) | 100/80 – 14M/C | |
| ยางหลัง (Tubeless) | 120/70 – 14M/C | |
| ระบบกันสะเทือนหน้า/หลัง | เทเลสโคปิก / สวิงอาร์มพร้อมระบบกันสะเทือนเดี่ยว | |
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์เบรกไฮดรอลิก ลูกสูบเดี่ยว | |
| ระบบเบรกหลัง (แยกตามรุ่น) | รุ่น ABS: ดิสก์เบรกหลัง | รุ่น CBS: ดรัมเบรก (Tromol) | |
| ระบบความปลอดภัยด้านเบรก | Anti-Lock Braking System (ABS) และ Combi Brake System (CBS) | |
| มิติตัวรถและความจุ | ขนาดตัวรถ (กว้าง x ยาว x สูง) | รุ่น CBS: 1,929 x 686 x 1,091 มม. รุ่น ABS: 1,929 x 696 x 1,091 มม. (รุ่น ABS ตัวรถกว้างกว่า) |
| ฐานล้อ | 1,277 มิลลิเมตร | |
| ระยะต่ำสุดจากพื้น | 138 มิลลิเมตร | |
| ความสูงเบาะ | 778 มิลลิเมตร | |
| น้ำหนักรถเปล่า | รุ่น CBS: 116 กิโลกรัม | รุ่น ABS: 118 กิโลกรัม | |
| ความจุถังน้ำมัน / ใต้เบาะ | 5.5 ลิตร / 18 ลิตร | |
| ระบบไฟฟ้าและการจุดระเบิด | ระบบจุดระเบิด / แบตเตอรี่ | Full Transistorized / แบตเตอรี่แห้ง MF 12V-5 Ah |
| หัวเทียนติดรถ | NGK LMAR8L-9 |
ค่าตัวของ Vario Evo 160 ที่อินโดนีเซีย รุ่น ABS 58,300 บาท, รุ่น CBS Nitro 53,400 บาท, รุ่น CBS 52,950 บาท
New Honda Vario EVO 160 ถือว่าเป็น Minor change เล็กๆน้อยๆเพื่อรีเฟรชโมเดลนี้ ส่วนการจำหน่ายในไทยคงต้องรอลุ้นต่อไป
อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมที่นี่

