Author: admin

อย่างที่ใครหลายๆคนทราบกันดีว่าในขณะนี้ ทาง Yamaha ได้เป็นหนึ่งในเหล่าผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่น ที่ได้ลงนามร่วมกันเพื่อพัฒนาขุมกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายในยุคใหม่ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเป็นศูนย์ และดูเหมือนว่าการลงนามดังกล่าวจะเป็นได้ด้วยดี เพราะล่าสุดค่ายส้อมเสียงแห่งนี้ ก็ได้ทำการประกาศเดินต่อโปรเจ็กท์พัฒนาเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร พลังงาน “เชื้อเพลิงไฮโดรเจน” ที่ตนได้พัฒนาร่วมกับทาง Toyota แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยสำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของเครื่องยนต์ลูกดังกล่าวก็มีอยู่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นเครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.0 ลิตร ลูกใหม่หมดจดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นเครื่องยนต์รหัส 2UR-GSE ที่ถูกดัดแปลงมาจากขุมกำลังของสปอร์ตคาร์ตัวแรง Lexus RC F อีกที ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน และด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆเพื่อให้รองรับกับเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เช่น หัวฉีด, ฝาสูบ, ท่อไอดี, และอื่นๆยิบย่อยอีกมากมาย จึงทำให้พละกำลังที่ได้จากเครื่องยนต์ลูกนี้ มีตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยกำลังสูงสุด 449 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร…

Read More

บ่อยครั้งที่ต้องใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ เรามักได้ยินทฤษฎีหนึ่งที่บอกว่า เราจำเป็นจะต้องวอร์มเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อน ถึงจะบิดรถออกถนนไปได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันจำเป็นต้องทำอย่างนั้นจริงๆหรือไม่ ? ในวันนี้เรามาเฉลยคำตอบไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ ทำไมต้องวอร์มเครื่องยนต์ก่อนขี่ ? – เกี่ยวกับเรื่องนี้ แท้จริงแล้วเป็นเหตุผลจากลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ยุคเก่าที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบคาบูเรเตอร์ ที่ยังไม่สามารถกระจายส่วนผสมของน้ำมันให้ละเอียดและเข้ากับอากาศขาเข้ามากเท่าไหร่นัก เพราะหากเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ ฝอยน้ำมันที่ถูกปล่อยออกมาจากคาบูเรเตอร์ จะสามารถควบแน่นและเกาะตามชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์เช่น พอร์ทไอดี, ผนังเสื้อสูบ, หรือแม้แต่ลูกสูบได้ง่าย จนทำให้การสันดาปภายในเครื่องยนต์ไม่ได้เป็นไปอย่างราบลื่น หรือไม่สมบูรณ์จนเกิดอาการวอดไปๆมาๆ และวิธีการแก้ปัญหาก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่นัก เพียงแค่ดึงก้านโช้กที่ประกับแฮนด์ด้านซ้าย เพียงเท่านี้ ก็จะเป็นการสั่งการให้คาบูเรเตอร์ปล่อยน้ำมันเชื้อเพลิงออกมามากขึ้น จนมากพอที่จะทำให้เครื่องยนต์สามารถทำการสันดาปได้ราบลื่น ซึ่งอันที่จริงผู้ขี่ก็ต้องใช้ระยะเวลาเพียง 1-2 นาทีเท่านั้น เพื่อรอให้เครื่องยนต์ร้อนมากพอ จนฝอยน้ำมันจากคาบูเรเตอร์ไม่เกาะตามชิ้นส่วนต่างๆที่เราเกริ่นไว้ในข้างต้นได้ง่ายๆ อย่างไรก็ดี สำหรับเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ในปัจจุบันที่ล้วนมาพร้อมกับระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดกันหมดแล้ว ด้วยตัวหัวฉีดเองที่จ่ายน้ำมันได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จนไม่ได้อยู่ในระดับฝอยน้ำมัน แต่เป็นระดับละอองน้ำมัน จึงทำให้โอกาสที่น้ำมันจะควบแน่นแล้วไปเกาะตามชิ้นส่วนต่างๆตอนเครื่องฯเย็น จนไม่สามารถจุดระเบิดได้ดีอย่างที่ควรจะเป็นนั้นน้อยลงมาก ไม่เพียงเท่านั้นตัวรถยังมีเซ็นเซอร์ต่างๆที่คอยตรวจจับอัตราการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เพื่อให้กล่อง ECU แปรผันอัตราการจ่ายน้ำมันให้เหมาะสม และทำงานได้อย่างราบลื่นตั้งแต่สตาร์ทอีก ดังนั้นเอาจริงๆผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์จึงไม่จำเป็นต้องวอร์มเครื่องยนต์เลยเสียด้วยซ้ำ เพราะเดี๋ยวสมองกลของเครื่องยนต์ก็จัดการแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นตอนรถยังใช้คาร์บูเรเตอร์ให้หมดเอง ส่วนประเด็นที่ว่า เราจำเป็นต้องวอร์มเครื่องยนต์ เพื่อให้น้ำมันเครื่องที่ทั้งเย็นและลงไปนอนกองอยู่ในอ่างเก็บด้านล่าง ได้อุ่นตัวและไหลเวียนขึ้นมาหล่อลื่นเครื่องยนต์…

Read More

ปฏิเสธไม่ได้จริงว่า นับตั้งแต่การประสบอุบัติเหตุขณะแข่งขันเมื่อปี 2020 มันก็ทำให้ชีวิตของ Marc Marquez ที่กำลังฟอร์มรุ่งสุดขีดต้องร่วงลงไปสู่จุดที่ยากลำบากที่สุดในฐานะนักแข่งรถมืออาชีพเลยทีเดียว แต่ด้วยความยากลำบากที่เกิดขึ้นในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มันก็ทำให้มุมมองต่างๆของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว “ผมยิ้มได้อีกครั้งแล้วในตอนนี้, มันสำคัญมากหลังจากสองปีที่ต้องอยู่ในจุดตกต่ำที่สุด” Marc Marquez กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ AS.com เกี่ยวกับประเด็นความรู้สึกหลังที่เจ้าตัวต้องประสบกับหลายเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขาไม่อาจลงแข่ง MotoGP ปี 2020 และ 2021 ได้อย่างที่ควร “จนถึงตอนปี 2019 ผมเมหือนได้อยู่บนสวรรค์, ผมอยู่จุดที่รุ่งที่สุดของอาชีพ, แล้วผมก็เจอกับอีกด้านหนึ่งของเหรียญ” “ความเจ็บปวดได้เปลี่ยนตัวตนของคุณไป”, “มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน, เมื่อปีก่อนผมต้องขอโทษอยู่เสมอๆ, เพราะผมสับสนเมื่อตัวตนของตัวเองเปลี่ยนไป, ผมรับรู้สิ่งต่างๆได้น้อยมากๆ” และเมื่อสื่อต้นทางได้ถามถึงความพร้อมของ Marc Marquez สำหรับการแข่งขัน MotoGP 2022 ว่ามันจะเป็นอย่างไร เมื่ออาการบาดเจ็บต่างๆที่เกิดได้ดีขึ้นจนเกือบจะหายเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า “ความตั้งใจของผมคือ ผมจะไม่กลับไปเป็น Marc คนเดิมเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมจะเปิดเขาคนนั้นที่เติบโตขึ้นแล้ว”,…

Read More

Ducati XDiavel Nera ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด ที่ผลิตจากประเทศอิตาลีและทำมาเพียง 500 คันทั่วโลกเท่านั้น ทางค่าย Ducati ได้ร่วมงานกับบริษัท Poltrona Frau เป็นบริษัทชั้นนำด้านการออกแบบภายในที่ประเทศอิตาลี โดยมีคอนเซ็ปรถคันนี้คือ “Black on Black” ตัวรถจะมีสีดำด้านสลับกันไปอย่างสวยงาม ทำให้ตัวรถดูมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น และมาพร้อมเบาะหนังธรรมชาติแบบพิเศษอีกด้วย ที่มีให้เลือกถึง 5 สี Siam Red, Steel Blue, Cemento, India และ Selva ด้วยกันและได้ใส่ตัวอักษร X ลงไปที่เบาะ เพื่อเพิ่มลวดลายความสวยงามและบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวรถพิเศษคันนี้ แถมยังมีหมวกกันน็อคที่ออกแบบมาให้เข้ากับตัวรถ ซึ่งสามารถซื้อพร้อมกับตัวรถได้อีกด้วย อีกทั้งยังเพิ่มความโดนเด่นในรถด้วยคาลิปเปอร์เบรคสีแดงและล้อฟอร์จสีดำเงา โดยเจ้า XDiavel มาในรูปทรงสไตล์ครุยเซอร์ที่ออกแบบที่พักเท้าคนขับยื่นไปข้างหน้าเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความสูงเบาะที่ 755 มม. และน้ำหนักรถไม่รวมของเหลวที่ 221 กก. ในส่วนของออฟชั่นที่ใส่มาให้จะมี ไฟหน้า-หลัง LED,…

Read More

Honda Click 160i กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกกล่าวถึงกันอย่างบ่อยครั้งมากขึ้นในปัจจุบัน นับตั้งแต่ที่มันได้ถูกเผยโฉมในฐานะ Honda Vario 160 เพื่อวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียไปเมื่อเดือนก่อน แต่ด้วยความที่มันถูกวางจำหน่ายพร้อมกันทีเดียว 2 รุ่นย่อยจึงทำให้เกิดหนึ่งคำถามตามมาในทันทีว่ามันจะถูกนำมาวางจำหน่ายในไทยครบคู่เลยหรือไม่ ? ก่อนอื่น หากเราลองมาไล่ดูสเป็คและออพชันต่าๆงของ Honda Vario 160 หรือว่าที่ Honda Click 160i เราจะเห็นได้ว่าตัวรถทั้ง 2 รุ่นย่อย จะมีความแตกต่างหลักๆระหว่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่นับเรื่องชุดสี นั่นคือในส่วนของระบบเบรกด้านหลัง ที่หากเป็นตัวสเป็คเต็ม จะมาพร้อมชุดกลไกดิสก์เบรกเดี่ยว ทำงานร่วมปั๊มโฟลทติ้งเมาท์ 1 พอร์ท แทนชุดกลไกระบบดรัมเบรกในรุ่นร่าง และระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัยอย่าง ระบบ ABS หรือระบบป้องกันล้อล็อคตายตอนเบรก ก็ถูกใส่มาให้ด้วยในรุ่นบน (แม้จะน่าเสียดายนิด ตรงที่มันยังคงทำงานเฉพาะล้อหน้าเหมือน ADV150, PCX160) โดยส่วนต่างราคาจากความแตกต่างของออพชันระหว่าง Vario 160 ตัวล่าง และ Vario 160…

Read More

จากผลงานการแข่งขันช่วงครึ่งหลังศึก MotoGP 2021 ของ Francesco Bagnaia ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักบิดที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวเต็งสำหรับการแข่งขัน MotoGP 2022 ซึ่งเจ้าตัวเองก็รับรู้ในเรื่องนี้ แต่ก็ยังคงถ่อมตัวและมั่นใจว่าไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่มีโอกาสลุ้นแชมป์โลกปีนี้ “ผมดีใจนะ (ที่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งแชมป์ MotoGP 2022), แต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ใช่แค่คนเดียวแน่นอน” Francesco Bagnaia กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Motorsport.com ท่ามกลางบรรยากาศการทดสอบตัวแข่งที่อินโดนีเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ยังมีอีกหลายคน, สำหรับผม ผมยังไม่ได้เป็นคนที่ได้รับความนิยม(ขนาดนั้น) เพราะผมไม่ได้คว้าแชมป์(โลก)ในปีก่อน, Fabio ต่างหากที่ได้”, “ดังนั้น, ผมคิดว่า มันมีตัวเต็งมากกว่าหนึ่งคนสำหรับการลุ้นแชมป์” และแม้ในการทดสอบรอบล่าสุด Bagnaia จะเป็นนักบิด Ducati ที่เร็วที่สุด แต่เจ้าตัวก็มองว่ามันไม่ได้กดดันอะไร เพราะนักบิดคนอื่นๆในสังกัดเดียวกันเอง ก็ไม่ได้ทำผลงานที่หนีไปจากตนเองมากเท่าไหร่นัก “ความจริงคือผมต้องไม่กดดันตัวเองมากไป”, “ผมมีความสุขมากๆที่ทำผลงานได้ดีในช่วงสุดท้ายของฤดูกาลก่อน และดีใจมากที่ได้เป็นส่นหนึ่งกับนักบิดคนอื่นๆเพื่อช่วยกันพัฒนาโปรเจ็กท์(ตัวแข่ง GP22)นี้”, “เราได้ทำบางอย่างที่ต่างออกไป และทุกๆครั้งเราก็(กดเวลา)ใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ, ดังนั้นมันดีเลยถ้าเป็นแบบนี้” “สำหรับกาตาร์ ผมไม่รู้ว่าใครจะเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด, แต่ผมคิดว่า Honda…

Read More

แม้ว่าตัวรถ Yamaha YZF-R6 จะถูกประกาศยุติการทำตลาดให้กับบุคคลทั่วไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในการแข่งขัน WSBK 2022 มันก็ยังคงเป็นตัวแข่งเพียงหนึ่งเดียวจากค่ายส้อมเสียงที่ต้องถูกนำไปฟาดฟันกับเหล่าตัวแข่งคันอื่นๆในรุ่น WSS600 ที่ในปีนี้แทบทั้งหมดล้วนเป็นตัวแข่งรุ่นใหม่ และมาพร้อมขุมกำลังที่ใหญ่ขึ้น และหนึ่งในนั้นก็คือ Ducati Panigale V2 ที่เราจะนำเอาสเป็คของมันมาเปรียบเทียบกันในครั้งนี้นั่นเอง เครื่องยนต์ 2020 Yamaha YZF-R6 : 4 สูบเรียง / DOHC / 16 วาล์ว / ระบายความร้อนด้วยน้ำ / 599cc 2022 Ducati Panigale V2 : L-Twin / DOHC พร้อมกลไก Desmodromic / 8 วาล์ว / ระบายความร้อนด้วยน้ำ / ขนาดความจุ 955cc…

Read More

กล้องหน้ารถ หรือ เรดาร์ ในสมัยนี้นั้นนับเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งช่วยทำให้ผู้ขับขี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นทางค่าย Kawasaki จึงทำการพัฒนาระบบกล้อง เรดาร์ นี้เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้มีความปลอดภัยและสะดวกสบายกว่าเดิม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ ในรถยนต์ได้มีมาอย่างยาวนาน ทางค่าย Kawasaki จึงเห็นว่าควรที่จะนำเทคโนโลยีนี้ มาพัฒนาใส่ในรถมอเตอร์ไซค์ด้วยเช่นกัน โดยทางค่ายนั่นจึงได้ใส่เรดาร์หน้า-หลัง ไว้ในรถอย่าง Ninja H2 SX 2022 ซึ่งทำให้มันเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตทัวร์ริ่งที่รวดเร็วและปลอดภัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว การที่นำเรดาร์มาใส่ในรถ Ninja H2 SX 2022 จะช่วยเรื่อง Adaptive Cruise Control (ควบคุมความเร็วแบบแปรผันตามวัตถุข้างหน้า), แจ้งเตือนการชน และการแจ้งเตือนในจุดบอดหรือมุมอับสายตา นั่นเอง ซึ่งทาง Bosch ได้ให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีเรดาห์มีความละเอียดและซับซ้อนเป็นอย่างมาก จึงนำกล้องมาช่วยเสริมให้มีเสถียรที่มากขึ้น ทางค่ายจึงกำลังพัฒนาทั้ง 2 ระบบนี้เข้าด้วยกัน ทางเราอาจจะได้เห็นใน Ninja H2 SX เจนต่อไป…

Read More

เผยโฉมและเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในคืนที่ผ่านมา สำหรับ Team HRC ทีมแข่งศึก WSBK ปี 2022 ที่ในคราวนี้พวกเขาไม่ได้มาพร้อมกับตัวแข่งสเป็คใหม่เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับนักบิดหน้าใหม่ยกไลน์อัพทั้งสองคนอีกด้วย โดยสำหรับการแข่งขัน WSBK 2022 ทางทีมแข่ง HRC ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนทีมไปมากพอสมควรเพื่อหวังผลงานในการแข่งขันนี้ที่ดียิ่งขึ้น เริ่มจากการโล๊ะนักบิดมากประสบการณ์ แล้วดึงนักหน้าใหม่รุ่งเข้ามาแทน ทั้ง Iker Lecuona ดาวรุ่งจากการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก MotoGP และ Xavi Vierge อีกนักบิดดาวรุ่งดีกรีรองแชมป์ CEV Moto2 ปี 2015 ที่เขาเองก็ต้องย้ายมาเวทีนี้ หลังจบการแข่งขัน Moto2 อย่างเต็มฤดูกาลเมื่อปีก่อนเช่นกัน ส่วนตัวแข่ง Honda CBR1000RR-R ที่ทาง Team HRC ใช้ในการแข่งขัน WSBK 2022 ครั้งนี้ แม้มองผ่านๆมันอาจไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเดิมเท่าไหร่นัก นอกไปจากลวดลายใหม่ที่เปลี่ยนเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทาง Honda…

Read More

Yamaha Ténéré 700 World Raid edition แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางคันใหม่ล่าสุดจากค่ายส้อมเสียง ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งจุดเด่นของมันในครั้งนี้ ก็อยู่ที่การใส่ออพชันแบบจัดเต็มกว่าที่เคย Yamaha Ténéré 700 World Raid edition ถูกเผยโฉมร่างโปรโตไทป์เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีก่อน ในงาน EICMA Show 2021 ก่อนที่ต่อมาเมื่อเดือนก่อน เราจะพบภาพของมันในเอกสารสิทธิบัตรแบบรอบคัน ซึ่งมันก็ไม่ได้มีความผิดเพี้ยนไปจากตัวรถคันจริงที่เห็นอยู่ในตอนนี้เลยสักนิด เริ่มตั้งแต่การตกแต่งชิ้นส่วนเปลือกนอกมากมายให้รอบรับการใช้งานระยะไกลมากขึ้นกว่า Tenere 700 รุ่นพื้นฐาน ทั้งการติดตั้งการ์ดแฮนด์, ชุดแฟริ่งด้านหน้าที่บานออกจากแนวไฟหน้ามากขึ้น, แฟริ่งข้างเองก็ถูกตีโป่งออกมาอย่างเห็นได้ชัด และปิดคลุมไปถึงแนวฝาครอบแครงก์ซ้าย-ขวาของเครื่องยนต์ แม้ว่าตัวเลขมิติด้านกว้างจะยังคงเท่าเดิม ส่วนการ์ดแครงก์เองก็หนาขึ้น, ถังน้ำมันที่ในคราวนี้จะมีช่องให้เติมถึง 2 รู และทำให้ความจุถังน้ำมันรวมกันได้ตัวเลขเพิ่มขึ้นจาก 16 ลิตร เป็น 23 ลิตร, และเบาะนั่งเองก็มีการปรับรูปทรงใหม่ ให้พาดมาอยู่บนแนวถังน้ำมันมากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้ขี่สามารถจัดท่าทางของตนเองขณะขี่รถเดินทางไกลได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น โดยที่จุดศูนย์ถ่วงหน้า-หลัง บน-ล่าง ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ได้ขยับไปไหน ด้านรายละเอียดการปรับสเป็คเครื่องยนต์…

Read More