เอาใจสายโมโตครอสกันด้วยสุดยอด 2 โมเดลจากฮอนด้าที่ถือว่ายืนหนึ่งในการแข่งขันโมโตครอสทั้งระดับในประเทศและระดับโลก! CRF250R นักแข่งที่ขับ : กฤษฎา จำรูญจารีต ใช้แข่งในรายการ FMSCT Thailand Supercross 2020 เครื่องยนต์ : DOHC 4 จังหวะ ขนาด 249 CC ระบบจ่ายน้ำมัน : หัวฉีด ระบบเกียร์ : 5 ระดับ CRF450RW นักแข่งที่ขับ : ทิม ไกจ์เซอร์ ใช้แข่งในรายการ MXGP 2020 เครื่องยนต์ : Uni-Cam 4 จังหวะ ขนาด 449 CC ระบบจ่ายน้ำมัน : หัวฉีด ระบบเกียร์ : 5…
Author: admin
ใกล้กันเข้าไปทุกทีสำหรับการวางจำหน่ายตัวรถ Aprilia RS660 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทางค่ายก็ได้มีการปล่อยให้บุคคลที่สนใจสามารถดาวนโหลดโบรชัวร์เพื่อส่องสเปคและฟีเจอร์ต่างๆโดยคร่าวๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจากข้อมูลในโบรชัวร์ RS660 ล่าสุดที่ทางค่ายได้อัพมา ก็จะเผยให้เราได้ทราบว่าเจ้าสปอร์ตไบค์รุ่นนี้นั้น จะมีฟีเจอร์เด่นๆที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 660cc ที่จะสามารถทำกำลังสูงสุดได้ 100 HP(PS) ในรุ่นพื้นฐาน และในรุ่น A2 ที่เอาไว้สำหรับวางจำหน่ายให้กับนักบิดมือใหม่นั้นจะถูกตอนกำลังลงเล็กน้อยเหลือ 95 HP(PS), ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบหัวกลับ ขนาดแกน 41 มิลลิเมตร ที่สามารถปรับค่าได้ (แต่ยังไม่ได้บอกว่าปรับอะไรได้บ้าง), และน้ำหนักตัวเพียง 169 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อไม่รวมของเหลว ด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆก็ถือว่าจัดเต็มไม่แพ้กัน เนื่องจากทาง Aprilia ระบุว่าเจ้า RS660 จะมาพร้อมแพ็คเกจ APRC ที่ครบครัน ซึ่งคาดว่าจะประกอบไปด้วย ระบบ ATC (Aprilia Traction Control), ระบบ AWC…
หลังจากที่ 2021 Honda CBR600RR ได้ถูกเผยโฉมออกมา ก็มีหลายคนเกิดข้อสงสัยว่า ทางค่ายปีกนกจะเปิดตัวมันขึ้นมาทำไม ในเมื่อพวกเขาก็มี Honda CBR650R ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง แถมมีความจุเครื่องยนต์ใหญ่กว่าตั้ง 50cc วางจำหน่ายอยู่แล้ว ดังนั้นในการเทียบสเปคของรถมอเตอร์ไซค์ครั้งนี้ เราจึงขอนำข้อมูลทางเทคนิคของรถทั้ง 2 คันมาเทียบให้ดูกันสักหน่อยดีกว่าครับว่า “สปอร์ตไบค์ 650cc” กับ “ซุปเปอร์สปอร์ตไบค์ 600cc” จากค่ายคนดีแห่งนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ? เครื่องยนต์ 2020 Honda CBR650R : RC74E / 4 สูบเรียง / DOHC / 16 วาล์ว / ระบายความร้อนด้วยน้ำ / ขนาดความจุ 649cc 2021 Honda CBR600RR…
หลังจากที่มีข่าวมานาน และถุกถ่ายภาพ Spyshot บนถนนอยู่หลายครั้ง ล่าสุดเราก็มีภาพหลุดโฉมขายจริง Royal Enfield Meteor 350 มาให้เพื่อนๆได้ชมกันสักที ก่อนที่มันจะถูกเผยโฉมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยการหลุดภาพในครั้งนี้ นอกจากจะเผยให้เห็นหน้าตาตัวรถโดยคร่าวๆแล้ว ยังเป็นการเปิดเผยด้วยว่า เจ้า Meteor 350 จะมาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อยให้ลูกค้าได้เลือกซื้อด้วยกัน ได้แก่ Fireball ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ซึ่งจะมาพร้อมกับถังน้ำมันสีเดียวโดดๆ นอกนั้นในด้านชิ้นส่วนอื่นๆจะเป็นสีดำทั้งหมด ยกเว้นขอบล้อที่ติดสติ๊กกเกอร์สีเดียวกับถังน้ำมันและฝาสูบที่มาพร้อมกับครีบสีเงิน ต่อมาเป็นรุ่นที่ 2 คือ Stellar ที่นอกจากจะทีสีตรงถังน้ำมันแล้ว บังโคลนหน้า, ชุดฝาครอบแบตเตอรี่กับกรองอากาศ, และบังโคลนหลัง ต่างก็ถูกทำสีเป็นสีเดียวกันกับถังน้ำมัน, ท่อไอเสียชุบโครเมี่ยม, แฮนด์บาร์ชุบโครเมียม, มาพร้อมเอมเบลมสุดพรีเมียม, และมีพนักหลังของผู้ซ้อนมาให้ และรุ่นสุดท้ายคือ Supernova ที่นอกจากออพชันต่างๆจะเหมือนกับตัว Stellar แล้ว ยังจะมาพร้อมกับถังน้ำมันกับฝาครอบกรองและฝาครอบแบตฯสีทูโทน, เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์สีน้ำตาล, ล้อกัดลายเพิ่มความสวยงาม, ชิลด์หน้าบังลม, และกรอบโคมไฟเลี้ยวชุบโครเมียม ด้านออพชันพื้นฐานอื่นๆที่จะมีให้ตัวรถ…
แม้ว่าตนเองจะต้องพักฟื้นร่างกายอีกยาวแต่ยังไง Marc Marquez ก็ยังคงตามติดความเป็นไปของการแข่งขัน MotoGP อยู่เสมอๆ เพื่อที่เขาจะได้วิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือการดูแนวโน้มว่านักบิดคนไหนกันแน่ที่มีแววว่าจะเป็นแชมป์โลกของการแข่งขันในปีนี้หลังจากที่ผ่านการแข่งขันไปแล้ว 5 สนาม จากทั้งหมด 14 สนามของปี 2020 “หลังจากการแข่งที่เฆเรซ ตอนแรกผมคิดว่าน่าจะเป็น Fabio ที่ได้เป็นแชมป์โลก, แต่ที่เบอร์โน เค้ากลับมีปัญหามากเกินไป คือถ้าคุณอยากจะเป็นแชมป์เปี้ยน, คุณอาจจะขี่จนจบเรซได้ แต่มันยังไม่พอ” “คุณต้องอยู่ในแถวหน้าและแสดงตัวว่าคุณอยู่ตรงนั้น, เค้ามีปัญหาในรอบฝึกซ้อม และเค้าไม่ค่อยสม่ำเสมอเหมือนปีก่อน, แต่ถ้าจะให้ผมพนันว่าใครกันที่ควรได้แชมป์โลก ผมว่าก็คงเป็น Fabio ไม่ก็ Dovi, เพราะ Fabio ก็มีความเร็ว และ Dovi ก็มีประสบการณ์” “ถ้า Dovi ได้แชมป์ ทุกคนคงจะมีความสุข, เค้าสมควรได้รับมัน, แต่ Fabio ก็เป็นนักบิดหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์ และเค้าก็สแดงให้ว่าเค้าเร็วมากๆในปีที่ล้ว, ดังนั้นผมคิดว่าต้องเป็นนักบิดสองคนนี้ และคุณจะตัดชื่อของ Vinales ไม่ได้เลย,…
หลังจากที่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในพิกัดมิดเดิลเวทคลาส 650-700cc เติบโตขึ้นอย่างมากในทุกที่ทั่วโลก ทำให้ล่าสุดทางแบรนด์ดังจากประเทศอังกฤษเตรียมเผยโฉมรถมอเตอร์ไซค์คลาสนี้ของพวกเขาด้วย โดยเริ่มจากการยั่วความอยากของลูกค้าๆก่อนกับเจ้า Triumph Trident ที่พึ่งเผยโฉมเป็นครั้งแรกในวันนี้ “ไทรเดนท์” (Trident) ดีไซน์โปรโตไทป์เกิดจากการพัฒนาโปรเจคที่ใช้ระยะเวลา 4 ปี โดยทีมงานที่ทุ่มเทให้กับการออกแบบในโปรเจคนี้โดยเฉพาะซึ่งการออกแบบครั้งนี้เกิดขึ้นที่โรงงานในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของไทรอัมพ์ อีกทั้งยังเป็นจุดกำเนิดของทุกการออกแบบและสร้างสรรค์โปรโตไทป์ของไทรอัมพ์ ด้วยการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานออกแบบที่ฮิงค์ลีย์ พร้อมด้วยการเสริมแต่งสไตล์จาก Rodolfo Frascoli ทำให้แนวคิดเบื้องต้นของ “ไทรอัมพ์ ไทรเดนท์” มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอรูปแบบที่โดดเด่น ไดนามิก และน่าดึงดูดใจ สมกับความเป็นไทรอัมพ์ทั้งสไตล์และคุณลักษณะ และด้วยการทำงานร่วมกับ Rodolfo แฟนผู้หลงใหลในไทรอัมพ์ ได้นำสไตล์การออกแบบร่วมสมัยของอิตาลีมาผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ โดยจะเห็นได้จากการออกแบบรถในรุ่นล่าสุดอย่าง ไทเกอร์ 900 (Tiger 900) ซึ่งทีมออกแบบมุ่งเน้นไปที่การยกระดับความร่วมสมัยมากขึ้น การสร้างจุดแข็งอันเป็นที่น่าจดจำ และการออกแบบ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ไม่เหมือนใครของไทรอัมพ์ จากการพัฒนาทุกแง่มุมของการออกแบบที่มีความเป็นตัวเราให้มีความกลมกลืนกันตั้งแต่สไตล์ไปจนถึงสรีรศาสตร์ ผสมผสานเทคโนโลยี และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ทำให้แนวคิดเบื้องต้นของไทรเดนท์ (Trident) มุ่งเน้นไปที่การส่งมอบความเป็นรถจักรยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขับขี่ “ไทรเดนท์” ดีไซน์โปรโตไทป์…
หลังจากที่ในการแข่งขัน MotoGP ช่วง 2 เรซที่ผ่านมา เราได้ยินชื่อของ Miguel Oliveira กันบ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะตอนที่เขาสามารถอาศัยจังหวะ 2 คันหน้าชุลมุนแล้วสวนคว้าชัยชนะในการศึก StyrianGP 2020 ไปได้ ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับเขากันดีกว่าครับ Miguel Oliveira หรือชื่อเต็ม Miguel Ângelo Falcão de Oliveira เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม ปี 1995 ดั้งเดิมเป็นคนสัญชาติโปรตุเกสโดยเริ่มชีวิตการเป็นนักแข่งด้วยการแข่งรถ ATV ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ หลังจากนั้นก็ผันมาแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ระดับชาติด้วยวัยเพียง 9 ขวบในรายการ Portuguese MiniGP Championship และได้รางวัลนักบิดดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปในปี 2004 หลังจากนั้นก็คว้าแชมป์ศึกดังกล่าวได้ในปี 2005 และ 2006 รวมถึงเป็นแชมป์รายการ Metrakit World Festival…
แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากทางผู้บริหารอย่างเป็นทางการ แต่ในตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็คาดว่า ที่นี่ All-New Honda CBR600RR 2021 ตัวใหม่ที่พึ่งเผยโฉมในญี่ปุ่นไปไม่นานนัก จะต้องเปิดตัวในบ้านเราในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วราคาวางจำหน่ายของมันควรจะอยู่ที่เท่าไหร่กัน ? ก่อนอื่น ถ้าหากเราลองเทียบค่าเฉลี่ยส่วนต่างราคาของรถมอเตอร์ไซค์โมเดลนำเข้าจากญี่ปุ่นของ Honda หลายๆรุ่นแล้ว จะพบว่าส่วนใหญ่มันมักจะถูกบวกเพิ่มอีกประมาณ 90,000-130,000 บาท ยกเว้นแค่เพียง x-adv ที่ขายแพงกว่าในประเทศญี่ปุ่นแค่เพียง 30,000 บาทเท่านั้น นอกนั้นไม่ว่าจะเป็น CB1000R, CB1100RS, CBR1000RR, CBR1000RR SP ก็ล้วนถูกบวกราคาเพิ่มในเรทดังกล่าวแทบทั้งสิ้น ดังนั้นหากเรากลับมามองที่ราคาของ 2021 CBR600RR โฉมล่าสุดที่ถูกตั้งเอาไว้ในประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเลข 1,606,000 เยน หรือประมาณ 477,000 บาท แล้ว ความเรทราคาของมันเมื่อถูกนำมาวางจำหน่ายในบ้านเรา จึงสามารถแกว่งได้ในช่วงราวๆ 567,000-607,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าคู่แข่งอย่าง Yamaha YZF-R6 ที่สนนราคาในบ้านเราด้วยตัวเลข 549,000…
ผ่านไปหลายเดือนเลยทีเดียวนับตั้งแต่ Yamaha Tricity 300 ได้ถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศสเปนเมื่อเดือนพฤษภาคม ล่าสุดเจ้าสกู๊ตเตอร์ 3 ล้อพิกัด 292cc รุ่นนี้ก็ถูกเปิดตัวและวางจำหน่ายในบ้านเกิดตนเองสักทีด้วยราคาที่ยังจัดว่าสูงอยู่เช่นเคย แม้จะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าอีกต่อไปแล้วเหมือนการนำไปวางจำหน่ายในทวีปยุโรปก็ตาม โดยสำหรับตัวรถ Yamaha Tricity 300 จะเปรียบเสมือนการเอา Yamaha Xmax 300 และ Tricity 150 มารวมร่างกัน นั่นก็คือการที่มันจะใช้เครื่องยนต์บล็อกสูบเดียว 292cc SOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่สามารถทำแรงม้า 27.6 HP ที่ 7,250 รอบ/นาที และแรงบิดอีก 29 Nm ที่ 5,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT แบบ Xmax แต่มาพร้อมกับชุดเฟรมใหม่ที่ออกแบบให้รองรับกับระบบบังคับเลี้ยว LMW (โช้ก 4 ต้น ยึดกับล้อฝั่งละ 2…
ยังคงอยู่กับเหตุการ Maverick Vinales เบรกแตกในศึก StyrianGP 2020 ครั้งล่าสุดที่รุนแรงจนถึงขั้นกรรมการต้องตีธงแดงเพื่อดูแลความเรียบร้อยของสนามแล้วเริ่มแข่งขันใหม่จนผลสรุปของการแข่งขันพลิกผันไปพอสมควรเช่นเดิม ซึ่งล่าสุดนั้น ก็ถึงเวลาที่ทาง Yamaha จะออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับนักบิดในสังกัดของตนเองบ้าง “สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Maverick เป็นอะไรที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้” Massimo Meregalli ผู้จัดการทีม Monster Yamaha กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ MotoGP.com “เราตัดสินใจที่จะเลือกใช้…เราขอเรียกมันว่า ระบบเบรกแบบพื้นฐานแล้วกัน, เพราะ Brembo ได้นำระบบเบรกที่เป็นตัวต่อยอดมา และทั้ง Valentino, Fabio, และ Franco ต่างก็เลือกใช้รถบบเบรกใหม่ที่ว่า” (เป็นคาลิปเปอร์เบรกแบบใหม่ที่มีครีบระบายความร้อนลดอาการเบรกเฟด หรือน้ำมันเดือด), “แต่กับ Maverick เค้าไม่ได้ใช้, เพราะ Maverick ไม่เคยมีปัญหากับอาการเบรกเฟดเหมือนอย่างที่คนอื่นเป็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และพอเค้าได้ลองใช้ระบบเบรกแบบใหม่แล้ว, เค้าก็ไม่ได้พบกับความรู้สึกที่ต้องการเท่าไหร่นัก” “ดังนั้นจากทั้งสองเหตุผล เราจึงตัดสินใจที่จะใช้ระบบเบรกแบบเดิม (สำหรับ Vinales), บางที่อาจจะเพราะเค้าอยู่ด้านหลังนักบิดคนอื่น เค้าเลยไม่สามารถทำให้เบรกเย็นลงได้ แต่พอเข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 5…
