การปรับสีรถมอเตอร์ไซค์โมเดลปี 2020 ของทาง Honda Brazil ไม่ได้มีเพียงแค่เจ้า ที่นี่CBR650R ที่เรานำเสนอไปก่อนหน้านี่้เท่านั้น แต่พวกเขายังมีการปรับสีใหม่ของเจ้าแอดเวนเจอร์ไบค์อย่าง CB500X ใหม่ด้วย และสำหรับ 3 เฉดสีของ Honda CB500X MY2020 ในประเทศบราซิล ก็จะมีจุดต่างจาก CB500X ในบ้านเราทุกเฉด ไล่ตั้งแต่สีแรกคือสี Vermelho Perolizado หรือสีแดง/เงิน ที่แม้จะมีความคล้ายคลึงกับของบ้านเรา แต่เราจะสังเกตุได้ว่าชิ้นแฟริ่งใต้ถังน้ำมัน กับครอบซับเฟรมด้านท้ายของมันจะถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้เป็นสีเงินและสีดำตามลำดับอย่างที่เราคุ้นชิน นอกจากนี้ยังมีการแปะลายกราฟฟิกเล็กๆน้อยๆไว้ตรงชิ้นส่วนดังกล่าวด้วยเพื่อความโฉบเฉี่ยวอีกนิดหน่อย ส่วนเฉดสีที่ 2 คือสี Preto Perolizado หรือสีดำ ซึ่งเป็นดำเงา ไม่ใช่ดำด้านดินปืนเหมือนของบ้านเราเช่นกัน และไม่เพียงเท่านั้นมันก็ยังถูกเพิ่มลายกราฟฟิกเป็นแถบสีส้ม/ขาวไว้ตรงกลางกับท้ายลำตัวรถด้วย และสีสุดท้ายคือสี Prata Metálico หรือสีเงิน ที่แม้จะใช้ลายกราฟฟิกเดียวกันกับทั้ง 2 เฉดก่อนหน้า ทว่าตัวปีกแฟริ่่งด้านข้างของมันกลับถูกทำเป็นสีดำด้านแทน เพื่อตัดโทน ด้านออพชันอื่นๆ ทั้งระบบกันสะเทือน,…
Author: admin
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ Honda CBR650R รุ่นปรับโฉมปี 2020 นั้นดูค่อนข้างเงียบเพราะมันไม่ได้มีการอัพเดทเปลี่ยนสีใดๆทั้งสิ้นแม้จะเปิดตัวมาแล้วมากกว่า 1 ปี ทว่าดูเหมือนตลาดประเทศบราซิลจะไม่เป้นเช่นั้น เพราะล่าสุดพวกเขาได้มีการเปิดตัวสีใหม่ประจำปี 2020 ของเจ้าสปอร์ตไบค์คันนี้ออกมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยสำหรับ CBR650R รุ่นปี 2020 ที่จะทำการขายในประเทศบราซิลนั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 2 เฉดดด้วยกัน ได้แก่เฉดสี Vermelho หรือสีแดง Grand Prix Red ของบ้านเรา และอีกสีที่น่าสนใจไม่น้อย และเราก็เอามันมานำเสนอให้เพื่อนๆได้ชมอยู่ขณะนี้ก็คือสี Cinza Metálico หรือสีออกไปทางเฉดน้ำเงินมอครามที่ถูกตัดโทนเพิ่มความโดดเด่นด้วยสติ๊กเกอร์กราฟฟิกเดียวกันกับคันสีแดง ต่างกันตรงที่มันเป็นสีส้ม ซึ่งช่วยให้รถดูสะดุดตาขึ้นอย่างมาก ทว่าในฝั่งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 649cc ของมันนั้น กลับถูกลดสเปคเล็กน้อยโดยดรอปกำลังสูงสุดลงเหลือ 87.4 แรงม้า ที่ 11,500 รอบ/นาที ต่างจากสเปคยุโรปที่เคลมเลขไว้ 95 แรงม้า…
“คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ เอ.พี. ฮอนด้า ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่แดนกระทิงดุ ร่วมสมทบกับทีมแข่งอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบรถแข่ง ก่อนเตรียมสู้ศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทู ฤดูกาล 2020 ซึ่งกำลังจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการเป็นสนามแรกที่กาตาร์ ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้ ด้านเจ้าตัวเผยสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมเกินร้อย ตั้งเป้ายกระดับผลงานทุกสนาม ขณะที่ ดร.อารักษ์ พรประภา เชื่อมั่นศักยภาพ “คิงคองก้อง” มีความแข็งแกร่งพร้อมลุ้นชิงตำแหน่งบนโพเดี้ยมในปีนี้ ฝากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยช่วยส่งกำลังใจเชียร์ ความเคลื่อนไหวของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทู เจ้าของหมายเลข 35 สังกัดทีมแข่งอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ซึ่งลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ล่าสุด เมื่อวันที่ 31…
เชื่อได้เลยว่าตอนเพื่อนๆหลายคนขี่รถใหม่ๆในสนาม พอขี่มาด้วยความเร็วสูงๆจะต้องมีอาการกลัวรถเลี้ยวไม่เข้า หรือกลัวแหก จึงรีบเลี้ยวตั้งแต่แรกที่เห็นหัวโค้ง แต่ไปๆมาๆ ดันกลายเป็นว่านั่นยิ่งทำให้รถกับเราหันหัวแหกโค้งออกไปเรื่อยๆเสียอย่างนั้น จนเพื่อนๆที่ตามหลังมา ทักว่า “คุณ_วางไลน์ผิด” แล้ว ซึ่งไลน์ที่ว่านี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแชทแอพพลิเคชันยอดนิยมที่เราใช้อยู่แต่อย่างใด ทว่ามันหมายถึงตำแหน่งบนแทร็คที่เราควรอยู่ในแต่ละครั้งที่เข้าโค้งต่างหาก ในแต่ไลน์การเลี้ยวแต่ละรูปแบบจะมี 3 จุดให้จดจำหลักๆคือ จุดเข้าโค้ง, จุดเอเป็ก หรือจุดกลางโค้ง, และจุดปลายโค้ง โดยลักษณะไลน์การโค้งก็จะมี 2 รูปแบบ เลี้ยวเข้าเร็ว (Early Apex) และแบบเลี้ยวเข้าช้า (Late Apex) ทีนี้ด้วยความที่ปกติ นักบิดหน้าใหม่ส่วนใหญ่มักกลัวจะแหกโค้ง จึงรีบเลี้ยวเข้าโค้งตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งนั่นจะทำให้มันกลายเป็น Early Apex ไปโดยปริยาย และข้อเสียหรือความอันตรายของ Early Apex นี้ มักจะบีบให้เราต้องบานโค้งออกไปตอนขาออกแทน ทั้งด้วยแรงเหวี่ยง และมุมองศาการเลี้ยวที่ค่อนข้างแคบ นั่นจึงทำให้นักบิดหลายคนแหกโค้งกันมาแล้วนักต่อนัก ส่วนการเลี้ยวแบบ Late Apex ที่ผู้ขี่จำเป็นจะต้องบานออกไปสักนิด แล้วค่อยหักเลี้ยวเข้าโค้งก่อนที่จะไหลเข้าสู้จุด Apex นั้น…
อย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่าปัญหาเชื้อไวรัสโคโรน่าที่และกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเรา ที่รับคนนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาอย่างมาหละหลวมสุดๆ) ทำให้ถิ่นกำเนิดแรกของมันอย่างเมืองอู่ฮั่นต้องกลายเป็นเมืองที่เกือบร้างในทันทีเนื่องจากโดนรัฐบาลสั่งปิดคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า นอกจากนี้ด้วยความที่มันแพร่ระบาดในมณฑลอื่นของประเทศจีนรวดเร็วมากๆ ทำให้จากเดิมที่โรงงานผลิตรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ในเมืองเทียนจิน และเมืองไท้ซางของ Honda จะมีกำหนดเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาวตรุษจีน ให้ขยายออกไปจนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสภายในโรงงานทั้ง 2 แห่ง แต่ถ้าหากการควบคุมไวรัสนี้ยังไม่อยุ่ในขั้นที่ไว้วางใจได้ ก็ไม่แน่ว่า Honda อาจเลื่อนกำหนดการเปิดโรงงานออกไปอีก ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความเสียหายเชิงธุรกิจอย่างมากเนื่องจากทั้ง 2 โรงงานนี้สามารถสร้างยอดกำลังผลิตรวมกันได้ถึง 850,000 คัน/ปี (ตกเดือนละ 70,800 กว่าคัน) หรือคิดเป็น 40% จากยอดการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ Honda ทั้งหมดในประเทศจีนเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก Morebikes อ่านข่าวสาร Honda เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
อย่างที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า TVS Apache RR 310 ฝาแฝดร่างสปอร์ตของ BMW G310R นั้น กำลังจะถูกเปิดตัวเผยโฉมใหม่รุ่นปรับอัพเดทออพชันรับปี 2020 ออกมาวันที่ 30 มกราคม ซึ่งเราก็ได้นำข้อมูลของมันมานำเสนอให้เพื่อนแล้วเป็นที่เรียบร้อยในครั้งนี้ โดยสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเจ้า Apache RR 310 หลักๆแล้วก็จะไม่ได้อยู่ที่เปลือกนอก หรือบอดี้พาร์ทของมัน เนื่องจากยังคงเป็นแบบเดียวกันกับโฉมปี 2019 ไม่เว้นแม้แต่ ชุดเฟรม, ระบบกันสะเทือน, กับระบบเบรก และจะมีแค่เพียงลวดลายกราฟิกและเฉดสีใหม่ชื่อว่า Titanium Black กับเปลี่ยนยางติดรถไปใช้ของ Michelin รุ่น Road 5 เท่านั้นที่ไม่เหมือนเดิม ส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นบล็อคสูบเดียว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุจริง 313cc กำลังสูงสุด 34 PS และแรงบิดสูงสุดอีก 27.3 นิวตันเมตร ก็ได้รับการปรับปรุงระบบบำบัดไอเสียใหม่จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกถึงราวๆ 5 กิโลกรัม…
ขณะที่บ้านเรายังคงต้องรอให้ KTM Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการก่อนในช่วงเดือนมีนาคมนี้ KTM India ก็ได้ทำการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ในพิกัดระดับเอนทรีไบค์รุ่นปรับโฉมปี 2020 ของพวกเขาแล้วเป็นที่เรียบร้อย และหนึ่งในนั้นก็มีเจ้า 390 Duke รวมอยู่ด้วย โดยหากมองจากผิวเผินจะเห็นได้ว่าทั้ง 390 Duke รุ่นปี 2020 ที่ถูกเปิดตัวในอินเดียนั้น ยังคงไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทภายนอกใหม่ใดๆทั้งสิ้น รวมถึงระบบกันสะเทือนหน้า/หลัง, ระบบเบรกหน้า/หลัง, และชุดเฟรม ก็ยังเป็นของเดิม ถึงแม้ว่าอันที่จริงแล้วมันจะมีภาพสปายช็อตของรถโปรโตไทป์ในยุโรปซึ่งหน้าตาแตกต่างไปจากที่เห็นอยู่ตอนนี้ชัดเจนมาหลายครั้งแล้วก็ตาม และยังคงมีแค่เพียงเฉดสีใหม่เท่านั้นที่เป็นการบ่งบอกว่านี่คือรุ่นปรับโฉมปีล่าสุด แต่ถึงแม้เครื่องยนต์ของมันจะยังคงเป็นบล็อคสูบเดียวลูกโต DOHC ระบายความร้อยด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด พิกัดสุทธิ 373.3cc มีระบบสลิปเปอร์คลัทช์กนล้อหลังกระชากเวลาเชนจ์เกียร์ลูกเดิม กำลังสูงสุด 43.5 แรงม้า PS และแรงบิดสูงสุดอีก 37 นิวตันเมตร เท่าเดิมสำหรับสเปคของประเทศอินเดีย ทว่าอย่างน้อยด้วยความที่พวกเขาได้มีการปรับปรุงเรื่องระบบสั่งการเครื่องยนต์ให้เป็นแบบคันเร่งไฟฟ้าแล้วเรียบร้อย ดังนั้นในคราวนี้พวกเขาจึงสามารถติดตั้งระบบควิกชิฟท์เตอร์แบบ 2 ทาง ขึ้น/ลง ที่ถูกติดตั้งเป็นออพชันพื้นฐานมาให้ตั้งแต่ออกโรงงานเสียที ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในรถมอเตอร์ไซค์พิกัดไม่เกิน 650cc จะติดอยู่นิดเดียวก็คือ…
นอกจากเทคโลโนโลยีเรื่องความแรง กับเทคโนโลยีลดมลพิษ ในฝั่งเทคโนโลยีเพื่อควมปลอดภัยของผู้ขี่เองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ผลิตพยายามพัฒนามันออกมาให้มีขีเความสามารถสูงขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้คือ “ชุดเรดาร์ตรวจจับวัตถุด้านหน้า” ที่ทั้ง KTM และ Ducati ได้วิจัยเอาไว้ตั้งแต่ 1-2 ปีก่อน จนกระทั่งตอนนี้ก็เป็นทีของ Honda กับ Kawasaki บ้างที่จะต้องเริ่มใส่ใจเทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน ทว่าจุดแตกต่างที่ค่ายญี่ปุ่นทำไม่เหมือนกับค่ายยุโรปทั้ง 2 เจ้าคือ แทนที่พวกเขาจะใช้เซนเซอร์หรือกล้องตัวเดียวติดตั้งไว้ตรงกลางของส่วนหน้าตัวรถ ทั้ง Kawasaki และ Honda กลับเลือกติดตั้งกล้องและเซนเซอร์ตรวจจับไว้ถึง 2 ชุดต่อรถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน โดยในฝั่งค่ายเขียวจะติดตั้งหรือฝังมันเอาไว้บริเวณแถบไฟเลี้ยวข้างแฟริ่งรถดังภาพสิทธิบัตรที่เรานำเสนออยู่นี้ ซึ่งมันก็ดูเรียบเนียนไม่สะดุดตาดี ส่วนฝ่ายค่ายปีกนกนั้นจะดูแฟนตาซีหน่อยๆเพราะพวกเขาเลือกติดตั้งกล้องไว้ตรงปลายแฮนด์บาร์ทั้งฝั่งซ้าย/ขวา ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหากรถเกิดอุบัติเหตุพับล้มขึ้นมาเซนเซอร์ทั้ง 2 จะยังอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ ? ทีนี้หากเพื่อนๆถามกันต่อว่าแล้ว การติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุข้างหน้านี้มีไว้เพื่ออะไร ? คำตอบก็ไม่ซับซ้อนอะไรครับ เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำงานร่วมกับระบบเบรกอัตโนมัติ เมื่อเซนเซอร์พบว่าวัตถุข้างหน้าอยู่ใกล้เรามากเกินไป ไม่เพียงเท่านั้นยังรวมถึงระบบล็อคความเร็วที่สามารถชะลอหรือเพิ่มความเร็วได้อัตโนมัติตามระยะห่างของยานพาหนะคันข้างหน้าด้วย ซึ่งทุกอย่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นระบบความปลอดภัยที่มีใช้อยู่ในรถยนต์สเปคหรูๆมาพักใหญ่แล้วทั้งสิ้น แต่ถ้าหากเพื่อนๆถามกันต่ออีกว่า แล้วเมื่อไหร่เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้ในรถมอเตอร์ไซค์รุ่นขายจริงสักที ? ส่วนตัวเราคาดว่าคงไม่เกินปลายปีนี้ครับ เพราะเจ้า…
ถือได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของศึก MotoGP ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาเลยทีเดียว สำหรับการประกาศของ Yamaha ที่ระบุว่า Fabio Quartararo จะเข้ามาเป็นทีมเมทใหม่ของ Marverick Vinales แทน Valentino Rossi ในศึกปี 2021-2022 ซึ่งหลังจากออกข่าวได้ไม่นานนัก Lin Javis บอสใหญ่ของ Yamaha Factory MotoGP ก็ได้ออกมาบอกว่า “ทางทีมจำเป็นจริงๆที่จะต้องติดสินใจเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ” “การที่ Valentino จะประเมินว่าตนเองยังมีความสามารถในการแข่งขันปี 2020 มากแค่ไหน ก่อนไปตัดสินใจว่าเค้าควรแข่งต่อมั้ยในปี 2021 คือสิ่งที่ Yamaha เคารพและเข้าใจดี” Lin Jarvis กล่าว “ขณะเดียวกันเราเองก็เคารพและมั่นใจในความสามารถของ Rossi และความเร็วของเค้าในปี 2020, แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน Yamaha จำเป็นต้องวางแผนเพื่ออนาคต” “ในทุกวันนี้ กับ 6 ผู้ผลิตที่เข้าแข่งขัน MotoGP,…
หลังประกาศเซ็นสัญญากับ Marverick Vinales ทาง Yamaha Factory ก็ประกาศเซ็นสัญญากับนักบิดอีกรายที่จะทำหน้าที่แข่งขันให้ตนต่อใน MotoGP ปีหน้าทันที ทว่าชื่อนั้นกลับไม่ใช่ Valentino Rossi เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทาง Yamaha Factory พึ่งมีการประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการแบบสดๆร้อนในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า Fabio Quartararo คือนักบิดคนใหม่ที่จะมาทำการแข่งขันให้กับตนในศึก MotoGP ปี 2021-2022 คู่กับ Marverick Vinales ส่วนความเป็นไปของ Valentino Rossi นั้น ยังไม่มีสื่อเจ้าไหนสามารถระบุได้ว่าจะขยับไปในทิศทางไหน เขาจะยังคงแข่งขันในรายการนี้ต่อไปภายใต้สังกัดทีม Petronas Yamaha SRT สลับกับเจ้าหนู FQ20 หรือจะจบอาชีพนักบิดไว้เพียงเท่านี้ หลังจบการแข่งขันปี 2020 ซึ่งเราต้องมารออัพเดทข้อมูลกันต่อไปครับ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ…
