บอกตรงๆว่าเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทางทีมวิจัยของ Honda คิดอะไรอยู่ หรืออาจจะปวดหัวกับการพยายามรีดเค้นสมรรถนะของเครื่องยนต์ของ CBR1000RR รุ่นปี 2020 มากเกินไปจนต้องหาอะไรทำแก้เครียดกันแน่ ถึงได้ออกแบบเทคโนโลยีใหม่อย่าง “เบาะเย็นก้น” ชิ้นนี้ออกมา โดยจากข้อมูลระบุไว้ว่า “เบาะเย็นก้น” ชิ้นนี้นั้นถูกออกแบบให้มีลักษณะโครงสร้างตาข่ายชั้นบนเพื่อระบายอากาศสำหรับหน้าร้อน หรือตอนลงแทร็คหนักๆ ซึ่งเราเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับตัวตาข่ายหุ้มเบาะที่มีขายอยู่ทั่วไป เพราะมันมีคุณลักษณะคล้ายๆกัน แต่ถ้าตาข่ายหุ้มเบาะเหล่านั้นเจอฝนขึ้นมา มันก็คือสกอทไบรท์ชุ่มน้ำดีๆนี่เอง ซึ่งมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเบาะใหม่ชิ้นนี้ เนื่องจากทาง Honda ได้ออกแบบให้เบาะชั้นล่างสามารถซับได้ดี และระบายน้ำออกทางอื่นในช่วงหน้าฝนอีกด้วย และจุดสังเกตุที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการที่รถนายแบบสำหรับอ้างอิงในสิทธิบัตรก็คือเจ้า CBR1000RR โฉม 2012-2016 ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ Honda จะนำชุด “เบาะเย็นก้น” นี้ไปติดตั้งกับเจ้า “ดาบแห่งไฟ” รุ่นใหม่สูงมาก (แต่เราคาดว่าคงจะยังไม่ใช่กับโมเดล 2019 นี้หรอกครับ หรือว่าเพื่อนๆอยากให้มันติดตั้งมาเลยจริงๆล่ะครับ ? น่าสนใจเหมือนกันนะ ฮ่าๆ) นอกจากนี้ ในเอกสารสิทธบัตรใบล่าสุดที่เราได้รับมา ยังมีการอัพเดทข้อมูลอีกว่า ตัวระบบเบาะเย็นก้นนี้ จะมีการเดินท่อดักอากาศเย็นจากหน้ารถกรณีผู้ขี่ร้อน หรือดูดลมร้อนจากหลังหม้อน้ำ กรณีผู้ขี่หนาว เดินเข้าไปเป่าที่ตัวเบาะ…
Author: admin
จริงอยู่ว่าในงาน Bangkok International Motor Show 2019 บูธของ Royal Enfield จะดูเงียบไปนิดเพราะมีแค่เพียง Concept KX ที่ถูกนำมาจัดแสดงเป็นไฮไลท์ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ที่ประเทศอินเดีย ทางบริษัทแม่ก็ได้ทำการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ นั่นก็คือ Royal Enfield Bullet Trail 500 ออกมา แถมไม่พอยังจัดการทดสอบแบบเต็มเหนี่ยวให้กับสื่อที่เข้าร่วมงานอีกด้วย Inspired by Johnny Brittain’s champion Bullet and the Royal Enfield Factory Team’s tremendous success at the International Six Days’ Trials, the Bullet Trials Works Replica is…
ย้อนไปเมื่อปีที่แล้วในประเทศญี่ปุ่น ได้มีการแข่งขันเอนดูรานซ์ 8 ชั่วโมง หรือแข่งบิดอึดสุดโหด ณ สนามซูซุกะขึ้น โดยตัวแข่งที่ชนะการแข่งขันประจำปี 2018 ได้ก็คือเหล่านักบิดของทาง Yamaha Factory Racing Team ที่สามารถใช้ตัวแข่ง YZF-R1 GYTR หวดเข้าเส้นได้มากรอบที่สุดในศึกนี้ และในงาน Bangkok International Motor Show 2019 นี้เองทาง Yamaha Motors Thailand ก็ได้นำตัวรถคันที่ว่ามาจัดแสดงในบูธของตนเองด้วย ซึ่งตัวรถจริงจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเรามาดูกันเลยครับ แฟริ่งคาร์บอนยกคัน ชุดล้อหน้า/หลัง Marchesini และระบบเบรกยกชุดบน/ล่าง ทั้งด้านหน้า/ด้านหลังก็ยกชุดจาก Brembo ขณะที่ชุดโช้กหน้า/หลังเป็นของ KYB กันสะบัดจาก Ohlins ส่วนเครื่องยนต์ไม่มีการให้ข้อมูลว่าทาง Yamaha ทำการปรับแต่งอะไรไปบ้าง แต่เท่าที่ดูจากสายระโยงระยางต่างๆแล้ว นอกจากไส้ในที่คงจะจัดเต็มตามสเต็ปตัวแข่งระดับโลกแล้ว ตัวระบบกล่อง ECU และส่วนเกี่ยวเนื่องอื่นๆก็ต้องฟูลออพชันไม่แพ้กัน นอกจากนี้หากดูจากขนาดถังน้ำมันที่ใหญ่ใช่เล่นเพราะต้องจุน้ำมันให้มากพอสำหรับการบิดแข่งแบบระยะยาวแล้ว ดูเหมือนหัวใจสำคัญที่ใช้ควบคุมตัวรถทั้งหมดจะถูกย้ายไปไว้ด้านหลังรถโดยปริยาย…
ขณะที่กระแสการเปิดตัว Ducati Panigale V4 R ในไทยยังมีให้พูดถึงกันอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากหน้าตาของมันที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิงเล็ทคาร์บอนชิ้นใหญ่ด้านข้าง และกิตติศัพท์ในเวที World Superbike 2019 แต่ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปพบกับ V4 R ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกตกแต่งในแบบ สปอร์ต-คาเฟ่ต์ ตามสมัยนิยม จากสำนัก Jakusa Design Made จนได้ชื่อใหม่ว่า Ducati Panigale V4 R Heritage คันนี้ สำหรับจุดเปลี่ยนแรกเริ่มที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็คือชุดครอบล้อแบบปิดทึบ ที่เพื่อนๆคนเคยเห็นกันมาแล้วครั้งสองครั้ง เพราะทาง Ducati เคยทำแบบนี้ในตอนเทสตัวแข่ง Desmosedici GP18 และ 1199 Panigale R เมื่อต้นปี 2018 ถัดมาด้านบนคือชุดแฟริ่งท้ายที่ถูกลดทอนความสปอร์ตทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยความโค้งมนและราบเรียบรับกับเบาะผู้ขี่ ขณะที่ตัวถังน้ำมันอลูมิเนียมเองก็ถูกทำสีใหม่เป็นสีทองเพื่อรับกับชิ้นส่วนอื่นๆของตัวรถที่ถูกแซมด้วยสีเดียวกันตัดกับโทนสีดำของตัวรถ และสุดท้ายคือชุดหน้าตัวรถที่ถูกตัดแต่งใหม่ทั้งการฝังไฟหน้าโคมกลมเข้าไปตรงกลางแฟริ่ง ส่วนตัววินชิลด์ก็ถูกปรับให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปท์ความเป็นสปอร์ตคาเฟ่ต์ไบค์ตามที่ตั้งใจที่สุด อย่างไรก็ดีตัวรถ Ducati Panigale V4…
บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด คว้ารางวัลการออกแบบบูธยอดเยี่ยม The Best Design Award 2019 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 [BIMS2019] เป็นผู้มอบรางวัลภายในบูธคาวาซากิ โดยมี น.ส.เจนจิรา สุวรรณสิงห์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เป็นตัวแทนผู้บริหารรับรางวัลในครั้งนี้ ถืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นผู้นำสุดยอดเทคโนโลยีของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ภายใต้แบรนด์ “คาวาซากิ” อ่านข่าวสาร BIMS2019 เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าวสาร Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
จริงอยู่ว่า หากนับเวลาจริงๆ ระบบอัดกากาศสำหรับเครื่องยนต์ อย่างเช่น “ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์” และ “เทอร์โบชาร์จเจอร์” ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ใหม่อะไรเท่าไหร่นัก เพราะมีการใช้งานกันมาอย่างแพร่หลายในรถยนต์นับหลายทศวรรษ แต่ในทางกลับกันสำหรับโลกของรถมอเตอร์ไซค์ มันยังเป็นระบบกลไกที่ไม่แพร่หลายเท่าไหร่นัก และพึ่งจะกลับมาเป็นประเด็นให้ถูกพูดถึงอีกครั้งอย่างจริงจังในช่วง 4-5 ปีมานี้เท่านั้น ซึ่งในวันนี้เราพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักมันในแบบคร่าวๆกันครับ ก่อนอื่นเพื่อนๆต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โดยปกติแล้ว อากาศ หรือ ไอดี ที่เครื่องยนต์ใช้ จะถูกดูดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ตามการเคลื่อนตัวลงของลูกสูบภายในเสื้อสูบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็จะมีขีดจำกัดของปริมาณอากาศที่สามารถดูดเข้าไปได้ ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถจุดระเบิดได้แรงมากไปกว่านี้เพราะมีอากาศผสมกับน้ำมันไม่มากพอ แต่หากเครื่องยนต์ได้รับการติดตั้ง ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ หรือ เทอร์โบชาร์จเจอร์ เข้าไป ตัวเครื่องยนต์ก็จะสามารถรีดเค้นกำลังได้สูงขึ้น เพราะของทั้งสองสิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ มีความสามารถในการดูดอากาศจากภายนอกด้วยใบพัด แล้วส่งต่ออากาศเหล่านั้น อัดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ในปริมาณที่มหาศาลกว่าปกติ ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมีอากาศเข้าห้องเผาไหม้มาก ตัวระบบจ่ายเชื้อเพลิงก็สามารถเพิ่มปริมาณน้ำมันได้มากขึ้น และผลที่ได้คือ พละกำลังเครื่องยนต์ก็จะสูงขึ้นตาม จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับูสต์(แรงดันอากาศ)ที่อัดเข้าไปอีกที แต่ถ้าอัดเต็มจริงๆและเครื่องรับไหวกำลังที่ได้ก็ต่างจากตอนไม่มีระบบอัดอากาศลิบลับ แล้วทีนี้ เทอร์โบชาร์จเจอร์ กับ ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ มันต่างกันอย่างไร ? แน่นอนว่าหากถูดถึงจุดประสงค์ในเบื้องต้น เราก็ได้กล่าวไปแล้วว่า สองสิ่งนี้จะใช้ใบพัดดูดอากาศด้านนอกมาดูดเข้าห้องเผาไหม้เหมือนกันทั้งคู่…
ย้อนไปช่วงปลายเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีเว็ฐไซต์สื่อสัญชาติยุโรปรายหนึ่งปล่อยภาพโบรชัวร์ของ BMW ออกมา โดยในเอกสารโบรชัวร์ที่ว่านั้นมีการระบุรุ่นรถที่ยังไม่เปิดตัวเสียทีอย่าง F850RS ไว้ด้วย ซึ่งตอนนี้เราก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมของมันออกมาอีกครั้ง เป็นภาพสิทธิบัตรตัวรถแบบเต็มคัน ครบทุกมุมที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในขณะนี้ โดยจากภาพ หากเทียบ F850RS ในสิทธิบัตร กับตัวรถคอนเซปท์ 9Cento ที่สร้างกระสแอยู่พักหนึ่งเมื่อกลางปี จะเห็นได้ว่าตัวรถนั้นมีความเป็นแมสโปรดักชันมากขึ้น แต่ยังดีที่ทาง BMW ยังเหลือลายเส้นที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของตัวรถตอนที่ยังเป็นต้นแบบไว้ได้ค่อนข้างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟริ่งข้าง และช่วงหน้าตัวรถ รวมถึงถังน้ำมัน ส่วนรายละเอียดตัวรถอื่นที่เปลี่ยนไปจากโฉมต้นแบบชัดเจนเลยก็คือช่วงเบาะนั่งที่ตอนแรกเป็นแบบเบาะตอนเดียว และมีท้ายเพรียวแหลม ขณะที่ F850RS โฉมโปรดักชันนี้ ตัวเบาะได้ถูกขยายช่วงเบาะตอนผู้ซ้อนใหม่ให้หนาและกว้างมากขึ้น ด้านช่วงเวลาเปิดตัว ด้วยความที่ BMW ได้มีการระบุชื่อรุ่น F850RS คันนี้ไว้ในโบรชัวร์ตั้งแต่ต้นปี ทำให้มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาอาจจะเปิดตัวมันอย่างเป็ฯทางการตั้งแต่กลางปีนี้ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นอย่างช้าสุดก็คงต้องเป็นช่วงปลายปีที่งานมหกรรมมอเตอร์ไซค์ระดับโลกงานใดงานหนึ่ง ระหว่าง Intermot 2019 หรือ EICMA Show 2019 อ่านข่าว BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
หลังจากที่ MotoRival เราได้รถ Honda CBR250RR มาทดสอบกันเป็นเจ้าแรกๆ ของไทย และเพิ่งปล่อยรีวิวกันไปเพียงไม่กี่วัน (อ่านรีวิว CBR250RR ที่นี่) ล่าสุด ได้มีข่าวการปรับโฉมเจ้าสปอร์ตเรพลิก้าคันนี้ใหม่ในฐานะโมเดลปี 2020 ออกมาขัดจังหวะให้ตุ้มต่มอใจกันเล่นเสียอย่างนั้น โดยจากข้อมูลพวกเขาได้ระบุไว้ว่า New CBR250RR ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 เพื่อจำหน่ายในฐานะโมเดลปี 2020 นั้น จะได้รับการอัพเกรดในหลายๆจุดด้วยกัน ทั้งการเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ให้เล็กลงกว่าเดิม และเหลือแค่ปลายออกรูเดียวซึ่งอาจจะไม่มากเท่าไหร่นัก ราวๆ 1-2 กิโลกรัม แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ตัวรถมีอัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันมากขึ้น รวมถึงมีสมรรถนะในการเข้าโค้งที่เฉียบคมกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ส่วนฟีเจอร์ Throttle-By-Wire ก็จะมีการเสริมโหมดการขับขี่ขึ้นมาอีก 1 โหมด พร้อมเปลี่ยนชื่อโหมด Comfort ที่เป็นโหมดการใช้งานเครื่องยนต์ที่เบาที่สุดให้เป็น Touring และอาจจะมีการเสริมฟังก์ชัน Cruise Control มาให้เพื่อรับกับโหมดการใช้งานนี้ ฟีเจอร์ต่อมาที่ 2020 CBR250RR จะได้รับไปก็คือชุดสลิปเปอร์คลัทช์…
เล่นเอาซะเคว้งคว้างกันอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว สำหรับทางสำนักแต่งชื่อดัง Ten Kate ที่ต้องประสบปัญหาในด้านการเงินอย่างหนัก จนสำนักเกือบโดนฟ้องล้มละลาย เพราะเร่งทำอะไหล่ตัวแข่งตัวแข่ง Honda CBR1000RR SP2 ไว้สำหรับศึก WSBK ปี 2019 เรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายกลับโดน Honda ที่ร่วมงานกันมาเกือบ 20 ปี บอกเลิกการว่าจ้างให้พวกเขาสนับสนุนอะไหล่แต่งต่างๆแบบกระทันหัน เพราะทางทีมปีกนกต้องการใช้บริการอะไหล่แต่งจาก Moriwaki และ Althea แทน แต่ล่าสุดเมื่อวันก่อน ทาง Ten Kate ได้มีการประกาศออกมาชัดดเจนแล้วว่า ภายในช่วงเวลาอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้ พวกเขาจะกลายเป็นผู้สนับสนุนอะไหล่แต่งให้กับตัวแข่ง Yamaha YZF-R1 ของนักบิดทุกคนในศึก WSBK 2019 ที่ตอนนี้มีอยู่แล้ว 4 รายด้วยกัน รวมถึงของ Loris Baz อดีตนักบิด MotoGP ที่เตรียมลงแข่งขันในรายการนี้ช่วงกลางปี รวมเป็น 5 คัน…
ปฎิเสธไม่ได้จริงๆว่าในช่วง 3-4 ปีมานี้ กระแสการพัฒนาและเพิ่มระบบอัดอากาศ ให้กับตัวรถของเหล่าผู้ผลิตเริ่มได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรายล่าสุดที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่ขณะนี้ก็คือ Yamaha ที่จู่ๆก็จดสิทธิบัตร MT-09 ที่ถูกถอดเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 847cc ออกไปแล้วแทนที่ด้วยขุมกำลัง 2 สูบเรียงลูกใหม่ที่ไม่รู้ว่ามีขนาดความจุมาแค่ไหน แต่ที่มั่นใจได้คือมันพ่วง “เทอร์โบชาร์จเจอร์” มาด้วย !! โดยภาพเอกสารสิทธิบัตรที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่นี้ แท้จริงแล้วทาง Yamaha Europe ได้จด หรือขึ้นทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปี 2017 หรือเอาจริงๆคือ Yamaha Japan ได้จุดเอาไว้ตั้งแต่ปี 2016 เสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว เอกสารก็พึ่งถูกนำมาเปิดเผยครั้งแรกสู่สายตาคนทั่วไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นจึงเท่ากับว่า Yamaha ได้ใช้เวลาพัฒนาระบบนี้มาแล้วอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 ปี ด้วยกัน อย่างไรก็ดี หากเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงลูกที่ถูกพ่วงเทอร์โบลูกนี้มีพื้นฐานเดียวกับที่ใช้อยู่ใน MT-09 จริง นั่นจึงเท่ากับว่าปริมาตรความจุของมันจะต้องอยู่ที่ราวๆ 565cc เพราะจำนวนสูบหายไป…
