แม้ว่าในตอนนี้ทาง Royal Enfield จะยังไม่มีการวางตลาดเจ้า Interceptor 650 เลยซักคัน และมีแค่การเปิดตัวยั่วน้ำลายสาวกตั้งแต่ปลายปีก่อนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่านักออกแบบเจ้าประจำจากอิตาลีอย่าง Oberdan Bezzi จะใจร้อนกว่าใคร และออกแบบโฉมคู่ขนาดที่ต่อยอดจากโมเดลนี้ออกมาเรียบร้อย และกลายเป็นเจ้า Fury 650 คันนี้ในที่สุด โดยสำหรับหน้าตาแต่เดิมของ Interceptor 650 นั้นแท้จริงแล้วมันถูกออกแบบให้เป็นรถมอเตอร์ไซค์แนว เรโทร-แน็กเก็ทไบค์ ซึ่งใน Fury 650 Concept ที่ว่านี้มันก็ได้มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนหลายๆอย่างเพื่อให้ตรงตามคอนเซปท์รถแฟลท-แทร็ก ทั้งแฮนด์บาร์องศาต่ำ ทรงกว้าง, ถังน้ำมันใบเล็กลง, เบาะนั่งตอนครึ่งสำหรับผู้ขี่คนเดียว, บังโคลนหั่นจิ๋วทั้งหน้า/หลัง, ส่วนช่วงฝาครอบแบตฯก็มีการดีไซน์ใหม่ให้แพนไปทางด้านหลังมากขึ้นสำหรับกันเศษฝุ่นเศษโคลน, ชุดล้อซี่รัดด้วยยางกึ่งหนามหน้า/หลัง, และที่สำคัญสุดคือชุดโช้กหน้าหัวกลับที่มาพร้อมกับปั๊มเบรกเรเดียลเมาท์นั่นเอง ด้านข้อมูลอื่นๆขอตัวรถ Royal Enfield Fury 650 อย่างเช่นเครื่องยนต์ก็อ้างอิงสเปคตามเดิมของ Interceptor 650 นั่นก็คือเป็นเคร่ื่องยนต์สองสูบ ขนาด 648cc, SOHC, 8 วาล์ว, มีออยคูลเลอร์,…
Author: admin
ยังคงกระหน่ำโผล่ออกมาให้เห็นกันเรื่อยๆกับเจ้า Yamaha YZF-R25 หรือว่าที่ YZF-R3 โฉมปี 2019 ซึ่งภาพ Spyshot ชุดล่าสุดที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้ น่าจะช่วยตอบข้อสงสัยอะไรหลายๆอย่างจากภาพชุดก่อนหน้าได้ดีเลยทีเดียว โดยจากภาพทั้งหมด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือชุดหน้า ซึ่งเราพบว่าชุดขนาดของโคมไฟหน้าทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของ YZF-R25 Prototype มีขนาดใหญ่กว่าของรุ่นเล็กอย่าง YZF-R15 ในขณะที่ช่องแรมแอร์ที่อยู่ตรงกลางนั้นมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งชุดแฟริ่งช่วงบน และวินชิลด์ก็มีดีไซน์ไม่ต่างกันนัก อย่างไรก็ดี หากเพื่อนๆยังพอจำกันได้เราได้เคยเสนอข้อมูลไปบ้างแล้วว่าชุดแฮนด์จับโช้กของ YZF-R25 รุ่นใหม่นั้นน่าจะเป็นแบบจับใต้แผงคอ แต่ถ้ามองดีๆจากภาพแล้ว จะเห็นได้ว่าตำแหน่งข้อมือของผู้ขี่นั้นไม่ได้ต่ำเต้ี้ยหรือดูหมอบอะไรเลย แม้กระทั่งตัวของผู้ขี่ที่แทบจะนั่งหลังตรง ซึงมันไม่ได้บ่งบอกเลยซักนิดว่านี่คือท่านั่งของรถมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตเรพพลิก้า แม้ว่าจะเปลี่ยนหน้าตาและโช้กหน้าให้เป็นหัวกลับปลอกทองตามฉบับสายซิ่งแท้ๆแล้วก็ตาม ราวกับว่าแท้จริงแล้วชุดแฮนด์บาร์ของมันยังคงเป็นแบบจับเหนือแผงคอ และออกแบบไว้เพื่อให้ผู้ขี่ได้ควบคุม 2019 Yamaha YZF-R25 คันนี้ด้วยท่านั่งแบบสปอร์ตทัวร์ริ่งเช่นเดิม ? ขอบคุณภาพจาก Macantua อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
สำหรับปัญหาของตัวแข่ง YZR-M1 ในปัจจุบันที่ทาง Yamaha ต้องแก้ให้ได้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เพราะในเซสชั่นทดสอบล่าสุดของการแข่งขัน MotoGP ที่สนามเบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก จู่ๆ Valentino Rossi ก็เลือกเอา “แอโรแฟริ่ง” แบบใหม่ที่ไม่เคยมีค่ายไหนใช้รูปแบบนี้มาก่อนออกมา ราวกับจะบ่งบอกว่านี่คือสิ่งที่ทีมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปรับปรุงมันด้วยเช่นกัน โดยจุดน่าสนใจในชุดแอโรแฟริ่งใหม่นี้ก็คือ พื้นที่กาบแฟริ่งหลักด้านข้างที่ถูกเซาะพื้นที่แฟริ่งออกไปจนเป็นรูโหว่ทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา และเหลือไว้แค่โครงแฟริ่งเส้นเล็กให้พอเห็นสัดส่วนตัวรถเท่านั้น ซึ่งทาง Rossi ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกเกี่ยวกับชุดแอโรแฟริ่งใหม่นี้ว่า “เป้าหมายของเราในตอนนี้คือต้องการลดอาการหน้าลอย ซึ่งมันจำเป็นมากที่ออสเตรีย (สนามถัดไป) แต่ผมแทบไม่รู้สึกเลยสักนิดว่ามันต่างจากเดิม, มันทั้งดีและด้อยในจุดเดิมเหมือนก่อนหน้า, คือมันก็จริงอยู่ที่เบอร์โน่ไม่ใช้สนามที่ดีที่สุดสำหรับการทดสอบอะไรแบบนี้, และแน่นอนว่าเราจะเอามันไปทดสอบในแทร็คอื่นอีก แต่เราคิดว่าเราจะไม่ใช้มันในการแข่งขันฤดูกาลหน้าแน่ๆ” และนอกจากชุดกาบแฟริ่งซ้ายขวาที่เปลี่ยนไปจนผิดหูผิดตาแล้ว ตัวบังโคลนหน้าเองก็แหวกแนวไม่แพ้ใครเหมือนกัน เพราะทาง Yamaha ได้จัดการหั่นครึ่งหลังของบังโคลนออกไป โดยคาดว่าพวกเขาจะทำไปเพื่อลดปัญหาความร้อนสะสมที่ยางหน้า ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ Rossi ระบุไว้ว่าจะไม่นำไปใช้ในฤดูการหน้านั้นรวมถึงบังโคลนชิ้นนี้ด้วยหรือไม่ แต่เราขอบอกตรงๆว่าชิ้นส่วนบังโคลนนี้ก็ดูสวยไม่น้อยเลยล่ะ (มีเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากโมตามบ้างมั้ยล่ะครับ ?) ขอบคุณข้อมูลจาก GPone, Crash.net อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers…
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหล่ารถมเตอร์ไซค์ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันต่างก็ติดตั้งชุดสตาร์ทมือมาทั้งสิ้น เรียกได้ว่าน่าจะเกิน 80% ซึ่งถ้าหากเป็นความคุ้นเคยเดิมล่ะก็ โดยปกติแล้วเวลาที่เรากดสตาร์ท เราก็จะได้ยืนเสียงสตาร์ทดัง “แกร๊กกกกก” ลากยาวๆ จนกว่าเครื่องยนต์จะติด และเราจะเลิกกดปุ่มสตาร์ท แต่จู่ๆเมื่อราวๆปี 2010 ก็ได้มีมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกของผู้ผลิตรายหนึ่ง ที่มาพร้อมกับระบบสตาร์ทมือ(แทบจะ)ไร้เสียง คือกดปุ่มสตาร์ทไปก็มีแค่เสียง “แต่กๆๆๆ” เบาๆซึ่งเป็นเสียงของลูกสูบชัดขึ้นลงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และไม่มีเสียง “แกร๊กกก” ยาวๆให้ได้ยืนอีกต่อไปเปิดตัวออกมา โดยพวกเข้าได้ใช้ชื่อของระบบสตาร์ทมือแบบใหม่นี้ว่า “ACG Starter” ใช่ครับ ผู้ผลิตที่เรากล่าวถึงอยู่นี้ก็คือ Honda ที่นำเอาเทคโนโลยี “ACG Starter” มาบรรจุไว้ใน PCX รุ่นที่ 1 และใช้ต่อๆมาในรถออโตเมติกรุ่นอื่นๆของทายค่ายจนปัจจุบัน แม้กระทั่ง Yamaha เองก็ยังนำระบบนี้มาใช้เป็นที่เรียบร้อยใน Grand Filano Hybrid รุ่นใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไปสดๆร้อนๆด้วย (แต่ใช้ชื่อใหม่ว่า Smart Motor Generator แทน) โดยในตอนนั้นเหล่าผู้ที่ได้ลองทดสอบตัวรถต่างก็มีประเด็นให้สงสัยเหมือนกันอยู่หนึ่งข้อ และเรายังเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนก็ยังสงสัยกันอยู่จนทุกวันนี้ ก็คือ…
เงียบหายไปได้สักพักใหญ่ๆกับข่าวคราวการขาย Ducati ออกจากเครือของ Volkswagen แต่สุดท้ายก็ไม่วายที่จะกลับมาเป็นข่าวอีกรอบหลัง CEO คนล่าสุดที่พึ่งแต่งตั้งไปเมื่อเดือนเมษายน ได้ออกมาเปิดเผยว่าทางบอร์ดบริหารกำลังคิดทบทวนการขายแบรนด์มอเตอร์ไซค์จากอิตาลีนี้กันอีกครั้ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปีที่แล้วบอร์ดชุดเก่าพึ่งบอกว่าไม่อยากขายเพราะยังหวังกำไรจากแบรนด์มอเตอร์ไซค์รายนี้ได้อีกมากมาย โดยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว Herbert Diess ผู้บริหารสูงสุดของ Volkswagen ได้ให้ข้อมความสัมภาษณ์กับสื่อเอาไว้ว่า “เรากำลังมองหาว่าใครจะเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดสำหรับ Ducati”, “แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาทางไปต่อให้กับ Ducati และเจอวิธีทำให้ผลประกอบการของบริษัทโตขึ้นได้อีกหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็หาเจ้าของคนใหม่ไปเลยดีกว่า” “แผนการโครงสร้างใหม่ของ Volkswagen ในตอนนี้ต้องการวางแผนในอนาคตเพื่อบริหารแบรนด์ย่อยอย่างความมั่นคง ค่อยๆเป็นค่อยๆไป และรอบคอบในทุกๆจุด ซึ่งทาง Audi (บริษัทลูกของ Volkswagen ที่เป็นเจ้าของ Ducati จริงๆ) ได้ให้ข้อมูลกับเรามาว่าพวกเขามีแผนที่จะทำให้ Ducati เติบโตขึ้น แต่การขายแบรนด์นี้ออกไปก็ยังอยู่ในตัวเลือกที่ต้องพิจารณาอยู่ดี” เอาล่ะครับในเมื่อข่าวออกมาแบบนี้อีกรอบ นั่นก็หมายความว่าในอนาคตอีกไม่นานนับจากนี้ หากบอร์ Volkswagen มีแผนจะขาย Ducati ออกไปจริงๆ เชื่อได้เราเลยครับจะต้องเกิดเหตุการณ์ร่วมประมูลอันสุดโกลาหลเหมือนปีก่อนแน่นอน ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหนที่เป็นห่วงว่าอนาคตของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ชื่อดังจากอิตาลีรายนี้จะเป็นอย่างไรล่ะก็ รอติดตามกันดีๆครับ ขอบคุณข้อมูลจาก Asphaltandrubber อ่านข่าวสาร…
โดยปกติตัวเลขความเร็วสูงที่ BMW S1000RR ทำได้มักจะอยู่ที่ราวๆ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง บวกอีกหลัก 10 นิดๆหน่อยๆอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าแค่นั้นอาจจะยังเร็วไม่พอเท่าไหร่นักสำหรับทางสำนัก Hunter Sills Racing จนทำให้พวกเขาเลือกที่จะนำเจ้าฉลามบุกคันนี้ไปตกแต่งเพิ่ม เพื่อลงล่าตัวเลขความเร็วสูงสุดที่ดีกว่าเดิมบนลานเกลือประเทศโบลิเวีย อันไกลโพ้น สำหรับข้อมูลการตกแต่งในเบื้องต้นของ BMW S1000RR ที่ทาง Hunter Sills Racing นำไปตกแต่งนั้นน่าเสียดายที่ไม่สามารถระบุอะไรได้เลยนอกจาก เครื่องยนต์ถูกปรับจูนโดยไม่ได้ใส่ระบบอัดอากาศอะไรเพิ่ม แล้วไปพึ่งการออกแบบชุดเปลือกนอกใหม่ให้ลู่ลมมากขึ้น และถอดชุดเบรกหน้าออกเพื่อรีดน้ำหนัก (ห้ามทำตามเด็ดขาดนะครับ) เพราะที่เหลือล้วนเป็นความลับที่พวกเขาน่าจะอยากให้ลับอยู่อย่างนั้น เนื่องจากมันสามารถทำให้ฉลามบุกคันนี้ทำความเร็วได้สูงสุถึง 381 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างไรก็ดีด้วยความที่การทำบันทึกสถิติประเภทนี้ของ Guinness World Record นั้นจะต้องมีผลให้มาหาค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 2 รอบ และดูเหมือนว่าการวิ่งในรอบที่สองนั้นจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ผลสุดท้ายตัวเลขที่ถูกบันทึกอยู่ที่ 369 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ BMW S1000RR ของ Hunter Sills…
แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีระบบเบรกฉุกเฉินจะยังไม่เคยมีข้อมูลว่าถูกติดตั้งในรถมอเตอร์ไซค์คันไหนมาก่อน แต่ถ้าหากนับเวลาดูดีๆก็จะพบว่าเทคโนโลยีชนิดนี้ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานกับรถมอเตอร์ไซค์ได้สักพักใหญ่แล้ว โดยมีทั้ง Honda, KTM, และ Ducati ท่ีเป็นผู้เบิกร่อง จนกระทั่งล่าสุดทาง Harley-Davidson เองก็น่าจะเริ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยนี้เช่นกัน หลังมีสิทธิบัตรของพวกเขาหลุดออกมาไม่นานนักก่อนหน้านี้ สำหรับหลักการทำงานในเบื้องต้นของระบบเบรกฉุกเฉินที่ทาง Harley-Davidson ออกแบบไว้นั้นถือว่ามีความคล้ายคลึงกับผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่จะใช้เซนเซอร์ตรวจจับวัตถุด้านหน้าเป็นตัวชี้วัดว่าถึงเวลาที่ตัวรถควรจะหยุดฉุกเฉินหรือไม่ โดยทันทีที่ระบบพบว่าตัวยานพาหนะเคลื่อนที่ไกล้คันหน้า หรือพุ่งเข้าหาเร็วเกินไป ตัวระบบจะสั่งปิดคันเร่ง และ/หรือ เบรกเพื่อชะลอความเร็วถ้าจำเป็น รวมถึงตัดการทำงานของคลัทช์เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องหยุดรถด้วย อย่างไรก็ดีก่อนหน้าที่ระบบจะสั่งเบรก และตัดระบบการทำงานของคลัทช์ ตัวรถจะมีสัญญาณแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ก่อนผ่าน แฮนด์บาร์ เบาะนั่ง รวมถึงหมวกกันน็อคกับหูฟังบลูทูธที่เชื่อมต่อกับตัวรถเอาไว้ ซึ่งถ้าหากระบบพบว่าผู้ขี่ตอบสนองช้าเกินไป มันถึงจะสั่งให้เบรกและคลัทช์ทำงานด้วยตัวเองอีกที (แต่ถ้าหลังจากนั้นผู้ใช้งานสามารถตั้งสติและกลับมากำเบรกด้วยตัวเองได้ ระบบก็จะตัดการทำงานของตัวเองไปในอัตโนมัติเช่นกัน) ส่วนช่วงเวลาที่ทาง Harley-Davidson จะเริ่มนำเทคโนโลยีระบบเบรกฉุกเฉินนี้ไปใช้จริงนั้น ก็คาดว่าจะเป็นช่วงปี 2020 เป็นต้นไป ซึ่งมันก็จะตรงกับช่วงเวลาที่ผู้ผลิตอื่นๆเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้เหมือนกันพอดีนั่นเอง อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ย้อนไปเมื่อราวๆซัก 2 สัปดาห์ที่แล้วเห็นจะได้ ทาง MotoRival ของเราได้รับเชิญจากทาง Royal Enfield ให้บินขึ้นเหนือเพื่อเข้าร่วมงานเปิดตัว Exclusive Showroom แห่งที่ 3 ของแบรนด์ ที่ตั้งอยู่ บนถนนโชตนา จังหวัดเชียงใหม่ และร่วมท่องเที่ยวไปกับเหล่าสื่อมวลชนเจ้าอื่นๆโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์ของทางค่ายเป็นพาหนะหลัก ซึ่งในวันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ดีๆในครั้งนี้กับทาง Royal Enfield กันครับ เริ่ม.. ก็อย่างที่เกริ่นไปในข้างต้นครับว่าการเดินทางของผู้เขียนในครั้งนี้เป็นการขึ้นไปร่วมงานเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ของทาง Royal Enfield ดังนั้นในวันแรกผู้เขียนจึงวุ่นอยู่กับการเก็บบรรยากาศของ Exclusive Showroom แห่งใหม่นี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบอกได้เลยว่าบรรยากาศภายในโชว์รูมถือว่าผ่อนคลาย สบายๆและน่าไปเยี่ยมชมอย่างมาก เพราะไม่ได้มีแต่การจัดแสดงโมเดลรถที่ทำตลาดอยู่เท่านั้น แต่ยังมีการจัดแสดงของจุกจิกจำพวกเสื้อผ้าลายสวยๆ หมวกแก็ป และหมวกกันน็อคดีไซน์คลาสสิคให้ลูกค้าที่ชื่นชอบในแบรนด์นี้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย และนอกจากมุมดูของจุกจิกที่เราบอกไปแล้ว ทางโชว์รูมยังได้จัดพื้นที่ม้านั่งขนาดใหญ่ด้านหน้าไว้ให้ลูกค้าได้นั่งจิบกาแฟไปพร้อมกับชมของตกแต่งที่อยู่รอบๆตัว ซึ่งมีทั้ง กรอบรูปประวัติศาสตร์ของ Royal Enfield, ชิ้นส่วนของรถมอเตอร์ไซค์รุ่น Continental GT แยกแปะไว้ฝาผนังตรงข้ามกับกรอบรูป (โดยการตกแต่งนี้เป็นแบบเดียวกับโชว์รูมที่ทองหล่อ), และถ้าแหงนขึ้นไปด้านบนก็จะเห็นชุดโคมไฟที่ทางผู้บริหารของค่ายที่มาร่วมงานในวันนั้นบอกกับเราว่า ไฟทุกโคมที่แขวนอยู่ทำขึ้นจากชิ้นส่วนโคมไฟของรถ Royal…
หลังจากที่เราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องยนต์และสมรรถนะโดยรวมของ Kawasaki ZX-6R รุ่นปี 2019 กันมาแล้ว (หากเพื่อนๆอยากอ่านข้อมูลก่อนก็เชิญคลิกตรงนี้ครับ) มาในคราวนี้เราก็ได้ข้อมูลถึงมิติตัวรถ รวมถึงหน้าตาหรือดีไซน์ของมันเพิ่มอีกด้วย และจากข้อมูลที่เราได้รับมา ระบุไว้ว่าทาง Kawasaki จะทำการออกแบบ 2019 ZX-6R ด้วยแนวทางเดียวกันกับ Ninja 400 ที่มีหน้าตาเหมือนกับเจ้ายักษ์เขียว Ninja H2 ขนาดย่อส่วน แทนที่จะเป็นแบบเดียวกับพี่ใหญ่สายตรงอย่าง ZX-10R โดยเมื่อลองดูตัวเลขสัดส่วนที่หลุดออกมาก็จะพบว่าขนาดตัวโดยรวมถือว่าเล็กลงจากเดิมพอสมควร ทั้ง ความยาวตัวรถที่น้อยกว่าเดิมถึง 50 มิลลิเมตร (รุ่นใหม่ยาว 2,025 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นปัจจุบันยาว 2,085 มิลลิเมตร), ความสูงตัวรถก็ลดลงจากเดิมอีก 15 มิลลิเมตร (รุ่นใหม่สูง 1,100 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นปัจจุบันสูง 1,115 มิลลิเมตร), และจะมีเพียงแค่ด้านกว้างตัวรถเท่านั้นที่มากกว่า แต่ก็แค่ 5 มิลลิเมตร (รุ่นใหม่กว้าง 710…
เป็นปกติของโลกข่าวสารในปัจจุบันไปซะแล้วในตอนนี้กับการปล่อยภาพเรนเดอร์ของตัวรถออกมา หลังจากที่ได้รับข้อมูลอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวรถที่กำลังจะเปิดเผยตัวในอนาคต ซึ่งชุดภาพที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือภาพเรนเดอร์ของ 2019 Yamaha YZF-R25 หรือ YZF-R3 ชุดล่าสุดที่ถูกทำขึ้นมาโดนอ้างอิงจากภาพ Spyshot เมื่อ 2 วันก่อนนั่นเอง โดยจากภาพเรนเดอร์ของ 2019 YZF-R25 ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าช่วงครึ่งหน้าของตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงจากโฉมปัจจุบันทั้งหมด ทั้งงานดีไซน์กรอบไฟหน้า LED แบบแยกฝั่งซ้าย-ขวา และมีช่องแรมแอร์ (ที่น่าจะใช้งานได้จริง) คั่นไว้ตรงกลาง ในขณะที่ชุดแฟริ่งเหนือโคมไฟขึ้นไปจนถึงวินชิลด์จะเห็นได้ว่ามีความกลมมนเหมือนกับพี่น้องตระกูล YZF-R มากขึ้น ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าก็ตัดต่อให้เป็นแบบหัวกลับกระบอกสีทองตามที่เห็นในภาพ Spyshot เรียบร้อย และแฟริ่งข้างก็ปรับดีไซน์ใหม่ให้เหมือนกับน้องเล็ก YZF-R15 แต่อาจจะตงิดๆใจเล็กน้อยตรงที่ทำไมคนเรนเดอร์ไม่เว้นช่องระบายอากาศสำหรับแครงก์เครื่องยนต์เลยซักนิด หรือแท้จริงแล้วตัวรถในภาพ Spyshot จะไม่มีช่องที่ว่านี้จริงๆ ? ด้านชิ้นส่วนหลักอื่นๆอย่างถังน้ำมัน เบาะนั่ง ไปจนถึงแฟริ่งท้าย แม้แต่พักเท้ากับสวิงอาร์มด้านล่างยังคงมีดีไซน์เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งก็ตรงตามข้อมูลที่เราได้เคยระบุไปในบทความก่อนๆแล้วว่าทาง Yamaha จะทำการปรับภายนอกของ YZF-R25 ใหม่แค่ช่วงครึ่งหน้าเท่านั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของเครื่องยนต์นั้นยังไม่มีอะไรหลุดออกมาอธิบายเพิ่มเติมมากมายนัก แต่ความเป็นไปได้ที่เจ้า YZF-R25 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่มีระบบวาล์วแปรผัน VVA…
