เงียบหายกันไปนานจนเกือบลืมไปแล้วว่าทาง Husqvarna เองก็มีรถมอเตอร์ไซค์แนว Cafe Racer และ Scrambler พิกัด 373cc ที่อยู่ในคิวเปิดตัวในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ได้มีความเคลื่อนไหวออกมาว่าเจ้าแฝด Vitpilen 401 และ Svartpilen 401 คู่นี้ได้ไปปรากฏตัวเป็นรถทดสอบที่อินเดียในสภาพใกล้สมบูรณ์พร้อมขายราวกับมันจะทำตลาดในเร็วๆนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่าทั้ง Vitpilen 401 และ Svartpilen 401 ที่ถูกขับทดสอบอยู่นั้นได้รับการติดตั้งชุดชิ้นส่วนเหมือนกับตอนยังเป็นคอนเซปท์อยู่หลายอย่าง ทั้ง Vitpilen 401 ที่มาด้วยรูปโฉม Cafe Racer แฮนด์หมอบ ส่วน Svartpilen 401 ก็มีหน้าตาเป็น Scrambler Bike ที่โดดเด่นด้วยแฮนด์ทรงสูง ล้อซี่ลวดรัดด้วยยางกึ่งหนาม (แต่เราแอบเห็นว่าในตัว Svartpilen นั้นดูเหมือนทาง Husqvarna จะติดตั้งกันตกไว้ด้านหลัง ซึ่งชิ้นส่วนนี้ไม่ได้มีมาแต่แรกตอนเปิดตัวเมื่อสองปีก่อน) โดยข้อสังเกตุในตอนนี้ก็คือการที่ก่อนหน้านี้ทาง Husqvarna ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าแม้ตัวเครื่องยนต์ของทั้ง Vitpilen 401…
Author: admin
อาจจะดูห่างไกลจากความจริงไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว กับคอนเซปท์ไบค์ที่เพื่อนๆกำลังเห็นอยู๋ตอนนี้ซึ่งถูกระบุไว้ว่ามันคือคอนเซปท์ของ BMW S675RR หรือดีไซน์ต้นแบบของสปอร์ตไบค์ไซส์กลางจากฝีมือของ Nicolas Petit จากภาพจะเห็นได้ว่างานออกแบบ S675RR ของนาย Nicolas นั้นอ้างอิงดีไซน์ของ S1000RR อยู่เยอะพอสมควร โดยเฉพาะกับชุดช่องระบายอากาศ 3 แถวบริเวณข้างตัวรถและช่วงหน้าตัวรถก็มีดีไซน์ที่บ่งบอกความเป็น “ฉลามเมืองเบียร์” ไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงตัว S675R ที่เป็นโฉมแน็คเก็ทและ S675XR สปอร์ตแอดเวนเจอร์ไบค์ทาง Nicolas เองก็ออกแบบไว้ทั้งสามรูปแบบตัวรถเหมือนอย่างที่ตัวพันมี ส่วนเครื่องยนต์นั้นด้วยความที่มันเป็นแค่คอนเซปท์ไบค์จึงไม่ได้มีข้อมูลอะไรออกมามากมายนักโดยระบุไว้แค่เพียงว่าตัวเครื่องยนต์จะมีขนาดความจุ 675cc ตามชื่อรุ่น แต่จะถูกหั่นลูกสูบลงเหลือเพียง 3 สูบเท่านั้นเพื่อความเหมาะสมในการใช้งานและปริมาตรความจุที่ให้มา (แต่ถ้าหากทาง BMW จะผลิตมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงมาจริงๆ เราคาดว่าอักษรนำชื่อรุ่นนั้นจะต้องไม่ใช่ตัว S ที่สงวนไว้ใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ 4 สูบเรียงของทางค่ายเท่านั้นแน่นอน) อ่านข่าว BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
จากกระแสตอบรับของการเปิดตัวเจ้า Yamaha Niken เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วจะได้รับกระแสความสนใจกันอย่างล้นหลาม ทำให้ดูเหมือนว่าทาง Yamaha จะมั่นใจในเทคโนโลยีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้ได้มีข้อมูลออกมาว่าทางค่ายเริ่มพัฒนา Niken 03/25 ย่อส่วนสำหรับลุยตลาดล่างแล้วเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถอะไรมากมายนักว่าทาง Yamaha จะเจาะตลาดล่างแค่ไหน แต่จากผลวิจัยที่ทางค่ายได้ทำการค้นคว้าไว้นั้นค่อนข้างจะเจาะจงไปที่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์พิกัด 300cc หรือกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ระดับ A2 ในยุโรป ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าตัว Mini-Niken (Niken 03/25) ที่ทางสื่อ Autoby ได้ทำการเรนเดอร์ไว้นั้นมีพื้นฐานตัวรถเป็น Yamaha MT-03 ที่ได้รับการติดตั้งชุดบังคับเลี้ยวแบบ LMW เหมือนกับที่ใช้อยู่ในตัว Niken แล้วครอบช่วงหน้าตัวรถด้วยชุดแฟริ่งที่หยิบยกดีไซน์ของสกูตเตอร์สามล้อ Tricity เข้าไป งานนี้เราอาจจะต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีข้อมูลใดอ้างอิงออกมาเพิ่มเติมอีกบ้างเกี่ยวกับ Mini-Niken (Niken 03/25) คันนี้ แต่หากข้อมูลทุกอย่างที่ทางสื่อ Autoby ได้รับและนำเสนอออกมาเป็นความจริง (ซึ่งดูจากชื่อชั้นของสื่อรายนี้แล้วก็นับว่าเชื่อถือได้พอสมควร) เราเชื่อว่าในช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้จะต้องมีอะไรออกมาให้เราๆได้ทราบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมกันอีกแน่นอน ขอบคุณภาพจาก Autoby edit…
แม้ว่าก่อนหน้านี้ช่วงปลายๆปีทาง Yamaha Japan ได้ประกาศออกมาว่าพวกเขาเตรียมยุติการผลิตคลาสสิคไบค์ในตำนานที่เดินสายพานการผลิตต่อเนื่องมา 40 ปีอย่าง SR400 เนื่องจากเครื่องยนต์ที่ดีไม่พอและไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆได้อีกต่อไป แต่จากข้อมูลล่าสุดเมื่อคืนวานที่ผ่านมา ทางนิตยสาร Young-Machine ได้ระบุไว้วว่าในตอนนี้ทาง Yamaha ได้กำลังพัฒนา SR400 รุ่นใหม่ที่ไม่ได้ใช้พื้นฐานเดิมเหมือนอย่างที่ผ่านมาหรือก็คือ All-New SR400 โดยมีจุดเด่นก็คือเครื่องยนต์ลูกใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียยุคใหม่โดยเฉพาะและคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2018 นี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอีกจุดเด่นที่น่าสนใจในเจ้า All-New SR400 ที่จะเปิดตัวใหม่ในเร็วๆนี้ก็คือทาง Yamaha อาจจะทำการติดตั้งระบบสตาร์ทไฟฟ้าหรือสตาร์ทมือมาให้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันอาจจะลบกลิ่นอายเดิมๆของตัวรถที่อยู่มานานกว่า 40 ปีไปบ้าง แต่เชื่อว่าสาวกรุ่นใหม่หลายๆคนคงตัดสินใจซื้อมันง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนพอสมควรจากข้อดีในเรื่องนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก Young-Machine อ่านข่าว Yamaha เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวที่ฟังดูค่อนข้างช็อคสาวกการแข่งขัน MotoGP กันอยู่พอสมควร หลังคืนก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลเผยออกมาว่า Hervé Poncharal เจ้าของทีม Monster Yamaha Tech3 ได้ประกาศแยกทางกับทาง Yamaha หลังจบฤดูกาล 2018 ซึ่งจะถือเป็นการยุติการให้ความร่วมมืออันยาวนานถึง 20 ปีนับตั้งแต่ปี 1998 ไปอย่างน่าเสียดาย โดยความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทางฝั่ง Kouichi Tsuji ผู้บริหารฝั่งกิจกรรมมอเตออร์สปอร์ตของ Yamaha ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ MotoGP ว่า “หลังจากการหารือกับ Poncharal อยู่พักใหญ่ มันค่อนข้างแน่นอนว่าเค้าต้องการที่จะแยกตัวกับทาง Yamaha ในปี 2019 ซึ่งเราก็เคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของเขา ส่วนการซัพพอร์ททีม Tech3 ในปี 2018 นั้นเราก็ยังยืนยันที่จะให้การสนับสนุนกันอย่างเต็มที่เหมือนเดิม และเราจะทำมันไปพร้อมๆกับการหาทีมซัพพอร์ทใหม่ที่จะเข้ามารับไม้ต่อในส่วนนี้สำหรับปี 2019 และปีต่อๆไป” ด้าน Poncharal ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงเสียใจอยู่บ้างเล็กน้อยเนื่องจากตัวเขาเองก็เสียดายความสัมพันธ์ระหว่างทีมกับ Yamaha และ Tech3 ที่อยู่ด้วยกันมาจะครบ…
ยังคงเดินเกมส์เปิดตัวโมเดลใหม่ออกมาเพื่อให้ครบจำนวน 100 โมเดลภายในปี 2027 กันอย่างต่อเนื่องสำหรับค่าย Harley-Davidson โดยล่าสุดนั้นเป็นสองโมเดลใหม่จากตระกูลยอดนิยมอย่าง Sporster ซึ่งก็คือ 2018 Iron 1200 ที่ถูกอัพเกรดเพิ่มขึ้นมาจาก Iron 883 และ 2018 Forty-Eight Special เริ่มจาก 2018 Iron 1200 ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่ามันได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ลูกใหม่เป็นแบบ V-Twin ขนาด 1,202cc แทนที่เครื่องยนต์ V-Twin ขนาด 883cc ที่ประจำการอยู่ใน Iron 883 ส่งผลให้พละกำลังในด้านแรงบิดสูงสุดนั้นสูงขึ้นกว่าเดิมอีกถึง 36% จากเดิมที่มีอยู่ 73 นิวตันเมตรเป็น 99 นิวตันเมตร ส่วนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆภายนอกนั้นเมื่อดูรวมๆแล้วอาจจะยังคงคอนเซปท์เดิมก็คือการเน้นพื้นที่สีดำรอบคัน ทั้งท่อไอเสีย ล้ออัลลอยด์ เสื้อสูบและฝาสูบเครื่องยนต์ เว้นก็แต่ชุดวินชิลด์หน้าและแฮนด์บาร์ที่ปรับดีไซน์ใหม่เป็นแบบยกสูงชนิดว่าผู้ขับขี่แทบต้องโหนขับ ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นเดียวที่พวกเราน่าจะสังเกตุได้ถึงความแตกต่างหากต้องเทียบกันระหว่างตัว 883 และ 1200…
ในงาน Bangkok International Motor Show 2017 ทาง Royal Enfield ประเทศไทย ได้เผยโฉมเจ้า Royal Enfield Himalayan ครั้งแรกในไทย ซึ่งก็เป็นที่สนใจสำหรับนักบิดสายทัวริ่งที่ชอบเดินทางตะลุยแบบไร้ขีดจำกัด เมื่อวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ ทาง MotoRival เราได้มีโอกาสไปร่วมทริปทดสอบเจ้า Himalayan ครั้งแรกในไทย กับเส้นทาง ปิล็อก – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทดสอบสมรรถนะของรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อผจญภัย และ ทัวริ่งในพื้นที่ๆสมบุกสมบัน อย่างเส้นทางบริเวณภูเขาที่มีความท้าทาย และในวันนี้เราจะมารีวิว Royal Enfield Himalayan ให้เพื่อนๆ ได้รับชมกันครับ รูปลักษณ์ Royal Enfield Himalayan เป็นรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Adventure Touring ที่มีรูปทรงแนว Classic เป็นยนตรกรรมจากประสบการณ์การขับขี่ในเทือกเขาหิมาลัยกว่า…
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจและใกล้ตัวเหล่าผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์อย่างเราๆไม่น้อยเลยทีเดียว หลังเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลงานวิจัยจากสมาคมยานยนต์ประเทศเยอรมันชี้แจงออกมาว่า “ผู้ขับขี่มีความเสี่ยงสูงอย่างมากที่จะสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร หลังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แช่ไว้ที่ราวๆ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเป็นเวลา 15 นาที” จากงานวิจัยดังกล่าวยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “ขณะที่ผู้ขับขี่ บิดมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วระดับ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงนั้น มักจะเกิดเสียงลมดังเข้ามาที่หูราวๆ 95 เดซิเบล ซึ่งหากหูคนเราได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นเป็นเวลา 15 นาที ก็จะทำให้มีความเสี่ยงสูงอย่างมากที่จะสูญเสียการได้ยินไปอย่างถาวร และจะลดลงเหลือ 7 นาที หากขับขี่ด้วยความเร็วระดับ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงเนื่องจากเกิดเสียงลมดังเข้ามาถึง 98 เดซิเบล ส่วนที่ความเร็วระดับ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไปนั้นก็จะใช้เวลาแค่เพียงไม่ถึง 3 นาทีเท่านั้นก็เกิดความเสี่ยงที่หูจะดับถาวรขึ้นแล้ว ส่วนระดับความดังที่เหมาะกับหูมนุษย์คนเราจริงๆคือไม่ควรเกินระดับ 85 เดซิเบล โดยจุดที่น่าสงสัยก็คือตัวเลขเดซิเบลหรือความดังที่ทางสมาคมยานยนต์ได้ระบุไว้นั้นเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ขับขี่สวมใส่หมวกกันน็อคอยู่หรือไม่ แต่ด้วยความที่การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศเยอรมันซึ่งเคร่งครัดในเรื่องนี้อย่างมากจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่พวกเค้าจะทดสอบและเก็บข้อมูลจากตัวอย่างที่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคเพราะผิดกฏหมาย (ยังไม่ทันบิดถึง 100 ก็โดนตำรวจโบกก่อนแล้วล่ะครับ เพราะข้อหาไม่ใส่หมวกกันน็อค) ขอบคุณข้อมูลจาก Visordown ขอบคุณภาพจาก Motorcycle.com เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ…
ยังคงมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับครุยเซอร์ไฟฟ้าจากค่าย Harley-Davidson ออกมาให้ได้ติดตามกันอยู่เป็ฯพักๆ โดยสำหรับข้อมูล่าสุดนี้ก็คือเมื่อวันที่ 15 กุมพาพันธ์ที่ผ่านมาทางค่ายได้ทำการยื่นจดทะเบียนการค้าคำว่า “H-D Revelation” กับกรมจดทะเบียนการค้าสหรัฐฯ เพื่อนำมาใช้กับชุดระบบไฟฟ้าที่พวกเค้าอาจจะเปิดตัวในอนาคต จากข้อมูลระบุไว้ว่าคำว่า “H-D Revelation” ที่ทาง Harley-Davidson ได้จดทะเบียนไปนั้นจะถูกนำมาใช้กับชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์หลายอย่างด้วยกัน ทั้งแบตเตอรฺ์รี่, ระบบชาร์จไฟ, มอเตอร์ไฟฟ้าที่จะเข้ามาเป็นขุมกำลังหลักประจำตัวรถ (ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างพ้องกับเครื่องยนต์ตระกูล Evolution ที่ใช้อยู่ใน Sportster และ Revolution X ของตระกูล Street พอสมควร), ไปจนถึงระบบส่งกำลัง “แต่ไม่ได้รวมถึงการนำมาใช้เป็นชื่อรุ่นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จะเปิดตัวในอนาคต” หรือว่าง่ายๆก็คือคำที่ทางค่ายขอจดทะเบียนไว้อันล่าสุดนี้นั้นเอามาไว้ใช้กับชิ้นส่วนเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโมเดลใหม่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับคำว่า Revelation นั้น เอาจริงๆแล้วในปัจจุบันได้มีผู้ถือสิทธิหรือเจ้าของทะเบียนการค้าคำๆนี้อยู่แล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งก็คือ Revelation Chopper ดังนั้นเราอาจจะต้องมาดูกันต่อว่าทาง Harley จะได้สิทธิในการจถทเบียนการค้า จากการที่เพิ่มแค่คำว่า “H-D” ไว้ด้านหน้าคำว่า “Revelation” ได้หรือไม่ และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือจะมีอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนใดบ้างที่จะได้ประทับคำนี้อยู่บนป้ายชื่อ ขอบคุณข้อมูลจาก Motorcycle.com…
หากยังจำกันได้ในช่วงต้นการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลปี 2017 Marverick Vinales นักบิดไฟแรงที่พึ่งเปิดตัวในฐานะลูกทีม Movistar Yamaha Team คนใหม่สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างสวยหรูอยู่อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนับตั้งแต่สนาม Jerez ประเทศเสปนเป็นต้นมา เค้าก็เริ่มเกิดอาการฟอร์มตกอย่างน่าสงสัย แม้กระทั่ง Valentino Rossi นักบิดอีกคนที่อยุู่ในทีมเดียวกันก็ยังฟอร์มตกกับเค้าไปด้วยคนจนผลสุดท้ายทำให้ช่วงท้ายฤดูกาลพวกเค้าทั้งคู่ได้หมดโอกาศลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่ยังไม่ถึงสนามสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย และตัวต้นเหตุที่หลายฝ่ายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันก็คือเจ้าตัวแข่ง YZR-M1 ที่ค่อยๆเผยปัญหาในเรื่องกริปหลังออกมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันที่เหมือนว่าตัวรถจะได้รับการปรับปรุงจนดีขึ้นแล้วนิดนึงในช่วงการทดสอบที่สนามเซปังเมื่อต้นปี แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังดีไม่พอที่จะทำให้ตัวเลขการทดสอบในรอบ #Thaitest ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ บ้านเรามีผลออกมาเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่นัก “6 เดือนที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้สึกดีกับรถเลยซักครั้ง” Marverick Vinales กล่าวกับทางสื่อหลังจบการทดสอบรอบ #Thaitest เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “เรายังคงมีปัญหาเดิมๆซ้ำๆอยุ่อย่างนั้นในหลายๆการแข่งขัน แถมเรายังไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นเพราะอะไร ซึ่งมันน่าหงุดหงิดอย่างมาก” ในขณะเดียวกันนั้นทางฝั่ง Massimo Meregalli ผู้จัดการทีมก็ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า “ตอนนี้เรากำลังเน้นหนักไปที่การแก้ไขตัวระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ทุกครั้งที่เราทดลองอะไรใหม่ๆมันก็มักจะมีช่องว่างให้รู้สึกว่าต้องแก้ไขเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งเราบอกตรงๆว่าเราพยายามอย่างมากที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้” ด้าน Rossi เองก็ออกมากล่าวในเชิงเดียวกันกับ…
