อย่างที่ใครหลายคนทราบกันดีว่าเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมาทาง MotoGP ได้มีการจัดให้ทีมแข่งต่างๆทดสอบตัวรถที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียขึ้นเป็นเวลาทั้งหมด 3 วัน ซึ่งทางนักบิดอย่าง Maverick Vinales หมายเลข 25 และ Valentino Rossi หมายเลข 46 จากทีม Yamaha สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับ 18 และ 8 เท่านั้นเมื่อเทียบกับนักบิดรายอื่นๆในการทดสอบเดียวกัน โดยสาเหตุที่เป็นอย่างนั้น ทาง Valentino Rossi ได้เปิดเผยว่า “ผมคิดว่าผมยังเร็วได้มากกว่านี้ (หากเทียบกับเมื่อวาน) แต่ในความเป็นจริงมันมีปัญหาค่อนข้างเยอะพอสมควร” ,”เราต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหานั้นให้ได้ (เรื่องกริปล้อหลังที่หายไป) แต่เราไม่รู้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นเพราะอะไร” ในขณะเดียวกันทาง Maverick Vinales กลับให้การเปิดเผยสั้นๆเนื่องจากไม่พอใจในผลการทดสอบของเจ้าตัวมากนักว่า “ผมอยากจะหยุดเพียงแค่นั้นเพราะเวลาตัวเลขระยะเวลาต่อรอบของผมมันไม่อยู่ในแบบที่ควรจะเป็น” อย่างไรก็ตามแม้ว่าหากดูจำนวนรอบที่นักบิดทั้งสองได้ทำการหวดตัวแข่งตลอดทั้งสามวันทางฝั่ง MV25 จะใช้เวลาในสนามมากกว่าทางฝั่ง VR46 อยู่พอสมควร แต่ Massimo Meregalli ผู้ทำหน้าที่ควบคุมทีม Movistar Yamaha…
Author: admin
แม้ว่าเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาทาง Ducati จะได้ทำการเปิดตัวซุปเปอร์ไบค์เรือธงรุ่นใหม่อย่าง Panigale V4 ออกมาทำตลาดในฐานะรถมอเตอร์ไซค์โมเดลปี 2018 แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าในการแข่งขัน WSBK ฤดูกาล 2018 พวกเค้าจะยังใช้ 1199 Panigale R เป็นตัวแข่งประจำทีมเช่นเดิมดังเช่นที่เรากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าในส่วนของสปอนเซอร์หลักประจำทีมนั้นก็ยังคงเป็น Aruba.it เช่นเดิมดังที่เห็นได้จากแถบคาดสีดำขนาดใหญ่ ส่วนลวดลายอื่นๆบนตัวรถก็ยังคงวางไว้ตำแหน่งเดิมไม่มีผิดเพี้ยนเมื่อเทียบกับตัวแข่ง Panigale R เมื่อปีก่อน อาจจะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อยจนแทบจะต้องใช้ทักษะในการเล่นเกมจับผิดภาพมาสังเกตุข้อแตกต่างกันเลยทีเดียว ส่วนตัวขับของทีม Aruba.it RACING – Ducati ก็ยังคงเป็นรองแชมป์โลก WSBK เมื่อปีที่แล้ว Chaz Davies ผู้มากับเลขนำโชคหมายเลข 7 และ Marco Melandri นักบิดหมายเลข 33 ผู้ผ่านการขับขี่ตัวแข่งระดับ MotoGP มาแล้วกว่า 9 ปี อ่านข่าว WSBK เพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านข่าว…
เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา PATA Yamaha Superbike อีกหนึ่งทีมจากเวทีการแข่งขัน WSBK เปิดตัวรถแข่ง YZF-R1 เวอร์ชั่นล่าสุดที่จะใช้ทำการแข่งขันในฤดูกาล 2018 โดยยังคงมีสองนักบิด Alex Lowes หมายเลขประจำตัวเบอร์ 22 และ Michael van der Mark หมายเลขประจำตัวเบอร์ 60 ทำหน้าที่เป็นผู้คุม “กระเบนราหูซิ่ง” นี้เช่นเดิมเหมือนกับปีที่แล้ว โดยสำหรับการเปลี่ยนแปลงของตัวแข่ง YZF-R1 ประจำปี 2018 ของ Pata Yamaha เมื่อเทียบกับตอนปี 2017 จะอยู่ที่เฉดสีหลักที่ถูกพ่นลงไปบนแฟริ่ง ซึ่งในด้านของลวดลายปี 2018 นั้นจะมีการเน้นพื้นที่สีดำเป็นหลัก ในขณะที่ตำแหน่งสปอนเซอร์ต่างๆที่เราเคยเห็นบนตัวรถปี 2017 นั้นยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น รวมถึงชิ้นส่วนหรือของแต่งที่ถูกติดตั้งไปบนตัวรถก็ยังคงเป็นของเดิมกับที่ใช้เมื่อปีที่แล้วด้วยเช่นกัน ทั้งชุดท่อไอเสียจาก Akrapovic, ชุดระบบเบรกจาก Brembo, ชุดล้อน้ำหนักเบาจาก Marchesini, และชุดระบบกันสะเทือนหน้าหลังจาก Ohlins…
ในขณะที่บ้านเรายังคงต้องลุ้นกันว่าทาง AP Honda จะเปิดตัว CBR250RR ที่มาพร้อมกับความจุเครื่องยนต์ระดับ 300-400cc หรือไม่จนหลายคนที่เฝ้ารอคอยโมเดลนี้ต่างหนีไปซบสปอร์ตไบค์พิกัดเดียวกันแทบหมดตลาด แต่ขณะเดียวกันนั้นทางฝั่งสาวกปีกนกในประเทศอินเดียกลับยังไม่ได้รับการอัพเดทหน้าตาเดิมๆของ CBR250R ให้กลายเป็น CBR300R ไฟหน้าคู่แบบบ้านเราด้วยซ้ำทั้งๆที่มันเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปี 2011 และเหมือนฟ้าจะยังคงไม่เป็นใจให้กับชาวอินเดียเท่าไหร่นัก เมื่อล่าสุดในงานมหกรรมยานยนต์ของประเทศพวกเขานั้นทาง Honda ได้ประกาศเปิดตัว CBR250R รุ่นปรับโฉมใหม่ที่ไม่ใช่แค่การปรับลายกราฟฟิคเท่านั้น แต่ออพชั่นเด็ดของเจ้า CBR250R เวอร์ชั่นปี 2018 สำหรับประเทศอินเดียนั้นยังมาพร้อมกับ ชุดเรือนไมล์สกรีนลายพื้นแบบใหม่, คาลิปเปอร์เบรกหน้า 2 พอรฺ์ท (แบบเดียวกับของ CBR300R ในบ้านเรา) แทนที่ชุดคาลิปเปอร์ 3 พอร์ทของเดิมในรุ่น ABS, และที่เด็ดที่สุดคือโคมไฟหน้าที่มาพร้อมกับโคมภายในแบบ LED ตามสมัยนิยม ซึ่งมันหมายความว่าทางค่ายปีกนกแดนโรตีจะยังยืนยันที่จะขายเจ้า CBR250R หน้าตาแบบนี้กันต่อไปอีกพักใหญ่ ด้านเครื่องยนต์ดูเหมือนว่าจะได้รับการปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อให้มันผ่านมาตรฐานมลพิษใหม่ของประเทศอินเดียที่เข้มงวดมากขึ้น และกำลังถูกบังคับใช้อยู่ในตอนนี้ แต่ตัวเลขที่ระบุไว้ในใบตารางสเปคตัวรถนั้น ดูเหมือนว่าค่าแรงม้า/แรงบิดโดยรวมของตัวรถจะยังคงเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 8 ปีที่แล้ว สำหรับราคากลางของเจ้า 2018…
ในขณะที่ระยะเวลาการเปิดตัวของว่าที่ All-New Hayabusa รุ่นใหม่จากค่าย Suzuki ก็ใกล้เข้ามาทุกทีนั้น สิ่งนึงที่ยังคงเป็นปัญหาคาใจเหล่าสาวกเหยี่ยวอ้วนทั้งหลายจนปัจจุบันอยู่นั่นก็คือ “ทาง Suzuki จะงัดไม้เด็ดอะไรบ้างออกมาใช้กับเจ้าไฮเปอร์ไบค์คันนี้ ?” และจากข้อมูลล่าสุดของทางสื่อยุโรป “Asphaltandrubber” ก็ได้ออกมาระบุไว้ว่าในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีข่าวลือออกมาหลายทางซึ่งเมื่อดูจากความเป็นไปได้ต่างๆ ก็ถือว่ามีโอกาศสูงอยู่เหมือนกันที่ทาง Suzuki จะจัดออพชั่นชุดใหญ่มาให้เจ้าเหยี่ยวอ้วน V3 ตามข้อมูลที่ระบุไว้ ได้แก่ ชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เต็มขั้น หลักๆก็จะเป็นแทรคชั่นคอนโทรลและระบบ Cornering ABS, เสริมด้วยชุดระบบกันสะเทือนแบบ Semi-Active, และที่เด็ดสุดๆคือเครื่องยนต์ลูกใหม่ที่จะถูกขายความจุจาก 1,340cc เป็น 1,440cc เพื่อให้มันสามารถทำลายกำแพงความเร็ว 200 ไมล์/ชั่วโมง หรือราวๆ 322 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยจุดสังเกตุก็คือข้อมูลเรื่องเครื่องยนต์ใหม่ของ Hayabusa จากทางฝั่งยุโรปนั้นค่อนข้างเอนเอียงไปทาง “การขยายความจุ” ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันทางสื่อฝั่งเอเชียอย่าง ญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย กลับให้ข้อมูลว่า “เครื่องยนต์ลูกใหม่จะถูกลดความจุ แล้วยัดระบบเทอร์โบชาร์จผสมกับวาล์วแปรผัน VVA” เพื่อให้มันสามารถตบคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง…
ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโมเดลใหม่ออกมากันอยู่เรื่อยๆจริงๆสำหรับแบรนด์ CCM จากประเทศอังกฤษที่ในคราวนี้พวกเขาได้ทำการเปิดตัวอีกหนึ่งโมเดลจากตระกูล Spitfire ที่ถูกดัดแปลงหน้าตาใหม่ให้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนว Bobber หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางค่ายได้เคยเปิดตัวทั้งในรูปแบบของ Tracker, Cafe Racer และ Scrambler กันไปแล้ว จากภาพเรนเดอร์จะเห็นได้ว่าเจ้า CCM Spitfire Bobber คันนี้นั้นยังคงใช้ชุดเฟรมหรือโครงหลักแบบเหล็กท่อกลมดัดขึ้นรูปเช่นเดียวกันพี่น้องร่วมตระกูล แต่ในส่วนของช่วงซับเฟรมที่ใช้รองรับตัวผู้ขับขี่นั้นมีการกดองศาให้วางราบต่ำกว่าเดิมเพื่อลดต่ำแหน่งของเบาะนั่ง รวมถึงแฮนด์บาร์ที่จัดองศางุ้มลงและเข้าหาตัวให้ตรงตามคอนเซปท์ที่ตั้งไว้ สำหรับข้อมูลเครื่องยนต์นั้นยังคงใช้แบบลูกสูบเดียว 600cc พละกำลังสูงสุด 55 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอีก 58 นิวตันเมตรเช่นเดิม โดยในโฉม Bobber นี้จะถูกผลิตขึ้นเพียง 150 คันเท่านั้น และเราเชื่อว่าทันที่ทาง CCM เริ่มเปิดจอง เหล่าสาวกที่ชื่นชอบในผลงานสร้างมอเตอร์ไซค์แบบแฮนด์เมดของทางค่ายคงไม่รอช้ากดคิวสั่งกันจนเต็มจำนวนในระยะเวลาอันสั้นแน่นอน ขอบคุณข้อมูลจาก MCN อ่านข่าว CCM เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เราเริ่มรู้จักแบรนด์ Royal Enfield ก็ยังไม่เคยเห็นพวกเขาเปิดตัวโมเดลที่มีดีไซน์สมัยใหม่กันซักที แต่ดูเหมือนว่าในอีกไม่นานนับจากนี้เราจะได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์แนวแทรคเกอร์จากทางค่ายอย่างจริงๆจังๆกันซักที โดยใช้ชื่อประจำตัวโมเดลนี้ว่า Thunderbird 350X และ Thunderbird 500X จากภาพ Spyshot ที่เรานำเสนออยู่นั้น จะเห็นได้ว่าเจ้าแทรคเกอร์ของ Royal Enfield ทั้งสองคันนั้นมีดีไซน์ที่ฉีกไปจากพี่ๆร่วมค่ายมาพอสมควร เนื่องจากมันถูกออกแบบและติดตั้งด้วยชุดบอดี้พาร์ทดีไซน์สมัยใหม่แทบทั้งคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุดไฟหน้าโปรเจกเตอร์, ไฟท้าย LED, ล้อแม็ก, ท่อไอเสีย, เบาะนั่งที่ดูทันสมัยขึ้นมากกว่าโมเดลอื่นๆที่เน้นดีไซน์อ้างอิงยุคสงครามโลก ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นยังคงใช้พื้นฐานเดิมที่ประจำการอยู่ในโมเดลอื่นๆของทางค่ายนั่นก็คือเครื่องยนต์สูบเดียว 350cc 19.8 แรงม้า สำหรับรุ่น 350X และสูบเดียว 499cc 27.2 แรงม้า สำหรับรุ่น 500X ส่วนวันเปิดตัวจากข้อมูลที่ระบุไว้โดยสื่ออินเดียก็คือภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยพร้อมเปิดราคาจำหน่ายที่ 148,000 รูปีย์ หรือราวๆ 72,700 บาทในรุ่นเล็ก ส่วนรุ่นใหญ่จะมีราคาเปิดตัวที่ 200,000 รูปีย์ หรือราวๆ…
แต่เดิมด้วยความที่ว่าทาง Ducati เลือกสร้างเจ้า Scrambler ให้มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลายตามรสนิยมของลูกค้าเลือกซื้อกันอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่เพียงพอกับความติสท์ของ Anthony เท่าใดนักจนทำให้เค้าต้องนำเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเค้าไปจอดไว้ที่สำนักแต่ง Skunk Machine ของ Carl Cerra พร้อมบอกกับเขาว่า “เพื่อน นายสามารถทำอะไรที่มันเจ๋งๆกับเจ้านี่ได้รึเปล่า ? ฉันอยากเอามันไปจอดโชว์ไว้ที่บาร์ ขอแบบแซ่บๆเลย” แน่นอนครับ ด้วยความที่ว่า Carl เองก็เป็นหนึ่งในนักคัสตอมที่มีรสนิยมค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว ทำให้เค้าไม่รอช้าที่จะเริ่มงานปรับโฉมเจ้า Scrambler คันดังกล่าวของ Anthony จนผลลัพท์ที่ได้ออกมากลายเป็นเจ้า “Trackster” ที่เรากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ “ผมเริ่มจากการวาดแบบร่างของเจ้านี่ก่อนเป็นอย่างแรก เพื่อหาแบบงานที่เหมาะสมกับมัน หลังจากนั้นเรา (Carl และ Anthony) จึงเริ่มถอดไฟเลี้ยวหน้าหลังออก, ตัดท้ายรถให้สั้น, และหุ้มคอท่อ จากจุดนั้นผมเริ่มมีความสุขที่ได้เริ่มงานตามแผนที่วางไว้ จนกระทั่งเริ่มงานชิ้นส่วนภายนอกต่อไปพร้อมเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรให้งานสีเสร็จสิ้น” โดยสิ่งแรกที่ Carl เริ่มทำก่อนเลยก็คือการออกแบบร่างตัวรถเพื่อหาดีไซน์ที่เหมาะสม หลังจากนั้นไม่นานเค้าจึงเริ่มลงมือถอดไฟหน้า, ตัดท้ายรถ, และหุ้มคอท่อ ก่อนที่เสต็ปต่อไปจะทำการติดตั้งชุดตูดมดและเบาะนั่งที่เค้าเคยออกแบบไว้เมื่อ 2 ปีก่อนลงไปบนตัวรถ…
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทาง Triumph จะเปิดตัว 2018 Triumph Speed Triple พี่ใหญ่สุดของตระกูล Triple กันซักที ตามที่ MotoRival เราได้อัพเดทเพื่อนๆ ไปสัปดาห์ก่อนว่าพี่ใหญ่ตั๊กแตน 3 สูบมันจะมาในวีคนี้ โดยได้มีการปรับปรุงรายละเอียดตัวรถชุดใหญ่แม้ว่าเมื่อดูจากภายนอกอาจจะดูไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ก็ตาม โดยมาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย คือ S และ RS เริ่มจากเครื่องยนต์ที่เราต้องบอกก่อนว่า 2018 Triumph Speed Triple แม้มันจะยังคงมีขนาดความจุเท่าเดิมคือ 1,050cc แต่ทาง Triumph ได้ระบุไว้ว่าพวกเค้าทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนข้างในใหม่ไปกว่า 105 ชิ้น ปรับปรุงห้องเผาไหม้ จนทำให้มันสามารถรีดรอบได้สูงขึ้นกว่าเดิมอีก 1,000 รอบ/นาที และเรียกกำลังได้เพิ่มขึ้นเป็น 148 แรงม้า (มากกว่าโฉมที่แล้วมา 10 แรงม้า) และแรงบิดอีก 116.6 นิวตันเมตร (โฉมที่แล้วมีตัวเลขแรงบิดสูงสุดที่…
แม้ว่าทาง BMW จะพึ่งทำการเปิดตัวเจ้า F850GS ไปได้ไม่นานนัก แต่ดูเหมือนว่าในเร็วๆนี้พวกเขาอาจจะมีแผนเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ของเจ้าน้องใหม่ตระกูล GS คันนี้ออกมาโดยเน้นในเรื่องของการเพิ่มอุปกรณ์เสริมแนวทัวร์ริ่งให้ครบครันมากขึ้น ดังที่เรากำลังจะสาธยายกันจากรูปที่เพื่อนๆเห็นอยู่ตอนนี้ โดยสำหรับเจ้า F850GS ที่เห็นอยู่ในรูปนั้นได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมมากมายหลายอย่างด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ชุดวินชิลด์ด้านหน้าที่สูงกว่าเดิม เสริมด้วยแผ่นกันลมด้านข้างที่กว้างออกมาเพื่อลดลมปะทะตัวผู้ขับขี่, ขยับลงมาอีกนิดก็จะเห็นชุดไฟสปอร์ตไลท์ กับแครชบาร์ และการ์ดแครงก์ขนาดใหญ่ที่ถูกลากยาวมาปิดคอท่อช่วงล่างเอาไว้ซึ่งในของเดิมนั้นจะกันแค่บริเวณอ้างน้ำมันเครื่องเท่านั้น, และปิดท้ายด้วยกล่องปิ้บข้างขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นของแบรนด์ Touratech นอกจากนี้อีกสิ่งนึงที่เป็นจุดสังเกตุก็คือการที่คอท่อไอเสียของเจ้า BMW F850GS ในรูปนั้นมีสีออกไปทางรุ้งหรือเหลือบม่วงซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างมากว่ามันจะถูกผลิตขึ้นจากวัสดุไทเทเนียม ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงอย่างมากว่านอกจากการเปิดตัวเวอร์ชั่นอัพเกรดเน้นออพชั่นเสริมความสะดวกสบายแล้ว ทาง BMW อาจจะเตรียมเปิดออพชั่นเป็นท่อไอเสียเสริมสมรรถนะให้กับลูกค้าที่คิดว่าแรงม้าเดิมๆของเครื่องยนต์สองสูบเรียง 853cc ที่มีอยู่ 95 ตัวนั้นไม่พอมือให้ได้เลือกซื้อหากันก็เป็นได้ ขอบคุณข้อมุลจาก Morebikes อ่านข่าวสาร BMW เพิ่มเติมที่ได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
