ในการแข่งขันช่วง Sprint Race ของรายการ QatarGP ได้มีอุบัติเหตุที่เกิดจากนักแข่งชาวโปรตุเกส Miguel Oliveira จนทำให้นักแข่งคนอื่นต้องพลาดโอกาสในการแข่งขันรอบนั้น บ้างก็บาดเจ็บจบเสียโอกาสแข่งต่อในวันอาทิตย์ รวมถึงรายการปิดฤดูกาลในสนามถัด รวมถึงเจ้าตัวเองก็กระดูกหักจนไม่ได้แข่งยาวยันสิ้นฤดูกาลด้วยเช่นกัน ถึงอย่างนั้นทางคณะกรรมการการแข่งขันก็ได้ตัดสินโทษของ Miguel Oliveira ไปเรียบร้อยแล้วว่าจะต้องโดนโทษ Long Lap ในการแข่งขันครั้งถัดไป แต่ด้วยความที่เจ้าตัวจะบาดเจ็บจนไม่สามารถลงแข่งต่อได้ในรายการ ValenciaGP ที่จะจัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ เจ้าตัวเลยจะต้องไปชดใช้โทษกันอีกทีในรายการ QatarGP 2024 ซึ่งเป็นสนามเปิดฤดูกาลหน้าในช่วงเดือน มีนาคม 2024 ซึ่งตามปกติแล้วนักแข่งจะต้องชดใช้โทษทันทีในการแข่งขันรอบถัดไปที่จัดขึ้น ถ้านักแข่งคนนั้นไม่เข้าร่วม ก็ให้ถือว่าโทษดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่หลังจากอุบัติเหตุที่ Marc Marquez ชนกับ Miguel Oliveira จนบาดเจ็บในรอบเปิดฤดูกาลที่ PortugeseGP คณะกรรมการก็ได้ปรับโทษใหม่ให้มีการลงโทษในการแข่งขันรอบถัดไปที่นักแข่งที่ทำผิดทำการลงแข่ง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่าตลกพอสมควรที่นักแข่งที่เป็นจุดริเริ่มให้ต้องมีกติกานี้คือตัวของ Miguel Oliveira และการช่วยร้องเรียนของผู้จัดการทีมของเขาเอง แต่ตอนนี้เขาต้องอยู่ในจุดที่ต้องรับโทษดังกล่าวแทน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำโทษแบบนี้ถือเป็นทางออกที่ยุติธรรมดี สำหรับนักแข่งคนอื่นที่เสียผลประโยชน์ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่
Author: Kristha
การแข่งขันรายการ QatarGP 2023 จบลงไปด้วยผลงานที่ทำให้แฟนคลับของ Jorge Martin ต้องรู้สึกลำบากใจไม่น้อย เนื่องจากคะแนนสะสมระหว่างเขาและอดีตแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia ถูกฉีกห่างขึ้นเป็น 21 คะแนน ยากต่อการพลิกผลแชมป์โลกคนใหม่ตามที่หลายคนรอคอย และด้วยความที่ Pecco มีโอกาสปิดจ็อบคว้าแชมป์โลกทันทีตั้งแต่ช่วง Sprint Race ที่ Valencia วันนี้เราเลยจะพามาวิเคราะห์กันว่าแชมป์โลกจากปีที่แล้ว ต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะรักษาหมายเลข 1 ไว้กับตัวเองได้ ปัจจุบันคะแนนสะสมของผู้นำอย่าง Francesco Bagnaia นั้นอยู่ที่ 437 คะแนน ในขณะที่ผู้ท้าชิงอย่าง Jorge Martin อยู่ที่ 416 คะแนน โดยในตอนนี้เหลือคะแนนที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเก็บได้อยู่อีก 37 คะแนน แบ่งออกเป็นคะแนนจากฝั่ง Sprint Race 12 คะแนน และคะแนนจากฝั่งการแข่งขันจริงอีก 25 คะแนน นั่นแปลว่าถ้าผู้นำในตอนนี้สามารถทำคะแนนได้มากกว่าผู้ท้าชิงตั้งแต่ 5…
การแข่งขัน MotoGP สนามรองสุดท้ายในรายการ QatarGP ได้ผู้ชนะคนใหม่อีกครั้งในฤดูกาลนี้คือ Fabio Di Giannantonio จากทีม Gresini ที่สามารถสู้กับแชมป์โลกในฤดูกาลที่แล้วอย่าง Francesco Bagnaia ได้อย่างดุเดือดจนทำให้หลายคนอดเสียดายไม่ได้ เมื่อต้องคิดว่านักแข่งผู้นี้จะไม่มีที่นั่งสำหรับแข่งต่อในฤดูกาลหน้า(ยกเว้นว่าจะมีทีมไหนมารับเขาไปเลี้ยงหลังจากที่เขียนข่าวนี้) จนอดีตนักแข่งและผู้จัดการทีมอย่าง Max Biaggi ออกมาแนะนำค่ายผู้ผลิตว่าควรดึงตัวนักบิดมากฝีมือคนนี้ไปร่วมทีม “ถ้าเขาไม่ได้ที่นั่งในปีถัดไป ผมก็กำลังคิดถึงวิถีทางที่ยั่งยืนมั่นคงมากกว่าสำหรับเขา” กล่าวโดย Max Biaggi อดีตนักแข่งที่ยังคงวนเวียนอยู่กับวงการแข่งรถ “ผมไม่ได้พูดถึง Ducati แต่กำลังพูดถึงค่ายรถอื่นอย่าง Aprilia KTM Honda Yamaha มันคงจะเป็นแนวคิดที่ดีมากถ้าพวกเข้าจ้าง Fabio เพราะเขายังมีอายุน้อยและมีข้อมูลของรถ Ducati” “ถ้าเขาเป็นนักทดสอบรถ เขาคงเป็นนักทดสอบรถที่เร็วที่สุดในโลก ผมไม่ได้จะมองโลกในแง่ร้ายนะ แต่ถ้าเขาไม่ได้ที่นั่งแข่งในฤดูกาลหน้า เขาก็ควรไปเป็นนักทดสอบแล้วค่อยกลับมาแข่งอีกในปี 2025 เขาจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนารถ” ตอนนี้ที่นั่งในทีมแข่งที่เหลืออยู่นั้นมีแค่ของ Repsol Honda ที่แม้แต่ค่ายปีกนกเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเอานักแข่งคนไหนมาเติมช่องว่างของ Marc Marquez เพราะตอนนี้ทางทีมแข่งดังกล่าวก็มองหาตัวแทนไปทั่วตั้งแต่นักแข่งมือเก๋าเพื่อจะเอามาใช้พัฒนารถ…
ในการแข่งขัน QatarGP สนามรองสุดท้ายที่เพิ่งสิ้นสุดไปนั้นถือเป็นสนามที่ส่งผลกระทบอย่างมากกับการชิงแชมป์โลก เนื่องจากสองคู่ชิงอย่างแชมป์เก่า Francesco Bagnaia และผู้ท้าชิง Jorge Martin กับสามารถทำผลงานได้ต่างกันมากจนแทบจะปิดประตูแชมป์ฝ่ายท้าชิง โดยเจ้าตัวก็อ้างสาเหตุว่าเป็นเพราะยางมีปัญหา จนล่าสุดทางผู้ผลิตยางอย่าง Michelin ต้องออกมาย้ำเพื่อความชัดเจนว่ายางดังกล่าวเป็นของใหม่หมดจด Piero Taramasso ผู้จัดการของ Michelin ที่คอยดูและกิจการในสนามแข่ง MotoGP ได้ให้ข้อมูลว่า “จากคำกล่าวอ้างหลังจบการแข่งขันของ Jorge Martin ตอนนี้เรากำลังวิเคราะห์เรื่องยางชุดนั้นอยู่ สิ่งที่เราบอกได้ตอนนี้คือยางทั้งหมดถูกส่งตรงมาจากโรงงาน ไม่มีการทดสอบ Warm-Up หรือใช้งานในการแข่งขันไหนมาก่อน” “สถิติของสนามถูกทำลายในสัปดาห์การแข่งขันที่ผ่านมาในรอบสุดท้ายโดย Enea Bastianini แสดงให้เห็นถึงความคงที่ของยางของเรา และนักแข่งเกือบทั้งหมดก็เลือกใช้ยาง Hard ทั้งหน้าและหลังเหมือนกันในการแข่งขันจริง บนสนามที่ราดยางใหม่ทั้ง 22 รอบ” เดี๋ยวเราคงต้องมาดูกันต่อไปว่าปัญหาที่ว่าจะเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะในสัปดาห์การแข่งขันที่ QatarGP ดูเหมือนว่าคู่หูทีม Pramac จะมีปัญหาด้านการออกตัวทั้งคู่ แต่ดูเหมือนว่าฝั่งของ Jorge Martin จะมีปัญหาระหว่างการแข่งขันมากกว่าเพื่อนร่วมทีม เราอาจจะต้องติดตามผลการวิเคราะห์ที่ได้มาจาก…
Kawasaki ZX-10RR Performance Special Edition รถซูเปอร์ไบค์รุ่นฉลองครบรอบ 40 ปี ของรถตระกูล Ninja ที่จัดทำขึ้นโดยค่ายเขียวจากเกาะอังกฤษอย่าง Kawasaki UK แยกออกมาต่างหากจากฝั่งญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Japan Mobility Show 2023 แต่รถรุ่นพิเศษของฝั่งเมืองผู้ดีนั้นจะมีความแตกต่างในด้านลวดลาย และความหลากหลายของสีตัวรถ เนื่องจากทางค่ายปล่อยให้คนในประเทศได้โหวตเลือกลายที่จะเอามาทำเป็นรุ่นพิเศษมา 3 จาก 6 ลายในตำนาน Kawasaki ZX-10RR Performance Special Edition นั้นถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Kawasaki ZX-10RR รถซูเปอร์ไบค์โปรดักชั่นสเปคแข่งในรายการ WSBK ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 214 Hp และแรงบิด 112 Nm ซึ่งแต่เดิมก็มาพร้อมการอัพเกรดเหนือรุ่นมาตรฐานอย่าง ZX-10R ยกตัวอย่างเช่น ก้านสูบไทเทเนียม,…
Husqvarna Grapilen 401 รถมอเตอร์ไซค์ไฟกลมคลาสเริ่มต้นรุ่นใหม่จาก Husqvarna กำลังวิ่งทดสอบอยู่ในประเทศอินเดีย หลังจากที่แฝดคนละฝาของมันอย่าง KTM 390 Duke รุ่นใหม่หมดจดถูกเปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา อีกไม่นานก็คงได้เวลาของรถร่างโมเดิร์นเรโทรจากสแกนดิเนเวีย แต่ดูเหมือนว่ารถที่อยู่ในภาพหลุดนั้นจะมีสไตล์ที่ต่างออกไปจากรถรุ่นเดิมอย่าง Vitpilen 401 และ Svartpilen 401 อยู่เล็กน้อย เดิมทีนั้นรถมอเตอร์ไซค์ตัวเริ่มจาก Husqvarna จะถูกแบ่งออกเป็นสองรุ่นย่อยคือ Vitpilen 401 (ชื่อแปลว่า ลูกศรสีขาว) ที่มาในโฉมคาเฟไฟกลม พร้อมแฮนด์คลิปออนจับโช้ค ในขณะที่อีกรุ่นอย่าง Svartpilen 401 (ชื่อแปลว่า ลูกศรสีดำ) จะมาในโฉมแสครมเบลอร์กึ่งลุยเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่ารถรุ่นใหม่ที่กำลังวิ่งทดสอบอยู่นั้นจะมาพร้อมรูปลักษณ์ในสไตล์ Roadster (ชมภาพได้ที่นี่)หรือรถทรงมาตรฐานสำหรับการขับขี่ในถนนทั่วไป พร้อมแฮนด์ที่สูงพอประมาณที่ไม่สปอร์ตหรือลุยเป็นพิเศษ เราจึงของเรียกด้วยชื่อสมมุติแทนไปก่อนว่า Grapilen 401 (ชื่อแปลว่า ลูกศรสีเทา) ทางด้านสเปคโดยรวมก็สามารถเห็นได้จากภาพหลุดว่าจะอยู่บนพื้นฐานของ 2024 KTM 390 Duke ที่มากพร้อมเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ 1…
2024 Honda CB350 รถมอเตอร์ไซค์โมเดิร์นเรโทรสไตล์อินเดียจาก Honda ที่หลายคนคาดหวังว่าสักวันนึงจะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย วันนี้มันได้ทำการปรับโฉมเพิ่มรุ่นย่อยเติมความสดใหม่กันพอสมควร ซึ่งการอัพเดตในครั้งนี้ก็ได้เป็นการเพิ่มความเรโทร และความเป็นอินเดียให้กับ Roadster ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อินเดียรุ่นนี้ จนมีบางมุมที่ดูคล้ายกับคู่แข่งอย่าง Royal Enfield ที่ได้รับความนิยมในแดนภารตะ 2024 Honda CB350 หรือชื่อในประเทศญี่ปุ่นคือ GB350C นั้นยังคงมีสเปคโดยรวมที่ไม่ได้แตกต่างอะไรจากรถรุ่นเดิมที่จำหน่ายอยู่ก่อนหน้านี้ ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ 1 สูบ 2 วาล์ว SOHC ปริมาตรกระบอกสูบ 348 ซีซี ที่ให้พละกำลังสูงสุด 21 PS ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 30 Nm ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 5 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ งานออกแบบถึงแม้ว่าโดยรวมจะยังคงรูปลักษณ์ที่ไม่ได้ต่างจากเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงเป็นเรื่องของสไตล์ที่มีการปรับให้ดูย้อนยุคมากขึ้นกว่าเดิม คล้ายรถจากยุคสงครามโลก โดยการเพิ่มการ์ดป้องกันโช้คหน้าสีเดียวกับตัวรถ…
CFMoto MT-X รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ยกสูงตัวต้นแบบจาก CFMoto ค่ายรถยักษ์ใหญ่โตเร็วจากแดนมังกร ที่หันเข้าสู่ตลาดรถคลาสใหญ่ในระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ผ่านความร่วมมือกับกับค่ายรถไร่ส้ม KTM ซึ่งรถต้นแบบรุ่นล่าสุดนี้ก็เหมือนจะเป็นรุ่นปรับโฉมของ 800MT สายลุยรุ่นปัจจุบันที่ได้รับการอัพเกรดให้สามารถลุยได้มากขึ้นกว่าเดิม และรอวันขายจริงในอนาคตอันใกล้ CFMoto MT-X เป็นรถที่สร้างอยู่บนพื้นฐานของลุยคลาสกลางรุ่นขายจริงของค่ายอย่าง 800MT ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก KTM 790 Adventure ที่เป็นรถของคู่ธุรกิจอีกทีนึง โดยมันมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง 799 ซีซี รหัส LC8c ที่มีใช้อยู่ในรถหลายรุ่นภายในเครือเดียวกัน ให้พละกำลังสูงสุด 94 Hp และแรงบิดสูงสุด 88 Nm แต่ในฝั่งของรถจีนจะตอนแรงบิดลงเหลือ 77 Nm จุดแตกต่างสำคัญในรุ่นรถต้นแบบคันใหม่ที่ต่างออกไปจากรุ่นขายจริงที่เปิดตัวไปแล้ว คือการที่ใช้ชิ้นส่วนจำนวนมากขึ้นที่ยืมมาจากรถร่างต้นอย่าง 790 Adventure เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร ที่ย้อยลงมาอยู่ด้านข้างเพื่อลดศูนย์ถ่วงของตัวรถ, มีงานเปลี่ยนชุดแฟริ่งด้านข้างใหม่เพื่อให้รับกับถังน้ำมันดังกล่าว และเพิ่มความสดใหม่ให้กับตัวรถ, สไตล์ภายรวมของตัวรถก็ถูกเปลี่ยนจากสายลุยท่องเที่ยว กลายเป็นสายลุยโดดเนินเต็มตัว,…
2024 Honda 500 series รถสปอร์ตไซค์คลาสครึ่งลิตรยอดนิยมจากค่ายปีกนก Honda ได้ทำการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมใหม่ยกแผง พร้อมความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจทั้งในด้านรูปลักษณ์ และเทคโนโลยี และด้วยความที่รถกลุ่มนี้จะนำมาเปิดตัวในประเทศไทยในอีกไม่กี่วันที่งาน Motor Expo เราเลยอยากชวนทุกคนมาดูจุดต่างของรถทั้ง 3 รุ่น ว่าเปลี่ยนไปจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง 1.งานออกแบบ ของรถมอเตอร์ไซค์แฝดสามได้ทำการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดให้ต่างจากรุ่นเดิมมากพอสมควร ทางฝั่งของตัวสปอร์ตแฟริ่ง CBR500R นั้นมีงานออกแบบที่คล้ายกับรุ่นพี่ CBR650R ที่มีความเรียบง่ายทันสมัยตามสูตร Fireblade ในขณะที่ฝั่งสปอร์ตเปลือย CB500 Hornet และรุ่นยกสูง NX500 ดูเหมือนว่าจะได้งานออกแบบแยกไปอีกแนว ที่ดูไปก็คล้ายรถแนวล้ำอนาคตหรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแบบวิ่งได้ โดยมาพร้อมโคมไฟหน้าแบบใหม่หมดจดที่พาเสียงวิจารณ์แตกออกเป็นฝ่ายที่ชอบและไม่ชอบ 2.ชื่อรุ่นใหม่ ดูเหมือนว่าค่ายปีกนกจะพยายามเปลี่ยนชื่อรถบางรุ่น โดยการนำแรงบันดาลใจมาจากรถรุ่นเก่าที่เคยผลิตมากขึ้น เช่นการเปลี่ยนชื่อของรถสปอร์ตเปลือยจาก CB500F เป็น CB500 Hornet ตามชื่อพี่น้องรุ่นอื่น หรือการเปลี่ยนชื่อของสายยกสูงตัวเที่ยวจาก CB500X แบบพลิกโฉมเป็น NX500 ที่เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำให้จำง่ายหรือยากขึ้นกันแน่ 3.หน้าจอสี ถึงแม้ว่ารถรุ่นเดิมนั้นจะไม่ใช่รถที่ด้อยในด้านเทคโนโลยี แต่ในโฉมใหม่ก็มีการเพิ่มหน้าจอสี TFT…
2024 Honda CBR650R และ CB650R สองฝาแฝดสปอร์ตแฟริ่งและสปอร์ตเปลือยคลาสกลางจาก Honda ที่ได้ทำการเปิดตัวรุ่นอัพเดตใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้ และด้วยความที่เราเชื่อว่ารถคู่ดังกล่าวอาจจะถูกนำมาเปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 เราจึงอยากจะพาทุกคนมาดูกันว่าระหว่างรถรุ่นใหม่ และรุ่นเก่ามีความแตกต่างกันตรงไหนบ้าง 1.รูปลักษณ์ภายนอก รถทั้งสองรุ่นได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น ทางด้านของ CBR650R นั้นปรับเส้นสายรอบคันใหม่ให้มีความเรียบง่าย ดูไปก็คล้ายกับ CBR1000RR รุ่นก่อน ส่วนด้านของ CB650R นั้นถึงจะไม่ได้เปลี่ยนสไตล์การออกแบบให้ต่างออกจากเดิมมากนัก แต่ก็มีการเปลี่ยนไฟหน้าทรงกลมให้กลายเป็นทรงหนดน้ำแบบเดียวกับรุ่นพี่ CB1000R 2.เทคโนโลยี ถึงแม้ว่ารถรุ่นเดิมนั้นจะไม่ใช่รถที่ด้อยในด้านเทคโนโลยี แต่ในโฉมใหม่ก็มีการเพิ่มหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ พร้อมมีระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn โดยการควบคุมทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านปุ่นทิศทางที่อยู่บนประกับแฮนด์ด้านซ้าย เทคโนโลยีอื่นอย่าง ABS หรือ Traction Control ก็ยังคงมีมาให้เช่นเดิม 3.ระบบคลัทช์ไฟฟ้า Honda E-Clutch ของเล่นใหม่ล่าสุดของค่ายปีกนก เป็นระบบควบคุมชุดคลัทช์ด้วยไฟฟ้าที่ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกำคลัทช์เพื่อเปลี่ยนเกียร์อีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังสามารถทำได้อยู่ถ้าต้องการ…