Norton V4 SS ซุปเปอร์ไบค์งานแฮนด์เมด คันแรกออกจากโรงงานแล้วเรียบร้อย หลังลูกค้าต้องรอคิวรับรถร่วม 2 ปี

0

ย้อนไปช่วงปลายปี 2016 ทาง Norton ได้มีการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์ไบค์เครื่อง V4 คันแรกของทางค่ายออกมาในชื่อ V4-SS/V4-RR พร้อมเปิดให้ลูกค้าได้จับจองนับตั้งแต่นั้น มาตอนนี้ ในที่สุด ลูกค้ารายแรกของพวกเขาก็จะได้รับมอบรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาต้องรอคอยถึง 2 ปี ซักที หลังจากที่มันพึ่งประกอบเสร็จสดๆร้อนเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว

norton_v4_rr_05
โดยสำหรับข้อมูลในเบื้องต้นของ V4-SS/V4-RR ก็มีอยู่ว่า ในส่วนของรหัสส SS นั้น จะสร้างมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ หรือว่าง่ายๆก็คือ Race Use Only ซึ่งนอกจากทาง Norton จะทำการถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อรีดน้ำหนักตัวมันเองแล้ว ชุดล้อหน้าหลังก็ยังเป็นแบบคาร์บอนจาก BST เรียกได้ว่างานนี้กะลดน้ำๆหนักกันให้สุดเท่าทีี่ได้ แต่ความพิเศษทั้งหมดของมันนี้ จะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่คันบนโลกเท่านั้น (ทาง Norton ไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ แต่คาดว่าจะอยู่ในหลักไม่กี่สิบคัน)

norton_v4_rr_23
ส่วนในรุ่น V4-RR จะผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่จะเอาตัวรถไปใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นระบบไฟส่องสว่างรอบคันของมันจึงถูกติดตั้งมาให้ครบครันทั้งหมด ส่วนชุดบอดี้พาร์ทคาร์บอนก็ถูกลงสีเงินเงาวับช่วยเพิ่มความโดนเด่นให้กับตัวรถได้อีกระดับ ขณะที่ชุดล้อแม้จะไม่ใช่ล้อคาร์บอน แต่ก็เป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จน้ำหนักเบาของ O.Z.Racing

norton_v4_rr_26
ด้านข้อมูลเครื่องยนต์ของทั้ง V4-SS/V4-RR ก็จะเป็นแบบ V4 ตามชื่อรุ่น ทำมุม 72 องศา ขนาด 1,200cc สามารถผลิตแรงม้าสูงสุดได้ราวๆ 200 ตัวในรุ่น RR ที่เอาใว้ใช้บนถนนหลวง แต่ในตัวแข่งขัน (SS) จะมีการปรับจูนกล่องและติดตั้งท่อสำหรับแข่งขันโดยเฉพาะ ทำให้แรงม้าสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 10 ตัวด้วยกัน (ซึ่งท่อไอเสียตรงนี้ทางฝั่งลุกค้าที่ซื้อตัว RR ไปสามารถสั่งซื้อเป็นออพชั่นเสริมได้)

norton_v4_rr_24
เมนเฟรมหรือโครงรถเป็นแบบเหล็กสองท่อนวางขนาบกัน พร้อมกับปัดเงาเพื่อความสวยงามด้วยกันทั้งคู่ แต่จะแตกต่างกันเล้กน้อยก็ตรงที่ในรุ่น SS จะเป็นงานอลูมิเนียมสร้างด้วยมือทั้งชิ้น รวมไปถึงสวิงอาร์มก็เป็นงานอลูมิเนียมแฮนด์เมดเช่นกัน ( ส่วน RR เป็นเหล็กหล่อทั้งหมด), ชุดช่วงล่างจัดหนักด้วยโช๊คหน้ารุ่น NIX30 และ โช๊คหลังรุ่น TTX GP จาก Ohlins ตามด้วยปั๊มเบรกคู่หน้ารุ่น M50 จาก Brembo ที่ทำงานร่วมกับจานเบรกFull – Floating ขนาด 330 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังเป็นปั๊ม 2 ลูกสูบทำงานร่วมกับจานเบรกเดียว จากแบรนด์เดียวกัน

norton_v4_rr_32
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จัดมาให้ครบครันทั้งระบบ IMU จาก Bosch, ระบบควบคุมการยึดเกาะ, ระบบกันล้อหน้ายก, ระบบควมคุม Engine-Brake, ระบบล็อคความเร็ว, ระบบล็อครอบออกตัว, ระบบเก็บข้อมูลสำหรับช่างเทคนิคเพื่อการปรับเซ็ทตัวรถ, โหมดการขับขี่อีก 3 ระดับ, กันสะบัด Ohlins, และควิกชิพเตอร์ แสดงผลบนหน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ด้วยความละเอียดระดับ HD เพื่อรองรับการแสดงผลภาพด้านหลังตัวรถที่กล้องติดรถสามารถจับไว้ได้แบบเรียลไทม์

norton_v4_rr_04
ส่วนราคาค่าตัวของเจ้า Norton V4-SS แบบไม่รวมภาษีนำเข้าสำหรับจำหน่ายให้ลูกค้าในประเทศอังกฤษนั้นก็อยู่ที่ราวๆ 1.87 ล้านบาท ขณะที่รุ่น V4-RR ก็จะตั้งราคาไว้เบากว่าหน่อยคือ 1.2 ล้านบาท

อ่านข่าว Norton เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

error: Content is protected !!