Royal Enfield ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ในเดือนนี้ โดยคาดว่าจะมี 2 ตัว โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นตัวชูโรง(ซึ่งอาจจะเปิดตัวแค่รุ่นนี้)

รุ่นชูโรง Bullet 650 กลับมาอีกครั้งกับตัวสุดคลาสสิก
Royal Enfield Bullet ถือเป็นรุ่นที่ถือว่ามีความต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกถึง ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกโดย Royal Enfield ประเทศอังกฤษ มีอายุเก่าแก่ถึง 94 ปี ถือเป็นต้นตำรับและสัญลักษณ์สูงสุดของแบรนด์
โดยรุ่นนี้ได้เปิดตัวในงาน EICMA2025 และเพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอินเดียเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมานี่เอง ส่วนในอเมริกาและยุโรปได้เปิดให้จองไปเมื่อต้นปี 2026 นี้ และคาดว่าจะเปิดตัวในประเทศไทยภายในเดือนนี้(ในงาน Event ของ RE)
ไฮไลท์และฟีเจอร์เด่นของ 2026 Royal Enfield Bullet 650 ที่ทำให้รถคันนี้พิเศษสุดๆ
The Iconic 650 Twin Engine
- หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 648cc ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมูท แรงบิดในรอบต่ำที่ขี่สนุก และเสียงท่อไอเสียที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยยกระดับจาก Bullet 350 เดิมให้ขี่ทางไกลได้สบายขึ้นมาก
- Hand-Painted Pinstripes (Madras Stripes)
- ฟีเจอร์ระดับตำนานที่ยังคงอยู่ คือลายเส้นสีทองบนถังน้ำมันที่วาดด้วยมือโดยช่างฝีมือ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของตระกูล Bullet มายาวนานกว่า 90 ปี
- Signature Casquette & Tiger Lamps
- ชุดโคมไฟหน้าที่เป็นแผงครอบชิ้นเดียว (Casquette) พร้อมไฟหรี่ขนาดเล็กด้านบนที่เรียกว่า “Tiger Lamps” ให้ลุคที่ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
- Classic Upright Ergonomics
- ท่านั่งที่เน้นความสบายด้วยแฮนด์บาร์ที่ยกสูงพอดี และพักเท้าที่วางในตำแหน่งกลางตัวรถ (Mid-set footpegs) ผสานกับเบาะนั่งตอนเดียวทรง Ribbed Seat ที่หนานุ่ม เหมาะทั้งการขี่ในเมืองและออกทริป
- Premium Chrome & Finishes
- การใช้ชิ้นส่วนโครเมียมคุณภาพสูงรอบคัน ตั้งแต่ฝาครอบเครื่องยนต์ กระจกมองหลัง ไปจนถึงท่อไอเสีย Peashooter คู่ที่ดูหรูหราแบบย้อนยุค
- Modern-Classic Tech
- แม้จะดูย้อนยุค แต่มาพร้อมระบบความปลอดภัยสมัยใหม่ เช่น เบรก ABS แบบ Dual-channel, แผงหน้าปัดแบบผสม Analog และ Digital พร้อมรองรับระบบนำทาง Tripper Navigation
- Robust Chassis
- เฟรมเหล็กกล้าแบบ Double Cradle ที่ออกแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับมิติของ Bullet โดยเฉพาะ เน้นความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูงแต่ยังคงความคล่องตัว

Scram 440 รุ่นอัปเกรดของ Scram 411 ได้เครื่องยนต์ใหม่
Royal Enfield Scram 440 เป็นตัวอัปเกรดของ Scram 411 ซึ่งรุ่นเดิมได้เปิดขายในไทยไปค่อนข้างนานแล้ว และรุ่นใหม่นี้ถือเป็นการรีเฟรชที่ดีของสายแอดแวนเจอร์&สแครมเบลอร์
Scram 440 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Long Stroke (LS 440) ขนาด 443 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจับคู่กับเกียร์ 6 สปีดที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสมูท ให้กำลังสูงสุด 25.4 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 34 นิวตันเมตร พร้อมทั้งปรับปรุงระบบลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน (NVH) ให้ดียิ่งขึ้น
ตัวรถโดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นความคล่องตัวและการควบคุมที่ง่ายดาย ด้วยความสูงเบาะนั่งเพียง 795 มิลลิเมตร แต่ให้ระยะใต้ท้องรถสูงถึง 200 มิลลิเมตร มาพร้อมกับล้อขนาด 19 นิ้วทางด้านหน้าและ 17 นิ้วทางด้านหลัง (มีให้เลือกทั้งล้ออัลลอยและล้อซี่ลวด) รัดด้วยยางแบบ Dual Purpose ที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย Dual Channel ABS ที่สามารถเลือกปิดการทำงานในล้อหลังได้ เพื่อการควบคุมรถที่สนุกยิ่งขึ้นในทางดิน ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED ที่ให้ความสว่างชัดเจน และตัวรถยังได้รับการออกแบบให้รองรับการติดตั้งกล่องท้ายรถ
Scram 440 เทียบกับเครื่องยนต์ของ Himalayan 450 ต่างกันยังไง?
Scram 440 เป็นรถจักรยานยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดี่ยวแบบช่วงชักยาว (Long Stroke) และระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นแรงบิดในรอบต่ำและการขับขี่ที่ง่ายดายในชีวิตประจำวัน โดยพละกำลัง 25.4 แรงม้า และแรงบิด 34 นิวตันเมตรนั้น มุ่งตอบโจทย์การขับขี่สไตล์ชิลๆ สบายๆ แต่มีแรงบิดที่เหลือเฟือพร้อมให้เรียกใช้งานได้ในทุกช่วงความเร็วบนท้องถนน
ในทางกลับกัน Himalayan 450 นั้นเป็นรถจักรยานยนต์สไตล์แอดเวนเจอร์ขนานแท้ ซึ่งเลือกใช้เครื่องยนต์สูบเดี่ยวขนาด 450 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ออกแบบมาเพื่อเน้นสมรรถนะที่สูงกว่าอย่างชัดเจน โดยสะท้อนให้เห็นได้จากตัวเลขพละกำลังที่สูงถึง 40 แรงม้า และแรงบิด 40 นิวตันเมตร เหมาะกับสายลุยหรือลากรอบยาวๆเพื่อเดินทางไกล
ต้องมารอลุ้นกันว่า RE Thailand จะเปิดตัวทั้ง 2 รุ่นภายในเดือนนี้เลยไหม หรือจะต้องรออีกทีคือช่วง Motor Expo 2026

