fbpx

รีวิว 2020 Harley-Davidson Sport Glide และ Heritage สองทัวริ่งที่คล่องตัว พร้อมแปลงร่างกลับเป็นครุยเซอร์ได้

0

เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาทางทีมงาน MotoRival เราได้รับเกียรติจากทาง Harley-Davidson Thailand และ สิงคโปร์ เชิญเราบินไปไกลถึงเมือง Malaga ประเทศสเปน เพื่อร่วมทดสอบรถ ในตระกูล Softail MY2020 ใหม่ ด้วยกัน 5 รุ่น ในทริป 2020 Triple S
โดยแบ่งออกเป็น วันแรก 3 รุ่น คือ Harley-Davidson Fatbob, Streetbob, Low Rider S ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน เราได้นำเสนอกันไปเป็นที่เรียบร้อย (อ่านได้ที่นี่)
ดังนั้นในวันนี้จะขอมาต่อใน Part 2 กันเลยกับ รีวิว 2020 Harley-Davidson Sport Glide และ Heritage ซึ่งเป็นการทดสอบในวันที่ 2 และ Part สุดท้ายของทริปนี้กันครับ

2020-Harley-Davidson-Low-Rider-S-Malaga_05
สำหรับรถในตระกูลเฟรม Softail ทั้ง 5 รุ่น ในทริป 2020 Triple S นี้ จะเป็นรถที่ประกอบในไทยทั้งสิ้น ยกเว้น Low Rider S โมเดลเดียวที่ไม่ได้ประกอบในบ้านเรา ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทยด้วย ดังนั้น รถทั้ง 2020 Harley-Davidson Sport Glide และ Heritage Classic ทั้ง 2 โมเดลที่เราจะมารีวิว กันในวันที่ 2 นี้ เป็นรุ่นที่ประกอบไทย และมีจำหน่ายในไทยทั้งสิ้น

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (12)_resize
ผมเริ่มต้นวันด้วย 2020 Sport Glide

เจ้า Sport Glide โฉมปัจจุบันนี้ ถูกนำกลับมาทำตลาดอีกครั้งในปี 2018 บนเฟรมของ Softail หลังจากที่
หลังจากที่ต้นตระกูลของมัน FXRT Sport Glide ได้ถูกแนะนำเมื่อปี 1983 และสิ้นสุดไลน์ Production สุดท้าย 10 ปีต่อมาในปี 1993

ซึ่ง 2020 Sport Glide นับได้ว่าเป็น Bagger Style ขนาดเล็ก มันถูกปรับให้เป็นรถร่วมสมัย

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (11)_resize
โดยการใช้ไฟหน้าโคมกลม แบบ LED มีไฟเลี้ยวทรงกลมจับอยู่ที่ด้านใต้ของแฮนด์
ด้านหน้ามีชุด Faring ถูกติดตั้งอยู่บนตะเกียบคู่หน้ามีตัวปลดล็อกเร็วให้ สามารถถอดออกได้

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (6)_resize
ชุดไฟท้ายนั้นหายไป ถูกยกไปรวมอยู่ในโคมเดียวกับชุดไฟเลี้ยวหลังแบบ LED
และ กล่องข้างก็ถอดออกได้ มีความจุรวมอยู่ที่ 25.5 ลิตร
เมื่อถอดทั้ง กระเป๋าและแฟริ่งทำให้แปลงจากรถ Bagger กลับเป็น Cruiser ได้อย่างง่ายดาย

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (4)_resizeท่อไอเสียเป็นแบบ 2-1 สีโครเมียม มีการ์ดกันร้อนที่ปลายสีดำ

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (5)_resize
มาตรวัดถ้วยกลมถ้วยเดียววางบนถังน้ำมัน วัดความเร็วเป็นสเกลโดยรอบ โดยมีการแสดงผลข้อมูลอื่นๆ เป็นตัวเลขดิจิตอล
มีการติดตั้งสวิทช์ Cruise Control ทางสวิทช์ซ้าย
โดยระบบกุญแจเป็นแบบ Keyless หมดแล้วเช่นเดียวกับ Model ในตระกูล Softail คันอื่นๆ

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (3)_resize
ลายล้ออัลลอยสีดำตัดด้วยสีเงินอลูมีเนียม ลายออกโฉบเฉี่ยว สวมยางไซส์ 130/70B18 63H BW ด้านหน้า 180/70B16 77H BW ด้านหลัง

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (15)_resize
ถังน้ำมันขนาดเล็ก 18.9 ลิตร
ความสูงเบาะ 680 มม.
นน. ตัว 317 กก.
มีมุม Rake ที่ 30 องศา

Pon-2020-Harley-Davidson-Sportglide (4)_resize
สำหรับท่านั่ง
พักเท้าตำแหน่ง Forward Control ต้องเหยียดไปข้างหน้าพอสมควร แต่ยังไม่ถึงกับต้องขาตึง
แต่ อย่างไรก็ดี การทดสอบใน Malaga นี้ ลมแรงมาก จึงทำให้เรารู้สึกลมดันช่วงเท้า พอสมควร

Pon-2020-Harley-Davidson-Sportglide (3)_resize
ส่วนตัวแฮนด์บาร์ทรงกลางองศางุ้มเข้าหาลำตัวกำลังดี รวมถึงมุม Rake 30 ก็กำลังพอดี ไม่หน้ายาวเกินไปจนเลี้ยวลำบาก
นั่นจึงทำให้การคอนโทรล Sport Glide นั้นสามารถพลิกเลี้ยว ได้คล่องตัวง่ายกว่ารถ Touring ในตระกูล HD อย่างเห็นได้ชัด
ตำแหน่งเบาะนั่งก็นั่งได้สบาย แต่ด้วยองศาเว้า และระยะของ Back Support ที่ห่างๆ นิด เวลาเปิดคันเร่งแรงๆ ก็จะมีการดึงหลังไถลไปบ้าง

Pon-2020-Harley-Davidson-Sportglide (9)_resize
นอกจากนี้แม้ Sport Glide จะมีแฟริ่งหน้า และวินชิลด์ขนาดค่อนข้างต่ำ แต่โดยรวมก็ถือว่าช่วยลดลมปะทะได้เล็กน้อย เท่านั้น เพราะ ว่าลมจะปะทะตั้งแต่ช่วงบริเวณคอเป็นต้นไปอยู่ดี

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (2)_resize
สำหรับขุมพลังนั้น จะเป็นบล็อก Milwaukee Eight 107 โดยรายละเอียดตัวเครื่องจะพ่นสีดำไปจนถึงท่อไอเสีย มีฝาครอบกรองเป็นทรงกลม เครื่องบล็อกนี้มีแรงบิด 145Nm
เครื่องบล็อกนี้ยังมีความโดดเด่น ที่มี Counter Balancer ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนช่วงรอบต่ำ ทำให้ขี่ได้ง่าย และดูสมูท

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (9)_resize
นอกจากนั้นภาพรวมก็ต้องถือว่า ok กับการใช้งานทัวริ่ง จะขี่บนทาง High-way หรือ ทางชันอย่างไต่ขึ้นเขา ก็ไปได้สบายๆ และ แน่นอนว่า มันยังใช้ระบบสายพานขับเคลื่อน ที่สะดวกในการดูแลรักษา ไม่ส่งเสียงดัน และส่งกำลังได้ลื่นไหล

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (10)_resize
โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ ขนาดแกน 43 มม. ช่วยซับแรงสะเทือนได้เป็นอย่างดี

Pon-2020-Harley-Davidson-Sportglide (10)_resize
โช้คอัพเดี่ยวของซอฟเทล ปรับระดับพรีโหลดได้อย่างง่ายดายด้วยการหมุนลูกบิดที่อยู่ใต้ฝาปิดฝั่งขวาภายนอกตัวรถ
ช่วยให้สามารถปรับค่าสปริงหลังให้เหมาะสมกับการขี่ได้เหมาะสม ไม่ว่าจะขี่คนเดียว หรือ มีผู้โดยสาร

Pon-2020-Harley-Davidson-Sportglide (2)_resize
ต้องบอกว่า Sport Glide เป็นรถ Bagger ที่พยายาม ทำมาในสไตล์ Touring แต่ ถ้าคุณต้องขี่รถตระกูล Touring จริง มันจะใหญ่ และเทอะทะ แต่ Sport Glide คือ เฟรม Softail ไซส์กลาง ซึ่งมีความคล่องตัวสูงกว่า และ ให้ฟีลลิ่งในแบบตระกูล Touring นั่นเอง

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (15)_resize
หลังจากนั้นพอถึงจุดถ่ายรูปผมได้มีโอกาสสลับมาขี่ 2020 Heritage Classic

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (17)_resizeHarley-Davidson Heritage นั่นเริ่มต้นในปี 1997 ในรหัส FLSTS ซึ่งจะมีเอกลักษณ์บ่งบอกสไตล์ Heritage ก็คือ

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (3)_resize
ล้อซี่ลวดขนาด 16″ เท่ากันหน้า-หลัง โดยมีบังโคลนหน้าสไตล์เฮอริเทจ อันเป็นเอกลักษณ์

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (8)_resize
กระเป๋าข้างแบบหนัง

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (12)_resize
วินชิลด์หน้าทรงสูง ซึ่งสามารถถอดออกได้ ปรับจาก Heritage Touring ให้กลายเป็นรถสไตล์ครุยเซอร์

กลับมาที่คันนี้โฉมปัจจุบัน 2020 Heritage Classic โดดเด่นด้วยไฟหน้า 3 ดวง แบบ LED ร่วมสมัย
โดยมีไฟเลี้ยวทรงกลมอยู่ข้างใต้

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (7)_resize
ไฟท้ายสไตล์คลาสสิคติดตั้งอยู่บนบังโคลนหลัง

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (4)_resize
ท่อไอเสีย เดินโครเมียมทั้งเส้น แยกออก 2-2

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (6)_resize
มาตรวัดถ้วยกลมถ้วยเดียววางบนถังน้ำมัน วัดความเร็วเป็นสเกลโดยรอบ มีการแสดงผลข้อมูลอื่นๆ เป็นตัวเลขดิจิตอล เช่นกันกับ Sport Glide
มีการติดตั้งสวิทช์ Cruise Control ทางสวิทช์ซ้าย เช่นกัน

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (14)_resize
ล้อแบบซี่ลวด ขอบ 16″ ทั้งหน้า-หลัง สวมยางไซส์ 130/90B16,73H ด้านหน้า 150/80B16,77H ด้านหลัง
ถังน้ำมันขนาดใหญ่จุ 18.9 ลิตร เช่นกัน
ความสูงเบาะ 680 มม.
นน. ตัว 330 กก.
มีมุม Rake ที่ 30 องศา เท่ากัน

Pon-2020-Harley-Davidson-Heritage (10)_resize
สำหรับท่านั่ง
ตำแหน่งพักเท้าวางกลาง Mid Control เรียกว่าแทบจะชันเข่าเกือบตั้งฉาก ส่วนตัวผมเองชอบตำแหน่งแบบนี้ และมี Floor Board ให้วางเหยียบเต็มเท้า สบายๆ ไม่ต้องเหยียดขาไปทางด้านหน้า และโต้ลมเหมือน Sport Glide

Pon-2020-Harley-Davidson-Heritage (3)_resize
ตัวแฮนด์ยกสูง องศากำลังพอเหมาะ แต่หากผู้ขี่ช่วงตัวไม่ยาวนัก ก็อาจทำให้การควบคุมแฮนด์อาจลำบากหน่อย ซึ่งต้องนั่งชิดถังน้ำมันให้มากขึ้น

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (2)_resize
เครื่องยนต์ HERITAGE CLASSIC คันนี้เป็นบล็อกใหญ่ Milwaukee-Eight 114 แรงบิด 155 Nm (เครื่องใหญ่กว่า Sport Glide 122cc ทำให้มีแรงบิดมากกว่า 10Nm)
และแน่นอนว่ามันถูกส่งกำลังด้วยพูลเล่ย์ สายพาน เหมือน Harley-Davidson รุ่นอื่นๆ

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (11)_resize
นั่นจึงทำให้ผมขี่ Heritage แล้วรู้สึกสนุก จากกำลังเครื่องที่ดุดันมากกว่า ทอร์คมีแรงดึงดี กระชากพอตัว โดยเบาะนั่ง Heritage คันนี้ มันจะมีลักษณะเป็นหลุมเว้าลงไป ดูจะบล็อกตำแหน่งของท่านั่งเราได้ดีกว่า ไม่ให้ลำตัวไหลไปทางด้านท้าย

Pon-2020-Harley-Davidson-Heritage (6)_resize
ด้านระบบกันสะเทือน โช้กหน้าแบบ Cartridge และ โช้กหลังเดี่ยวแบบ Hardtail โดยรวม นั่งได้สบาย และดูผ่อนคลายไม่อึดอัดเลย

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (10)_resize
ในส่วนของตัวระบบเบรกดิสก์เดี่ยว พร้อมระบบ ABS ภาพรวมการทำงานก็อาจจะไม่ได้หนึบแน่น แต่ก็สามารถหยุดพละกำลังเครื่อง Milwaukee-Eight 114 ที่มีแรงบิดจำนวนมากนี้ได้

Pon-2020-Harley-Davidson-Heritage (8)_resize
แม้จะไม่อยู่หมัด แต่ก็ชะลอความเร็วในการเดินทางทัวริ่งได้แบบเหมาะเจาะ นอกจากนี้ ก็มีจังหวะที่ผมลองเบรกหนักๆ ช่วงที่ต้องชะลอความเร็วก่อนเข้าวงเวียน การทำงานของ ABS ก็ตอบสนองได้ไวในระดับที่คอนโทรลระยะเบรกได้อยู่

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (1)_resize
สรุป 2020 Harley-Davidson Softail รุ่นที่ประกอบไทย ในวันที่ 2 นี้ ทั้ง 2 โมเดล ไม่ว่าจะเป็น Sport Glide และ Heritage ต่างก็ถือเป็นรถที่มีสไตล์ผสมผสาน มอบความสบายในแบบตระกูลทัวริ่ง แต่ก็ขี่ได้คล่องตัวไม่เทอะทะ เหมือนรถตระกูล Touring แท้ๆในค่าย
นอกจากนี้ ยังสามารถแปลงร่างกลับมาในสไตล์ของครุยเซอร์ ขี่ชนลมได้ง่ายๆ แค่ถอดแฟริ่ง และกระเป๋าออกเพียงเท่านั้น
เรียกได้ว่า ซื้อ 2 รุ่นนี้ สามารถเลือกขี่ได้ถึง 2 สไตล์เลยล่ะ

นอกจากนี้ ต้องบอกว่างานประกอบจากไทยเรา ถือได้ว่า แทบไม่แตกต่างจากตัวประกอบโรงงาน USA ทำให้คนไทยได้ใช้ของที่มีคุณภาพ แต่มีราคาที่ถูกจับต้องได้มากยิ่งขึ้น

2020-Harley-Davidson-Sport-Glide (16)_resize
สำหรับราคาจำหน่าย 2020 Harley-Davidson Sport Glide ราคา 999,000 บาท

2020-Harley-Davidson-Heritage-Classic (16)_resize
ส่วน 2020 Harley-Davidson Heritage Classic 114 ราคา 1,159,000 บาท

อ่านข่าวรีวิว Harley-Davidson Livewire ได้ที่นี่
อ่านข่าวรีวิว Harley-Davidson Fat Bob, Street Bob, Low Rider S ได้ที่นี่
อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่าน รีวิว อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010