รีวิว Ducati Streetfighter V4 S / Panigale V2 / 2020 Panigale V4 S สามทหารเสือปีล่าสุด ณ ช้างฯ เซอร์กิต

0

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางทีมงาน MotoRival เราได้รับเกียรติจากทาง Ducati Thailand เชิญพวกเรามากิจกรรม DRE TrackDay พร้อมทดสอบ รถใหม่ ปี 2020 ด้วยกันทั้งสิ้น 3 รุ่น ณ สนามช้างฯ เซอร์กิต
ผมจึงขอมา รีวิว Ducati Streetfighter V4 S / Panigale V2 / 2020 Panigale V4 S สามทหารเสือ เรือธงปีล่าสุด ณ ช้างฯ เซอร์กิต เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมขอมาเริ่มกันเลย

Ducati-Street-Fighter-V4S-Panigale-V4S-V2-CIC
ในการทดสอบครั้งนี้ อย่างที่บอกว่าเป็นกิจกรรม DRE ซึ่งร่วมกับทางลูกค้า Ducatista ด้วย ทางสื่อจึงจะได้ทดสอบรถ ทั้งสิ้น 3 Session ซึ่ง Session นึง จะขี่ได้ 25 นาที ซึ่งถือว่าจุใจมากๆ
Session ละ 1 รุ่น ครบ 3 โมเดล พอดี

รีวิว 2020 Ducati Panigale V4S
เริ่มกันที่ Session แรก ทางผมจะต้องควบตัวโหดสุดก่อนเลย มาเริ่ม รีวิว 2020 Ducati Panigale V4 S

2020 Panigale V4 ได้มีการปรับเปลี่ยนชุดแฟริ่ง ให้ลุคแบบ V4R
ไม่ว่าจะเป็นการเสริม Winglet, ปรับดีไซน์แฟริ่งกว้างขึ้น เพิ่มช่องระบายความร้อนด้านข้าง
ซึ่ง Ducati ระบุว่าช่วยให้ระบายความร้อนจากหม้อน้ำดีขึ้น 6% และ ดีขึ้นถึง 16% สำหรับตัวหม้อออย
– วินชิลด์ที่มีขนาดสูงแบบตัวเรซซิ่ง
– เฟรมหน้าก็ปรับใหม่ ให้มีความแข็งแรงขึ้น และยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยในการพลิกเลี้ยวได้ฉับไว เร็วขึ้น
– เบาะสูงขึ้นอีก 5 มม. เป็น 835 มม.
– Hand Grip ใหม่ ดีไซน์สปอร์ตมากขึ้น
– คันเร่งไฟฟ้า ปรับใหม่ ให้ตอบสนองได้ เนียนขึ้นกว่าเดิม
– โช้กหน้าหน้า-หลัง ปรับ ค่าสปริงใหม่
– ระบบเทคโนโลยี ก็มีการพัฒนา QS EVO 2 เช่นเดียวกับ DTC EVO 2

นอกจากนี้ อีกจุดที่สำคัญเลย ตือ ทาง Ducati Thailand ได้ให้ล้อ Machesini มาแล้วตั้งแต่ในรุ่น STD เลย สำหรับโฉม V4 2020

2020 Ducati Panigale V4-eicma2019_3ซึ่งรายละเอียดของตัวรถ 2020 Panigale V4 เพิ่มเติมเติม เพื่อนๆสามารถดูได้ที่นี่ ครับ

เอาล่ะ ผมขอเข้ามาพูดกันถึงในส่วนของ การทดสอบ กันเลยแล้วกันครับ

2020 Ducati Panigale V4-eicma2019_2ด้วยความที่ตัวรถปรับแฟริ่งใหม่ แบบ V4R ซึ่งมันมีความกว้างขึ้น นั่นจึงทำให้จังหวะที่ผมเข็นรถ เพื่อจะถ่ายรูป นั้น รู้สึกว่าถ้าหากหัวแฮนด์สุด ข้อมือท่อนแขนเราจะติดๆ กับตัวเส้นสายของแฟริ่งอยู่พอสมควร
ดังนั้น เลยผมคิดภาพว่าถ้าใคร ขี่ 2020 Panigale V4 ในเมืองที่รถติด และต้องหักแฮนด์ซอกแซก คงจะลำบากขึ้นกว่าเดิม อยู่พอสมควร

Pon-2020-Panigale-V4S (3)ผมเริ่มนั่งคร่อมก็รู้สึกว่าเบาะสูงขึ้นนิดหน่อย ยังไม่ถึงเป็นอุปสรรคมากนัก แต่โดยรวมผมยังต้องเขย่งส้นเท้าอยู่นิดหน่อย เมื่อถึงเวลาขี่ออกกจาก Pit ไป ในช่วงแรก ผมปรับเป็น Sport Mode ก่อนเพื่อให้เราเริ่มค่อยๆ คุ้นชินกับตัวรถ เพราะ การตอบสนองของ RbW จะอยู่ในระดับ Medium คันเร่งตอบสนองได้ดีในระดับปานกลางที่ยังพอใช้ขี่บนท้องถนนได้ คือ ไม่เปิดกระชากมากเกินไป ถึงอย่างไรก็ดีพละกำลังถึง 214 hp ก็ให้แรงดึงกระชาก เป็นอย่างมากตั้งแต่ ช่วง 7,000rpm เป็นต้นไป ผมไปเตะ เกียร์ช่วงแถวๆ 12,000rpm เพื่อไม่ตึงมือจนเกินไป แค่นี้ก็ต้องบอกว่าอะดรีนาลีน สูบฉีด มากแล้ว

และสำหรับ QS EVO 2 ที่พัฒนา ขึ้นโดยภาพรวม มันยังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม คือ ให้การต่อเกียร์ที่สมูทไหลลื่น เกียร์นิ่มเข้าเกียร์ง่าย ผมไม่เจออาการเตะเกียร์ว่าวเลย เหมือนกับรถ Superbike รุ่นอื่นๆ

Pon Ride 2020 Panigale V4Sผ่านไป 5 รอบ ผมได้เข้ามา Pit เพื่อ กดเปลี่ยนเป็น Race Mode ซึ่งและออกไปอีกครั้ง คราวนี้ บิดเป็นมา การเดินคันเร่งจำเป็นต้องละเมียดละไม มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงเปิดคันเร่งออกโค้ง เพราะถ้าเปิดแรงเร็วไปหน่อย ระบบ DTC ซึ่งเป็นตัวพัฒนาใหม่ EVO 2 จะเข้ามาช่วยตัดจังหวะ ได้ดี และละเอียด ขึ้นมากๆ เรียกได้ว่า ล้อ แทบจะไม่ Spin ทิ้งขว้าง แบบหมนุฟรี ให้เสียจังหวะ

ในช่วงทางตรงยาว สนามช้างฯ จะมี โค้ง T2 ที่จะต้องหักตัดซ้ายนิดๆ จากที่ผมขี่รถ Superbike มาหลายๆ ด้วยความเร็ว ในจังหวะตัด T2 อาจจะพบอาการหน้าชก สะบัดๆ นิดๆ
แต่ใน V4 MY2020 นี้ ทำได้ดี นิ่งมาก ทั้งจาก แรงกด Downforce ที่เพิ่มขึ้นมาจาก Winglet รวมไปถึงชุดระบบกันสะเทือน และกันสะบัดไฟฟ้า ที่ปรับแบบ Adaptive ก็ช่วยให้เราคอนโทรลรถที่ความเร็วสูงได้ดีขึ้น

ผมบิดไปสุดทางตรง ได้ความเร็วแถว 260 กม./ชม. ก่อนที่จะต้องกดลงน้ำหนักกำเบรก อย่างหนัก เพื่อที่จะเข้า T3 ซึ่งถ้าเป็นพี่ๆ ที่ในกลุ่ม Pro ทั้งหลาย น่าจะทำได้ทะลุ 280 กม./ชม. ได้สบายๆ

ต้องบอกว่าตัวปั๊มเบรก Stylema นี่ ไว้ใจได้ดีเหมือนเดิม หยุดพละกำลัง กว่า 200 ม้า ที่ซัดมาทางตรงยาวร่วมๆ 1 กม. ไปได้สบายๆ

Pon-2020-Panigale-V4S (1)สำหรับในส่วนของการพลิก Turn โค้ง นั้น การที่ใช้ เฟรม Chassis ปรับเปลี่ยนใหม่ หลายจุด ผมอาจจะไม่ได้ สัมผัสได้ถึงความแตกต่างมากนัก เนื่องจาก ส่วนตัวแล้ว ไม่ใช่สายพลิกเร็วแบบนักแข่ง (Ducati เคลมว่าให้นักทดสอบ มาขี่ รถปี 2020 นี้กับ 2018 พบว่า 2020 ทำเวลาได้เร็วขึ้นป็นวินาที)
แต่โดยภาพรวม สำหรับผมนั้น มันยังพลิกรถในการเลี้ยวได้คล่องแคล่วดี โดยเฉพาะใน โค้ง S ช่วง T6-T7 และ T9-T10 กับ น้ำหนักตัว เพียงแค่ 174 กก. (Dry Weight)

Review-Ducati-Panigale-V2หลังผ่านพ้นไป 25 นาที ก็เข้ามาพักเพื่อ รอ Session 2 ซึ่งผมได้สลับมาเป็นรถที่ผ่อนคลายที่สุด กับ รีวิว Ducati Panigale V2

ต้องบอกว่าพื้นฐานของเครื่อง V2 คันนี้ มันก็มาจากเครื่องยนต์ 955cc ที่อยู่ใน 959 Panigale
แต่ทว่า มันมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดตัวรถให้มีรูปลักษณ์แบบ พี่ใหญ่ Panigale V4 (MY18) ทั้งตัวชุดแฟริ่ง
ไฟหน้าปรับมาใช้ Full LED, หน้าจอก็เป็นสีแบบ TFT
รวมไปถึงการให้ Single Side Swingarm ที่ให้มาในแบบ Superbike รุ่นบนๆ ของค่ายอีกด้วย นับเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของตระกูล Supersport ค่ายแดงได้เป็นอย่างดี

Ducati-Panigale-V2-TIME2019และที่สำคัญมากๆ คือ การเพิ่มเติมระบบเทคโนโลยี IMU ถึง 6 แกน ซึ่งทำให้รถคันนี้ ได้เสริมเพิ่มเติม Cornering ABS เข้ามาด้วย
นอกจากนั้น ก็จะเป็นระบบ เทคโนโลยี ทั้งหลายที่ให้มาเหมือนๆกันกับรุ่นใหญ่ แต่ในรุ่น V2 ไม่ใช่ช่วงล่างไฟฟ้า ต้องปรับเซ็ทช่วงล่างด้วยมือ

สำหรับ Panigale V2 มันเป็นรถที่เน้นใช้งานได้บนถนนด้วย จึงเพิ่มความหนาของตัวเบาะนั่งให้ สบายก้นขึ้นมาอีก รวมถึงยังมีตัวเบาะผู้ซ้อนเอาไว้เช่นเดิม

ซึ่งรายละเอียดของตัวรถ Panigale V2 เพื่อนๆ สามารถดูได้ ที่นี่ ครับ

เอาล่ะ ผมขอมาพูดในส่วนของการทดสอบกันต่อเลยแล้วกัน

Pon Panigale V2แม้ว่า นน.ตัว Panigale V2 จะหนักกว่า V4 S อยู่ 2 กก. (Dry Weight) อยู่ที่ 176 กก. แต่ในภาพรวมผมกลับไม่รู้สึกถึงความต่างในการพลิกรถเลย เพราะ นน.ตัวรถดับนี้ มันยังช่วยให้ผมพลิกคอนโทรลรถได้คล่องแคล่ว แม้อาจจะไม่ใช่สายพลิกเร็ว ดึงรถลงแบบฉับไว ก็ตาม แต่ก็รู้สึกเลี้ยวรถง่ายไม่ขืน แต่อย่างใด
และด้วยความที่ผมบิดตัวโหด แรงสุดของวันอย่าง V4 S มาก่อน ทำให้ แรงม้าระดับ 155 ตัว ผมสามารถ กดคันเร่งได้สุด ก่อนที่จะไป เปลี่ยนเกียร์ในช่วงรอบ ประมาณ 10,000rpm + ได้เป็นช่วงแถวๆ ที่แรงม้าสูงสุดจะออกมาได้อย่างไม่เครียดจนเกินไป รวมถึงจังหวะ เดินคันเร่งออกโค้งก็กล้าเปิดมากขึ้น

แต่ทว่าในช่วงรอบแรกๆ ผมอาจจะพบ ปัญหาเล็กน้อย เนื่องจาก ผมติดการกะระยะ และน้ำหนักเบรกของ V4 S มา ใช้กับ V2 คันนี้ ที่เป็นปั๊ม M4.32 ซึ่งภาพรวมแล้ว สมรรถนะยังได้ไม่ดีเท่า Stylema ที่เรียกได้ว่าเอาอยู่ จึงทำให้ผมมีเบรก ทะลุลึกไปประมาณ 3 โค้ง ได้ และก็มีจังหวะที่ผมต้องเบรกในโค้งด้วย ทาง Ducati ก็บอกไว้ว่าไม่ต้องกลัว เพราะ Cornering ABS ที่เสริมให้มา จะทำให้รถตั้งตรง ไม่มีล้มพับไปอย่างแน่นอน ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะต้องเบรกเฉพาะล้อหน้า เท่านั้น เพราะเบรกหลังไม่มี
โดยระบบ Cornering ABS นี้ มันก็ยังช่วยเหลือได้อย่างดีเยี่ยมเพราะ ผมได้เบรกจนรถตั้ง และหนักจน ABS ทำงานก็ยังถือว่าคอนโทรลรถได้ไม่เสียการควบคุม ก่อนที่จะกลับเข้ามาในเรซซิ่งไลน์อีกครั้ง

Pon Ride Panigale V2และเมื่อผมปรับความคุ้นชินในการกะระยะเบรก และน้ำหนัก อะไรแล้ว ก็รู้สึกขี่ได้สนุก Enjoy ขึ้น
แม้เบรก กับ ยาง อาจจะเป็นซีรีย์ ใช้งานบนถนนมากกว่า แต่ก็ ขี่ Track Day ได้อย่างสนุกแบบ Fun to Ride แล้ว ยกเว้นแต่ว่าใครซีเรียส แนะนำไปอัพเกรดปั๊มเบรก กับซีรีย์ยางเป็นพี่ใหญ่ V4 ก็คงขี่ทำเวลาได้ดีขึ้นอีก

สำหรับผมขี่ V2 นี่ ถือว่ากำลังสนุก แบบไม่เครียดจนเกินไป ควบคุมรถง่าย เอาอยู่ แม้ภาพรวมจะใช้พื้นฐานมาจาก 959 Panigale แต่ อย่างที่บอกเรื่องกาปรับรายละเอียดทั้งหมดที่ว่ามา รวมไปถึงเรื่องของเทคโนโลยี จึงทำให้มันรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง และที่สำคัญรูปลักษณ์มัน ให้ Single Side Swingarm เวลาไปจอดข้างกับพี่ใหญ่ เรือธงก็แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง

Ducati Streetfighter V4S
มาปิดกันที่ Session สุดท้าย ที่นับได้ว่าเป็นไฮไลท์ เลย คือ รีวิว Ducati Streetfighter V4 S

ผมต้องบอกก่อนว่า รถ Streetfighter เป็นรถที่ผมเคยขี่ เมื่อนานมาแล้ว เกือบ 10 ปีก่อน นั่นก็คือ รุ่น SF 848 ซึ่งในครั้งนั้น ผมประทับใจมันมากๆ เพราะว่า ส่วนตัวผมชอบสไตล์ Naked เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากพูดถึง Naked Ducati หลายคนคงคิดถึงไฟกลม อย่าง Monster แต่ผมกลับ ไม่ค่อยชอบตระกูลไฟกลมนัก เพราะรู้สึกว่ามันมีขนาดตัวที่ดูใหญ่ หนัก ไปหน่อย ซึ่ง SF ถือเป็นรถที่มีรูปลักษณ์ สปอร์ตชัดเจน และเพรียวบาง น้ำหนักเบา ทำให้ คนที่ขนาดตัวไม่ใหญ่ อย่างผม คอนโทรลรถได้ง่าย และผมเฝ้ารอคอยว่า มันจะมีโอกาสได้กลับคืนชีพอีกครั้งไหม จนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปเห็นมันเปิดตัวครั้งแรกในโลก กลับมาทำตลาดอีกครั้ง และมันแย่งซีน รถทั้งหมดในงานที่ EICMA2019 เลย ด้วยการคว้ารางวัลรถที่สวยสุดในงานนี้ไปครอง

2020-ducati-streetfighter-v4-eicma2019-10หน้าตาของมัน ทาง Ducati ได้บอกว่า ไฟหน้าได้แรงบรรดาลใจมาจากปาก Joker ตัวร้าย สุดฮิต ใน Batman มาพร้อมวิง 2 ชั้น Bi Plane ที่สร้างแรงกด ได้มากถึง 28 กก. ที่ความเร็ว 270 kmph

2020-ducati-streetfighter-v4-eicma2019-08นอกจากนี้แน่นอนครับ มันต้องให้ Single Side Swingarm มาด้วย แต่ในส่วนของล้อนั้น จะได้ล้อ Machesini เฉพาะรุ่น S (ขณะที่ Panigale V4 รุ่น STD จะให้ล้อ Machesini มาเลยแต่แรก)

แต่มีจุดที่หายไป นั่นก็คือ เอกลักษณ์เฟรมถัก เพราะมันหันมาใช้เฟรม Aluminum Cast ในแบบของรถ Superbike ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง และให้ความยืดหยุ่นได้ดียิ่งกว่า ช่วยส่งผลให้การคอนโทรลรถดีเยี่ยม ในจังหวะพลิกรถ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ Streetfighter V4 S เพื่อนๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

Pon Streetfighter V4Sเอาล่ะมาขอพูดถึงตอนขี่จริงกันเลยดีกว่า
ท่านั่ง Streetfighter V4 ช่วงลำตัวท่อนบนท่านั่งมันกำลังดีเลย คือ แฮนด์บาร์กว้างพอประมาณ ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป และแฮนด์ดูออกไปทางทรงต่ำ รวมถึงองศาก็ไม่งอมาก (ทาง Ducati บอกว่าเป็นแฮนด์กว้าง และ สูง) แต่จะเรียกว่ายังไงก็ดี ผมว่ามันเหมาะกับการขี่ในสนามเช่นนี้ และขี่ในถนนก็น่าจะสบายด้วยเช่นเดียวกัน (ถ้าขี่ในเมืองรถติดๆ อาจจะพบว่ามันยาวไปเสียหน่อย)

ส่วนตำแหน่งเบาะ ทาง Ducati ออกแบบมาให้มันสูงกว่า Panigale V4 ทาง Ducati ระบุว่าเพื่อจะได้ท่านั่งที่ Ergonomics และนั่งได้สบายตามสไตล์ชื่อรุ่นรถ แต่ผมว่าคนสรีระไม่สูงก็อาจจะลำบากสักนิด นอกจากนี้ตัวเบาะนั่งก็มีโฟมที่หนานุ่ม นั่งสบายดีด้วย

2020-ducati-streetfighter-v4-eicma2019-07ด้านขุมพลังเป็นเครื่องบล็อกเดียวกับ Superbike เรือธง ของค่าย Panigale V4 แต่ถูกนำมาปรับจูนให้เหมาะสมกับความเป็น Street Bike แต่ก็แฝงความดิบดุดัน ไว้เต็มเปี่ยม คือ ใน Session นี้ ผมขอแบบไม่เครียดมากนัก เลยขี่ด้วยโหมด Sport ไปยาวๆ 25 นาที แต่ถึงอย่างไรพละกำลังที่มาแบบเต็มๆ ก็ทำให้ เวลาเปิดคันเร่งเรียกได้ว่าดึงกระชาก แรงสะใจอะดรีนาลีน สูบฉีดได้อย่างเต็มเปี่ยม

Pon Ride Streetfighter V4Sด้วยความที่ทอร์คมันมาหนักตั้งแต่ช่วงประมาณ 4,000rpm (ทอร์คมาถึง 70%) นั่นจึงทำให้เราไม่ต้องเปิดคันเร่งลากรอบเลย (กรณีขี่บนถนน) บิดนิดเดียวกระชากกำลังมาทะยานต่อเนื่อง แต่ในสนามเช่นนี้ ลากซัดกันไปยาวๆ เลยเปลี่ยเกียร์สักช่วง 10,000rpm ผมว่ากำลังดี ไม่ตึงมือเกินไป เพราะอย่างที่บอกมันเป็นรถ Naked เปิดคันเร่ง หนักๆ แรงดึงเยอะๆ กับลมบริเวณช่วงท่อนแขน กับหมวก ก็อาจจะเล่นเอาผมล้าได้ เพราะต้องขี่ Long Session 25 นาที

แน่นอนครับว่าจุดแตกต่างกับ Panigale เวลาขี่ในสนามก็คือ การที่มันเป็น Naked ก็จะโต้ลมมากกว่าโฉมมีแฟริ่ง แต่โดยรวมผมอย่างไรก็ดี ผมถือว่าประทับใจ เพราะว่า หมวกใบที่ผมใส่ขี่ เคยใส่ขี่ Naked หลายรุ่นแล้ว พบปัญหาเวลาบิดเร็วระดับ 200+ ผมจะเจออาการ หมวกส่าย แต่คันนี้ โดยรวมผมถือว่าเรื่อง Aerodynamics ดีไว้ใจได้

Ducati-Street-Fighter-V4S-Front-Shockช่วงทางตรงยาวสนามช้างฯ จุด T2 แม้เป็นแฮนด์บาร์ แต่ก็มีกันสะบัดไฟฟ้าเข้าช่วย ร่วมกับ Winglet Bi-Plane 2 ชั้น เสริมแรงกดได้ดี คือ ขี่เร็วๆ ก็ยังนี่นิ่งมาก (แม้ผมจะบิดไม่ถึง 270 kmph ก็ตาม)

Pon Ducati Streetfighter V4Sขณะที่จังหวะ พลิกรถเลี้ยวนั้น ผมกลับรู้สึกว่า SF V4 มันเบากว่า Panigale ทั้ง 2 รุ่น พลิกลงง่ายกว่ามาก ด้วยรูปแบบแฮนด์บาร์ เหมือนดันแฮนด์นิดๆ ก็ดึงพลิกลงไปได้ง่ายแล้ว ทั้งที่ถ้าเรามาดูตัวเลขน้ำหนักจริง จะพบว่า มันหนักกว่า Panigale V4 ด้วยซ้ำไป แต่ตอนขี่ผมกลับรู้สึกว่ามันเบากว่าซะงั้น

ขณะที่ตัวระบบเบรก ปั๊ม Stylema ตัวเดียวกับ Panigale V4 ซึ่งบอกเลยว่า เอาอยู่สบายๆ กลับมาเบรกได้ลึก มั่นใจเหมือนตอนขี่ V4 S ใน Session แรก

Ducati-Street-Fighter-V4S-Suspensionแล้วก็ระบบช่วงล่างไฟฟ้าจาก Ohlins ทั้งหน้า-หลัง เห็นสีทองอร่ามแบบนี้ ก็ยกมาจากพี่ใหญ่เรือธง เหมือนกัน ดังนั้นไว้ใจได้ไม่มีปัญหา แต่อย่างใด

เมื่อครบจบ Session ผมกลับเข้ามาจอดใน Pit สามารถเตะขาตั้งด้วยตัวเองลงได้! (อันนี้ดีใจ) เพราะขาตั้ง Streetfighter V4 มันจะมีแง่งออกมาให้เราส้นเท้าเกี่ยวออกได้
ต่างจาก Panigale ทั้ง 2 โมเดล ที่ผมพบปัญหากับขาตั้ง เวลาใส่ Racing Boot ไม่สามารถ เตะขาตั้งออกมาได้ ต้องให้คนอื่นมาเตะให้ เนื่องจาก มันหลบซ่อนเข้าไปด้านใน

จุดนี้ทางทีม Ducati ได้บอกเราว่า เนื่องจาก Panigale เป็นรถสนาม จึงตั้งใจออกแบบมาเป็นลักษณะนี้ เพราะไม่ได้ สนใจเรื่องการเตะขาตั้งเลย ต้องการให้มันเทโค้งได้องศามากที่สุด รวมไปถึงรถสนามส่วนใหญ่ หลายคัน อาจจะมีทีม Service ช่วย และ ยกขึ้นขาตั้งคู่เลยด้วยซ้ำไป
อันนี้ก็ถือว่าจริงครับ แต่เรียกว่าเป็นข้อสังเกตุ เล็กๆ ที่ผมเจอแล้วกัน สำหรับใครที่ ขี่ Panigale บนถนน แล้วสวมรองเท้าบูท

รีวิว Ducati Panigale V2-Streetfighter V4S-2020 Panigale V4S
สรุป รีวิว Ducati Streetfighter V4 S / Panigale V2 / 2020 Panigale V4 S รถ ใหม่ ทั้ง 3 โมเดล ปี 2020 ณ ช้างฯ เซอร์กิต ในกิจกรรม DRE ครั้งนี้ ต้องถือได้ว่า เป็นกิจกรรมที่สนุกมากที่สุดงานหนึ่งที่ผมเคยได้ขี่ในสนามช้างฯมาเลย

Panigale V2 อาจจะดูเหมาะไปทางขี่ On Road หรือ Fun to Ride มากกว่า แต่ก็ลง Track Day แบบ Enjoy ได้สนุกๆ แต่ถ้าจะเอาลงสนามซีเรียสจริงจัง ทำเวลา ผมว่า อัพเกรด เบรกก่อนเลยดีกว่า

ด้าน Panigale V4 S 2020 นี่ ไม่ต้องพูดถึง สมรรถนะ แรงม้า ระดับนี้ โหดดิบ มีสัดส่วนกำลัง/น้ำหนักอยู่ในแถวหน้า และการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ ที่ไปในทิศทางของ V4R เท่านั้น แต่พวกรายละเอียดตัวรถอื่นๆ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ก็ช่วยให้มันขี่ได้ง่าย และคอนโทรลได้ดีขึ้นด้วย

ขณะที่ Street Fighter V4 S นั้น ผมถือว่าเป็นรถ Naked ที่ขี่สนุกที่สุด ในสนามช้างฯ นี้ ตั้งแต่เคยขี่มาเลย ไม่ใช่แค่มันเป็น Supernaked บ้าพลัง 200 แรงม้า+
เท่านั้น แต่ด้วย น้ำหนักตัวความเบา เฟรม + เบรก + ช่วงล่าง จาก Superbike และ เทคโนโลยี ต่างๆ คือ สุดจริงๆ

Ducati-DRE-V2-V4S-SF-V4S
ในส่วนของ ราคา นั้น
Ducati Panigale V2 ราคา เริ่ม 7.99 แสนบาท
Ducati Streetfighter V4 ราคาเริ่ม 8.99 แสนบาท
Ducati Streetfighter V4 S ราคา เริ่ม 1.059 ล้านบาท
Ducati Panigale V4 เริ่ม 9.99 แสนบาท
Ducati Panigale V4 S ราคาเริ่ม 1.249 ล้านบาท

อ่านรีวิว อื่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Ducati เพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่านรีวิว Ducati Panigale V4 (2018) ได้ที่นี่

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010

Leave A Reply

error: Content is protected !!