รีวิว Kawasaki Z H2, Ninja H2, H2 SX SE และ Versys1000 SE สัมผัส 4 เรือธงตัวพัน

0

สวัสดี เพื่อนๆ กันอีกครั้ง ในวันนี้ทีมงาน MotoRival เราจะขอพาทุกท่านมาพบกับ การทดสอบรถเรือธง คลาสพัน ของค่ายเขียวด้วยกัน 4 รุ่น
ที่ทาง Kawasaki Motoaholic ได้จัดให้พวกเราได้ทดสอบกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอพาทุกคนมาพบกับ รีวิว Kawasaki Z H2, Ninja H2, H2 SX SE และ Versys 1000 SE กันเลยครับ

รีวิว Kawasaki Z H2
เริ่มกันที่ คันแรกเลย Z H2 ถือได้ว่า เป็นรถไฮไลท์ รุ่นล่าสุดของค่ายเลยก็ว่าได้ กับรถ Super Naked ที่มีแรงบิดมากที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้ แล้ว

เอกลักษณ์ของ Z ยังคงเป็นการดีไซน์ทางด้านหน้าแบบ Sugomi ทำให้เราเห็นชุดไฟหน้าแบบ LED ดูเหมือนกับ น้องๆตระกูล Z
แต่ จะมีโลโก้ Kawasaki Heavy Industry (บริษัทแม่ ของคาวา) แปะเอาไว้ เพื่อบ่งบอกว่า เจ้านี่เป็นรถพรีเมี่ยม กว่ารถมอเตอร์ไซค์ คันอื่นๆ เพราะมันเป็นตระกูลรถ H2

นอกจากนี้ จุดต่อมาก็คือ จะมีท่อ Ram Air ต่อออกด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้มันรับอากาศเข้าไปได้เต็มปอด จะได้สร้างกำลังได้ออกมาอย่างเต็มที่

ต่อเนื่องมาที่ตัวถังน้ำมันขนาดใหญ่ 19 ลิตร มันดูบึกบึน กำยำ
มาที่บริเวณด้านท้าย เป็นลักษณะท้ายแหลม สไตล์สปอร์ต ซึ่งก็ดูคล้ายกับตัว Z900 ทั้วตัวเบาะและไฟท้าย แต่ชุดแฟริ่งหลัง จะต่างกันเล็กน้อย

Review-Kawasaki-Z-H2-H2อีกจุดเด่นของตระกูล H2 นั่นก็คือ การใช้เฟรมถัก

ด้านระบบอิเล็กโทรนิก ก็ให้มามากมาย ทั้งหน้าจอให้มาเป็นแบบสี TFT
ปรับเซ็ท TCS ได้ 3 ระดับ และ ปิดได้
ส่วน Power Mode อีก 3 คือ F, M, L
มีลูกเล่นอย่างบอกองศาการเอียงรถ
มีการบอกสเกลการ กำเบรก, เปิดคันเร่ง และ บูสต์ (ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 3,000rpm+)

นอกจากนี้ เห็นเป็นเน็คเกท บ้าพลังแต่มันให้ Cruise Control มาด้วย ไม่ต้องเมื่อยข้อมูลเวลาขี่ไกลๆ
รวมไปถึง Slipper Clutch และ Quick Shift 2 way ทำงานตั้งแต่รอบ 2500rpm ขึ้นไป

2020-kawasaki-z-h2-tms2019-04
ส่วนไฮไลท์เลยก็คือ ขุมพลัง 1 ลิตร อัดอากาศด้วยซุปเปอร์ชาร์จ ปั่นกำลังได้สูงถึงระดับ 200 แรงม้า และ แรงบิดถึง 137 Nm ซึ่งผมต้องบอกเลยว่า ตัวเลขทอร์คระดับนี้ มันเป็นรถ Naked ที่มีแรงบิดมากสุดแล้ว
คือ ถ้าเทียบกราฟ ของเครื่องยนต์ Z H2 กับ NInja H2 ทาง คาวา เค้าปรับจูน ให้ Z มีทอร์ค มากกว่าในช่วงรอบต้น-กลาง ด้วย

คือ บอกเลยว่า ขี่บนถนนนี่ ดิบโคตร เหมือนระเบิดมือดีๆ นี่เอง เวลาเปิดคันเร่งแบบแรงๆ ควรเปิดตอนล้อตรง อย่ากระแทกทิ้งข้างหาก ไม่ได้เปิด TCS เอาไว้
นอกจากนี้ เอกลักษณ์ เวลาปิดคันเร่ง อันนี้ได้ฟีล สุดๆ มีเสียง BOV ฟิ้วๆ ออกมา

สำหรับ นน.ตัว 239 กก. ก็ต้องถือว่าเป็น Naked Bike ที่เป็นสายพละกำลังเต็มตัว อาจไม่ใช่รถที่เน้นคล่อง ตัว เหมือนตระกูล Z รุ่นอื่น
เพราะ นน.ตัวจะทิ้งไปทางด้านหัวรถซะเยอะ เวลาเลี้ยววงเแคบ อย่างกลับรถ อาจจะต้องระวัง

Kawasaki-Z-H2-TIME2019
ด้านระบบเบรก ช่วงล่าง และยาง แม้จะโดนทอนสเป็กลงมาจากตัว Superbike แต่ภาพรวมการใช้งานนั้นยังถือว่าทำหน้าที่ได้ดี
เบรกไว้ใจได้ ส่วนช่วงล่างก็ ถือว่าค่อนข้างเฟิร์มในระดับหนึ่งแต่ก็ ยังนั่งได้สบายกว่า Ninja H2

ด้านราคา ผมถือว่าทำได้ดีเลย เพราะ มันเป็นมอไซค์ H2 ที่มีราคาถูกที่สุดไม่ถึงล้านอยู่ที่ 917,200 บาท

Kawasaki-H2
มาต่อในคันที่ 2 เป็นฝาแฝดของมันเลยในร่าง Hyperbike นั่นก็คือ Ninja H2
ซึ่งแน่นอนครับว่ามันจะมาพร้อมกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ ฉบับสปอร์ตไบค์ใช้นั่งคนเดียวไม่เกี่ยวใคร ซึ่งแม้ว่าเปลือกนอกของมันจะดูเหลี่ยมสันใหญ่โตขนาดนี้ แต่ด้วยการออกแบบเส้นสายทั้งหมดโดยฝ่ายพัฒนาอากาศยานของ Kawasaki Heavy Industries จึงทำให้มันมีความลู่ลมเป็นอย่างมาก

และถ้าเพื่อนๆสังเกตให้ดีตรงบริเวณด้านข้างไฟหน้าที่มีเพียงโคมเดียวตรงนี้ ก็จะพบกับปากท่อแรมแอร์ขนาดใหญ่ที่จะมีการเดินท่อชิ้นเขื่องขนาบไปตามแนวโครงถัก เพื่อป้อนอากาศเข้าสู่ตัวซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ต่อไปด้วย

Kawasaki-Ninja-H2_2
ซึ่งแต่เดิมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998cc ในตัว H2 โฉมแรกจนถึงโฉมปี 2018 ที่อยู่กับเราตอนนี้ก็ถือว่าบ้าพลังมากพอแล้ว แต่กับตัวรถโฉมล่าสุดที่เป็นล็อตปี 2019 เป็นต้นมาจะถูกปรับจูนแรงม้าเพิ่มเป็น 231 PS และถ้า RAM-AIR เต็มที่นี่ก็สามารถขยับแรงม้าขึ้นเป็น 243 PS เลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆไม่เคยขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่มีแรงม้าระดับ 200 ตัวมาก่อน แนะนำว่าอย่ามาแหยมกับมันจะดีกว่าครับ เพราะขนาดเจ้านี่มีแรงม้าพอๆกับซุปเปอร์ไบค์ธรรมดา แต่ไม่มีประนีประนอมให้กับใครทั้งนั้นในยามที่เปิดคันเร่ง บิดเป็นมาในแทบทุกย่าน พร้อมหน้าลอยในทุกเกียร์ที่เตะเข้าไปแบบเนียนๆด้วยควิกชิฟท์เตอร์ 2 ทาง แม้ว่าน้ำหนักตัวรถจะมากถึง 238 กิโลกรัมก็ตาม

ด้านระบบกันสะเทือนที่ให้มา ก็จัดเต็มใช่ย่อย ทั้งชุดโช้กตะเกียบคู่หน้าขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ปรับเซ็ทได้ทุกค่าจาก KYB ทำงานร่วมกับชุดกันสะบัดไฟฟ้าจาก Ohlins และเช่นเดียวกันในส่วนระบบกันสะเทือนหลังก็จะใช้โช้กเดี่ยวปรับได้ทุกค่าจาก KYB แต่ถ้าเป็นล็อตปี 2019 จะใช้ Ohlins TTX36 ซึ่งนิยมใช้ในรถซุปเปอร์ไบค์ตัวแพงหลายๆรุ่น รวมถึงชุดสวิงอาร์มหลังเองก็ยังเป็นแบบแขนเดี่ยวขนาดใหญ่ ในแบบที่รถมอเตอร์ไซค์ของ Kawasaki รุ่นอื่นในปัจจุบันไม่มีให้เลยนอกจากซีรีย์ Ninja H2 และ Ninja H2 SX

ส่วนการเซ็ทติ้งระบบกันสะเทือนนั้นทั้งกระด้าง และดิบ มีความเป็นเรซซิ่งสุดๆแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้มันเอาอยู่กับพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์ เพราะถ้าเซ็ทมาแบบนุ่มๆนิ่มๆเหมือนรถใช้งานทั่วๆไป งานนี้มีหวังได้สะบัดตูดออกจากทางง่ายๆตั้งแต่โค้งแรกเป็นแน่

ไม่เพียงเท่านั้น ฝั่งระบบเบรกของ Ninja H2 คันนี้ ก็จัดชุดเบิ้มด้วยดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับปั๊มเบรก Brembo แบบเรเดียลเมาท์โมโนบล็อก 4 พอร์ท ส่วนด้านหลังก็ให้จานเบรกขนาดใหญ่เช่นกัน ที่ 250 มิลลิเมตร และแน่นอนครับว่ามันทำงานร่วมกับปั๊ม 2 พอร์ทจาก Brembo

นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย ทาง Kawasaki จึงเสริมระบบ KIBS เข้าไปอีก ดังนั้นในเรื่องการหยุดชะลอตัวรถจึงต้องบอกว่าเอาอยู่ และหายห่วงแน่นอน ถ้าหากเพื่อนๆรุ้จักประมาณตนกับความแรงของมัน

สุดท้ายก็คือในเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้มาในตัว Kawasaki Ninja H2 นั้น ถ้าเป็นตัวรถที่อยู่กับเราจะยังใช้หน้าจอแบบ LCD Backlight แต่ถ้าเป็นล็อตปี 2019 จะใช้ชุดหน้าจอมาตรวัดกึ่งอนาล็อค ผสมดิจิตอล TFT-Full Color ที่สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานต่างๆของตัวรถได้อย่างครบครัน แถมยังมี ชุดเซนเซอร์ IMU 6 แกน, คันเร่งไฟฟ้า, ไรดิ้งโหมด, แทรคชันคอนโทรล, สไลด์คอนโทรล, วิลลีคอนโทรล, และอื่นๆอีกมากมายที่เพื่อนๆได้ลองเล่นดูแล้วต้องว้าวแน่ๆถ้าได้ลองขี่มัน

แต่ย้ำอีกครั้งครับ ถ้าไม่เคยขี่ซุปเปอร์ไบค์ 200 แรงม้า มาก่อน อย่าแหยมแบบสุ่มสี่สุ่มห้ากับมันจะดีกว่า สำหรับเจ้า Kawasaki Ninja H2 ที่มีแรงม้าถึง 231 ตัว แถมยังสนนราคา 1,589,600 บาท คันนี้

รีวิว Kawasaki H2 SX SE
มาต่ออีกคันตระกูล Ninja และเป็นคันสุดท้ายของตระกูล H2
กับ Ninja H2 SX SE สปอร์ตทัวเร่อสายบ้าพลัง ที่ขี่สบาย
ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสรีวิวไปประมาณ 2 ปีครึ่งได้แล้ว อ่านรีวิวได้ที่นี่

โดยรูปลักษณ์ของมันก็ยังมีเอกลักษณ์ของ Ninja H2 เอาไว้อยู่จากชุดโคมไฟหน้า โปรเจ็คเตอร์
แต่ก็มีการปรับดีไซน์ ท่านั่ง ต่างๆ ให้สบายขึ้น รวมถึง องศาวินชิลด์ที่ดูยกสูงขึ้นให้บังลมได้มากขึ้น
ตัวเบาะก็ออกแบบมาให้ นั่งสบาย ทั้งผู้ขี่ และผู้ซ้อน มีมือจับหลัง ซึ่งก็มีช่องเอาไว้ให้ติดกล่องข้างได้ด้วย
ถือเป็นรถที่เรียกได้ว่าอยู่กึ่งกลางระหว่าง ZX-14R กับ Ninja1000

Kawasaki-Ninja-H2-SX-SE_19
ขุมพลังของมัน จะถูกตอนม้าลงอยู่ราวๆ 170 ตัว ส่วนแรงบิด จะให้มาที่ระดับ 136 Nm ซึ่งก็ถือว่าไล่ๆ กับ H2 เลย
ยังไงก็ดี มันก็รถที่แรงอยู่ดี แม้จะตอนม้า แล้ว ทอร์คเยอะ และมาหนักอยู่ดี แต่ก็จะไม่รู้สึกเครียด เท่า รถ 2 คันแรก

โดยรวมมันให้ความผ่อนคลายดีกว่า ในหลายๆด้าน ทั้ง น้ำหนักคลัทช์ ที่เบากว่า H2 แถมมีครูซคอนโทรล
รวมถึงเทคโนโลยีช่วยอย่าง Quick Shift 2 Way ที่ทำงานตั้งแต่ รอบ 2,500rpm ขึ้นไป สะดวก สบาย มากๆ หลายคนบอก ว่ามันต้องใช้กับรถสนามเท่านั้น ผมว่า ไม่จำเป็นนะ บนถนน นี่ล่ะดีด้วยไม่เมื่อยนิ้ว

สำหรับ นน.ตัว อยู่ระดับราวๆ 260 กก. ซึ่งว่ากันตามตรง มันดูหนักมากๆ แต่ทว่าพอขี่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ดูลำบาก ยากเย็นเท่าใดนัก
นอกจากนี้ เบาะสูง 835 มม. แต่ผมเองก็ยังเหยียบได้เต็มเท้า ไม่รู้สึกบัลเล่ต์ แต่อย่างใด

เอาเป็นว่าจะนั่งเดินทางคนเดียว หรือ มีคนซ้อนไปด้วยก็ถือว่าสบาย ขี่ค่อนข้างง่าย
ผมว่าใครชอบรถทัวริ่งแบบเน้นเดินทาง อยู่ในรูปลักษณ์สปอร์ต ต้องรัก Ninja H2 SX SE คันนี้ ไม่ยาก
มันมีราคา 1.09 ล้าน

รีวิว Kawasaki Versys 1000 SE
และสุดท้าย คือ Kawasaki Versys 1000 ที่ถือเป็นแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งไบค์ รุ่นใหญ่สุดของทางค่าย ซึ่งในโฉมล่าสุดนี้ ต้องยอมรับเลยว่าทางค่ายเขียวได้ออกแบบมันให้ดูมีความบึกบึนเป็นอย่างมากตั้งแต่หัวจรดท้าย

และด้วยความที่ตัวรถคันนี้คือรุ่น SE ดังนั้นมันจึงมาพร้อมกับชุดชิลด์หน้าทรงสูงปรับระดับได้ กับการ์ดแฮนด์ขนาดใหญ่ ที่ช่วยแหวกลม และป้องกันมือผู้ขี่ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีการติดตั้งแถบไฟตรงแฟริ่งข้างมาให้ด้วย เพื่อใช้เป็นไฟส่องสว่างตอนเลี้ยวโค้ง หรือที่เรียกว่า Cornering-Light

ด้านมิติตัวรถรวมถึงท่านั่งตอนขึ้นคร่อม ต้องบอกว่าด้วยความเป็นแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งไบค์รุ่นใหญ่ ดังนั้นมิติตัวรถคันนี้จึงไม่บางแน่นอน แม้แต่เบาะนั่งชิ้นหน้านุ่มที่สูงจากพื้น 840 มิลลิเมตรเอง สำหรับผุ้ขี่ที่สูงไม่เกิน 170 เซนติเมตร ถ้าไม่เอียงก้นยังไงก็ไม่มีทางวางเท้าเต็มพื้นได้

ส่วนลำตัวช่วงบนก็ต้องบอกว่าระยะแฮนด์ค่อนข้างใหญ่โตกว้างขวาง รับกับตำแหน่งพักเท้าที่ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ถอยหลังจนเกินไปได้เป็นอย่างดี ถ้านั่งขี่ยาวๆยังไงก็หายห่วง จะยืนขึ้นเพื่อมองอุปสรรคข้างหน้าฉบับแอดเวนเจอร์ไบค์ก็ไม่ฝืน หรือจะลองเอาตัวออกเพื่อพลิกเลี้ยวแล้วทิ้งโค้งแบบซิ่งจนพักเท้าขูดพื้นก็เองก็ทำได้ง่ายๆเช่นกัน ถือว่าอเนกประสงค์ใช้ได้เลยทีเดียว

2019-Kawasaki-versys1000-time2018-06
ด้านขุมกำลังของ Versys 1000 คันนี้ ก็จะเป็นบล็อก 4 สูบเรียง 1,043cc พื้นฐานเดียวกันกับซุปเปอร์เนคเก็ตัวแรก Z1000 แต่ด้วยการปรับจูนกล่อง ECU และปรับเซ็ทชุดฝาสูบกับชิ้นส่วนอื่นๆที่เดียวข้องใหม่ จึงทำให้กำลังสูงสุดของมันหล่นมาอยู่ที่ 120 PS แต่เพิ่มแรงบิดเป็น 120 นิวตันเมตร พอบวกกับการปรับ Power Mode 2 รูปแบบ จึงส่งผลให้เราสามารถเล่นกับย่านกำลังของมันได้หลายหลายมากขึ้น ทั้งตอนที่อยากแรง เล่นไปกับแรงดึงตอนออกตัว หรือออกโค้ง หรืออยากติ๋ม วิ่งกินลมชมวิวชิวๆไปกับบรรยากาศข้างทาง

ฝั่งระบบกันสะเทือนของ Versys 1000 ก็จะเป็นแบบโช้กตะเกียบคู่หัวกลับขนาดแกน 43 มิลลิเมตรทางด้านหน้า และแบบโช้กแก๊สเดี่ยวทำงานร่วมกระเดื่องทดแรงและสวิงอาร์มแขนคู่ทางด้านหลัง ซึ่งความที่ตัวรถคันนี้เป็นตัวรถรุ่น SE จึงทำให้มันได้รับการติดตั้งชุดกล่องควบคุมการปรับเซ็ทค่าต่างๆของระบบกันสะเทือนแบบไฟฟ้าเข้ามา

ดั้งนั้นเราจึสามารถเซ็ทรูปแบบการทำงานของมันได้ง่ายๆตามไรดิ้งโหมดที่ตั้งเอาไว้ด้วยการกดปุ่มตรงประกับแฮนด์ด้านซ้าย ทั้งการวิ่งบนถนนดำที่ต้องการความมั่นคง, วิ่งบนถนนเปียกที่ต้องการแรงยึดเกาะสุง, การวิ่งบนทางกรวดที่ต้องการเน้นความสามารถในการซับแรง, หรือการวิ่งด้วยความเร็วสูง ที่ต้องการให้ระบบกันสะเทือนมีความกระชับเป็นพิเศษ

Kawasaki-H2-SX-Versys1000ไม่เพียงเท่านั้นในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ Versys 1000 SE ก็ยังจัดชุดเต็มเท่าที่ Kawasaki จะมีให้ในรถมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาเช่นกัน ทั้งชุดมาตรวัดแบบอนาล็อคกึ่งดิจิตอล TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้เพื่อเข้าถึงการเล่นเพลง และการเก็บข้อมูลต่างๆของตัวรถ ระบบ GPS เสริมด้วยการ ระบบครูสคอนโทรล, แทรคชันคอนโทรล, ควิกชิฟท์เตอร์, สลิปเปอร์คลัทช์, และอื่นๆอีกเพียบ ในราคาเพียง 729,000 บาท

4-Review-Kawasaki-Motoaholic-Cover
เป็นยังไงกันบ้างครับ เพื่อนๆ กับรถเรือธง คลาสพัน ทั้ง 4 รุ่น นำทัพโดยการรีวิว Z H2 หากเพื่อนๆ อยากจะมาลองสัมผัสรถยอดเยี่ยมแบบนี้ด้วยตัวคุณเองล่ะก็ วันเสาร์ 19 ที่จะถึงนี้ มาได้เลยครับ ตั้งแต่เวลา 11:00 เป็นต้นไป ซึงที่จริงแล้ว มีรถให้ลองสัมผัสทุกคลาส มากถึง 10 รุ่นด้วยกัน เอาเป็นว่าถ้าสะดวกมาให้ได้นะครับ ที่ Kawasaki Motoaholic วงเวียน พระราม 5

อ่านรีวิว อื่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านข่าว Kawasaki เพิ่มเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 10 Years Writer & Test Driver @Pantip Garage 2018-Present @9carthai 2015- 2017 @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010

Comments are closed.

error: Content is protected !!