รีวิว Triumph Thruxton R สุดสาย Cafe แดนผู้ดี สเปกเทพ หล่อ แรง สมรรถนะสูง

0

หากเพื่อนๆ กำลังสนใจในรถสไตล์คลาสสิค แต่ยังคงชอบซิ่งอยุ่ด้วย รถแนว Cafe Racer นี่ล่ะ คือ สิ่งที่ตอบโจทย์ แต่หากต้องการรถ Cafe ในยุคสมัยใหม่ เช่นนี้ ซึ่งยังคงกลิ่นอายความคลาสสิคปนโมเดิร์น ด้วยแล้วล่ะก็

Review-Triumph-Thruxton-R_15Triumph Thruxton ใหม่ ถือว่า เป็นรถที่นำตำนานกับมา Reborn ใหม่ เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็น นีโอคาเฟ่เรซเซอร์ ที่ถือได้ว่าเป็นที่สุดของยุคนี้ ในยุคนี้ นอกจากรูปทรงที่หล่อเหลาแล้ว ยังจัดเต็มทั้งออปชั่น และสมรรถนะ อีกด้วย

Triumph-ThruxtonR-Antman-TheWasp
นอกจากนี้ มันยังโดดเด่น จนได้เข้าแสดงในภาพยนตร์ในจักรวาล MCU อย่างเรื่อง Antman & The Wasp ที่กำลังจะเข้าฉายในเร็วๆนี้ ด้วย

Review-Triumph-Thruxton-R_18
และในวันนี้ทาง MotoRival เราขอพามาพบกับ รีวิว Triumph Thruxtonรถสไตล์ Café สุดหล่อ ในรุ่น R ซึ่งบ้านเราเลือกจำหน่ายเฉพาะรุ่น R ตัว Top Line กับของติดรถที่เรียกได้ว่าระดับ Hi-End จนเป็นรถในฝันของคอคาเฟ่ เลยก็ว่าได้

Review-Triumph-Thruxton-R_11
Thruxton R ยังคงสไตล์คลาสสิค แต่แฝงความโมเดิร์น ด้วยไฟหน้าทรงกลมพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED

Review-Triumph-Thruxton-R_06
ไฟท้ายรูปทรงคลาสสิค แต่ใช้หลอดด้านใน LED, ไฟเลี้ยวทรงกลมสีส้ม ดีไซน์อนุรักษ์นิยม

Review-Triumph-Thruxton-R_13
ครอบเบาะท้ายแบบตูดมด สามารถถอดออกได้ ผู้โดยสารนั่งซ้อนได้ แต่จะไม่มีพักเท้าคนซ้อน

Triumph-Thruxton-R-Detail_19
แฮนด์จับโช้ค (Clip On) ใต้แผงคอ บ่งบอกความเป็น Cafe Racer ขนานแท้

Triumph-Thruxton-R-Detail_23
ก้านคลัทช์ปรับได้ 4 ระดับ ขณะที่ก้านเบรกปรับระดับได้ด้วยการหมุนทำให้มีความความละเอียดสูง

Triumph-Thruxton-R-Detail_24
กระจกมองหลังทรงกลมติดปลายแฮนด์ ดูเท่ อย่างมีสไตล์

Review-Triumph-Thruxton-R_17
ฝาถังน้ำมันแบบ Monza อลูมีนัมปัดเงา มอบความคลาสสิค ขณะ่ที่ตัวถังน้ำมันดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ มากับสายรัดถังน้ำมันพาดกลาง

Triumph-Thruxton-R-Detail_39
ล้อซี่ลวดขนาด 17” ทั้งหน้าและหลัง หุ้มยางสมรรถนะสูง Diablo Rosso Corsa หน้ากว้าง 120/160 (หน้า/หลัง)
ท่อไอเสียออกคู่ทรง Megaphone

Triumph-Thruxton-R-Detail_22
เมื่อเปิดเบาะขึ้น จะพบกับช่อง USB Socket เอาไว้สำหรับชาร์จไฟมือถือได้ในขณะที่เรากำลังขี่ ซึ่งจะพบได้ในตระกูล Bonneville ใหม่ทุกรุ่น

Triumph-Thruxton-R-Detail_11
มาตรวัดแบบอนาล็อกปนดิจิตอล ทรงถ้วยคู่ ทางฝั่งซ้ายวัดความเร็ว ฝั่งขวาวัดรอบเครื่องยนต์

Triumph-Thruxton-R-Detail_12
หน้าจอดิจิตอล ทางด้านซ้ายแสดงผล Odo, เซ็ททริป, TTC ปิดได้, ABS ปิดได้, บอกตำแหน่งเกียร์ ทางฝั่งขวาเป็น เกจ์น้ำมัน, Riding Mode, อัตราสิ้นเปลือง, ระยะทางคงเหลือที่วิ่งได้

Triumph-Thruxton-R-Detail_07
สวิทช์ทางฝั่งซ้ายมีปุ่ม i ที่ใช้ตั้งค่าต่างๆ และปุ่มไฟ Pass (เมื่อเปิดไฟ DRL แต่ถ้าเปิดไฟหน้าปกติ จะทำหน้าที่เป็นสวิทช์ไฟสูงซึ่งต้องกดเปิด-ปิด) ปุ่ม Mode คือ ปุ่มปรับ Riding Mode ได้ 3 รูปแบบ

Triumph-Thruxton-R-Detail_09
ขณะที่สวิทช์ไฟฉุกเฉินจะไปอยู่ทางฝั่งขวา

Triumph-Thruxton-R-Front-Rear
มิติรถ Thruxton R
มีความสูงเบาะที่ 810 มม.
น้ำหนักตัว 203 กก. (Dry)
ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร

Review-Triumph-Thruxton-R_16ด้านท่านั่งและการใช้งานขับขี่ แฮนด์จับโช้คใต้แผงคอ ตำแหน่งต่ำแบบรถ Supersport ตำแหน่งพักเท้านั้นถูกร่นมาทางด้านหลัง ดูเหมาะแก่การก้มขี่ ตัวพักเท้าไม่สูงนัก ความสูงพักเท้าใกล้เคียงกับรถ Bonneville คันอื่นๆ ทำให้ตำแหน่งวางขาไม่ต้องงอเข่ามากเท่ารถ Supersport ซึ่งการขี่เดินทางไกลจะไม่เมื่อยขามากนัก

Review-Triumph-Thruxton-R_19การใช้งานในเมืองรถติด อาจไม่สะดวกเท่าไร จากกระจกปลายแฮนด์ดูจะเลาะช่องรถติดลำบากเสียหน่อย ขณะที่การเลี้ยววงแคบ ช่วงแขนอาจติดบริเวณถังน้ำมันเล็กน้อย เนื่องจากแฮนด์แบบจับโช้กมีตำแหน่งแคบและต่ำ จึงตีวงเลี้ยวลำบากกว่าแฮนด์บาร์

Triumph-Thruxton-R-Detail_30เครื่องยนต์ 1200HT (High Torque) ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ 2 สูบเรียง SOHC ความจุ 1,199cc ให้กำลัง 97 [email protected],750rpm และแรงบิด 112 [email protected],950rpm ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 Speed มาพร้อมระบบ Slip Assist Clutch

Triumph-Thruxton-R-Detail_14Riding Mode ปรับได้ 3 แบบ คือ Rain, Road, Sport
เริ่มต้นออกตัว ทันทีที่กำคลัทช์ ต้องขอบคุณระบบ Slip Assist Clutch มันช่วยให้น้ำหนักเบา ผ่อนแรงนิ้วมือเป็นอย่างมาก การเลี้ยงคลัทช์ เวลารถติด ถือว่าสบายไม่เมื่อยนิ้วเลย

Review-Triumph-Thruxton-R_09ด้านเสียงเครื่องยนต์ที่ดังผ่านท่อ Megaphone นี้ เสียงออกแตกๆ อาจไม่ทุ้มเท่าท่อทรง Pea Shooters ใน T120 และ เสียงอาจไม่แผดดังเท่าปลายท่อตัดของ Bobber

PON-Triumph-Thruxton-R_1
การใช้งานบนถนนปกติ โหมด Road ถือว่าเป็นมิตรพอสมควร แม้ทอร์คเยอะ เครื่องใหญ่ แต่ก็ไม่ได้คุมยากเย็นอะไรนัก คันเร่งไฟฟ้าตอบสนอง แบบหน่วงเล็กน้อย จังหวะเปิดคันเร่งไม่ถึงกับน่ากลัวจนเกินไป แต่หากกระแทกพรวดเดียว ไปถึงช่วงสัก 3,000rpm จะพบแรงดึงเอาเรื่อง ซึ่งต้องหนีบถังให้ดีไม่งั้นอาจมีเหวอ เนื่องจากทอร์คระดับ 110Nm ถูกรีดออกมาตั้งแต่รอบต่ำ

PON-Triumph-Thruxton-R_3ต่อที่ Sport Mode มันให้ความสนุกสนาน และเร้าใจยิ่งกว่า คันเร่งติดมือมากยิ่งขึ้น เปิดคันเร่งออกตัวรถพุ่งทะยานไปได้ไวกว่าเดิม จากคำสั่งของสมองกลที่คุมการเปิดปิดของลิ้นผีเสื้อ ทำให้การไม่อยากกลับไปขี่โหมด Road อีกต่อไป ช่วยให้สัมผัสทอร์คได้ทันทีตั้งแต่รอบต้น-ย่านกลาง แต่เมื่อลากรอบเครื่องยนต์เข้าแตะระดับ 6,500rpm เจ้า Thruxton R จะเริ่มกำลังดรอปลง ซึ่งในความเป็นจริง การขี่ในเมืองแทบไม่จำเป็นที่จะต้องใช้รอบเครื่องสูงถึงขั้นนั้นเลย แค่เปิดคันเร่งนิดๆ ก็แทบจะไม่มีรถคันไหนตามทันแล้ว เว้นแต่จะออกไปซัดเล่นในทางโล่งๆลากรอบหา Top Speed เครื่องยนต์บล็อกนี้ อาจไม่ได้ตอบสนองให้คุณในแบบรถตระกูล Sport อย่าง Street Triple ได้ แต่อย่าลืมว่ามันคือเครื่องยนต์ High Torque เน้นแรงบิดตามชื่อ ใช้งานในเมืองและการเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม

Review-Triumph-Thruxton-R_08สุดท้าย Rain Mode สำหรับบิดบนพื้นผิวที่ลื่น ในโหมดนี้คันเร่งจะตอบสนองช้าลง รวมไปถึงมันจะช่วยคุณในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ในช่วงเกียร์ 1-2 ป้องกันไม่ให้ล้อสลิป จนศูนย์เสีย Traction โหมดนี้จะเข้ามาทำงานร่วมกับ TTC

PON-Triumph-Thruxton-R_4
ในด้านการระบายความร้อนหม้อน้ำทรง Slim วางตามยาวทางด้านหน้าของเครื่อง เราพบไอความร้อนออกมาที่หน้าขามากพอสมควรเมื่อขี่ในเมือง แต่เมื่อขี่เดินทางไกลไอร้อนจะถูกไล่ออกไป และปะทะกับหน้าขาน้อยลงจึงไม่ทำให้ร้อนอึดอัดขานักเมื่อต้องขี่ออกทริปเป็นเวลายาวนาน

Review-Triumph-Thruxton-R_14
สำหรับ Top Speed ตามเคลมอยู่ที่ 217 กม./ชม. ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสซัดในช่วงทางโล่งความเร็วแตะระดับ 200 กม./ชม. ขณะที่รอบเครื่องยังเหลืออยู่อีกหน่อย ซึ่งดูจากพละกำลังแล้วน่าจะไปได้เกิน 210 เป็นอย่างน้อยในการวิ่งจริงบนถนน แต่คุณต้องหมอบหมวกติดถังเพื่อให้หมวกเป็นตัวรีดลม เนื่องจากไม่มีวินชิลด์หน้า ซึ่งถ้าก้มไม่ดีจะโต้ลมมากเป็นพิเศษ

Triumph-Thruxton-R-Detail_08
ระบบกันสะเทือน โช้กหน้า UpSideDown แกนโช้กสีทองอร่ามจาก Showa ขนาดแกน 43 มม.

Triumph-Thruxton-R-Detail_02ปรับระดับได้ครบถ้วน ทั้ง Preload, Rebound, Compression มีระยะเคลื่อนตัว 120 มม.

Review-Triumph-Thruxton-R_10ด้านหลังโช้คอัพคู่จาก Ohlins มาพร้อมกระปุกแก้ส Piggy Back ปรับได้ครบถ้วนเช่นกัน

Triumph-Thruxton-R-Detail_41โดยปรับ Rebound (ด้านล่าง) ได้ประมาณ 50 คลิก และ Compression (ด้านบน) อีกประมาณ 25 คลิก เพียงแค่ ใช้มือหมุนเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าความละเอียดในการปรับตั้งนั้นถือว่าสูงมาก ดังนั้นหากเพื่อนๆคนไหนอยากปรับเซ็ทเล่นล่ะก็ จำจำนวนคลิกที่หมุนไปให้ดีนะครับ ไม่งั้นได้ทวนใหม่กันแน่ๆ เพราะไม่มีเครื่องหมายใดๆบอกเลยว่าเราหมุนไปกี่คลิกแล้ว

Review-Triumph-Thruxton-R_02
Triumph เลือกใช้โช้คอัพระดับ Hi-End นอกจากจะสวยดูดีมีราคาแล้ว ยังทำให้ Thruxton R เป็นรถคาเฟ่ที่ขี่ได้สนุกมากที่สุดคันหนึ่ง อาจจะไม่ได้ให้ความรู้สึกในการเข้าโค้งที่ดูเนียนคมกริบ แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่หนักแน่น ทุกครั้งในช่วงที่โช้คอัพคืนตัวจากการยุบ และซับแรงได้ดี แม้ช่วงล่างจะออกแนวสปอร์ต แบบติดแข็งนิดหน่อย ขณะที่การขี่ด้วยความเร็วสูงโช้คอัพหน้าแบบที่ใช้ในรถ Supersport สมรรถนะสูง ร่วมกับแฮนด์ Clip On จับใต้แผงคอที่ทำให้หน้าจิกต่ำ ส่งผลให้การขี่ความเร็วสูงๆนั้นหน้าไม่แกว่ง ไม่จำเป็นต้องไปติดกันสะบัดเพิ่มเติม

Triumph-Thruxton-R-Detail_01
ระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลัง สามารถปิดได้ เบรกหน้าจานดิสก์คู่ Semi Floating ขนาด 310 มม. ใช้ปั๊มเบรกล่างแบบ Radial Mount Brembo Monobloc คาลิปเปอร์ 4 สูบ ด้านปั๊มเบรกบน เป็นปั๊มลอยของ Brembo เช่นกัน

ด้านหลังจานเดี่ยวขนาด 220 มม. ปั๊ม Nissin คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ

Triumph-Thruxton-R-Detail_10
ในด้านการใช้งาน ปั๊มน้ำมันลอย ให้ฟีลลิ่งหนึบแน่น เบรกจิกมือ หยุดรถได้อย่างมั่นใจ

Triumph-Thruxton-R-Detail_13และเมื่อปิด ABS ด้วยจะได้น้ำหนักเบรกแบบเวลากำแบบเต็มๆ หยุดพละกำลังเครื่องทอร์คจัดระดับ 100 Nm+ ได้โดยไม่ยาก
เรียกได้ว่าเบรกของ Thruxton R เป็นรถที่มีประสิทธิภาพเบรกดีที่สุดในรถตระกูล Bonneville เลยก็ว่าได้

Review-Triumph-Thruxton-R_04สรุป Triumph Thruxton R รถ Café ยุคใหม่ ที่ทั้งหล่อ ทั้งแรง ออปชั่นจัดเต็ม ขี่ไปไหนก็มีแต่คนมอง ต้องระวังเพียงเรื่องเดียว คือเวลาจอดรถ เพราะของแต่ละออย่างอาจดูล่อตาโจรไม่น้อยเลย

Review-Triumph-Thruxton-R_05
พละกำลังจากเครื่อง 1200HT การันตีสมรรถนะความแรงในรถ Bonneville ทุกรุ่น ส่วนสเปกออปชั่นอย่างโช้ก + เบรกก็ไม่ต้องพูดเยอะ ขี่เอาอยู่สบายๆ

Review-Triumph-Thruxton-R_07หากเทียบกับระดับราคา 6.32 แสนบาท ได้รถสุดสาย Cafe Racer ในยุคนี้แล้วล่ะก็มันก็แพงนักหรอก

ขอขอบคุณ Triumph Motorcycles Thailand สำหรับรถทดสอบ Triumph Thruxton R สีขาว Crystal White คันนี้
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver

อ่านข่าว Triumph เพิ่มเติมได้ที่นี่
อ่านรีวิวรถอื่น เพิ่มเติมเติมได้ที่นี่

เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ

Share.

About Author

Background EXP in Automotive journalists more than 6 Years Writer & Test Driver @9carthai 2015- Present @Torque & VIPStyle Magazine 2015 @Autospinn 2012-2015 @GTmania.tv 2009-2010