รีวิว Harley-Davidson Pan America 1250 “เมกันพันธ์ลุย” คันแรกจากค่ายครุยเซอร์

0

รีวิว Harley-Davidson Pan America 1250 ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์แนวแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งไบค์คันแรกของทางค่าย ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหวังขยายฐานลูกค้าของตนเองให้กว้างไกลยิ่งขึ้นจากกรอบเดิมๆ และจากการที่ทีมงาน MotoRival ได้มีโอกาสทดสอบมันสักทีจะเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยในการรีวิวแบบ First Impression ครั้งนี้

harley-davidson-pan-america-official-001
รีวิว Harley-Davidson Pan America 1250 มาพร้อมกับดีไซน์ที่บึกบึนเป็นอย่างมากตั้งแต่บนจรดล่าง หน้าจรดท้าย ซึ่งทาง Harley ระบุว่างานดีไซน์ชิ้นส่วนในแต่ละจุด จะถูกออกแบบโดยนำเอาเส้นสายของรถมอเตอร์ไซค์โมเดลอื่นๆที่ตนมี มาบรรจุเอาไว้เพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

harley-davidson-pan-america-1250-review-002
ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทรงเหลี่ยมจัดรอบคัน พร้อมระบบไฟ Advanced Daymaker ซึ่งจะส่องสว่างมาก-น้อยตามองศาการเอียงของตัวรถ หรือก็คือระบบ Cornering Light นั่นเอง (ที่เห็นเป็นโคมสี่เหลี่ยมเล็กๆด้านบน) แต่จะติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่น SE ขึ้นไป

Harley-Davidson-Pan-American-1250-Special (6)
วินชิลด์ หรือบังลมหน้าสามารถปรับขึ้น-ลงได้ 2 ระดับ โดยจะมีตัวปรับอยู่ด้านหลัง ซึ่งการปรับก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงปลดล็อกก้านโยกข้างซ้ายของหน้าจอมาตรวัด แล้วโยกขึ้น-ลงเพื่อปรับตำแหน่งเท่านั้น

harley-davidson-pan-america-1250-review-005
ไฟเลี้ยว LED โคมกลม ติดตั้งไว้ที่บริเวณข้างหม้อหน้าด้านหน้า และด้านท้าย ใต้ไฟเลี้ยว มาพร้อมระบบปิดอัตโนมัติ เมื่อรถกลับมาตั้งตรงหลังการเอียงเพื่อเลี้ยว ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนโครงเหล็กที่อยู่ใต้แนวไฟหน้า, แครชบาร์ (ที่ติดตั้งมาให้เสร็จสรรพสำหรับรุ่น SE ขึ้นไป), และชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆ ถูกสร้างอย่างจงใจเพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆที่จำเป็นสำหรับสายทัวร์ริ่ง และในขณะเดียวกัน สำหรับกรณีที่ผู้ขี่นำรถไปบุกตะลุย ผู้ช่วยยังสามารถจับลากชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆเหล่านี้เพื่อกู้รถในยามวิกฤติได้อย่างไม่ติดขัดใดๆด้วย (สามารถจับลากได้เลย เนื่องจากทาง Harley ออกแบบจุดยึด และมุมจับมาอย่างดี)

harley-davidson-pan-america-1250-review-006
การ์ดแฮนด์ ติดตั้งมาให้เฉพาะ รุ่น SE ขึ้นไป

harley-davidson-pan-america-1250-review-016
กันสะบัด ติดตั้งมาให้เฉพาะ รุ่น SE ขึ้นไป

harley-davidson-pan-america-1250-review-008
ถังน้ำมันเหล็กความจุ 21.2 ลิตร

Harley-Davidson-Pan-American-1250 (14)
ขณะที่ชุดเฟรมแบบโครงเหล็กถักซึ่งถูกทำขึ้นมาเพื่อมันโดยเฉพาะ ก็จะเป็นแบบแยกส่วนกัน 3 ชิ้น ทั้งเฟรมหน้า/เฟรมกลาง/เฟรมท้าย(ซับเฟรม) ที่ช่วยให้ผู้ขี่สามารถซ่อมบำรุงตัวรถได้ง่ายขึ้น (ถ้าเกิดเฟรมตรงไหนเบี้ยวก็ถอดเปลี่ยนแค่ส่วนนั้น ไม่ต้องเปลี่ยนยกชุด)

harley-davidson-pan-america-1250-review-014
ชุดล้ออัลลอยด์ รัดด้วยยางไซส์ 120/70R19 60V และ 170/60R17 72V ตามลำดับหน้า-หลัง

ชุดหน้าจอมาตรวัดแบบ TFT ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือด้วยสัญญาณบลูทูธ เพื่อเข้าถึงการปรับโหมการขับขี่ต่างๆ ทั้ง Sport, Road, Rain, Off Road, และ Off Road plus ได้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นด้วยการใช้ชุดคันเร่งไฟฟ้า กับชุดเซนเซอร์ IMU จึงทำให้มีมีทั้ง ระบบ Cruise control, ระบบ hill-hold control, ระบบ Cornering-ABS, ระบบ Cornering Traction Control, Cornering Enhanced Electronically Linked Braking (C-ELB), Cornering Enhanced Drag-Torque Slip Control System เรียกได้ว่าครบครันตามสไตล์แอดเวนเจอร์ไบค์ระดับเรือธง

harley-davidson-pan-america-1250-review-022
โดยสัมผัสที่ได้จากการทดลองขี่จริง เบื้องต้น ด้วยความที่ยังไง เจ้า Pan America 1250 คือรถมอเตอร์ไซค์แนวแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งรุ่นใหญ่ ที่มาพร้อมกับน้ำหนักตัวรวมของเหลวถึง 258 กิโลกรัม ในรุ่น Special (สำหรับรุ่น ธรรมดา จะลดลงเหลือ 245 กิโลกรัม) จึงทำให้ในส่วนของการเข็นรถ ขณะที่ยังไม่ขึ้นคร่อม อาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ขี่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน หรืออาจจะยังไม่คุ้นชินกับรถ แต่เมื่อจับจุดได้ และได้ลองขึ่นคร่อมไปแล้ว ก็จะพบว่ามันถือเป็นแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งไบค์อีกคัน ที่สามารถพลิกเลี้ยวได้ง่าย ไม่ได้มีอาการหน้าหน่วง หรือแรงหวี่ยวงจากน้ำหนักตัวรถมากระทบถึงตัวรถมากเท่าไหร่นักในจังหวะที่ต้องการพลิกเลี้ยวรถแบบกระชั้นชิด(เมื่อเทียบกับแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์เดียวกัน)

และแม้เบาะนั่งของมันจะสูงถึง 830 มิลลิเมตร เมื่อปรับระดับเบาะให้ต่ำสุด แต่ด้วยความกว้างของเบาะช่วงหว่างขาที่ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ จึงทำให้สำหรับผู้ทดสอบที่สูงไม่ถึง 170 เซนติเมตร ยังสามารถใช้วิธีกระเถิบบั้นท้าย เพื่อให้ขาหนึ่งข้างสามารถแตะพื้นได้อย่างไม่ติดขัดใดๆ และไม่รู้สึกเลยว่าขาอีกฝั่งที่ไม่ได้เอาลง จะต้องชันเข่าให้สูงขึ้นมากนัก ยังอยู่ในระดับที่สามารถยืนจอดทั้งอย่างนั้นได้สบายๆ จอดรอไฟแดงอยู่ราวๆ 3 นาทีก็ไม่มีปํยหาในเรื่องของความเมื่อย แต่เจอไอความร้อนจากเครื่องยนต์แทนด้านขวามากกว่า ซึ่งในจุดนี้ทาง Harley ระบุว่า พวกเขาได้ทำการสั่งฝาครอบเครื่องยนต์ในตำแหน่งดังกล่าวใหม่ ที่แก้ปัญหาในเรื่องนี้แล้ว สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถไปใช้จึงไม่ต้องกังวลใดๆในจุดนี้

harley-davidson-pan-america-1250-review-015
นอกนั้นในด้านเครื่องยนต์ของมัน ก็แน่นอนว่าจะต้องเป็นบล็อค V-Twin ทำมุม 45 องศา จัดองศาการจุดระเบิดแบบ 315° – 405° ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยใช้ชื่อ “Revolution Max” และมีพิกัดสุทธิ 1,252cc DOHC 4 วาล์ว/สูบ มีกลไกวาล์วแปรผัน VVT ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่สามารถทำกำลังสูงสุดได้ 150 BHP ที่ 8,750 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุดอีก 127.5 Nm ที่ 6,750 รอบ/นาทีเท่านั้น

และอย่างที่ผู้ทดสอบ ได้เคยระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในการทดสอบ Harley-Davidson Sportster S ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งรุ่น ที่ใช้ขุมกำลังลูกเดียวกันกับ Pan America 1250 (แต่จูนความแรงไม่เท่ากัน) ว่าเครื่องยนต์ Revolution Max ลูกนี้นั้น มีนิสัยที่คล้ายกันกับเครื่องยนต์ Harley ลูกอื่นๆแค่เพียงความสั่นเครือเบาๆในรอบต่ำ ที่เกิดจากความตัั้งใจของวิศวกรเพียงจุดเดียวเท่านั้น เพื่อให้มันยังคงมีกลิ่นอายแบบเครื่องยนต์ V-Twin ของค่าย

harley-davidson-pan-america-1250-review-004
ในเรื่องนิสัยของการเรียกแรงบิดต่างๆ เรียกได้ว่ากลิ่นอายความเป็นเครื่องยนต์แรงบิดสูงในรอบต่ำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่เราสามารถพบได้ในรถมอเตอร์ไซค์ Harley นั้น หายไปค่อนข้างมาก เพราะมันจะเป็นเครื่องยนต์ ที่มีแรงบิดค่อนข้างคงที่ในรอบต่ำ แล้วเริ่มมีให้เรียกใช้มากขึ้นในย่านกลางกับปลายแทน ซึ่งหากมองในมุมของสาวก Harley มันก็อาจจะผิดวิสัยไปบ้าง แต่ถ้ามองในมุมของลูกค้าหน้าใหม่ที่อยากได้รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์นี้สักคัน มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเหล่านั้นสามารถปรับตัวเข้าหารถได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น จากการที่เราได้ลองนำรถไปขี่ทดสอบแบบบุกตะลุย จุดสังเกตที่น่าแปลกใจก็คือ ผู้ทดสอบพบว่าการออกตัวเจ้า Pan จำเป็นต้องมีการเติมคันเร่งพร้อมกับการปล่อยคลัทช์ มากกว่ารถแอดเวนเจอร์ไบค์ทั่วๆไป แต่เมื่อรถลอยตัวแล้ว หลังจากนั้นเราก็ไม่ต้องกังวลใดๆ เนื่องด้วยเครื่องยนต์ที่มีย่านกำลังให้เรียกใช้ในรอบกว้าง จึงทำให้การประคองคันเร่งในยามผ่านยอุปสรรคต่างๆสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเกร็งมือมากเท่าไหร่นัก

harley-davidson-pan-america-1250-review-025
และถึงผู้ทดสอบจะบอกว่าเครื่องยนต์ลูกนี้ มีนิสัยในการเรียกแรงบิด ที่ “หนักหน่วงน้อยลง” กว่าเครื่องยนต์ของ Harley รุ่นอื่นๆ แต่ถ้าหากขี่ออกตัวจากหยุดนิ่งบนพื้นกรวด ล้อหลังก็สามารถฟรีทิ้งได้ง่ายๆหากไม่ได้เปิดระบบ Traction เอาไว้ (หรือเปิดโหมด Off-Road เอาไว้ ล้อหลังก็ยังฟรีได้อยู่ เพื่อที่ล้อจะได้สามารถตะกรุยดินสำหรับผ่านอุปสรรคไปได้) หรือถ้าขี่บนทางดำ หากเปิดคันเร่งแรงๆ ล้อหน้าของมันก็พร้อมจะลอยเอาง่ายๆเช่นกัน แม้ตอนนั้นจะบิดไปมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมงแล้วก็ตาม (แต่เพื่อนๆก็ไม่ต้องกังวลเพราะรถมีระบบ Anti-Wheelie ช่วยประคองล้อหน้าไม่ให้ลอยสูงมากไปอยู่)

ส่วนประเด็นในเรื่องความเร็วสูงสุด รอบเครื่องยนต์ที่ใช้ในการเดินทาง หรืออัตราสิ้นเปลือง น่าเสียดายที่ด้วยระยะเวลาในการทดสอบที่ค่อนข้างสั้น จึงทำให้เราไม่สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้ทั้งหมด

harley-davidson-pan-america-1250-review-026
ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าโช้กตะเกียบคู่หัวกลับ BFF แกนขนาดใหญ่ถึง 47 มิลลิเมตร และด้านหลังก็จะเป็นแบบโมโนช็อคมีกระปุกซับแทงค์แยกพร้อมกลไกลูกสูบด้านในแบบ BFRC ทำงานร่วมสวิงอาร์มอลูมิเนียมชิ้นโต ซึ่งชุดโช้กหน้าหลังทั้งหมดที่เกริ่นไว้นั้นสามารถปรับเซ็ทได้ทุกค่า และเป็นของที่ทาง Showa ช่วยพัฒนาให้ทั้งหมดเพื่อให้รองรับกับน้ำหนักตัวที่มากถึง 245 กิโลกรัมเมื่อรวมของเหลว (และขยับขึ้นเป็น 258 กิโลกรัม เมื่อเป็นรุ่นท็อป)

นอกจากนี้ Harley-Davidson Pan America ยังมีรุ่นย่อย “Harley-Davidson Pan America 1250 Special” ที่จะมาพร้อมกับเซนเซอร์วัดแรงดันลมยาง, ไฟหน้าอัตโนมัติ, และชุดระบบกันสะเทือนไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้มีแค่เพียงฟังก์ชันการทำงานแบบ Semi-Active ที่จะคอยปรับความหนืดในการยืดยุบโช้กตามสภาพพื้นผิวถนนและโหมดการขับขี่ที่เซ็ทอยู่แบบโช้กไฟฟ้าทั่วไปเท่านั้น แต่มันยังสามารถเพิ่มออพชัน “ปรับความสูงรถแบบอัตโนมัติ” ได้ด้วย เช่นในจังหวะผู้ขี่กำลังเบรกตัวรถหนักๆ มันจะปรับความสูงรถลง จนความสูงของเบาะเหลือเพียง 855 มิลลิเมตร เพื่อลดศูนย์ถ่วงลง (ป้องกันอาการหลังลอย) หรือลดความสูงรถลงตอนจอดหยุดนิ่ง หลังจากนั้นพอรถเริ่มออกตัวจนถึงความเร็วระดับหนึ่ง โช้กก็จะปรับเพิ่มความสูงรถขึ้นอัตโนมัติจนเบาะขยับไปอยู่ที่ความสูง 890 มิลลิเมตร ตามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ขี่ไซส์เล็กอย่างมาก

harley-davidson-pan-america-1250-review-017
อย่างไรก็ดี ตัวรถ Harley-Davidson Pan America 1250 ที่ผู้เขียนได้ทดสอบนั้น ถึงจะเป็นรุ่น Special แต่ก็ยังเป็นตัวรถที่ไม่มีฟังก์ชั่นระบบปรับความสูงรถอัตโนมัติแต่อย่างใด ทว่าในเบื้องต้น ระบบกันสะเทือนของมันก็ยังคงเป็นแบบปรับไฟฟ้า ที่จะปรับความหนืดในการยืดยุบตามโหมดการใช้งาน และสภถาพผิวถนน ซึ่งโหมดที่ผุ้ทดสอบติดใจและชอบมากที่สุด ก็คือตอนขี่รถด้วยโหมด Sport เนื่องจากระบบกันสะเทือนจะทำงานค่อนข้างกระฉับกระเฉง มีความแข็งนิดๆ เพื่อที่ในจังหวะพลิกเลี้ยวตัวรถจะได้พลิกไปตามสั่งง่ายๆ แถมยังทำให้ตัวรถมีความมั่นคงค่อนข้างสูงในยามที่เปิดคันเร่งหนักๆหรือเบรกหนักๆ

harley-davidson-pan-america-1250-review-022
ส่วนการขี่รถด้วยโหมด Road ซึ่งจะเป็นโหมดพื้นฐาน ระบบกันสะเทือนของตัวรถก็จะปรับความหนืดในการยืดยุบของโช้กให้มีความนิ่มนวลมากยิ่งขึ้น เน้นการซับแรงจากผิวถนนเป็นอย่างดี แต่ก็อาจจะแลกมาซึ่งการโยนตัวของรถมากขึ้นสักนิดในยามที่ต้องเบรกหนักๆหรือเร่งหนักๆ ทว่าก็ยังอยู่ในระดับที่สามารถใช้งานขี่ท่องเที่ยวท่อไปได้สบายๆ ส่วนการขี่ในโหมด Rain ตัวโช้กจะให้ตัวได้มากขึ้น และมีความหนืดในการยืดยุบที่มากขึ้น จะรู้สุกได้เลยว่าตัวรถมีอาการโยกขึ้นลงไปมาได้ค่อนข้างมาก แต่ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากตัวรถต้องการสร้างแรงกดไปที่ล้อให้มากขึ้นเพื่อที่ล้อจะได้สามารถสร้างแรงยึดเกาะบนพื้นเปียกๆได้ดีกว่าเดิม

ด้านโหมดการทำงานของระบบกันสะเทือนแบบ Off-Road จะมีการทำงานแยกเป็น 2 รูปแบบ ทั้ง Off-Road Soft ที่เน้นการให้ตัวของโช้กค่อนข้างสูง และความหนืดก็อยู่ในระดับกลางๆ เพื่อรองรับการใช้งานที่เน้นค่อยๆปีนป่ายอุปสรรคไปช้าๆ หรือการขี่ผ่านทางลูกรังที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากนัก ขณะที่หมด Off-Road Firm ตัวโช้กจะยังให้ตัวเท่าเดิมกับโหมด Soft แต่มาพร้อมความความหนืดในการยืด-ยุบที่ฉับไวมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การขี่รถบนทางฝุ่นด้วยความเร็งสุงๆนั้น มีความกระฉับกระเฉงขึ้นมาก แถมยังง่ายต่อการควบคุม ไม่รู้สึกหวิวแต่อย่างใด เรียกได้ว่าออกแบบการทำงานของระบบกันสะเทือนเดิมๆมาได้ครอบคลุมทุกการใช้งานจริงๆ

harley-davidson-pan-america-1250-review-003
และระบบเบรก ก็เห็นได้ชัดเจนว่ายกชุดจาก Brembo มาอย่างครบครัน ทว่าน่าเสียดายที่ทาง Harley-Davidson ไม่ได้มีการระบุขนาดชุดจานเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาให้แต่อย่างใด และถึงแม้น้ำหนักตัวรถจะค่อนข้างเยอะ คือระดับ 254 กิโลกรัม แต่ระบบเบรกที่ให้มาก็ทำงานได้ดีพอที่จะหยุดชะลอรถได้ในระยะทางที่ค่อนข้างสั้นด้วยแรงกดจากปั๊มเรเดียลด้านบนที่ไม่ต้องบีบเค้นมากมายขนาดนั้น และในขณะเดียวกันระบบ Cornering ABS ที่ติดรถมาก็ทำงานได้ค่อนข้างเนียน

harley-davidson-pan-america-1250-review-020
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลองทดสอบการทำงานของระบบนี้ตอนที่ต้องเบรกหนักๆบนทางฝุ่น (ที่ต้องปรับการทำงานของ Riding Mode มาเป็นแบบ Off-Road ด้วย) ผู้ทดสอบก็พบว่าทาง Harley เซ็ทระบบความปลอดภัยนี้ไว้ค่อนข้างดี ทำงานเนียนเป็นอย่างมาก พอบวกกับระบบกันสะเทือนและบาลานซ์รถที่เซ็ทไว้ค่อนข้างดี จึงทำให้ตัวรถแทบไม่เสียอาการ หรือเป๋ตอนกดเบรกหนักๆเลยสักนิด ถือว่าเป็นอีกจุดที่น่าชื่นชมสำหรับเจ้า Pan America 1250

harley-davidson-pan-america-1250-review-001
สรุป รีวิว Harley-Davidson Pan America 1250 “เมกันพันธ์ลุย” แบบ First Impression ครั้งนี้ เบื้องต้นถือว่าเป็นการบุกตลาดใหม่ของทางค่ายที่ทำไว้ได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ที่ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเน้นการใช้งานได้จริง, มิติตัวรถต่างๆที่มองผิวเผินอาจจะเทอะทะ แต่ถ้าได้ลองใช้จริงกลับพบว่ามันเพรียวบางกว่าที่คิด, ระบบกันสะเทือนที่ปรับรูปแบบการทำงานของตนเองได้สอดรับกับแทบทุกสภาพการใช้งาน, ระบบเบรกที่ไม่ใช่แค่ดี แต่ยังมีความฉลาด และท้ายที่สุดคือเครื่องยนต์ ที่อาจจะผิดใจสาวกดั้งเดิมไปบ้าง แต่ถ้าลองเปิดใจ รับรองว่ามันจะให้ความสนุกใหม่ๆให้กับผู้ที่เข้าใจลักษณะนิสัยเครื่องยนต์ลูกนี้แน่นอน

2021 Harley-Davidson Pan America 1250 ราคา เปิดแล้ว
โดย Harley-Davidson Pan America 1250 จะถูกวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วย 5 ตัวเลือกรุ่นย่อย ดังนี้
– Harley-Davidson Pan America 1250 : Vivid Black : สนนราคาเริ่มต้น 899,000 บาท
– Harley-Davidson Pan America 1250 Special : Vivid Black : สนนราคาเริ่มต้น 952,000 บาท
– Harley-Davidson Pan America 1250 Special : Vivid Black + Adaptive Ride High : สนนราคาเริ่มต้น 959,000 บาท
– Harley-Davidson Pan America 1250 Special : Vivid Black + Tubeless Laced Wheels : สนนราคาเริ่มต้น 972,000 บาท
– Harley-Davidson Pan America 1250 Special : Vivid Black + Adaptive Ride High + Tubeless Laced Wheels : สนนราคาเริ่มต้น 979,000 บาท
หากเพื่อนๆคนไหนสนใจ สามารถชมตัวรถคันจริง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการ Harley-Davidson ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขอขอบคุณ Harley-Davidson Asia ที่มอบเกียรติให้ทางทีมงาน MotoRival ได้เข้าร่วมทดสอบ All-New Harley-Davidson Pan America 1250 ในครั้งนี้

Test Rider + Writer : รณกฤต ลิมปิชาติ

อ่านข่าว Harley-Davidson เพิ่มเติมได้ที่นี่

Share.

About Author

Comments are closed.

error: Content is protected !!