เปิดตัว MV Agusta Brutale 1000 ABT จํากัดเพียง 130 คันทั่วโลก สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของ Tuner รถสปอร์ตเยอรมัน ABT Sportsline

งานดีไซน์
การออกแบบของรถรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวงการรถยนต์สมรรถนะสูง จุดเด่นที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือฝาครอบล้อหลังคาร์บอนไฟเบอร์สไตล์ Turbofan ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ช่วยจัดระเบียบกระแสลมและลดลมหมุนวนบริเวณล้อหลัง ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของตัวรถดีขึ้น โครงสร้างภายนอกยังประกอบไปด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์แท้ผิวเรียบมากถึง 19 ชิ้นเพื่อลดน้ำหนักรวมของตัวรถ ในส่วนของเบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้รับการหุ้มด้วยหนัง Alcantara เกรดพรีเมียม เดินด้ายลายรังผึ้งทับบนชั้นโฟมหนา 5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นการหยิบยกสไตล์มาจากห้องโดยสารของซูเปอร์คาร์สายพันธุ์แต่งของ ABT

- Turbofan Rear Wheel Cover: ไฮไลท์สำคัญคือฝาครอบล้อหลังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากล้อรถแข่งสไตล์ Turbofan ของ ABT ซึ่งไม่ได้ติดไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ช่วยจัดระเบียบทิศทางลม ลดลมหมุนวนบริเวณล้อหลัง ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Drag Coefficient) ของตัวรถดีขึ้น
- ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ 19 จุด: ตัวรถอัดแน่นไปด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์แท้ มากถึง 19 ชิ้น เช่น ท่อดักลม, ปีกหน้า, ฝาครอบหม้อกรอง, การ์ดกันความร้อนท่อไอเสีย รวมถึงบังโคนท้าย ทำให้น้ำหนักตัวรถเปล่าลดลงเหลือเพียง 200 กิโลกรัม (เมื่อใส่ Racing Kit)
- เบาะนั่ง Alcantara: ตัวเบาะผู้ขี่และผู้ซ้อนถูกหุ้มด้วยหนัง Alcantara เกรดพรีเมียม เดินด้ายลายรังผึ้ง พร้อมเสริมโฟมหนา 5 มม. ด้านล่าง แบบเดียวกับที่ใช้อยู่ในซูเปอร์คาร์สายพันธุ์แต่งของ ABT
ขุมพลังและสมรรถนะเครื่องยนต์
ตัวรถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 998 ซีซี ที่ได้รับการปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5+ สำหรับการขับขี่บนท้องถนนปกติจะให้พละกำลังสูงสุดที่ 201 แรงม้า ที่ 13,500 รอบต่อนาที แต่เมื่อติดตั้งชุด Racing Kit สำหรับใช้ในสนามแข่ง ซึ่งประกอบด้วยท่อไอเสียไทเทเนียม Arrow แบบออก 4 ช่องและกล่อง ECU ที่ปรับจูนมาเฉพาะ พละกำลังจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 208 แรงม้า ที่ 14,000 รอบต่อนาที นอกเหนือจากตัวเลขแรงม้าที่เพิ่มขึ้นแล้ว วิศวกรยังได้ปรับแต่งเพลาลูกเบี้ยวใหม่ ปรับจูนการตอบสนองของคันเร่งให้ฉับไวขึ้น รวมถึงปรับลดอัตราทดเกียร์และสเตอร์ท้ายให้สั้นลงเพื่อเพิ่มอัตราเร่งในรอบต้นและรอบกลางให้ดุดันยิ่งขึ้น
- โหมดสตรีท (Standard): ให้พละกำลังสูงสุด 201 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 116 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบ/นาที
- โหมดสนาม (ด้วย Racing Kit): เมื่อติดตั้งท่อทับทิม Arrow Titanium แบบออก 4 ช่อง พร้อมหงายกล่องรีแมพ ECU ใหม่ พละกำลังจะขยับขึ้นไปเป็น 208 แรงม้า ที่ 14,000 รอบ/นาที
- การปรับแต่งเพิ่มเติม: วิศวกรได้ปรับระยะเพลาลูกเบี้ยว (Camshafts) ใหม่, จูนการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าให้คมและติดมือยิ่งขึ้น, รวมถึงอัตราทดเกียร์และอัตราทดสเตอร์ท้ายให้สั้นลง เพื่อเน้นอัตราเร่งและแรงดึงในรอบต้นถึงรอบกลางที่จัดจ้านกว่าเดิม สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 300 กม./ชม.

ระบบช่วงล่างและการเบรก
ระบบกันสะเทือนใช้ของ Öhlins ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเต็มระบบ โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Nix EC ส่วนด้านหลังเป็นโช้คอัพ TTX EC ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยว พร้อมด้วยกันสะบัดไฟฟ้า ระบบทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งความหนืดและการตอบสนองได้อย่างละเอียดตามสภาพเส้นทาง ในด้านระบบเบรก ตัวรถเลือกใช้คาลิปเปอร์ Brembo Stylema ทำสีดำพร้อมโลโก้สีแดง และหากใช้ชุด Racing Kit จะมีการอัปเกรดจานเบรกหน้าเป็นของ Braking Batfly ที่ออกแบบมาเพื่อการรีดความร้อนและทำความสะอาดหน้าผ้าเบรกได้อย่างรวดเร็วสำหรับการขับขี่ในสนาม

- ด้านหน้า: โช้คอัพหัวกลับ (USD) Öhlins NIX EC ขนาด 43 มม. เคลือบสาร TiN (Titanium Nitride) สีทองเพื่อลดแรงเสียดทาน ระยะยุบ 130 มม. สามารถปรับตั้ง Rebound และ Compression ได้ด้วยระบบไฟฟ้า (สปริงพรีโหลดปรับมือ)
- ด้านหลัง: โช้คอัพเดี่ยว Öhlins TTX EC ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยว อลูมิเนียมอัลลอย ระยะยุบ 120 มม. ควบคุมการยุบและคืนตัวด้วยไฟฟ้าเช่นกัน
- กันสะบัด: แบรนด์ Öhlins EC ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ปรับตั้งได้ทั้งแบบ Manual และระบบเปลี่ยนความหนืดอัตโนมัติตามความเร็วของรถ
- ชุดเบรกหน้า: คาลิปเปอร์ตัวท็อป Brembo Stylema Monobloc 4 ลูกสูบ (พ่นสีดำโลโก้แดง) จับคู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. แต่ความพิเศษจะอยู่ที่ Racing Kit ซึ่งจะให้จานเบรกสนามของ Braking Batfly ที่ออกแบบมาเพื่อรีดความร้อนและทำความสะอาดหน้าผ้าเบรกได้เร็วกว่าเดิม
- ชุดเบรกหลัง: คาลิปเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 220 มม.
- ระบบความปลอดภัย: ใช้ระบบ ABS ของ Continental MK100 ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Cornering ABS และระบบป้องกันล้อหลังยกตัว (RLM – Rear Wheel Lift-up Mitigation)
- ล้อและยาง: ล้อเป็นฟอร์จอลูมิเนียมอัลลอย ขนาด 17 นิ้ว น้ำหนักเบา รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP (หน้า 120/70-17, หลัง 200/55-17)

รถแต่ละคันจะมาพร้อมกับ Welcome Kit สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งประกอบไปด้วยชุดแข่ง ท่อไอเสีย จานเบรก คัฟเวอร์เบาะหลังคาร์บอน ผ้าคลุมรถ และใบรับรองความแท้ของตัวรถพร้อมระบุหมายเลขประจำเครื่อง
Welcome Kit Box ที่ประกอบไปด้วย:
- ชุดท่อ Arrow Titanium และกล่อง ECU สนาม
- จานเบรกหน้า Braking Batfly
- ฝาครอบเบาะท้ายคาร์บอน
- เพลทสำหรับปรับระดับแกนสวิงอาร์ม
- ฝาถังน้ำมันแต่งงาน CNC
- ผ้าคลุมรถลายพิเศษตรงรุ่น และใบเซอร์รับรองความแท้พร้อมระเบิดรหัสตัวเลขประจำรถ
MV Agusta Brutale 1000 ABT จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 โดยมีราคาจำหน่ายในประเทศอิตาลีเปิดออกมาที่ 40,990 ยูโร หรือประมาณ 1.5 ถึง 1.6 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า)
อ่านข่าว MV Agusta เพิ่มเติมที่นี่
อ่านข่าว รถมอเตอร์ไซค์ รุ่นอื่นๆที่นี่

