อย่างที่เพื่อนๆหลายคนทราบกันว่า Kawasaki ZX-10R และ Kawasaki ZX-10RR ถือเป็น 2 ใน 6 All-New Model ที่จะถูกเผยโฉมในเดือนหน้า ซึ่งล่าสุดเราก็ได้รับข้อมูลที่บ่งชี้ออกมาว่า เจ้าซูปเปอร์ไบค์เรือธงรุ่นใหม่ของค่ายเขียว จะได้รับการปรับปรุงในจุดใดบ้างเมื่อเทียบกับโฉมปัจจุบันที่ยังวางขายอยู่ตอนนี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อมูลจากสื่อในประเทศอเมริกา ซึ่งระบุว่าจุดเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นกับ ZX-10R/ZX-10RR รุ่นใหม่ก็เริ่มจากชุดแฟริ่งภายนอกที่ถูกออกแบบใหม่ให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น และในขณะเดียวกันมันก็จะต้องมาพร้อมกับชุดวิงเล็ทอย่างที่ค่ายอื่นๆใช้กันแล้วในซุปเปอร์ไบค์รุ่นปัจจุบันของพวกเขา แต่ไม่ได้มีการคอนเฟิร์มว่าไฟหน้าของมันจะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน Ninja 400 อย่างที่ทุกคนคาดการณ์กันไว้หรือไม่ ? และในขณะเดียวกัน สื่อเจ้าดังกล่าวกลับระบุว่าชุดเฟรมของซุปเปอร์ไบค์รุ่นนี้ จะยังคงเป็นเฟรมเดิม มีจุดยึดทุกอย่างเหมือนเดิมกับ ZX-10R/ZX-10RR โฉมปัจจุบัน นั่นจึงทำให้มีแนวโน้มสูงมากๆว่าท้ายที่สุดแล้ว ร่าง MY2021 ของมัน ก็จะยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์บล็อคเดิมที่ลากพื้นฐานมายาวนานตั้งแต่ ZX-10R โฉมแรก แต่จะต้องถูกปรับจูนไส้ในหใม่เพื่อทำแรงม้าสูงสุดให้ได้อย่างน้อย 210 ตัว หรือมากกว่า เพื่อให้มันมีเรี่ยวแรงมากพอสำหรับการแข่งขัน WSBK ในปีหน้า นอกนั้นในด้านการอัพเดทตัวรถอื่นๆก็จะถูกระบุเหมือนกับที่เราได้เคยวิเคราะห์กันเอาไว้ นั่นคือ 2021…
Author: admin
แม้ว่าปกติ การพัฒนารถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่แค่ละครั้งของ KTM จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยราวๆ 1-2 ปี นับตั้งแต่มีร่างโปรโตไทป์ของมันถูกจับภาพได้บนถนนสาธารณะ ทว่ากับ All-New KTM 250 Adventure นั้นต่างออกไป เพราะล่าสุดเราก็มีภาพโฉมขายจริงของมันมาให้เพื่อนๆได้รับชมแล้ว ทั้งๆที่ร่างต้นแบบของมันพึ่งถูกจับภาพได้เมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้เท่านั้นเอง โดยสำหรับคลิปที่เพือนๆเฆ้นอยุ่ตอนนี้ คือคลิปจากงานเปิดตัว 250 Adventure รุ่นใหม่ระหว่าง KTM India กับเหล่าดีลเลอร์ก่อนที่จะวางขายจริงในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจากคลิปเดียวกัน ก็ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวรถรุ่นนี้ จะใช้ชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทภายนอกร่วมกันกับ 390 Adventure แทบทั้งหมด ตั้งแต่บังโคลนหน้า, แฟริ่งข้าง, แฟริ่งท้าย, แม้แต่ดีไซน์ท่อไอเสียเอง รวมถึงหน้าจอมาตรวัด TFT ก็ยังมีมาให้ก็เช่นกัน ขณะที่ไฟหน้า แม้จะใช้โคมดีไซน์เดียวกันกับ 390 และมีแถบไฟ DRL มาให้ แต่ตัวหลอดไฟด้านในจะถูกปรับให้กลับไปใช้หลอดไฟฮาโลเจนเพื่อลดต้นทุนลงและสร้างความแตกต่างให้ลูกค้าได้เห็นชัดเจนขึ้นว่านี่คือตัวรถรหัส 250 เนื่องจากถ้าให้ไปสังเกตแค่เฉพาะเครื่องยนต์สูบเดียวที่ถูกลดความจุลงเหลือ 249cc กำลังสูงสุด 30…
แม้การแข่งขัน MotoGP ในเรซล่าสุด เราจะเห็นว่า Danillo Petrucci จะสามารถรักษาความนิ่งของตนเองจากการนำในตอนต้นเกมจนถึงจบเกมแล้วคว้าชัยได้ในที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าการไล่บี้จากกริดสตาร์ทอันดับที่ 18 จนเข้าเส้นชัยเป็นอับที่ 2 ของ Alex Marquez นั้นเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ทำให้การแข่งขันนี้ดูมีลุ้นมากขึ้น ซึ่งอันที่จริงทาง DP9 ก็ยอมรับเช่นกันว่าความเร็วของ AM73 ในเรซนี้ค่อนข้างสร้างความพะวงให้กับเขาไม่น้อยระหว่างแข่งขันเช่นกัน “มันช่วยได้เยอะเลยกับการมีผู้ชมเพียงเล็กน้อยเพราะเรามีหน้าจอขนาดยักษ์และผมก็สามารถเห็น Alex (Marquez) กดเวลาเร็วมากๆ และผมก็เห็น Pol อยู่ใกล้ๆ, ผมพยายามที่จะจัดการมันแต่ผมก็กลัว Alex มากเลยในรอบสุดท้าย, ผมรู้ว่าเค้าเป็นนักบิดที่ดีมากบนแทร็คเปียก, และเหมือนอย่างผม คือเค้าก็เสียเก้าที่นั่งในทีมโรงงานตั้งแต่การแข่งขันยังไม่เปิดฤดูกาลด้วยซ้ำ” “Alex Marquez เป็นแชมป์โลก (Moto2) และอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเค้าเองก็เร็วใน MotoGP, ในท้ายที่สุดเค้าคือหนึ่งในนักบิดที่อยากจะชนะมากที่สุด, และโชคดี(สำหรับตัวเอง)ที่เค้าต้องไปออกตัวบนกริดด้านหลังหลังๆ, แถม Dovi ยังช่วยผมในช่วงท้ายด้วยเพื่อหยุดเค้า, แม้ว่าเค้าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม, แต่มันก็ช่วยให้ผมคว้าชัยได้ในอีกแบบที่ต่างออกไป” อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติมได้ที่นี่
การแข่งขันที่ทรหดและการวางแผนของทีมอันยอดเยี่ยมในการแข่งขัน Endurance World Championship เป็นอีกหนึ่งรายการที่ต้องพิสูจน์ความอึดของคนกับรถรวมไปถึงทีมแข่ง และในรายการนี้ ซูซูกิ เอ็นดูลานซ์ เรซซิ่ง ทีม หรือ SERT โดย Etienne Masson, Gregg Black และ Xavier Simeon ได้ลงทำการแข่งขันนี้ด้วย โดยใช้รถจักรยานยนต์ Suzuki GSX-R1000 จากนักแข่ง 3 คนที่ผนึกกำลังทำเวลาเอาไว้ได้ 12 ชั่วโมง ที่ 416 รอบ ณ สนาม Estoril ที่ประเทศ โปรตุเกส หลังจบการแข่งขันทีมสามารถเก็บคะแนนทิ้งห่างที่ 2 ถึง 18 คะแนน การแข่งขันได้ปิดฉากไปเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ ซึ่งทีม ซูซูกิ เอ็นดูลานซ์ เรซซิ่ง ทีม หรือ SERT…
อย่างที่เพื่อนๆทราบกันว่าในเร็วๆนี้ ทาง Royal Enfield กำลังวางแผนที่จะเปิดโรงงานประกอบและผลิตรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองในประเทศไทยช่วงต้นปีหน้า จึงทำให้จู่ๆก็มีการวิเคราะห์กันว่าพวกเขาอาจจะมีการปรับลดราคาตัวรถลงไปอีกเหมือนกันกับที่ค่ายผู้ผลิตอื่นๆมักทำกัน เนื่องจากไม่ต้องเสียค่านำเข้า, และภาษีอากรต่างๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ? ทีม MotoRival จะมาไขข้อสงสัยนี้ให้เพื่อนๆได้รับทราบข้อเท็จจริงกันครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องบอกก่อนว่าอันที่จริง ไม่ใช่ข้อมูลที่ใหม่เท่าไหร่นัก เพราะประเด็นนี้ต้องท้าวความย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่ทีมงาน MotoRival เราได้มีโอกาสไปทดสอบ Royal Enfield 650 Twin ใหม่ ครั้งแรกในโลกที่ California USA ซึ่งในครั้งนั้น เราได้พูดคุยกับผู้บริหารใหญ่ของ RE คุณสิทธัตถะ ลาล ซึ่งเขาได้บอกกับเราว่ากำลังวางแผนที่จะตั้งโรงงานในประเทศไทย อ่านได้ที่นี่ และหลังจากนั้น ช่วงต้นปี 2019 ทางคุณสิทธัตถะ ก็ได้ บินมายังประเทศไทย เพื่อมาให้ข้อมูลกับสื่อต่างๆ และ ทางทีมงาน MotoRival เราก็ได้เข้าไปพูดคุยสัมภาษณ์อีกครั้ง ถึงประเด็นนี้ และเรื่องสำคัญเลย คือ…
All-New Honda Forza 750 ถือได้ว่าเป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดีนับตั้งแต่การปล่อยทีเซอร์แรกออกมาเมื่อเดือนก่อน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ก็จะถึงเวลาแล้วที่ทาง Honda Europe เตรียมเปิดตัวมันออกมาอย่างเป็นทางการ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย เรามาทวนกันสักหน่อยดีกว่าครับว่ามันจะมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้างสำหรับเจ้ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่จากค่ายปีกนกคันนี้ แรกสุด สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดเจนเลย ก็คือแท้จริงแล้ว Forza 750 ใช้พื้นฐานโครงสร้างที่ต่อยอดมาจาก Integra 750 จึงทำให้มันยังคงมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ หัวโต ท้ายเชิด เพื่อให้ตัวรถดูมีความทันสมัย และสมกับเป็นตระกูล Forza ทาง Honda จึงเลือกปรับเส้นสายของมันถึงเรื่องเส้นสายรอบคัน ให้มีความดูบึกบึนพอตัว ตั้งแต่หัวจรดท้าย แถมช่วงแฟริ่งกาบข้างด้านหน้ายังมีการดึงโป่งออกมาเพื่อทำทรงเป็นกรอบวิงเล็ทเอาไว้รีดอากาศอีกด้วย ช่วยให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นไปอีก ไม่เพียงเท่านั้นในด้านระบบช่วงล่าง ก็ด้านหน้าก็ยังเป็นแบบชุดโช้กตะเกียบคู่หัวกลับ และชุดดิสก์เบรกคู่หน้าขนาดใหญ่ร่วมกับเรเดียลเมาท์คาลิปเปอร์ 4 พอร์ท ซึ่งแน่นอนว่านี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทางวิศวกรได้พัฒนาต่อยอดมาจาก X-ADV 750 รวมถึงเครื่องยนต์เอง ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะต้องเป็นบล็อก 2 สูบเรียงความจุ 745cc ที่มาพร้อมกับระบบเกียร์ DCT ที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้ทำงานได้ไหลลื่นกว่าเดิมในโหมด Auto-Matic…
แม้ในช่วงที่ผ่านมา จะมีหลายสำนักข่าวในยุโรปวิเคราะห์ว่า Marc Marquez อาจมีลุ้นได้กลับมาแข่ง MotoGP 2020 อีกครั้งที่เอรากอน ประเทศสเปน ซึ่งจะจัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากเราได้เห็นภาพ MM93 กำลังเร่งฟิตซ้อมเพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างหนักขึ้นเรื่อยๆ ทว่าจากข้อมูลล่าสุดกลับดูเหมือนมันจะไม่ใช่แบบนั้นเสียแล้ว New MondayNew weekSame goals💪🏼 pic.twitter.com/IVLX9iENEz— Marc Márquez (@marcmarquez93) October 12, 2020 เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อมูลจากสื่ออิตาลี ที่ระบุว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Marc Marquez พึ่งเดินทางไปพบกับทีมแพทย์เพื่อตรวจสภาพร่างกายว่าฟิตและสมบูรณ์พอที่จะกลับไปแข่งอีกครั้งแล้วหรือยัง ? ทว่าน่าเสียดายที่ผลการตรวจร่างกายของนักบิดรายนี้ยังไม่ฟิตเต็ม 100% จริงๆ จึงทำให้เขาอาจเลือกตัดสินใจที่จะขอใช้เวลาในการพักฟื้นอีกหน่อยอย่างที่เจ้าตัวเคยระบุไว้ว่าไม่อยากรีบกลับมาแข่งจนกว่าจะพร้อมจริงๆเท่านั้น 😎 @FisioCJGarcia pic.twitter.com/ZTIIruetQA— Marc Márquez (@marcmarquez93) October 7, 2020 และจากผลการตรวจร่างกายดังกล่าว จึงทำให้ Marc Marquez…
แม้ว่าก่อนหน้านี้เราจะพึ่งมีการนำเสนอข้อมูล 2021 Kawasaki Versys 1000 ที่ได้รับการปรับสีและอัพเกรดระบบกันสะเทือนใหม่ไป แต่ล่าสุด ทาง Kawasaki Motors (EU) ก็ได้มีการเปิดตัวโฉมอัพเดทของเจ้าแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งรุ่นนี้ออกมาอีกครั้ง แถมยังมากับรุ่นย่อยใหม่รหัส “S” ที่จะทำตลาดคู่กับรหัส “SE” และ ตัวพื้นฐานในปีหน้าด้วย สำหรับข้อมูลเบื้องต้นของ Versys 1000 S นั้น ต้องเรียนตามตรงว่ามันจะมีออพชันเกือบทุกอย่างที่เหมือนกับ Versys 1000 SE นั่นคือ ชุดหน้าจอมาตรวัดแบบลูกผสม อนาล็อคเข็มกวาดวัดรอบ และดิจิตอล TFT-Full Color ที่สามารภแสดงผลข้อมูลต่างๆได้อย่างครบครันๆไปจนถึงความหนักในการเปิด/ปิดคันเร่ง และความหนักในการกด/ปล่อยเบรก แถมยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือสมาร์โฟนด้วยสัญญาณบลูทูธ เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันการรับสายโทรเข้า, เล่นเพลง, และระบบนำทาง GPS, Heat Grip, Cruise Control ไม่เพียงเท่านั้นยังเสริมด้วยการ์ดแฮนด์, ชิลด์หน้าขนาดใหญ่, ควิกชิฟท์เตอร์ 2 ทาง ขึ้น/ลง,…
แม้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เราจะเคยเห็นรถสกู๊ตเตอร์รุ่นหนึ่งที่มาพร้อมกับจุดเด่นหลายๆอย่างที่เหมือนกับว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์จากทาง Ducati แต่ดูเหมือนนั่นจะยังไม่สะใจในความเป็นค่ายแดงอิตาลีเท่าไหร่นัก จึงทำให้เป็นที่มาของ Ducati Panigale Scooter ที่เพื่อนๆเห็นกันอยู่ในตอนนี้ แน่นอน ผลงาน Panigale Scooter คันนี้ ยังเป็นเพียงภาพเรนเดอร์ที่ทาง Kar Design ทำขึ้นมา โดยอาศัยการผนวกเอารถมอเตอร์ไซค์ 2 คันมารวมไว้ด้วยกัน นั่นคือ Ducati Panigale V2 กับ Italjet Dragster อินดี้สกู๊ตเตอร์ซึ่งมันก็เป็นของแบรนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยทำสกู๊ตเตอร์ Italjet Formula 125 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Ducati 1198 มาแล้ว และด้วยความที่สกู๊ตเตอร์คันนี้ สร้างขึ้นโดยใช้พื้นฐานของ Dragster-Scooter ดังนั้นเราจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้า Panigale Scooter คันนี้ จะมาพร้อมกับชุดเฟรมถักสีแดงชัดเจน นอกนั้นในส่วนของระบบกันสะเทือนและเครื่องยนต์ก็ยกเอาของอินดี้สกู๊ตเตอร์ที่ว่ามาใช้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ชุดบอดี้พาร์ทต่างๆก็ล้วนยกเอาชิ้นแฟริ่งของ Ducati Panigale V2 มาใส่เข้าไป…
ส่องสเปกรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด Honda Smart Engine เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถครอบครัวสไตล์แฟชั่น ที่ติดตั้งอยู่ใน All New Super Cub รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่จากแบรนด์ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งอย่างฮอนด้า 1.ประหยัดกว่าใคร เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI เวอร์ชัน 5.5 ใหม่ล่าสุด เชื่อมต่อโดยตรงกับแผงวงจร รับส่งสัญญาณแม่นยำเต็มประสิทธิภาพ พร้อมการปรับองศาการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง เผาไหม้ได้อย่างหมดจด ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 71.4 กม./ลิตร จากการวัดตามมาตรฐานสากลโดยสถาบันยานยนต์ ผ่านการรับรองระบบบำบัดไอเสียมาตรฐานไอเสียระดับ 7 2.แรงกว่า เครื่องยนต์ใหม่ เพิ่มระยะชักของกระบอกสูบมากขึ้น จากเดิม 56 มม. เพิ่มขึ้นเป็น 63.10 มม. ให้กำลังอัดมากขึ้น กำลังและแรงบิดมากขึ้นในรอบต่ำถึงกลาง ออกตัวได้ดีแม้บรรทุกสัมภาระหนัก ขับขี่ในเมืองสะดวกคล่องตัว ใช้ออกทริปท่องเที่ยว บิดขึ้นเนินสบายๆ ได้ทุกเส้นทาง 3.ทนทานที่สุด…
