จากการปรากฏตัวชนิดที่เกือบเรียกว่า “เซอร์ไพรซ์” เพราะไม่เคยมีข้อมูลหลุดออกมาก่อนว่ามันจะมาจัดแสดงในงาน Tokyo Motor Show 2017 กับเค้าด้วยสำหรับ Honda ‘Neo Sport Cafe’ Concept และในทันทีที่เราได้เห็นมันปรากฏตัวขึ้นเราก็สามารถตอบได้ทันทีเลยว่า นี่คือโฉมต้นแบบของว่าที่ 2018 CB1000R รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นเดือนหน้า โดยจุดเด่นหลักๆที่เราคาดว่าทาง Honda จะยังหลงเหลือไว้ใช้ในตัวขายจริงในโฉม 2018 CB1000R นั้นมีอยู่ประมาณ 3 จุดด้วยกันหากอ้างอิงตามคลิปทีเซอร์ทั้งสองชุดที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ จุดแรก ชุดล้อและเบรกหน้าที่ยึดแบบมาจาก Honda CBR1000RR รุ่นปี 2018 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องมาพร้อมกับระบบ ABS อันขึ้นชื่อของทางค่ายด้วยหากทำตลาดจริงๆ แม้ว่าในตัวจานเบรกของรถคอนเซปท์คันนี้จะไม่มีจานเซนเซอร์ติดตั้งมาให้ด้วย จุดที่สอง ชุดเสื้อสูบของเครืี่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาดความจุ 999cc ที่ถูกปรับปรุงรายละเอียดด้านข้างใหม่ให้แตกต่างจากของฝาแฝดดีไซน์สปอร์ตเรพลิก้า ซึ่งเส้นสายตรงนี้เป็นแบบเดียวกับที่ปรากฏออกมาให้เห็นในทีเซอร์ “NSC” ตัวแรก จุดที่สาม สวิงอาร์มแขนเดี่ยว หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ Pro-Arm ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์สำคัญของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล…
Author: admin
จากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ว่า Honda ได้ทำการปล่อยข้อมูลและภาพถ่ายในสตูดิโอของ Super Cub 110 รุ่นใหม่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยการปล่อยข้อมูลครั้งนั้นก็มีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนอีกเล็กน้อยเพื่อเอาใจชาวยุ่นขาลุย แต่แล้วล่าสุดเมื่อวันก่อนในงาน Tokyo Motor Show 2017 ทาง Honda ก็ได้นำ Super Cub มาเปิดตัวทีเดียวถึง 4 รุ่น โดยจากข้อมูลที่เราได้รับมาระบุไว้ว่า 1 ใน 4 ของทั้งหมดซึ่งก็คือ Super Cub รุ่นธรรมดา จะเป็นรุ่นเดียวเท่านั้นที่อยู่ในขั้นตอนการผลิตเพื่อวางจำหน่ายจริงในตอนนี้ ส่วนที่เหลือที่พึ่งเปิดตัวในงานจะเป็นแค่ตัวคอนเซ็ปท์หรือตัวโชว์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อหยั่งเชิงลูกค้าก่อนเท่านั้น (ยังไม่ได้ขายจริง แต่อาจจะขึ้นไลน์เร็วๆนี้) โดยคันแรกที่เราจะพูดถึงก่อนก็คือ ‘Cross Cub” ที่ถูกติดตั้งชิ้นส่วนตัวรถให้ออกไปในทางลุยๆคล้ายๆกับตัว Pro ที่เราเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ ทั้งชุดมาตรวัด, ชุดโช้กหน้า/หลัง, เบาะนั่ง ส่วนความแตกต่างของเจ้า Cross เมื่อเทียบกับตัว Pro ก็คือขอบล้อขนาด 17…
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เหล่าสาวกวานรได้เฮกันซักที กับการเปิดตัว Honda Monkey 125 ซึ่งแม้ว่ามันจะใช้พื้นฐานเดียวกันกับ MSX125SF ที่เป็นนิยมอย่างมากในบ้านเรา แต่ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกนั้นยังคงเอกลักษณ์ของเจ้าลิงไว้ได้อย่างครบถ้วนเป็นที่สุด โดยจุดเด่นแรกที่เราสามารถสังเกตุได้เลยในทันทีก็คือถังน้ำมันทรงคามหมูซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนซิกเนเจอร์หรือเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้านี่อย่างแท้จริง ในขณะที่เบาะนั่งก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบเบาะหนังตอนเดียวขนาดกึ่งยาวกึ่งสั้น ชุดเฟรมหรือโครงสร้างตัวรถก็ออกแบบใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับส่วนควบที่เปลี่ยนไปพอสมควรจาก MSX และเพื่อให้ตรงตามแนวทางของความเป็น”ลิง”มากขึ้น ระบบกันสะเทือนด้านหน้าก็ทำการยกชุดกระบอกโช้กจาก MSX125SF มาทั้งชุด ระบบเบรกก็ยังใช้คาลิปเปอร์เดิมๆ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนรายละเอียดเรื่องของจานเบรกหน้าเล็กน้อย ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังก็เปลี่ยนเป็นแบบโช้กคู่เพื่อให้เข้ากับสวิงอาร์มทรงท่อเหล็กกลม ระบบไฟรอบคันเป็นแบบ LED ทั้งหมด โดยในส่วนไฟหน้าเป็นแบบโคมกลมหลอด LED ซึ่งยกมาจากเพื่อนร่วมคลาส Super Cub ที่พึ่งเปิดตัวไปพร้อมกัน แต่ก็มีการใส่ชุดกรอบครอบโคมไว้ให้แตกต่างในเชิงรายละเอียดเล็กน้อย แม้กระทั่งก้านไฟเลี้ยวก็เป็นแบบหลอด LED แม้ว่าโคมจะดูมีดีไซน์เรโทรพอสมควร ชุดแฮนด์บาร์เป็นแบบยกสูงตามสไตล์เจ้าลิง ตัวมาตรวัดก็เป็นแบบฟูลดิจิตอลมีเกจวัดระดับน้ำมัน เลขบอกความเร็ว ระยะทาง พร้อมโหมดเซ็ททริป A/B ครบครัน มาต่อกันที่ไฮไลท์ซึ่งก็คือเครื่องยนต์สูบเดียวความจุ 125cc ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ MSX125SF แต่ทาง Honda ก็ได้ทำการตกแต่งแครงก์ข้างซ้ายขวาใหม่ให้ดูเข้ากับลุคภายนอกมากยิ่งขึ้น รวมถึงท่อไอเสียก็ออกแบบให้เดินขึ้นบนพร้อมใส่การ์ดกันความร้อนสีเงินขนาดใหญ่ งานนี้เราคงต้องมาลุ้นกันต่อว่าเราจะได้พบกับเจ้า Honda…
ถือว่ามาในแบบชนิดที่ว่าแทบจะแหวกโผเลยจริงๆสำหรับ All New Honda PCX ที่ก่อนหน้านี้มีสองกระแสข่าวทั้งจากทางฝั่งอินโดที่บอกว่าโฉมใหม่ของพรีเมียมสกูตเตอร์คันนี้นั้นจะเป็นแค่เพียงการปรับเล็ก ในขณะที่สื่อจากญี่ปุ่นก็ประโคมข่าวกันว่ามันจะปรากฏตัวด้วยโฉมใหม่หมดจดแถมพกพาชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเพื่อให้มันกลายเป็นรถสกูตเตอร์ไฮบริด ซึ่งผลก็คือตัวเลือกหลัง โดยในส่วนของเส้นสายตัวรถ PCX ใหม่ ภายนอกนั้นยังคงอ้างอิงความโค้งมนและเหลี่ยมสันเดิมๆไว้อยู่ แต่อาจจะมีการเพิ่มความคมอีกนิด (จริงๆก็ไม่นิดเท่าไหร่) ที่ส่วนหน้าของตัวรถโดยเฉพาะกับดีไซน์ไฟหน้าที่เป็นแบบแถบ LED ที่ลากตวัดตั้งแต่ช่วงข้างบนของตัวรถ และพอขยับมาด้านล่างอีกนิดก็จะเห็นแผ่นป้ายเอมเบลมสัญลักษณ์ “Hybrid”/ Electric ติดไว้อย่างชัดเจนเพื่อบ่งบอกว่ามันมาพร้อมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยขับเคลือน ขยับมามองที่มุมด้านข้างกันที่เผยให้เห็นตัวท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ที่แอบมีการใช้การ์ดความร้อนสีเงินแซมเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม ส่วนตัวล้อหน้าหลังก็ปรับดีไซน์ก้านใหม่จาก 5 ก้านคู่เป็น 8 ก้านวางลายสลับไปมาซึ่งให้ความรู้สึกสวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้ ทาง Honda ยังได้ทำการนำเสนอโฉมไฟฟ้าหรือที่เรียกว่า EV ของเจ้า PCX ดังที่จะเห็นได้จากเครื่องยนต์ (จริงๆต้องเรียกว่าระบบมอเตอร์ไฟฟ้า) และแผ่นป้ายเอมเบลมที่ถูกเปลี่ยนจาก “Hybrid” เป็น “Electric” ซึ่งนี่ถือว่าเป็นอิีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับชาวโลกผู้มองการไกลในตอนนี้จากความจริงที่ว่ายานพาหนะเครื่องยนต์สันดาปภายในจะถูกแบนในปี 2040 สำหรับราคาและสเปคคร่าวๆ ทาง Honda ยังไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆไว้ทั้งสิ้นในตอนนี้ แต่เราคาดว่าพวกเค้าจะปล่อยออกมาในภายหลัง อย่างเร็วก็ช่วงบ่ายของวันนี้ และเราจะไม่พลาดนำมาให้เพื่อนๆได้รับชมกันอย่างแน่นอนครับผม…
จากภาพหลุดของลูกเพจเพจชาวใต้หวันที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุดในงาน Tokyo Motor Show 2017 ทาง Kawasaki ก็ได้ทำการเปิดตัวเจ้า Z900RS กันจริงๆอย่างเป็นทางการเสียที ที่สำคัญคือพวกเค้ายังได้ทำการนำเสนอโฉมตกแต่งพิเศษอยู่ข้างๆกันอีกด้วย โดยในส่วนของหน้าตาเจ้า Z900RS นั้นถือว่านำเอาดีไซน์ดั้งเดิมของรุ่นพี่ในตำนาน Z900 รุ่นปี 1975 มาอย่างครบถ้วน ทั้งถังน้ำมันทรงคลาสสิคติดตัวอักษรแบรนด์ Kawasaki สีเงิน เบาะนั่งตอนเดียวหุ้มหนังสังเคราะห์เดินตะเข็บแบบยุคก่อนๆ ซึ่งมีความสูงตัวเบาะถึง 835 มม. ช่วงแฟริ่งท้ายแบบตูดเป็ดอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟท้ายทรงไข่หลอดไส้ แต่ไฟเลี้ยวเป็นแบบ LED และที่เป็นไฮไลท์สุดๆก็คือชุดโคมไฟทรงกลมด้านหน้า ซึ่งออกแบบให้ตัวหลอดเป็นแบบ LED เรียบร้อยแล้ว เช่น ชุดระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบหัวกลับ ปลอกโช้กสีรมดำ ขนาดแกน 41 มม. จานเบรกยกชุดมาแบบเดียวกับของ Z1000 ตัวเครื่องยนต์ไส้ในยังคงอ้างอิงพื้นฐานเดียวกันกับ Z900 แบบ 4 สูบเรียง 948cc แต่มีการปรับดีเทลบริเวณเสื้อสูบจากที่เป็นแบบราบเรียบให้กลายเป็นแบบมีครีบระบายความร้อนด้วยอากาศเหมือนของพี่ๆยุคเก่า แต่ยังคงติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมาให้อยู่ตามหลักที่รถมอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ควรมี…
จากข้อมูลสเปคเครื่องยนต์และรูปทรงตัวรถคร่าวๆ ของ Ninja 400 ที่เราได้ปล่อยไปเมื่อเช้า ในที่สุดก็ถึงเวลาชมถาพตัวจริงๆของ All New Kawasaki Ninja 400, Ninja 250 กันอย่างเต็มๆตาซักที โดยเริ่มจากหน้าตาโดยรวม ซึ่งเราได้เคยพูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้วว่าดีไซน์ทั้งหมดของตัวรถจะมีการอ้างอิงเส้นสายมาจากรุ่นพี่ Ninja 650 ซึ่งทำให้มันดูดุดันเป็นเหลี่ยมเป็นสันมากขึ้น แต่ด้วยความที่มันถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ninja 300 ทำให้เรายังเห็นเส้นสายของโฉมก่อนหน้าติดมาอยู่บ้างพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไฟหน้า LED และ ไฟเลี้ยวด้านข้างทรงสี่เหลี่ยมคางหมู นอกจากนี้ยังมีการแอบใส่ครีบขนาดเล็กด้านล่างเหมือนกับของพี่ใหญ่ Ninja H2 มาไว้ด้วย ด้านตัวมาตรวัด ก็ใช้แบบเดียวกับของพี่ๆตระกูลนินจาสายทัวร์ริ่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Ninja 1000 และ Ninja 650 เครื่องยนต์เปลี่ยนดีไซน์แครงก์ซ้ายขวาใหม่ พร้อมกันนั้นยังเผยให้เห็นเฟรมตัวถังที่ถูกปรับปรุงแบบใหม่หมดจดกันเสียที หลังจากที่เฟรมเดิมลากยาวมาตั้งแต่ Ninja 250 รุ่นปี 2008 ส่วนตัวไฟท้ายก็เป็นแบบกึ่งๆสามเหลี่ยม ซึ่งมองแว้บเดียวก็รู้แล้วว่ามันอ้างอิงดีไซน์ของ Ninja ZX-10R ซุปเปอร์สปอร์ตเรือธงของค่าย…
พาชมบูท Honda พาน้องใหม่มาโชว์ตัวกันเพียบชนิดไม่ปิดผ้าคลุม สดๆจากงาน TMS2017 จะมีรุ่นไหนคันไหนที่เพื่อนๆรอชมกันบ้าง มาเริ่มกันเลยครับ All-New PCX150 Hybrid/EV เจ้าลิง Monkey 125 Neo Sport Concept (คาดว่าน่าจะเป็นต้นแบบของตัว CB1000R รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวสัปดาห์หน้า) Super Cub, Super Cub Pro, Super Cub C125, Super Cub 60th Anniversary Goldwing, Goldwing Bagger อ่านข่าว Honda เพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อนๆ Bikers สามารถติดตามข่าวสารวงการล้อ ได้ทางแฟนเพจ MotoRival ของเราครับ Motorival
จากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ว่าเราอาจจะได้เห็นว่าที่ Ninja 250 รุ่นใหม่ในงาน Tokyo Motor Show 2017 ซึ่งในที่สุดเราก็ได้พบว่ามันถูกนำมาโชว์ตัวที่งานนี้จริงๆ แต่ด้วยความที่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการทำให้มันจึงถูกคลุมผ้าไว้อยู่ ยกเว้นแผ่นสเปคตัวรถด้านหน้า…. โดยอย่างที่เพื่อนกำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ว่าทาง Kawasaki JP ไม่ได้ทำการโชว์ตัวแค่ Ninja 250 เท่านั้น แต่ยังมีการนำเสนอเจ้า Ninja 400 ซึ่งมีข่าวลือกันหนาหูอย่างมากว่านี่จะเป็นเวอร์ชั่นขนาดความจุที่บ้านเราจะได้ใช้แทน Ninja 300 รุ่นปัจจุบันที่กำลังทำตลาดอยู่ และสำหรับตัวเลขความจุเครื่องยนต์ของเจ้า Ninja 400 นั้น ก็ถูกอกแบบให้อยู่ที่ 399cc พอดีเป้ะ (จากการสำรวจข้อมูลคร่าวๆไม่ใช่สเปคเดียวกันกับ Ninja 400 ที่ทำขายอยู่แล้วเพื่อเป็นตัวแทนของ Ninja 650 ในตลาดญี่ปุ่น) พร้อมสร้างแรงม้าสูงสุดได้ถึง 45PS ที่ 10,000 รอบ/นาที และแรงบิดอีก 38 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดแล้วเท่าที่ใบอณุญาติขับขี่แบบ A2…
แม้ว่าอันที่จริงแล้วเราอาจจะได้เห็นทาง Yamaha เปิดตัวเจ้า MWT-09 วันพรุ่งนี้แล้วก็ตาม แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและย้ำกระแสว่ามันจะมาจริงๆแน่นอน เราจึงขอพาเพื่อนๆไปชมภาพสิทธิบัตรที่ทางค่ายได้จดไว้ก่อนหน้านี้ (ตั้งแต่เดือน มีนาคม) ว่ามันมีสิ่งใดบ้างที่น่าสนใจในตัวตั๊กแตนสามล้อคันนี้ โดยภาพสิทธิบัตรแรกที่เราจะนำเสนอก็คือภาพอ้างอิงชุดระบบบังคับเลี้ยวและระบบกันสะเทือนซึ่งเอาจริงๆแล้วมันก็คือเทคโนโลยีเดียวกันกับพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ที่เรา(น่าจะ)รู้จักกันดีอย่าง Tricity ที่มีชื่อว่าระบบ Leaning Multi Wheel แต่ในคราวนี้ทาง Yamaha ต้องขยายและเพิ่มขนาดของชิ้นส่วน ทุกชิ้นเนื่องจากน้ำหนักและความแรงที่มากขึ้นอีกหลายเท่าตัวของ MWT-9 ขยับมาที่ภาพด้านข้างกันบ้าง จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องยนต์และสวิงอาร์มหลัง หรืออาจจะรวมถึงหม้อพักไอเสีย (วงที่ 1) นั้นค่อนข้างแน่นอนว่าเป็นพื้นฐานเดียวกับฝาแฝด 2 ล้อ MT-09 แต่ในส่วนของโครงหลักตัวรถ (วงที่ 2) นั้น ทาง Yamaha กลับใช้ดีไซน์เป็นท่อเหล็กดัดแทนที่จะเป็นแบบอลูมิเนียมหล่อ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลเรื่องความแข็งทำให้พวกเค้าต้องเลือกใช้วัสดุแบบนี้ ในขณะที่ตัวโช้กคู่ซ้าย/ขวา (วงที่ 3) ก็ถูกย้ายตำแหน่งมาไว้ด้านนอกแทนที่จะเป็นด้านในแบบเดียวกับของ Tricity อย่างไรก็ตามอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่าทาง Yamaha น่าจะเตรียมเปิดตัวเจ้า MWT-09 ภายในวันพรุ่งนี้ที่งาน Tokyo Motor…
ชื่อแบรนด์ 47Moto อาจจะฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูในบ้านเราเท่าไหร่นัก เพราะเอาจริงๆแล้วนี่คือแบรนด์เกิดใหม่สัญชาติอเมริกาจากรัฐมิเนโซต้า ซึ่งผู้บริหารเองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ Erik Buell Racing นามว่า Mike Samarzja โดยเค้าเองก็มีแผนที่จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ให้ได้อย่างน้อย 2 โมเดล ซึ่งโมเดลแรกก็คือเจ้า Mosquito 250 คันนี้ โดยจุดเด่นของเจ้ายุง 47Moto Mosquito คันนี้ก็คือชุดเฟรมท่อเหล็กที่ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์สวยงามไปพร้อมกับการที่มันสามารถปรับตำแหน่งทั้งความสูงต่ำของตัวรถโดยที่ไม่ไปรบกวนการทำงานระบบกันสะเทือนใด, ตำแหน่งพักเท้าก็สามารถปรับสูง/ต่ำ หน้า/หลังได้ตั้งแต่ออกโรงงาน ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเกียร์โยงเพิ่ม, แม้กระทั่งขาตังข้างก็สามารถปรับตั้งได้เพื่อให้สมดุลกับส่วนสูงตัวรถ ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นทาง Samarzja ได้เลือกที่จะใช้บริการจากแบรนด์ SYM ของใต้หวันที่มีชื่อจากการผลิตเครื่องยนต์ให้กับ Hyundai และ Honda มาเป็นซัพพลายเออร์หลักในส่วนนี้ และผลที่ได้ก็คือเครื่องยนต์สูบเดียวขนาดความจุ 250cc พละกำลังสูงสุด 25 แรงม้า แต่ก็สามารถพาตัวรถพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุดที่ราวๆ 90 ไมล์/ชั่วโมง หรือเกือบๆ 145 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก Revzilla, Motorcycle,…
