2024 KTM RC390 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตรุ่นเริ่มต้นจาก KTM ที่เรารู้สึกว่ามันเพิ่งถูกเปิดตัวรุ่นใหม่(ที่ใช้ไฟทรงหน้ากากเคนโด้)ไปเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ล่าสุดกลับมีภาพหลุดของรถรุ่นใหม่ กำลังวิ่งทดสอบอยู่บนถนนสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชมภาพดังกล่าวได้ที่นี่ 2024 KTM RC390 ที่โผล่อยู่ในภาพหลุดในขณะนี้ จะเห็นได้ว่ามันมาพร้อมกับชุดเฟรม ซับเฟรม และสวิงอาร์มใหม่หมดจด ซึ่งก็จะไปคล้ายกับชุดเฟรมที่อยู่ในภาพหลุดของ 390 Duke ใหม่จึงอนุมานได้ว่ารถทั้งสองจะใช้โครงสร้างแบบใหม่หมดเหมือนกันทั้งคู่ แต่อาจจะมีรายละเอียดของบางชิ้นส่วนต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน แต่รายละเอียดด้านเครื่องยนต์เท่าที่เรามีในตอนนี้ คาดว่าจะไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก อาจจะมีแค่การพัฒนารายละเอียดยิบย่อยเพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5 ที่จะมีการบังคับใช้ตอนสิ้นปีนี้ ทางด้านหน้าตาก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จากรูปจะเห็นได้ว่าทางค่ายอาจต้องการกลับไปใช้งานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมของรุ่นนี้ ที่เป็นไฟโปรเจคเตอร์เปลือย มากกว่าไฟหน้าทรงหน้ากากเคนโด้แบบรถรุ่นอื่น และอาจจะเป็นการปรับหน้าตาของรถสปอร์ตที่ขายอยู่ให้ไปคล้ายกับตัวแข่งในเวที MotoGP ให้มากขึ้นเพื่อเหตุผลด้านการตลาด แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่เราเห็นอยู่ในภาพแอบถ่ายนี้ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตัวรถจริงอาจไม่คล้ายกับที่เราคิดก็ได้ ที่มา motorrad อ่านข่าวสาร KTM เพิ่มเติมได้ที่นี่
Author: Kristha
2023 CBR250RR ได้เผยโฉมตัวปรับไมเนอร์เชนจ์ พร้อมสีปีใหม่ ออกมาแล้ว Sport Replica 2023 CBR250RR เป็นรถสปอร์ตปรับสีใหม่ และแฟริ่ง โดยโดดเด่นด้วยสีขาว ซึ่งได้ถุกแนะนำออกมาโดย Honda Motorcycle JP (ญี่ปุ่น) แน่นอนว่า 2023 Honda CBR250RR ตัวรถยังคงเป็นรถคันเดิมที่ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง DOHC ขนาดความจุ 249.7 ซีซี ที่ให้พละกำลังสูงสุด 42 แรงม้า(มากกว่ารุ่นเดิม 1 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 25 Nm ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกคือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด มีการเปลี่ยนแฟริ่งด้านข้างใหม่ทั้งหมด สีขาวตัดเทา โดยแนวทางการออกแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง CBR1000RR-R ซึ่งทำให้ตัวรถดูกว้างและหนาขึ้นเล็กน้อย โครงสร้างตัวรถแบบ Truss Frame โช้กอัพหน้าแบบหัวกลับ SFF-BP จาก Showa ที่ปรับจูนใหม่…
2023 Kawasaki Ninja 400 และ Z400 มอเตอร์ไซค์สปอร์แฟริ่งและสปอร์ตเปลือยคลาสเริ่มต้นจากค่ายเขียว อาจถูกเปิดตัวต้นเดือนหน้า หลังจากที่ Kawasaki ประจำอเมริกาและแคนาดาได้ทำการปล่อยภาพทีเซอร์มอเตอร์ไซค์ใหม่ 2 รุ่น รวมถึงเจ็ทสกี และถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้แน่ชัดว่ามันคือรถรุ่นอะไร แต่เราก็สามารถวิเคราะห์ได้จากข้อมูลที่มีอยู่ ในเบื้องต้นทางเราได้คาดเดาว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นนั้นจะเป็น Kawasaki Ninja 400 และ Z400 ซึ่งเป็นรถที่ถูกลากขายมานานหลายปีโดยที่แทบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ถึงแม้ว่าลูกค้าบางกลุ่มจะเรียกร้องให้มีการใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ USD เพราะคู่แข่งหลักจากทาง Honda, BMW, KTM นั้นต่างก็มีใช้กันหมดแล้ว แต่ปัญหาคือรถทั้งสองรุ่นนั้นเพิ่งทำการเปิดตัวสีใหม่สำหรับจำหน่ายในปีนี้ไป เช่นเดียวกับ Ninja 650 และ Z650 ที่ถึงแม้จะถูกขายมานานเหมือนกัน แต่ตัวรถสีใหม่ก็เพิ่งถูกเปิดตัวไปแล้ว จึงทำให้มีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่าง Ninja EV หรือ Z EV ที่ได้เผยโฉมตัวจริงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากมีชื่อถูกลงทะเบียนไว้ในเอกสารเดียวกัน ยังมีความเป็นไปได้ของรถใหม่อีกรุ่นนึงนั่นคือ ZX-4R ที่มีชื่อโผล่อยู่ในเอกสารนั้นด้วย แต่เราคาดว่าทางค่าย…
Damon Motor บริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV เจ้าใหม่จากแวนคูเวอร์ ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัท Indika Energy ในการลงทุนพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าร่วมกัน รวมถึงรับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย และเตรียมการเปิดศูนย์บริการในประเทศหมู่เกาะรายนี้ในอนาคตอันใกล้ ตอบสนองนโยบายของภาครัฐที่หวังจะลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอน สำหรับหลายคนที่อาจจะตามไม่ทัน Damon เป็นบริษัทผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเล็กหน้าใหม่ ที่ประเดิมตลาดด้วยรถระดับ 200 แรงม้า อย่าง Hypersport และ Hyperfighter ในขณะที่ Indika Energy เป็นบริษัทเกี่ยวธุรกิจพลังงานรายใหญ่จากอินโดนีเซีย ที่ต้องการขยายเข้าไปสู่ธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าภายใต้ชื่อ Ilectra Motor Group (IMG) โดยตั้งเป้าเป็นตัวแทนจำหน่าย รวมถึงร่วมกันพัฒนารถรุ่นใหม่ที่ทำขึ้นมาเฉพาะสำหรับตลาดในประเทศ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo ตั้งเป้าในการเปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์บนถนนจำนวน 2 ล้านคัน ให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าภายในปี 2025 และลดการปล่อยกาศคาร์บอนไดออกไซด์ลง 29% ภายในปี 2030 และยังมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานกว่าในการทำให้อินโดนีเซียมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2025 นั่นจึงทำให้การลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดนั้นเป็นวิธีสำคัญที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย ที่มา rideapart…
Valentino Rossi นักแข่งรถสองล้อดีกรีแชมป์โลก MotoGP ที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะทำการแขวนชุดหนังไปเรียบร้อยแล้ว แต่นักแข่งจาก Tavullia ผู้นี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไม่ห่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำทีมแข่งในรายการเดิมที่ตนเคยแข่ง หรือแม้แต่การย้ายลงไปแข่งในงานการสี่ล้อเอาสนุก ซึ่งการขับเล่นเอาสนุกครั้งล่าสุดของเจ้าตัว ก็จบลงด้วยการขึ้นโพเดี้ยม Valentino Rossi และทีมเมท Tim Whale, Sean Gelael, Max Hesse และ Maxime Martin จากทีมแข่ง WRT ทำการคว้าโพเดียมรายการ 24 Hours of Dubai ได้ในอันดับที่ 3 ตามหลังผู้ชนะอยู่ 21.7 วินาที ซึ่งถือเป็นความประสมความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังจากที่ทางทีมได้ทำการเปลี่ยนรถแข่งจาก Audi R8 มาเป็น BMW M4 ถือว่าพ่อหมอของเรายังคงมีความฟิต และมีความสามารถติดตัวล้นเหลือ ถึงแม้จะมีอายุมากถึง 43 ปี แล้วก็ตาม นี่ก็ทำให้เราอยากติดตามต่อไปว่าตำนานผู้นี้จะสามารถสร้างผลงานฝากไว้ได้อีกมากแค่ไหน…
Icoma Tatamel รถสกู๊ตเตอร์พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก จากบริษัทสตาร์ทอัพหน้าใหม่จากญี่ปุ่น Icoma ได้เปิดตัวพาหนะสำหรับการเดินทางในเมืองคันใหม่หน้าตาแหวกแนว ที่ดูก็รู้ได้ทันทีว่ามันได้แรงบันดาลมาจากรถสกู๊ตเตอร์พกพาสุดคลาสสิกที่ไม่มีใครเหมือนอย่าง Honda Motocompo แต่มาในรูปแบบ EV และงานออกแบบที่ล้ำสมัย Icoma Tatamel เป็นยานพาหนะขนาดเล็กสำหรับการเดินทางประเภท “Last Mile” หรือก็คือการเดินทางในเมืองแบบระยะสั้นในช่วงสุดท้ายไปให้ถึงจุดหมาย หลังจากที่สิ้นสุดระยะของระบบขนส่งสาธารณะ ในลักษณะเดียวกับจักรยานแบบพับได้หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบพกพา กับมิติตัวรถพร้อมใช้งานอยู่ที่ 122 x 64 x 99 เซนติเมตร(ยาว x กว้าง x สูง) และจะลดลงเหลือเพียง 69 x 25 x 69 เซนติเมตร(ยาว x กว้าง x สูง) เมื่อพับเก็บ ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate ขนาด 0.6 kWh(สามารถเพิ่มขนาดได้เป็น…
Harley-Davidson ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ตราโล่ในตำนานจากอเมริกา ที่มีชื่อเสียงและจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์สันดาป V-Twin ลูกโตพร้อมเสียงเดินเบาดัง “จะดับจะดับ” อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ถึงอย่างนั้นค่ายตราโล่ก็ไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง พยายามเจาะตลาดมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ ด้วยเครื่องยนต์ Revolution Max หรือแม้แต่การเปิดค่ายรถพลังงานไฟฟ้าอย่าง Livewire แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นย่อมมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ แต่ปัญหาใหญ่ของค่ายคือ “คนที่ไม่ชอบ” ส่วนใหญ่ดันเป็น “แฟนคลับเดนตาย” ของค่ายเสียอย่างนั้น โดยทางประธานกรรมการบริหารของ Harley-Davidson อย่าง Jochen Zeitz ก็ได้ออกมายอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “ตลอดอายุของบริษัท 120 ปี เราไม่เคยหยุดพัฒนา เราเแลิมฉลองอดีตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน มันเป็นธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้น” “ผมเชื่อในความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของแบรนด์ระดับไอคอน เราต้องหากลุ่มลูกค้าใหม่ เรามีลูกค้าแบบดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่เราต้องหาลูกค้าร่วมสมัยด้วย” แต่ถึงอย่างนั้นค่ายรถตราโล่รายนี้ก็ยังห่างไกลกับการเป็นค่ายรถไฟฟ้าล้วน อย่างน้อยก็คงช้ากว่าค่ายรถรายอื่น เนื่องจากต้องเกาะตลาดคลาสสิกไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เหล่าแฟนคลับเดนตายคาดหวังกับค่ายรถรายนี้ “เรากำลังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระยะยาว เพราะนี่จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน เราต้องคิดเผื่อการเปลี่ยนแปลงในอีกทศวรรษ และต้องคิดขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราสร้าง Livewire” Zeitz กล่าวทิ้งท้าย ที่มา…
2023 Peugeot Django 125 EVO มอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ค่ายสิงโตน้ำหอม(ที่ตอนนี้เป็นของอาบัง) Peugeot ได้ทำการเปิดตัวรถรุ่นปรับโฉมของ Django สกู๊ตเตอร์ที่มีงานดีไซน์คลาสสิก ให้มีความทันสมัยขึ้นจดผิดหูผิดตา พร้อมเทคโนโลยีใหม่ทันสมัยรอบคัน แต่นั่นก็อาจจะทำให้สายคลาสสิกหลายคนรู้สึกไม่พอใจกับรูปลักษณ์ที่พลิกโฉมมากเกินไป 2023 Peugeot Django 125 EVO รุ่นใหม่นี้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปแบบฉีกออกนอกกรอบเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่ามองผ่านตาแล้วจะยังมีความคล้ายกับ Django เดิมอยู่บ้างบางส่วน แต่มันก็มีเส้นสายที่แหลมคม เน้นความทันสมัยด้วยระบบไฟส่องสว่างรอบคันแบบ LED ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม พร้อมแถบ DRL และไฟท้ายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ของ Peugeot ที่มากับ เส้นแนวตั้ง 3 เส้น ในแบบกรงเล็บสิงโต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความล้ำสมัยเหมือนกัน รวมถึงโลโก้ที่มีการเปลี่ยนใหม่ ทางบังลมหน้าก็เป็นรูปหน้าสิงโตด้วย ทางด้านเครื่องยนต์จะมีให้เลือกสองแบบ คือเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ 1 สูบ 124 ซีซี ที่ให้พละกำลังสูงสุด 10.6 Hp @ 7,000 RPM และแรงบิด…
ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ จะมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างนึงเกิดขึ้น นั่นคือการเพิ่มรอบการแข่งระยะสั้นในวันเสาร์ที่เรียกว่า Sprint Race โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีความเห็นทั้งด้านบวกและลบปนกันจากหลายฝ่าย ทางคนดูก็จะมีอะไรให้ดูมากขึ้นในวันเสาร์ แต่ทางทีมงานและนักแข่งก็จะมีงานและความเสี่ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อมีการแข่งที่มากขึ้นร่วม 50% เหล่าผู้จัดการของนักแข่งเหล่านั้น ก็ได้รวมตัวเรียกร้องค่าแรงมากขึ้นตามตัวงาน โดยปกติแล้วเหล่านักแข่งในวงการมักจะมีค่าตัวแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ สัญญาแข่งรายปี ที่จะทำการจ่ายเพื่อให้นักแข่งคนนั้นมาร่วมทีม และ โบนัสการแข่งขัน ที่จะจ่ายให้ตามผลงานที่ทำได้ในแต่ละสนาม ซึ่งตัวเงินก้อนที่สองนี้เองคือส่วนที่เหล่าผู้จัดการอย่าง Carlo Pernat(ผู้จัดการของ Enea Bastianini และนักแข่งอีกหลายคน) ได้ออกมาเรียกร้องกับ Dorna “เมื่อแข่งไปได้สักพักพวกนักแข่งจะเริ่มตั้งคำถาม เพราะตอนนี้ยังไม่มีการตกลงเรื่องนี้กับนักแข่งในสัญญาฉบับปัจจุบัน ถ้าไม่มีโบนัส ผมก็ไม่คิดว่าเราจะอยากแข่ง” Carlo Pernat กล่าว “ผมเห็นด้วยกับ Albert Valera(ผู้จัดการของ Aleix Espargaro และ Jorge Martin) และ Giovanni…
Aprilia ค่ายรถชื่อดังจากอิตาลี ที่มีชื่อเสียงมาจากรถมอเตอร์ไซค์กลุ่มสปอร์ต ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรใหม่เกี่ยวกับระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งคาดว่าทางค่ายจะนำระบบนี้มาใช้กับรถสปอร์ตตัวแรงในอนาคต หลังจากที่ค่ายรถคู่แข่งจากทั้งยุโรปและญี่ปุ่น ได้นำระบบดังกล่าวมาใช้กันอย่างถ้วนหน้ากันมานานหลายปีแล้ว ระบบวาล์วแปรผัน หรือ Variable Valve Timing(VVT) คือระบบที่ทำหน้าที่ช่วยเปลี่ยนองศาและเวลาการเปิดปิดของวาล์ว ไม่ว่าจะเป็นวาล์วไอดีหรือวาล์วไอเสีย โดยจะใช้งานแค่วาล์วชุดใดชุดหนึ่งหรือทั้งสองชุดเลยก็ได้ มีประโยชน์ในการควบคุมปริมาณอากาศให้เหมาะสมกับในแต่ละรอบเครื่อง ช่วยทั้งเรื่องความแรงและความประหยัด ขึ้นอยู่กับความต้องการของการออกแบบ แน่นอนว่ามันช่วยให้ผ่านมาตรฐานไอเสียอันเข้มงวดในยุคใหม่ได้ง่ายขึ้นด้วย ในการปรับองศาเปิดปิดของวาล์วในระบบวาล์วแปรผันนั้นสามารถทำได้ด้วยหลายวิธี โดยวิธีที่ Aprilia นำมาใช้นั้นจะใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์เปิดตัวควบคุม คล้ายกับระบบที่ Suzuki นำมาใช้ไปก่อนหน้านี้ใน GSX-R1000 ซึ่งจะไม่มีระบบไฟฟ้าหรือไฮโดลิกมาเกี่ยวข้อง โดยการใช้ลูกปืนมาใส่ไว้ในกลไกที่ติดตั้งอยู่ตรงเพลาลูกเบี้ยว เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น ลูกปืนก็จะถูกเหวี่ยงออกด้านนอก ซึ่งจะไปดันชุดกลไกลให้เปลี่ยนองศาของเพลาลูกเบี้ยว(ดูคลิปการทำงานของระบบ VVT จาก Suzuki ที่ด้านล่างน่าจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายที่สุด) คาดว่าระบบดังกล่าวจะถูกติดตั้งไว้ในรถมอเตอร์ไซค์ระดับสูงในเครือ Piaggio ในอนาคตเช่นรถของ Aprilia และ Moto Guzzi เนื่องจากรถกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องการพละกำลังในการใช้งานมากที่สุด โดยไม่ต้องห่วงเรื่องต้นทุนการผลิตที่จำกัดมากนัก และยังเป็นกลุ่มที่ยากต่อการทำให้ผ่านมาตรฐานไอเสียอีกด้วย ที่มา motorrad อ่านข่าวสาร Aprilia…
